ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา

ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๕๐ · ๕๔๒ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๒๗ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑ หน้าเปิดเล่ม พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา และคาถานำโดยพระอานนทเถระ หน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นของคัมภีร์เถรคาถา (คำประพันธ์ของพระอรหันตเถระ) ในขุททกนิกาย เปิดด้วยคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า ตามด้วยคาถานำที่พระอานนทเถระกล่าวไว้ในคราวปฐมสังคายนา เปรียบพระเถระผู้บรรลุธรรมว่าบันลือดุจราชสีห์ในถ้ำภูเขา เนื้อหาเป็นการเริ่มคัมภีร์ใหม่ ไม่ใช่เนื้อความต่อจากเล่ม ๔๙ แม้เลขคาถา [๑๓๗] จะต่อเนื่องจากระบบนับรวมของขุททกนิกายทั้งหมด
  2. หน้า ๒–๓ คันถารัมภกถา: การไหว้พระรัตนตรัยและประกาศเจตนาแต่งอรรถกถาเถรคาถา-เถรีคาถา พระอรรถกถาจารย์ไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ตามลำดับ แล้วอธิบายที่มาของคาถาเหล่านี้ว่าเป็นคำประกาศธรรมของพระอรหันตเถระและเถรีที่ปราศจากอามิส ซึ่งพระธรรมสังคาหกาจารย์รวบรวมไว้ในขุททกนิกาย โดยเรียกชื่อว่าเถรคาถาและเถรีคาถา ก่อนประกาศเจตนาว่าจะแต่งอรรถกถาโดยยึดวินิจฉัยของครูบาอาจารย์ฝ่ายมหาวิหารเป็นหลัก
  3. หน้า ๔–๗ อารัมภกถาวรรณนา: จำนวนนิบาต คาถา และพระเถระ-เถรีในเถรคาถาและเถรีคาถา ไขความว่าเถรคาถาและเถรีคาถาคืออะไร นับเนื่องในสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย และในประเภท "คาถา" ของนวังคสัตถุศาสน์ แล้วไล่แจกแจงจำนวนนิบาตตั้งแต่เอกนิบาตถึงมหานิบาต พร้อมจำนวนพระเถระและคาถาในแต่ละนิบาตอย่างละเอียดเป็นรายการ สรุปรวมเถรคาถามีพระเถระ ๒๖๔ รูป ๑,๓๖๐ คาถา ส่วนเถรีคาถาแจกแจงแยกต่างหากจบท้ายด้วยคำว่าจบอารัมภกถาวรรณนา
  4. หน้า ๘–๑๗ นิทานกถาวรรณนา (๑): อุปมาสีหนาทของพระเถระ และการตรัสรู้ ๓ ประเภท อรรถกถาไขความคาถานำของพระอานนท์แบบละเอียดทีละบท อธิบายเหตุที่เปรียบพระเถระด้วยราชสีห์ (อดทน ไม่หวาดหวั่น ทรงพลังพิเศษ) และความหมายของ "ภาวิตัตตานัง" (ผู้มีจิต/อัตภาพอบรมแล้ว) จากนั้นขยายไปถึงการตรัสรู้ ๓ แบบคือสัมมาสัมโพธิ ปัจเจกสัมโพธิ และสาวกสัมโพธิ พร้อมพรรณนากระบวนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในคืนตรัสรู้ทั้งสามยามอย่างพิสดาร
  5. หน้า ๑๘–๒๒ นิทานกถาวรรณนา (๒): ระยะเวลาบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ ๓ ประเภท และอานิสงส์ความเพียรเบื้องต้น อธิบายกำหนดเวลาสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ผู้จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าตามประเภทอินทรีย์ คือปัญญาธิกะ (๔ อสงไขยแสนกัป) สัทธาธิกะ (๘ อสงไขย) วิริยาธิกะ (๑๖ อสงไขย) รวมทั้งกำหนดเวลาของพระปัจเจกโพธิสัตว์ (๒ อสงไขยแสนกัป) และพระสาวกโพธิสัตว์ ปิดท้ายด้วยพระพุทธพจน์เรื่องอานิสงส์ ๕ ประการของผู้เริ่มบำเพ็ญเพียรตั้งแต่ต้น แล้ววกกลับมาสรุปความหมายของ "ภาวิตัตตานัง" อีกครั้ง
  6. หน้า ๒๓–๓๑ นิทานกถาวรรณนา (๓): ไขความศัพท์ ยถานามา ยถาโคตตา อัจจุตบท และจบนิทานกถา ไขความศัพท์ที่เหลือในคาถานำอย่างละเอียดหลายนัย ได้แก่ อัตถูปนายิกา (การน้อมเข้าสู่ประโยชน์) ยถานามา-ยถาโคตตา (ชื่อและโคตรของพระเถระ) ยถาธัมมวิหาริโน ยถาธิมุตตา สัปปัญญา อตันทิตา จากนั้นอธิบาย "ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสิตฺวา" (การเห็นแจ้ง) "อัจจุตัง ปทัง" (พระนิพพาน) และการพิจารณาปัจจเวกขณะ ปิดท้ายด้วยการจบนิทานกถาวรรณนาซึ่งเป็นบทนำก่อนเข้าสู่เนื้อหาเถรคาถาจริง
  7. หน้า ๓๒–๔๕ เอกนิบาต วรรคที่ ๑ เรื่องที่ ๑ พระสุภูติเถระ: คาถาและปางบำเพ็ญบารมี เริ่มเนื้อหาเถรคาถาจริงด้วยคาถาอุทานของพระสุภูติเถระที่กล่าวเชิญฝนให้ตกลงมาเพราะกุฎีมุงดีแล้วและจิตหลุดพ้นแล้ว จากนั้นอรรถกถาย้อนเล่าอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ที่ท่านเป็นนันทดาบสหัวหน้าชฎิล ๔๔,๐๐๐ รูป ถวายอาสนะดอกไม้กว้าง ๑ โยชน์และตั้งความปรารถนาเป็นเอตทัคคะ ๒ ตำแหน่ง จนมาเกิดเป็นน้องชายอนาถบิณฑิกเศรษฐี บวชบรรลุอรหัตต์ และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงลืมสร้างที่พักถวาย ฝนไม่ตกทั่วเมืองจนต้องสร้างกุฎีถวาย ท่านจึงกล่าวคาถานี้เชิญฝนตก
  8. หน้า ๔๖–๕๔ อรรถกถาสุภูติเถรคาถา (ต่อ): ไขความศัพท์คาถา "ฉันนา เม กุฏิกา" และความหมายเชิงปรมัตถ์ของกระท่อม อรรถกถาไขความคาถาของพระสุภูติเถระอย่างละเอียดทีละศัพท์บาลี (ฉนฺน เม สุข นิวาตา เทว วสฺส) แล้วขยายความคำว่า "กุฏิกา" ให้มีความหมายลึกซึ้งกว่ากระท่อมจริง คือหมายถึงอัตภาพ/ร่างกายอันเป็นที่อาศัยของลิงคือจิต ซึ่งพระเถระปิดกั้นทวารด้วยศีล สมาธิ ปัญญาจนหลุดพ้นแล้ว ปิดท้ายด้วยการสรุปว่าคาถานี้เป็นคาถาพยากรณ์อรหัตผล และจบอรรถกถาสุภูติเถรคาถา
  9. หน้า ๕๕–๖๒ เอกนิบาต เรื่องที่ ๒ พระมหาโกฏฐิตเถระ: ปางบำเพ็ญบารมีและอรรถกถาคาถา "อุปสันโต" เรื่องพระมหาโกฏฐิตเถระ ผู้ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ย้อนเล่าอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระที่ถวายมหาทาน ๗ วันแล้วตั้งความปรารถนาตำแหน่งนี้ จนมาเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ในสาวัตถี บวชโดยมีพระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์ พระโมคคัลลานะเป็นอาจารย์ และบรรลุอรหัตต์ทันทีขณะกำลังปลงผมก่อนอุปสมบทเสร็จ จบด้วยอรรถกถาคาถา "อุปสันโต" อธิบายการกำจัดบาปธรรมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เปรียบดุจลมพัดใบไม้ให้ร่วงหล่น
  10. หน้า ๖๓–๗๑ กังขาเรวตเถรคาถา: ที่มาของฉายา 'กังขาเรวตะ' จากความช่างสงสัยในของกัปปิยะ-อกัปปิยะ สู่เอตทัคคะด้านผู้ยินดีในฌาน และคาถาสรรเสริญปัญญาพระตถาคตดุจไฟส่องความมืด พระกังขาเรวตะตั้งปณิธานเป็นผู้เลิศด้านผู้ยินดีในฌานตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตระ ชาติสุดท้ายเกิดเป็นกษัตริย์โกลิยะ บวชแล้วมีความสงสัยในสิ่งที่ควรและไม่ควรอยู่เนืองๆ จนพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมขจัดความสงสัยจึงบรรลุอรหัต ชื่อ 'กังขาเรวตะ' ติดตัวมาแม้เป็นขีณาสพแล้วเพราะความเคยชินในอดีต คาถาเปรียบปัญญาหยั่งรู้ของพระตถาคตเจ้าที่กำจัดความสงสัยของเวไนยสัตว์ดุจไฟสว่างไสวในยามพลบค่ำ ให้ทั้งแสงสว่างและดวงตาแก่ผู้แสวงหา
  11. หน้า ๗๒–๗๘ ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา: หลานพระอัญญาโกณฑัญญะผู้เลิศด้านธรรมกถึก สอนกถาวัตถุ ๑๐ แก่ศิษย์ ๕๐๐ รูป และคาถาว่าด้วยคุณของการคบสัตบุรุษ พระปุณณมันตานีบุตรตั้งปณิธานเป็นเอตทัคคะฝ่ายธรรมกถึกสมัยพระปทุมุตตระ มาเกิดเป็นหลานพระอัญญาโกณฑัญญเถระที่หมู่บ้านโทณวัตถุ บวชแล้วบรรลุอรหัต สอนศิษย์ ๕๐๐ รูปด้วยกถาวัตถุ ๑๐ จนสำเร็จอรหัตตามท่าน เมื่อพบพระสารีบุตรได้สนทนาวิสุทธิกถา ๗ ด้วยอุปมาเปรียบรถไฟไปถึงจุดหมาย เมื่อบรรลุวิมุตติแล้วเปล่งอุทานว่าการคบสัตบุรุษผู้ชี้ประโยชน์ ทำให้ธีรชนผู้ไม่ประมาทและเห็นแจ้งด้วยปัญญาบรรลุถึงประโยชน์อันลึกซึ้งละเอียดสุขุมได้
  12. หน้า ๗๙–๙๐ ทัพพมัลลปุตตเถรคาถา: กำเนิดพิสดารจากร่างมารดาบนเชิงตะกอน บรรลุอรหัตเมื่ออายุ ๗ ขวบ เอตทัคคะฝ่ายจัดแจงเสนาสนะด้วยฤทธิ์ และเหตุถูกใส่ร้ายปาราชิก พระทัพพมัลลบุตรเกิดจากร่างมารดาที่ตายทั้งกลมบนเชิงตะกอน ทารกรอดชีวิตตกลงกองไม้จึงได้ชื่อทัพพะ บวชเมื่ออายุ ๗ ขวบ บรรลุโสดา สกทาคา อนาคา และอรหัตตามลำดับการปลงผมแต่ละเกลียว ท่านรับหน้าที่จัดเสนาสนะและแจกภัตแก่สงฆ์ด้วยฤทธิ์เนรมิตกาย จนพระศาสดาทรงตั้งเป็นเอตทัคคะฝ่ายจัดแจงเสนาสนะ อรรถกถาโยงถึงคดีที่ภิกษุเมตติยะและภุมมชกะกล่าวหาท่านด้วยปาราชิกอันไม่มีมูล ก่อนสงฆ์จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยสติวินัย ท่านจึงกล่าวคาถาประกาศคุณตนว่าถูกพระศาสดาทรงฝึกดีแล้วจนหมดความหวาดกลัวและความเร่าร้อน
  13. หน้า ๙๑–๙๕ สัมภูตเถรคาถา: ผู้เคยพายเรือส่งเสด็จพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีข้ามแม่น้ำคงคา บวชในป่าสีตวัน ท้าวเวสวัณเสนออารักขาแต่ท่านปฏิเสธเพราะมีสติเป็นเครื่องรักษาแล้ว พระสัมภูตะเคยถวายเรือขนานนำพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีและภิกษุสงฆ์ข้ามแม่น้ำคงคาที่น้ำเชี่ยวข้ามยาก ชาติสุดท้ายบวชพร้อมสหาย ๓ คน ฝึกกายคตาสติในป่าสีตวันจนได้ฉายาสีตวนียะ ท้าวเวสวัณมหาราชเสด็จผ่านเห็นท่านนั่งภาวนาจึงสั่งยักษ์ให้อารักขา แต่พระเถระปฏิเสธโดยกล่าวว่าสติที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้เป็นอารักขาเพียงพอแล้ว ไม่ต้องพึ่งเทวดา แล้วเจริญวิปัสสนาบรรลุวิชชา ๓ ทันที ท้าวเวสวัณจึงนำความไปกราบทูลสรรเสริญคุณท่านต่อพระพักตร์พระศาสดา
  14. หน้า ๙๖–๑๐๐ ภัลลิยเถรคาถา: หนึ่งในสองพ่อค้าตปุสสะ-ภัลลิยะผู้ถวายสัตตูก้อนเป็นอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ ภายหลังบวชได้อภิญญา ๖ และเอาชนะมารที่มาหลอกหลอน ภัลลิยะกับพี่ชายตปุสสะเป็นพ่อค้าเกวียนที่เกวียนหยุดนิ่งไม่ยอมเคลื่อนใกล้ต้นเกด เทวดาบอกเหตุว่าพระพุทธเจ้าเพิ่งตรัสรู้ยังไม่เสวยอาหารมา ๗ สัปดาห์ ทั้งสองจึงถวายสัตตูผงสัตตูก้อนเป็นอาหารมื้อแรก และถึงเทวาจิกสรณคมน์เป็นอุบาสกคู่แรกในพระศาสนา ภายหลังตปุสสะเป็นโสดาบัน ส่วนภัลลิยะบวชได้อภิญญา ๖ เมื่อมารแปลงกายน่ากลัวมาหลอกหลอน ท่านกล่าวคาถาประกาศว่าตนกำจัดเสนามารได้แล้วดุจห้วงน้ำใหญ่พัดพาสะพานไม้อ้อที่ผุพัง มารจึงหายไป
  15. หน้า ๑๐๑–๑๐๓ วีรเถรคาถา: อดีตขุนนางนักรบผู้บวชแล้วบรรลุอภิญญา ๖ ปฏิเสธภรรยาเก่าที่พาบุตรมาเล้าโลมให้สึก ด้วยอุปมาลมปีกลิ่นไม่อาจทำให้เขาสิเนรุสั่นสะเทือน พระวีระเคยเป็นอมาตย์นักรบของพระเจ้าปเสนทิโกศล มีบุตรคนเดียวก่อนเกิดความสลดใจในกามและสงสารจึงออกบวช บรรลุอภิญญา ๖ ในเวลาไม่นาน ภรรยาเก่าพยายามเล้าโลมด้วยมายาหญิงหลายครั้งหวังให้ท่านสึก ท่านเปรียบความพยายามนั้นดุจต้องการให้เขาสิเนรุราชสั่นสะเทือนด้วยลมจากปีกของลิ่น จึงกล่าวคาถายืนยันว่าตนถูกพระศาสดาทรงฝึกดีแล้ว หมดความสงสัยและความกำหนัด ภรรยาได้ฟังจึงสลดใจออกบวชเป็นภิกษุณีจนได้วิชชา ๓ เช่นกัน
  16. หน้า ๑๐๔–๑๐๙ ปิลินทวัจฉเถรคาถา: ปริพาชกเจ้าของวิชชาจูฬคันธาระที่เสื่อมฤทธิ์เพราะพุทธานุภาพ บวชหวังเรียนวิชชาแต่กลับบรรลุอรหัต เอตทัคคะฝ่ายเป็นที่รักของเทวดา ปิลินทวัจฉะเป็นปริพาชกผู้สำเร็จวิชชาจูฬคันธาระเหาะเหินได้ แต่วิชชาเสื่อมลงเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าใกล้กรุงราชคฤห์ เขาเข้าใจว่าพระองค์ทรงรู้วิชชามหาคันธาระที่ทรงพลังกว่า จึงขอบวชเพียงเพื่อหวังเรียนวิชชานั้น แต่กลับได้ฟังธรรมและบรรลุอรหัตแทน เทวดาที่เคยฟังโอวาทท่านในชาติก่อนพากันมาเยี่ยมเยียนทุกเช้าเย็นด้วยความเคารพ พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านเป็นเอตทัคคะฝ่ายเป็นที่รักที่พอใจของเทวดาทั้งหลาย ท่านกล่าวคาถาว่าการมาสู่สำนักพระศาสดาและคิดจะบวชนั้นไม่ไร้ประโยชน์เลย
  17. หน้า ๑๑๐–๑๑๓ ปุณณมาสเถรคาถา: อดีตนกจักรพรากผู้คาบดอกสาหร่ายบูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้า มาเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ที่หม้อเปล่าเต็มด้วยทองในวันเกิด ปฏิเสธภรรยาเก่าจบวรรคที่ ๑ ปุณณมาสะเคยเป็นนกจักรพรากคาบดอกสาหร่ายบูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใส ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ครั้งในกัปต่อมา ชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณ์สมิทธะที่หม้อในบ้านเต็มไปด้วยทองในวันเกิดจึงได้ชื่อนี้ แต่งงานมีบุตรแล้วเบื่อหน่ายชีวิตครองเรือน บวชบรรลุอรหัต เมื่อภรรยาเก่าพาบุตรมาเล้าโลมให้สึก ท่านกล่าวคาถาว่าผู้ไม่ทะเยอทะยานในโลกนี้หรือโลกอื่น สำรวมไม่ติดในธรรมใดๆ ย่อมรู้แจ้งความเกิดดับของโลก หญิงนั้นจึงหมดหวังและจากไป ปิดท้ายวรรคที่ ๑ รวมพระเถระ ๑๐ รูป
  18. หน้า ๑๑๔–๑๑๗ จูฬวัจฉเถรคาถา (วรรคที่ ๒ เรื่องที่ ๑): อดีตลูกจ้างยากจนผู้ถวายผ้าครึ่งผืนแก่พระสาวก วางตัวเป็นกลางเมื่อสงฆ์โกสัมพีแตกแยกจนบรรลุอรหัต จูฬวัจฉะเคยเป็นลูกจ้างยากจนถวายผ้าเก่าครึ่งผืนแก่พระสาวกสุชาตะผู้แสวงหาผ้าบังสุกุลสมัยพระปทุมุตตระ ด้วยผลบุญนั้นได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมาย ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์กรุงโกสัมพี บวชแล้วขณะภิกษุชาวโกสัมพีแตกแยกกันเป็นสองฝ่าย ท่านไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ตั้งมั่นในโอวาทพระศาสดาเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต เห็นความพินาศของผู้ชอบทะเลาะวิวาทจึงเกิดธรรมสังเวช กล่าวคาถาว่าภิกษุผู้อิ่มเอิบในธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงย่อมบรรลุนิพพานอันสงบระงับสังขารเป็นสุข เปิดวรรคที่ ๒
  19. หน้า ๑๑๘–๑๒๐ มหาวัจฉเถรคาถา (วรรคที่ ๒ เรื่องที่ ๒): ผู้ถวายน้ำดื่มแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า เกิดศรัทธาเพราะพระสารีบุตร บวชบรรลุอรหัต คาถาว่าด้วยเหตุแห่งการรอปรินิพพาน มหาวัจฉะเคยถวายน้ำดื่มแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ ด้วยผลบุญนั้นภายหลังปรารถนาน้ำที่ใดก็บังเกิดทันที ชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณ์สมิทธิในแคว้นมคธ ได้ยินว่าพระสารีบุตรผู้มีปัญญามากยังนับถือพระพุทธเจ้า จึงคิดว่าพระองค์ต้องเป็นผู้เลิศแท้จริง เกิดศรัทธาบวชและบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน ท่านกล่าวคาถาสอนเพื่อนพรหมจารีว่าภิกษุผู้มีกำลังปัญญา สมบูรณ์ศีลวัตร มีจิตตั้งมั่นยินดีในฌาน บริโภคปัจจัยเพียงเพื่อประโยชน์ และปราศจากราคะ ย่อมพึงหวังกาลปรินิพพานได้ในศาสนานี้
  20. หน้า ๑๒๑–๑๒๕ อรรถกถาวนวัจฉเถรคาถา ประวัติพระวนวัจฉเถระผู้เคยเกิดเป็นเต่าถวายหลังให้พระพุทธเจ้าอัตถทัสสีข้ามฟาก ภายหลังบวชและชื่นชอบอยู่ป่า เล่าบุพกรรมของพระวนวัจฉเถระผู้เคยเกิดเป็นเต่าใหญ่ในแม่น้ำวินตา ถวายหลังให้พระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จข้ามฟาก ภายหลังเกิดเป็นสหายเล่นฝุ่นกับพระโพธิสัตว์ในกรุงกบิลพัสดุ์ ออกบวชตามเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช อยู่ป่าจนบรรลุอรหัต คาถาพรรณนาความรื่นรมย์ของภูเขาและป่าที่ท่านอาศัยเจริญวิเวก
  21. หน้า ๑๒๖–๑๒๙ อรรถกถาวนวัจฉเถรสามเณรคาถา เรื่องสิวกสามเณรหลานพระวนวัจฉเถระ ผู้ยึดมั่นคำสอนอุปัชฌาย์แม้ยามป่วยหนักจนบรรลุอรหัต เล่าเรื่องสิวกสามเณร หลานของพระวนวัจฉเถระ ผู้บวชตามคำแนะนำของมารดา วันหนึ่งป่วยหนักขณะพักอยู่ท้ายบ้าน เมื่อพระอุปัชฌาย์ชวนกลับเข้าป่า สามเณรยืนยันว่าแม้กายอยู่ในบ้านแต่ใจอยู่ในป่าตลอด พร้อมจะไปแม้ต้องคลานไป พระเถระจึงนำเข้าป่าให้โอวาท สามเณรเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน
  22. หน้า ๑๓๐–๑๓๘ อรรถกถากุณฑธานเถรคาถา ประวัติพระกุณฑธานเถระผู้ถูกภุมมเทวดาแปลงเพศทดลองไมตรีจนถูกล้อว่าเป็นเหี้ย ภายหลังได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้จับสลากก่อน เล่าบุพกรรมพระกุณฑธานเถระที่เคยเป็นภุมมเทวดาทดลองทำลายไมตรีของภิกษุสองสหายด้วยการแปลงเพศเป็นหญิงเดินตามพระเถระรูปหนึ่ง ทำให้ต้องรับผลกรรมมีรูปหญิงติดตามตัวปรากฏแก่คนอื่นตลอดชาตินี้ จนถูกภิกษุหนุ่มและสามเณรล้อเลียนว่าเป็นเหี้ยจนเกือบเสียสติ พระพุทธเจ้าทรงตักเตือนไม่ให้กล่าวคำหยาบตอบโต้ พระเจ้าโกศลทรงอุปถัมภ์จนท่านบรรลุอรหัต และได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านจับสลากก่อนในเหตุการณ์นางสุภัททาถวายภิกษาแด่พระอริยสงฆ์
  23. หน้า ๑๓๙–๑๔๒ อรรถกถาเพลัฏฐสีสเถรคาถา ประวัติพระเพลัฏฐสีสเถระ อุปัชฌาย์พระธรรมภัณฑาคาริก ผู้บรรลุอรหัตพร้อมชฎิลพันรูปเมื่อฟังอาทิตตปริยายสูตร เล่าที่มาพระเพลัฏฐสีสเถระ ผู้เคยถวายผลมะงั่วแด่พระพุทธเจ้าเวสสภูในอดีตชาติ ภายหลังบวชเป็นดาบสในสำนักอุรุเวลกัสสปะ บรรลุอรหัตพร้อมชฎิลพันรูปเมื่อฟังอาทิตตปริยายสูตร คาถาเปรียบความสุขจากผลสมาบัติอันไม่เจือกามคุณว่าทำให้วันคืนผ่านไปได้ยากลำบาก ต่างจากโคอาชาไนยที่ลากไถได้อย่างคล่องแคล่วไม่ลำบาก
  24. หน้า ๑๔๓–๑๔๕ อรรถกถาทาสกเถรคาถา ประวัติพระทาสกเถระ ผู้เคยเกียจคร้านหลับกรนขณะฟังธรรม จนพระศาสดาตรัสเตือนด้วยอุปมาสุกรอ้วนก่อนบรรลุอรหัต เล่าประวัติพระทาสกเถระผู้เกิดในท้องนางทาสีของอนาถบิณฑิกเศรษฐี บวชแล้วกลับเกียจคร้าน มัวเมาในการกินและการนอนจนหลับกรนเวลาฟังธรรม พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบกับสุกรอ้วนที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ทำให้ท่านเกิดความสลดใจ เริ่มเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน
  25. หน้า ๑๔๖–๑๔๙ อรรถกถาสิงคาลปิตาเถรคาถา ประวัติพระสิงคาลปิตาเถระ ผู้เจริญอัฏฐิกสัญญาในป่าเภสกฬาวันตามคำเทวดาปลุกใจให้ตั้งใจเพียร เล่าที่มาพระสิงคาลปิตาเถระ บิดาของสิงคาลมาณพ ผู้สละเรือนออกบวชแล้วได้รับกัมมัฏฐานอัฏฐิกสัญญาจากพระพุทธเจ้า ไปอาศัยอยู่ป่าเภสกฬาวัน เทวดาประจำป่ากล่าวคาถาปลุกใจว่าท่านจะละกามราคะได้โดยเร็ว ทำให้ท่านมีกำลังใจเพียรเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตสมจริงตามคำเทวดาทำนายไว้
  26. หน้า ๑๕๐–๑๕๒ อรรถกถากุฬเถรคาถา ประวัติพระกุฬเถระ ผู้ฝึกจิตตนเองด้วยอุปมาจากคนไขน้ำ ช่างศร และช่างถากไม้ที่พบระหว่างบิณฑบาต เล่าประวัติพระกุฬเถระ ผู้บวชแล้วฟุ้งซ่านไม่อาจยังคุณวิเศษให้เกิด วันหนึ่งเห็นคนไขน้ำ ช่างศรดัดลูกศร และช่างถากไม้ทำล้อรถระหว่างทางบิณฑบาต จึงนำมาเป็นอุปมาสอนใจตนว่าสิ่งไม่มีชีวิตยังถูกฝึกให้ตรงได้ เหตุใดจิตตนจะฝึกไม่ได้ จึงเริ่มเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน
  27. หน้า ๑๕๓–๑๕๕ อรรถกถาอชิตเถรคาถา ประวัติพระอชิตเถระ ศิษย์พาวรีพราหมณ์ผู้ไปทูลถามปัญหาแล้วบวชบรรลุอรหัต ปิดท้ายวรรคที่ ๒ ด้วยรายชื่อพระเถระ ๑๐ รูป เล่าประวัติพระอชิตเถระ บุตรพราหมณ์ผู้ศึกษาในสำนักพาวรีพราหมณ์ ถูกส่งไปทูลถามปัญหาพร้อมมาณพอื่นๆ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงวิสัชนาปัญหาแล้วเกิดศรัทธาบวชและบรรลุอรหัต คาถาแสดงความไม่กลัวตายเพราะสิ้นความอาลัยในชีวิตแล้ว ปิดท้ายด้วยสรุปรายชื่อพระเถระ ๑๐ รูปในวรรคที่ ๒
  28. หน้า ๑๕๖–๑๖๑ อรรถกถานิโครธเถรคาถา เอกนิบาตวรรคที่ ๓ ประวัติพระนิโครธเถระผู้เคยถวายปะรำดอกรังแด่พระพุทธเจ้าปิยทัสสีจนมีหลังคาดอกรังติดตามทุกภพจนถึงชาติสุดท้าย เปิดวรรคที่ ๓ ด้วยประวัติพระนิโครธเถระ ผู้เคยเป็นดาบสถวายปะรำมุงดอกรังแด่พระพุทธเจ้าปิยทัสสีตลอด ๗ วัน ด้วยอานุภาพบุญนี้ทำให้มีหลังคาดอกรังปรากฏล้อมรอบตัวทุกภพชาติที่เกิด แม้กระทั่งชาติสุดท้ายที่บวชและบรรลุอรหัต คาถาแสดงความไม่กลัวภัยเพราะดำเนินตามทางที่พระศาสดาผู้ฉลาดในอมตธรรมทรงชี้แนะไว้
  29. หน้า ๑๖๒–๑๖๔ อรรถกถาจิตตกเถรคาถา ประวัติพระจิตตกเถระผู้บรรลุอรหัตในป่า พยากรณ์ด้วยคาถาเปรียบเสียงร้องนกยูงปลุกผู้เจริญฌานให้ตื่น เล่าประวัติพระจิตตกเถระ บุตรพราหมณ์ในราชคฤห์ ผู้เคยบูชาดอกไม้แด่พระพุทธเจ้าวิปัสสีในอดีตชาติ บวชแล้วเข้าป่าเจริญฌานและวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต เมื่อถูกถามถึงความไม่ประมาทขณะอยู่ป่า ท่านตอบด้วยคาถาว่าเสียงร้องของนกยูงลายงามยามลมหนาวปนฝนช่วยปลุกผู้เจริญฌานที่กำลังหลับให้ตื่นขึ้นบำเพ็ญเพียรต่อ
  30. หน้า ๑๖๕–๑๖๗ อรรถกถาโคสาลเถรคาถา ประวัติพระโคสาลเถระ ผู้บรรลุอรหัตขณะฉันข้าวมธุปายาสใต้ร่มไผ่ที่ภูเขาสานุ เล่าประวัติพระโคสาลเถระ ผู้เคยบูชาผ้าบังสุกุลจีวรของพระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีตชาติ เกิดในตระกูลมั่งคั่งแคว้นมคธ เกิดความสังเวชใจเมื่อทราบว่าพระโสณโกฏิกัณณะสละสมบัติมากมาบวช จึงบวชตามและไปอยู่ภูเขาสานุ วันหนึ่งฉันข้าวมธุปายาสที่มารดาถวายใต้พุ่มไผ่แล้วพิจารณาความเกิดดับของขันธ์จนบรรลุอรหัต
  31. หน้า ๑๖๘–๑๗๑ อรรถกถาสุคันธเถรคาถา ประวัติพระสุคันธเถระ ผู้มีร่างกายหอมมาแต่กำเนิดจากบุพกรรมบูชารอยพระพุทธบาท บรรลุอรหัตภายใน ๗ วันหลังบวช เล่าประวัติพระสุคันธเถระ ผู้เคยเป็นนายพรานเห็นรอยพระบาทพระพุทธเจ้าติสสะแล้วบูชาด้วยดอกหงอนไก่ ต่อมาถวายจันทน์หอมแด่พระคันธกุฎีสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าพร้อมตั้งความปรารถนาให้กายมีกลิ่นหอม ผลบุญทำให้เกิดมาพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งทั่วเรือนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา บวชแล้วบรรลุอรหัตภายใน ๗ วัน
  32. หน้า ๑๗๒–๑๗๔ อรรถกถานันทิยเถรคาถา ประวัติพระนันทิยเถระ ศากยกุมารผู้บวชพร้อมเจ้าอนุรุทธะ เมื่อบรรลุอรหัตแล้วถูกมารแปลงกายขู่แต่ไม่หวั่นไหว เล่าประวัติพระนันทิยเถระ ศากยกุมารผู้บวชพร้อมกลุ่มเจ้าอนุรุทธะและบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน ด้วยอานิสงส์เคยถวายไพรทีไม้จันทน์บูชาพระเจดีย์สมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ วันหนึ่งขณะพำนักในป่ามหาวัน มารแปลงรูปน่ากลัวมาหลอกหลอน ท่านไม่หวั่นไหวและกล่าวคาถาเตือนว่ามารเองจะได้รับทุกข์จากการรบกวนผู้บรรลุธรรมแล้ว
  33. หน้า ๑๗๕–๑๗๗ อรรถกถาอภัยเถรคาถา (เริ่มต้น) ประวัติพระอภัยเถระ พระโอรสพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เคยถูกนิครนถ์ใช้ถามปัญหาลองภูมิพระพุทธเจ้าแต่กลับเกิดศรัทธา เริ่มเล่าประวัติพระอภัยเถระ พระโอรสพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เคยกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยคาถาก่อนแสดงธรรมในอดีตชาติ ทำให้ไม่ตกอบายตลอดแสนกัป ภายหลังถูกนิครนถนาฏบุตรส่งไปถามปัญหาสองเงื่อนหวังข่มพระพุทธเจ้า แต่ฝ่ายนิครนถ์กลับปราชัยและท่านเกิดศรัทธาประกาศตนเป็นอุบาสก เนื้อหาต่อเนื่องเกินหน้า ๑๗๗ ซึ่งอยู่นอกช่วงที่วิเคราะห์ในชุดนี้
  34. หน้า ๑๗๘ อรรถกถาอภัยเถรคาถา: โอรสพระเจ้าพิมพิสารกับปัญหาสองเงื่อนของนิครนถ์ พระอภัยเถระ โอรสพระเจ้าพิมพิสาร ถูกนิครนถ์นาฏบุตรสอนปัญหาสองเงื่อนให้ไปข่มพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ทรงตอบโดยไม่ให้จับผิดได้ (อเนกังสพยากรณ์) ทำให้นิครนถ์ปราชัย ท่านจึงเลื่อมใสเป็นอุบาสก ภายหลังพระเจ้าพิมพิสารสวรรคต เกิดความสังเวชจึงบวช ฟังตาลัจฉิคคฬูปมสูตรบรรลุโสดาบัน แล้วเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตต์
  35. หน้า ๑๗๙–๑๘๒ อรรถกถาโลมสกังคิยเถรคาถา: ปณิธานที่ลืมและการยอมทนป่าหญ้าคมของเจ้าศากยะ พระโลมสกังคิยเถระ ชาติก่อนสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเคยตั้งปณิธานว่าจะกล่าวภัทเทกรัตตสูตรแก่เพื่อนภิกษุในอนาคตแต่ลืม เกิดใหม่เป็นเจ้าศากยะมีขนที่ฝ่าเท้า เทพบุตรจันทนะเพื่อนเก่ามาทวงถามให้สลดใจ ท่านจึงทูลขอบวช เมื่อมารดาทักว่าเป็นสุขุมาลชาติจะทนป่าได้อย่างไร ท่านตอบว่าจะเอาอกแหวกป่าหญ้าคมเพื่อบำเพ็ญวิเวก แล้วบรรลุอรหัตต์เร็ว
  36. หน้า ๑๘๓–๑๘๖ อรรถกถาชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา: คาถาทดสอบใจของบิดาที่กลายเป็นอรหัตพยากรณ์ พระชัมพุคามิกบุตรเถระ บุตรอุบาสกเมืองจัมปา บวชแล้วไปบำเพ็ญเพียรที่ป่าอัญชนวันใกล้เมืองสาเกต บิดาส่งคาถาถามทางจดหมายเพื่อทดสอบว่ายังยินดีในบริขารเครื่องประดับหรือไม่ ท่านอ่านแล้วสลดใจว่ายังไม่พ้นภูมิปุถุชน จึงเพียรจนบรรลุอภิญญา ๖ ภายหลังกลับไปแสดงปาฏิหาริย์ให้ญาติเลื่อมใสสร้างวัด และกล่าวคาถาบทเดียวกับที่บิดาส่งมาเป็นการบูชาคุณบิดาเมื่อประกาศอรหัตผล
  37. หน้า ๑๘๗–๑๘๙ อรรถกถาหาริตเถรคาถา: อุปมาช่างศรดัดลูกศรกับการฝึกจิตให้ตรง พระหาริตเถระ พราหมณ์มหาศาลเมืองสาวัตถี ภรรยาถูกงูเห่ากัดตาย เกิดสลดใจบวช แต่เจริญกรรมฐานไม่สำเร็จจิตไม่ตรงทาง วันหนึ่งเห็นช่างศรดัดลูกศรให้ตรง จึงคิดว่าลูกศรไร้เจตนายังดัดให้ตรงได้ เหตุใดตนจะดัดจิตไม่ได้ พระศาสดาเสด็จมาประทับในอากาศเบื้องบนประทานคาถาสอนให้ยกจิตจากความเกียจคร้านดุจช่างศรดัดลูกศร ท่านจึงบรรลุอรหัตต์
  38. หน้า ๑๙๐–๑๙๓ อรรถกถาอุตติยเถรคาถา: จระเข้ผู้นำพระพุทธเจ้าข้ามฟาก และปิดวรรคที่ ๓ พระอุตติยเถระ ชาติก่อนเป็นจระเข้ใหญ่ที่แม่น้ำจันทภาคา ได้นำพระพุทธเจ้าสิทธัตถะข้ามฟากด้วยจิตเลื่อมใส ทรงพยากรณ์ว่าจะบรรลุอมตธรรม ต่อมาเกิดเป็นบุตรพราหมณ์เมืองสาวัตถี บวชเป็นปริพาชกแล้วเข้าพระศาสนาแต่ยังไม่บรรลุคุณวิเศษ จนล้มป่วยจึงเกิดสติเร่งความเพียรว่าไม่ควรประมาท ในที่สุดบรรลุอรหัตต์ ปิดท้ายวรรคที่ ๓ รวม ๑๐ พระเถระ
  39. หน้า ๑๙๔–๑๙๗ อรรถกถาคหวรตีริยเถรคาถา: พรานเนื้อผู้เลื่อมใสเพียงเสียงธรรมและช้างศึกอดทนอาวุธ พระคหวรตีริยเถระ ชาติก่อนเป็นพรานเนื้อที่เลื่อมใสเพียงได้ยินเสียงพระสิขีพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่เทวดาในป่า เกิดใหม่เป็นพราหมณ์นามอัคคิทัตตะ บวชหลังเห็นยมกปาฏิหาริย์ ไปบำเพ็ญเพียรในป่าคหวรตีระจนได้นาม เมื่อญาติทัดทานเรื่องยุงเหลือบในป่า ท่านตอบว่าจะอดทนดุจช้างศึกอดทนอาวุธ เพราะป่าเท่านั้นที่ถูกใจตน แสดงความยินดีในวิเวก เปิดวรรคที่ ๔
  40. หน้า ๑๙๘–๒๐๒ อรรถกถาสุปปิยเถรคาถา: จากพหูสูตผู้เย่อหยิ่งสู่บุตรคนเฝ้าป่าช้าผู้บรรลุนิพพานอันไม่แก่ พระสุปปิยเถระ ชาติก่อนเป็นดาบสถวายผลไม้แด่พระปทุมุตตระพุทธเจ้า แต่ภายหลังสมัยพระกัสสปะกลับเป็นพหูสูตที่ยกตนข่มผู้อื่นด้วยมานะในชาติและความรู้ จึงเกิดในตระกูลคนเฝ้าป่าช้าอันต่ำต้อยชาตินี้ ได้นามสุปปิยะ ฟังธรรมจากพระโสปากเถระสหายแล้วสลดใจบวช บรรลุอรหัตต์ ประกาศว่าแม้ชราแต่หากเพียรเผากิเลสก็บรรลุนิพพานอันไม่แก่ไม่มีอามิสได้
  41. หน้า ๒๐๓–๒๐๗ อรรถกถาโสปากเถรคาถา: ทารกรอดตายในป่าช้าและคำสอนเมตตาดุจมารดารักบุตรคนเดียว พระโสปากเถระ มารดาสิ้นชีวิตขณะคลอดในป่าช้า ทารกรอดชีวิตด้วยอานุภาพเทวดาเพราะมีบุญเก่าจากการถวายเมล็ดพืชแด่พระกกุสันธพุทธเจ้า ถูกคนเฝ้าป่าช้าเลี้ยงดูจึงได้นามโสปากะ พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดถึงป่าช้า ให้บวชและสอนเมตตาภาวนา ท่านเจริญฌานมีเมตตาเป็นอารมณ์จนบรรลุอรหัตต์ แล้วสอนภิกษุว่าพึงแผ่เมตตาแก่สัตว์ทั้งปวงดุจมารดารักบุตรคนเดียว
  42. หน้า ๒๐๘–๒๑๑ อรรถกถาโปสิยเถรคาถา: พรานผู้ถวายหญ้าและคาถาเตือนภัยของภรรยาเก่า พระโปสิยเถระ ชาติก่อนเป็นพรานถวายหญ้าปูรองนั่งแด่พระติสสพุทธเจ้าแล้วถูกราชสีห์ฆ่าตาย ไปเกิดในสวรรค์ ภายหลังเกิดเป็นน้องพระสังคามชิตเถระ บวชแล้วเข้าป่า เมื่อกลับไปเยี่ยมญาติ ภรรยาเก่าไม่เข้าใจอัธยาศัยท่าน พยายามยั่วยวน ท่านรู้ทันจึงลุกหนีโดยไม่บอกลา แล้วกล่าวคาถาเตือนว่าหญิงดีแต่เมื่อยังไม่เข้าใกล้ เข้าใกล้แล้วนำความฉิบหายมาให้เสมอ
  43. หน้า ๒๑๒–๒๑๕ อรรถกถาสามัญญกานิเถรคาถา: คำตอบเรื่องความสุขแท้แก่ปริพาชกสหายผู้ตกยาก พระสามัญญกานิเถระ บุตรปริพาชก บวชหลังเห็นยมกปาฏิหาริย์แล้วบรรลุอรหัตต์ สหายเก่าปริพาชกกาติยานะผู้ตกยากเพราะลัทธิเดียรถีย์เสื่อมลาภ มาถามถึงหนทางสู่ความสุข ท่านตอบว่าความสุขแท้คือโลกุตรสุขจากผลสมาบัติและนิพพาน ผู้เจริญมรรคมีองค์ ๘ อันตรงเท่านั้นจะได้ทั้งความสรรเสริญและยศ กาติยานะฟังแล้วเลื่อมใสจึงบวชตาม
  44. หน้า ๒๑๖–๒๑๙ อรรถกถากุมาปุตตเถรคาถา: บุตรนางกุมาและเครื่องหมายห้าประการของสมณะแท้ พระกุมาบุตรเถระ (นันทะ) บุตรนางกุมา เมืองเวฬุกัณฏกะ แคว้นอวันตี ฟังธรรมจากพระสารีบุตรแล้วบวช แต่บำเพ็ญเพียรที่ท้ายภูเขาไม่สำเร็จ จนได้เข้าเฝ้าชำระกรรมฐานจึงบรรลุอรหัตต์ ภายหลังเห็นภิกษุร่างกำยำในป่า จึงสอนว่าการฟัง ความมักน้อย การอยู่ไม่ห่วงใย การถามสิ่งเป็นประโยชน์ และการปฏิบัติตามโอวาทด้วยเคารพ คือเครื่องหมายของสมณะผู้ไม่มีกังวลอย่างแท้จริง
  45. หน้า ๒๒๐–๒๒๓ อรรถกถากุมาปุตตสหายเถรคาถา: ความสังเวชจากภิกษุจาริกวุ่นวายที่ท้ายภูเขา พระกุมาบุตรสหายเถระ (สุทันตะ) สหายรักพระกุมาบุตรเถระ ได้ยินข่าวเพื่อนบวชจึงบวชตาม บำเพ็ญเพียรร่วมกันที่ท้ายภูเขา เมื่อเห็นภิกษุจาริกจำนวนมากมาสร้างความวุ่นวาย ท่านสลดใจว่าภิกษุเหล่านี้ทอดทิ้งสมาธิด้วยความคิดฟุ้งเรื่องถิ่นที่ จึงใช้ความสังเวชนั้นเป็นเครื่องเตือนตน สอนว่าการจาริกไปตามชนบทต่างๆ ไม่ก่อประโยชน์ ควรกำจัดความแข่งดีและเจริญฌานแทน จนบรรลุอรหัตต์
  46. หน้า ๒๒๔–๒๒๗ อรรถกถาควัมปติเถรคาถา: ฤทธิ์สะกดแม่น้ำสรภูและคำสรรเสริญของพระพุทธเจ้า พระควัมปติเถระ ชาติก่อนสร้างมณฑปกิ่งซึกถวายร่มเงาพระขีณาสพ ภายหลังเป็นหนึ่งในสหายคฤหัสถ์ ๔ คนของพระยสเถระที่บวชตามและบรรลุอรหัตต์พร้อมกัน มีชื่อเสียงจากการใช้ฤทธิ์สะกดแม่น้ำสรภูที่หลากท่วมยามค่ำคืนให้หยุดนิ่งดุจยอดเขา เพื่อให้ภิกษุที่นอนริมฝั่งปลอดภัย พระพุทธเจ้าจึงตรัสสรรเสริญท่านว่าเป็นมหามุนีผู้ไม่ติดกิเลสตัณหา ถึงฝั่งแห่งภพ เป็นที่นอบน้อมของเทวดาและมนุษย์
  47. หน้า ๒๒๘–๒๓๑ อรรถกถาติสสเถรคาถา: พระญาติผู้ถือตัวถูกปลุกด้วยแสงในอากาศและอุปมาหอกแทง พระติสสเถระ พระญาติฝ่ายพระมารดาของพระพุทธเจ้า บวชตามแต่ยังถือตัวเพราะชาติกษัตริย์ มักโกรธ ตำหนิผู้อื่น ไม่ขวนขวายสมณธรรม วันหนึ่งพระศาสดาทรงเห็นท่านนอนหลับอ้าปากด้วยทิพยจักษุ เสด็จไปประทับในอากาศเบื้องบนแผ่รัศมีปลุกให้ตื่น แล้วตรัสสอนว่าดังบุรุษถูกแทงด้วยหอกหรือไฟไหม้ศีรษะต้องรีบรักษาฉันใด ภิกษุพึงมีสติละกามราคะโดยเร่งด่วนฉันนั้น ท่านฟังแล้วบรรลุอรหัตต์
  48. หน้า ๒๓๒–๒๓๓ อรรถกถาวัฑฒมานเถรคาถา: เจ้าลิจฉวีผู้ถูกถีนมิทธะครอบงำและปิดวรรคที่ ๔ พระวัฑฒมานเถระ เจ้าลิจฉวีเมืองไพศาลี ชาติก่อนถวายมะม่วงสุกแด่พระติสสพุทธเจ้า เป็นทายกยินดีในทานและอุปัฏฐากสงฆ์ เมื่อพระศาสดาให้คว่ำบาตรผู้กระทำผิด ท่านรู้สึกดุจเหยียบไฟจนช่วยไกล่เกลี่ยจนสงบ แล้วเกิดสังเวชบวช แต่ถูกถีนมิทธะครอบงำ พระศาสดาจึงตรัสคาถาเดียวกับที่ประทานแก่พระติสสเถระ เพื่อให้ละภวราคะโดยเร่งด่วนดุจรักษาแผลหอกหรือดับไฟไหม้ศีรษะ ปิดท้ายวรรคที่ ๔ รวม ๑๐ พระเถระ
  49. หน้า ๒๓๔–๒๓๗ เริ่มวรรคที่ ๕ - พระสิริวัฑฒเถระ: สายฟ้าแลบผ่านช่องเขาช่วยระงับความร้อนใจ นำสู่ฌานและอรหัต สิริวัฑฒะบุตรพราหมณ์แห่งราชคฤห์ บวชในสมาคมพระเจ้าพิมพิสาร อยู่ถ้ำใกล้ภูเขาเวภาระบำเพ็ญกรรมฐาน คราวฝนนอกฤดูสายฟ้าแลบส่องช่องเขา ลมเย็นพัดคลายความร้อนในกาย จิตท่านเป็นเอกัคคตาเพราะได้ฤดูสบาย จึงเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัต เปล่งอุทานเปรียบสายฟ้าลอดช่องเขากับภิกษุบุตรพระพุทธเจ้าผู้เจริญฌานในถ้ำภูเขา
  50. หน้า ๒๓๘–๒๔๒ พระขทิรวนิยเรวตเถระ: น้องชายพระสารีบุตรผู้หนีบวชแทนแต่งงาน เป็นเอตทัคคะภิกษุผู้อยู่ป่า และเตือนสติหลานสามเณร เรวตะน้องชายพระสารีบุตร เมื่อรู้ว่าพี่ชายบวชแล้วไม่อยากครองเรือน จึงลวงญาติหนีไปบวช เรียนกรรมฐานในป่าไม้ตะเคียนจนได้อภิญญา ๖ พระศาสดาทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะแห่งภิกษุผู้อยู่ป่า ต่อมาท่านบวชหลานชาย ๓ คน (จาลา อุปจาลา สีสูปจาลา) เมื่อพระสารีบุตรมาเยี่ยมยามท่านอาพาธ ท่านเตือนหลานให้มีสติเพราะลุงผู้มีปัญญาเฉียบแหลมกำลังมาถึง
  51. หน้า ๒๔๓–๒๔๘ พระสุมังคลเถระ: อดีตชาวนาค่อมยากจนเห็นทุกข์แห่งการเลี้ยงชีพ บวชแล้วบรรลุอรหัต เปล่งอุทานพ้นจากงานเกี่ยว-ไถ-ถาง สุมังคละเป็นชาวนายากจนใกล้สาวัตถี เห็นสักการะที่ถวายแด่สงฆ์จึงบวช แต่เบื่อหน่ายการอยู่ผู้เดียวจนคิดจะสึก ระหว่างเดินทางกลับบ้านเห็นชาวนานุ่งเปื้อนฝุ่นไถนากลางแดด เกิดความสลดใจในทุกข์ของการเลี้ยงชีพ จึงเจริญวิปัสสนาใต้โคนไม้จนบรรลุอรหัต เปล่งอุทานว่าพ้นดีแล้วจากความค่อมทั้งสาม คือการเกี่ยว ไถ และถางหญ้า
  52. หน้า ๒๔๙–๒๕๓ พระสานุเถระ: สามเณรลูกยักษิณี แม่มนุษย์ร้องไห้เตือนไม่ให้สึก เปรียบการสึกเป็นการตกกลับสู่เถ้ารึงที่ร้อนระอุ สานุสามเณรบวชแต่อายุ ๗ ขวบ มารดาในอดีตชาติเป็นยักษิณีคอยคุ้มครอง เมื่อสามเณรคิดอยากสึก ยักษิณีมารดาเข้าฝันเตือนผ่านมารดามนุษย์ไม่ให้ทำชั่ว สานุเห็นแม่ร้องไห้จึงถามเหตุ แม่อธิบายว่าการสึกเป็นเสมือนความตายในวินัยพระอริยะ เปรียบเรือนเป็นเถ้ารึงที่ร้อนดุจนรก ถามว่าอยากตกกลับไปอีกหรือ สานุสลดใจเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตในไม่ช้า
  53. หน้า ๒๕๔–๒๕๖ พระรมณียวิหารีเถระ: ต้องอาบัติแล้วคิดสึก แต่เห็นโคที่พลาดล้มลุกขึ้นได้อีก จึงกลับใจแก้ไขศีลจนบรรลุอรหัต บุตรเศรษฐีราชคฤห์บวชเพราะเห็นชายชู้ถูกลงโทษ เป็นผู้มีราคจริตจึงตกแต่งที่อยู่ให้น่ารื่นรมย์จนได้ชื่อว่ารมณียวิหารี ภายหลังพลั้งต้องอาบัติเรื่องน้ำอสุจิ เกิดวิปฏิสารคิดจะสึก ระหว่างทางเห็นโคเทียมเกวียนพลาดล้มแล้วลุกขึ้นเดินต่อได้ จึงคิดว่าตนก็ควรลุกขึ้นบำเพ็ญธรรมได้เช่นกัน กลับไปแสดงอาบัติกับพระอุบาลี ชำระศีลบริสุทธิ์แล้วบรรลุอรหัต
  54. หน้า ๒๕๗–๒๖๐ พระสมิทธิเถระ: มารส่งเสียงร้องหลอกหลอนสองครั้ง แต่ท่านไม่หวั่นไหวเพราะศรัทธา สติ ปัญญา และจิตตั้งมั่นเต็มที่ สมิทธิบุตรตระกูลมั่งคั่งในราชคฤห์บวชด้วยศรัทธา ขณะปีติที่ได้เป็นสาวกพระพุทธเจ้าและมีเพื่อนพรหมจรรย์ดี มารส่งเสียงร้องน่ากลัวหลอกหลอนแต่พระศาสดาตรัสปลอบว่าเป็นเพียงมารลวงตา ภายหลังท่านบรรลุอรหัตแล้ว มารมาหลอกซ้ำอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าท่านสิ้นอาสวะแล้ว ท่านจึงประกาศว่าศรัทธา สติ ปัญญา และสมาธิของตนไพบูลย์แล้ว ไม่มีรูปใดของมารทำให้หวั่นไหวได้อีก
  55. หน้า ๒๖๑–๒๖๓ พระอุชชยเถระ: พราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพทแต่ไม่พบสาระ หันมาบวชในพระศาสนาจนบรรลุอรหัต กล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้า อุชชยะบุตรพราหมณ์ในราชคฤห์เรียนจบไตรเพทแต่ไม่เห็นแก่นสาร ไปฟังธรรมที่เวฬุวันจนเกิดศรัทธาบวช เรียนกรรมฐานที่เหมาะแก่จริตแล้วเข้าป่าเจริญวิปัสสนา บรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน เมื่อพยากรณ์อรหัตผลท่านกล่าวคาถานอบน้อมพระพุทธเจ้าผู้ทรงหลุดพ้นจากสิ่งทั้งปวง และประกาศว่าตนก็หมดอาสวะ อยู่เป็นสุขเพราะปฏิบัติตามพระโอวาท
  56. หน้า ๒๖๔–๒๖๖ พระสัญชยเถระ: อดีตชาติเป็นคนจนทำหน้าที่ไวยาวัจกรเก็บของบูชาพระวิปัสสี บวชแล้วบรรลุอภิญญาทันทีที่ปลายมีดโกนจด ในอดีตชาติสัญชยะยากจน จึงช่วยรวบรวมของเรี่ยราดในที่ประชุมบูชาพระรัตนตรัยแทนการถวายทาน ในชาติปัจจุบันเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ราชคฤห์ เลื่อมใสเมื่อเห็นพราหมณ์ชื่อดังหันมานับถือพระศาสนา ฟังธรรมได้เป็นโสดาบันแล้วบวช บรรลุอภิญญา ๖ ทันทีที่ปลายมีดโกนจดศีรษะ ท่านกล่าวคาถาว่าตั้งแต่บวชมาไม่เคยมีความดำริชั่วเลย
  57. หน้า ๒๖๗–๒๖๙ พระรามเณยยกเถระ: มารส่งเสียงร้องหลอกแต่จิตไม่หวั่นไหว เพราะยินดียิ่งในความเป็นผู้เดียวและพระนิพพาน รามเณยยกะบุตรตระกูลมั่งคั่งในสาวัตถี บวชคราวถวายเชตวันวิหาร อยู่ป่าปฏิบัติธรรมจนได้ชื่อว่าผู้น่ารื่นรมย์ วันหนึ่งมารส่งเสียงร้องน่ากลัวหวังให้สะดุ้ง ท่านรู้ทันว่าเป็นมารุกราน จึงกล่าวคาถาว่าจิตของตนไม่หวั่นไหวเพราะเสียงร้องนกกระจาบหรือลิง เนื่องจากจิตยินดียิ่งแล้วในเอกีภาพคือพระนิพพาน ขณะกล่าวคาถานี้เองท่านก็เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต
  58. หน้า ๒๗๐–๒๗๓ จบวรรคที่ ๕ - พระวิมลเถระ: อดีตช่างเป่าสังข์บูชาพระวิปัสสี เกิดมาผุดผ่องไร้มลทิน สายฟ้าแลบยามฝนตกช่วยให้จิตตั้งมั่นจนบรรลุอรหัต วิมละเคยเป็นช่างเป่าสังข์บูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้า และในสมัยพระกัสสปะเคยรดน้ำหอมต้นโพธิ์-ซักผ้าสมณบริขารด้วยตั้งใจขอร่างกายบริสุทธิ์ จึงเกิดในตระกูลมั่งคั่งราชคฤห์โดยไม่แปดเปื้อนสิ่งใดตั้งแต่ในครรภ์ บวชแล้วอยู่ถ้ำแคว้นโกศล คราวฝนใหญ่ตกทั่วจักรวาล (นิมิตแห่งพุทธะและจักรพรรดิ) จิตท่านตั้งมั่นบรรลุอรหัต เปล่งอุทานเรื่องแผ่นดินชุ่มฝน ลมพัด สายฟ้าแลบ แต่จิตตนตั้งมั่นดี จบวรรคที่ ๕ รวม ๑๐ พระเถระ
  59. หน้า ๒๗๔–๒๘๒ เริ่มวรรคที่ ๖ - สี่สหายเถระ (โคธิกะ สุพาหุ วัลลิยะ อุตติยะ): โอรสเจ้ามัลละผู้เห็นยมกปาฏิหาริย์แล้วบวช พระเจ้าพิมพิสารลืมมุงกุฎีทำฝนไม่ตก สี่สหายโอรสเจ้ามัลละเมืองปาวา เคยถวายของแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะร่วมกันในอดีต เห็นพระศาสดาทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบเจ้าศากยะที่กบิลพัสดุ์จึงบวชและบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทาอย่างรวดเร็ว พระเจ้าพิมพิสารสร้างกุฎีถวายแต่ลืมมุงหลังคา ฝนจึงไม่ตกจนกว่าจะมุงเสร็จ แต่ละองค์เข้าเมตตาฌานแล้วเปล่งอุทานต้อนรับฝนที่ตกลงมาเป็นเสียงเพลง ว่ากุฎีมุงดีแล้ว จิตตั้งมั่นดีแล้ว เชิญฝนตกลงมาเถิด โดยสุพาหุเสริมเรื่องกายคตาสติ วัลลิยะเสริมความไม่ประมาท อุตติยะเสริมความอยู่ผู้เดียว
  60. หน้า ๒๘๓–๒๘๕ พระอัญชนวนิยเถระ: เจ้าวัชชีบวชหลังภัยสามอย่างสงบด้วยพุทธานุภาพ ใช้ตั่งเก่าทำเป็นกุฎีในป่าอัญชนวันจนบรรลุวิชชา ๓ อัญชนวนิยเถระเป็นเจ้าวัชชีในไพศาลี เกิดในช่วงที่แคว้นประสบภัยฝนแล้ง โรคระบาด และอมนุษย์ ต่อมาภัยสงบเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมา ท่านเห็นพุทธานุภาพจึงบวชพร้อมเจ้าลิจฉวีสหายหลายองค์ อยู่ป่าช้าในป่าอัญชนวันเมืองสาเกต นำตั่งเก่าที่คนทิ้งมาทำเป็นกุฎีเรียบง่ายก่อนเข้าพรรษา บรรลุวิชชา ๓ ภายในเดือนแรก เปล่งอุทานแสดงความมักน้อยสันโดษในเสนาสนะของตน
  61. หน้า ๒๘๖–๒๘๙ พระกุฏีวิหารีเถระ (องค์ที่ ๑): บรรลุอรหัตในกระท่อมคนเฝ้านา บทสนทนากับคนเฝ้านากลายเป็นคาถา พระศาสดาพยากรณ์อนาคตเป็นปัจเจกพุทธเจ้าแก่เขา ในอดีตชาติท่านโยนหม้อน้ำเย็นถวายพระพุทธเจ้าปทุมุตตระที่เสด็จเหาะผ่าน ชาติปัจจุบันบวชและเจริญวิปัสสนา เย็นวันหนึ่งฝนตกจึงเข้าไปนั่งในกระท่อมคนเฝ้านา บรรลุอรหัตพอดี เมื่อคนเฝ้านากลับมาถามว่าใครอยู่ในกระท่อม ท่านตอบว่าภิกษุผู้ปราศจากราคะจิตตั้งมั่นอยู่ กระท่อมที่สร้างไว้ไม่ไร้ประโยชน์ พระศาสดาทรงได้ยินด้วยทิพโสตจึงพยากรณ์แก่คนเฝ้านาว่าจะได้เป็นจอมเทพและจักรพรรดิหลายครั้งก่อนตรัสรู้เป็นปัจเจกพุทธเจ้านามรัตนกุฏี
  62. หน้า ๒๙๐–๒๙๑ พระกุฏิวิหารีเถระ (องค์ที่ ๒): เทวดาเตือนสติภิกษุผู้หมกมุ่นอยากสร้างกุฎีใหม่แทนที่จะบำเพ็ญสมณธรรม ด้วยคาถา "กุฎีใหม่นำทุกข์มาให้" พระเถระองค์นี้บวชแล้วอยู่กุฎีเก่าแต่ไม่บำเพ็ญสมณธรรม กลับหมกมุ่นคิดแต่จะสร้างกุฎีใหม่เพราะกุฎีเดิมทรุดโทรม เทวดาผู้หวังดีจึงกล่าวคาถาเตือนสติว่ากุฎีนี้เก่าแล้วก็จริง แต่จงละความหวังในกุฎีใหม่เสีย เพราะกุฎีใหม่นำทุกข์มาให้ ซึ่งมีนัยเปรียบกุฎีกับอัตภาพ-การเกิดใหม่ในภพต่อไป ท่านสลดใจเริ่มวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน (เนื้อหาต่อเนื่องเกินหน้า ๒๙๑ ยังไม่จบในช่วงนี้)
  63. หน้า ๒๙๒–๒๙๓ อรรถกถาทุติยกุฏิวิหารีเถระ: เทวดาเตือนสติภิกษุผู้มัวปรารถนากุฏิใหม่แทนการเจริญภาวนา พระทุติยกุฏิวิหารีเถระบวชแล้วอยู่ในกุฏิเก่า แต่มัวคิดจะสร้างกุฏิใหม่แทนการบำเพ็ญสมณธรรม เทวดาผู้หวังดีจึงกล่าวคาถาเตือนว่ากุฏิใหม่นำทุกข์มาให้ อรรถกถาขยายความว่าหมายถึงการปรารถนาอัตภาพใหม่คือการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง ท่านสลดใจ เร่งเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตผลในเวลาไม่นาน เป็นอุทาหรณ์เตือนใจไม่ให้มัวสาละวนกับสิ่งภายนอกจนละเลยการปฏิบัติธรรม
  64. หน้า ๒๙๔–๒๙๗ อรรถกถารมณียกุฏิกเถระ: ปฏิเสธการยั่วยวนของหญิงนักเลงด้วยคาถาประกาศความหมดกิเลส พระรมณียกุฏิกเถระพำนักในกระท่อมสวยงามน่ารื่นรมย์กลางป่าแคว้นวัชชี วันหนึ่งหญิงนักเลงกลุ่มหนึ่งมาเกี้ยวพาราสีโดยอ้างว่าตนก็มีรูปโฉมงดงามเช่นกัน ท่านจึงกล่าวคาถาปฏิเสธว่ากุฏิของท่านเป็นของที่ทายกถวายด้วยศรัทธา ตนไม่ต้องการหญิงสาวใด ผู้ใดมีความต้องการก็จงไปที่อื่น อรรถกถาอธิบายว่าเป็นการประกาศพระอรหัตผลโดยแสดงความปราศจากราคะโดยสิ้นเชิง
  65. หน้า ๒๙๘–๓๐๐ อรรถกถาโกสัลลวิหารีเถระ: บวชด้วยศรัทธา อาศัยอาวาสสัปปายะในป่าแคว้นโกศลจนบรรลุอรหัต พระโกสัลลวิหารีเถระบวชด้วยศรัทธา อาศัยอยู่ในป่าใกล้ตระกูลอุบาสกในแคว้นโกศล อุบาสกเห็นท่านนั่งใต้โคนไม้จึงสร้างกุฏิถวาย ท่านได้อาวาสสัปปายะจนจิตเป็นสมาธิ เจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตผลไม่นาน เมื่อบรรลุแล้วเปล่งอุทานว่าตนบวชด้วยศรัทธา สร้างกุฏิในป่า ไม่ประมาท มีความเพียร มีสติสัมปชัญญะ เป็นแบบอย่างความสำคัญของอาวาสที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติ
  66. หน้า ๓๐๑–๓๑๐ อรรถกถาสีวลีเถระ: กำเนิดในครรภ์นางสุปปวาสานาน 7 ปี สู่ตำแหน่งเอตทัคคะผู้เลิศด้วยลาภ เรื่องราวพระสีวลีเถระ ผู้ตั้งความปรารถนาเป็นเอตทัคคะด้านลาภสักการะสมัยพระปทุมุตตระพุทธเจ้า ท่านถือปฏิสนธิในครรภ์นางสุปปวาสาราชธิดาโกลิยะนานถึง 7 ปี 7 วันจึงประสูติ ระหว่างตั้งครรภ์มีผู้นำเครื่องบรรณาการมาถวายมารดาไม่ขาดสาย หลังประสูติพระสารีบุตรให้บวชและท่านบรรลุอรหัตทันทีขณะโกนผมปมสุดท้าย พระพุทธเจ้าทรงแต่งตั้งท่านเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุผู้มีลาภและยศทั้งหลาย
  67. หน้า ๓๑๑–๓๑๔ อรรถกถาวัปปเถระ: หนึ่งในปัญจวัคคีย์ผู้บรรลุโสดาบันจากปฐมเทศนาธรรมจักรกัปปวัตนสูตร พระวัปปเถระเป็นบุตรพราหมณ์วาเสฏฐะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ที่ออกบวชเป็นดาบสรอฟังธรรมจากสิทธัตถกุมารตามคำทำนายของอสิตฤษี เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรที่ป่าอิสิปตนะ ท่านบรรลุโสดาปัตติผลในวันปาฏิบทและบรรลุอรหัตผลต่อมา คาถาของท่านแสดงว่าผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ย่อมเห็นทั้งคนพาลที่เห็นและไม่เห็นความจริง ต่างจากคนพาลที่มองไม่เห็นสิ่งใดเลยแม้แต่คนพาลด้วยกันเอง
  68. หน้า ๓๑๕–๓๑๘ อรรถกถาวัชชีปุตตกเถระ: เทวดาเตือนสติภิกษุผู้ใจเขวเพราะเสียงมหรสพขณะปฏิบัติธรรมในป่า ภิกษุวัชชีปุตตกะปฏิบัติกรรมฐานในป่าใกล้เมืองไพศาลี ได้ยินเสียงมหรสพครึกครื้นในเมืองจนใจเขว บ่นคาถาว่าตนช่างโดดเดี่ยวยิ่งกว่าใครในยามค่ำคืน เทวดาประจำป่าจึงกล่าวคาถาปลอบและเตือนสติว่าคนจำนวนมากกลับปรารถนาความสงบเช่นท่าน เปรียบดังสัตว์นรกที่ใฝ่ฝันถึงผู้ไปสวรรค์ ภิกษุได้สติกลับมาเจริญวิปัสสนาอย่างจริงจังจนบรรลุอรหัตผลในเวลาไม่นาน
  69. หน้า ๓๑๙–๓๒๒ อรรถกถาปักขเถระ: เห็นเหยี่ยวแย่งชิ้นเนื้อเป็นอุปมาสังสารวัฏ สู่การบรรลุอรหัตผล พระปักขเถระเดิมชื่อสัมโมทกุมาร ป่วยเป็นโรคลมเดินขาพิการตั้งแต่เด็กจนได้ชื่อใหม่ว่าปักขะ ภายหลังบวชและเรียนกรรมฐาน วันหนึ่งขณะบิณฑบาตเห็นฝูงเหยี่ยวแย่งชิงชิ้นเนื้อกันไปมาในอากาศ จึงพิจารณาว่ากามคุณก็เป็นเช่นเดียวกับชิ้นเนื้อนั้น คือเป็นเหตุแห่งทุกข์และการแย่งชิงของหมู่สัตว์ ท่านเจริญวิปัสสนาต่อจนบรรลุอรหัตผล คาถาเปรียบสัตว์ที่เวียนว่ายในสงสารเหมือนเหยี่ยวที่หมุนเวียนแย่งเหยื่อไม่รู้จบ
  70. หน้า ๓๒๓–๓๒๗ อรรถกถาวิมลโกณฑัญญเถระ: โอรสนางอัมพปาลีกับพระเจ้าพิมพิสาร ผู้ทำลายมานะด้วยปัญญา พระวิมลโกณฑัญญเถระ เดิมชื่อวิมละ เป็นโอรสของนางอัมพปาลีหญิงงามเมืองไพศาลีกับพระเจ้าพิมพิสารซึ่งปลอมพระองค์ไปพบนางในวัยหนุ่ม เติบโตแล้วเลื่อมใสในพุทธานุภาพ บวชและบรรลุอรหัตผล คาถาของท่านกล่าวถึงการเป็นบุตรของกษัตริย์ผู้ทรงเศวตฉัตร แต่ทำลายธงคือมานะกิเลสได้ด้วยปัญญา อรรถกถาอธิบายว่าท่านเลือกใช้ถ้อยคำหลีกเลี่ยงการยกย่องตนขณะประกาศการบรรลุธรรม
  71. หน้า ๓๒๘–๓๓๑ อรรถกถาอุกเขปกตวัจฉเถระ: ผู้จำแนกพระไตรปิฎกเป็นหมวดหมู่จนแสดงธรรมแก่คฤหัสถ์ได้แตกฉาน พระวัจฉะบวชแล้วเรียนธรรมจากภิกษุหลายรูปโดยไม่รู้ว่าสิ่งใดเป็นวินัย สูตร หรืออภิธรรม จึงสอบถามพระสารีบุตรจนกำหนดแยกปิฎกได้ชัดเจน ท่านศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน เจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตผล ภายหลังแสดงธรรมแก่คฤหัสถ์ด้วยความปราโมทย์อันโอฬาร เป็นที่มาของสมัญญานามอุกเขปกตวัจฉะ หมายถึงผู้ที่พระวัจฉะจัดระเบียบพระธรรมไว้แล้วนั่นเอง
  72. หน้า ๓๓๒–๓๓๕ อรรถกถาเมฆิยเถระ: อุปัฏฐากผู้ฝ่าฝืนคำทัดทานไปเจริญภาวนาป่ามะม่วงแล้วถูกมิจฉาวิตกรบกวน พระเมฆิยะเป็นพุทธอุปัฏฐาก เห็นป่ามะม่วงริมฝั่งน้ำกิมิกาลาน่ารื่นรมย์ ทูลขอไปเจริญภาวนาที่นั่นทั้งที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามถึงสองครั้ง เมื่อไปถึงกลับถูกมิจฉาวิตกรบกวนจนจิตไม่สงบ ต้องกลับมาทูลรายงาน พระพุทธเจ้าจึงประทานโอวาทธรรม 5 ประการเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติ ท่านปฏิบัติตามจนบรรลุอรหัตผล เรื่องนี้เป็นที่มาของหลักธรรมว่าด้วยปัจจัยเกื้อกูลการเจริญจิตที่ปรากฏซ้ำในพระสูตรอื่น
  73. หน้า ๓๓๖–๓๓๙ อรรถกถาเอกธัมมสวนียเถระ: ฟังธรรมครั้งเดียวบรรลุอรหัตตั้งแต่วัยเจ็ดขวบ พระเถระผู้นี้ในอดีตชาติเคยเป็นพระเจ้ากิกีพรหมทัตผู้เสียใจที่หาผู้แสดงธรรมไม่ได้เมื่อพระศาสนาเสื่อมสูญ จนท้าวสักกะเสด็จมาแสดงคาถา อนิจฺจา วต สงฺขารา ให้ฟัง ในชาตินี้เกิดเป็นบุตรเศรษฐี ได้ฟังพระพุทธเจ้าแสดงคาถาบทเดียวกันนั้นอีกครั้ง เกิดความสลดใจพิจารณาทุกขสัญญาและอนัตตสัญญา บรรลุอรหัตผลตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ จึงได้สมัญญานามว่าเอกธัมมสวนียะ ผู้บรรลุด้วยการฟังธรรมบทเดียว
  74. หน้า ๓๔๐–๓๔๔ อรรถกถาเอกุทานิยเถระ: เปล่งอุทานบทเดียวซ้ำนานสองหมื่นปีก่อนบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย พระเถระเคยเศร้าโศกเมื่อพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพานเพราะไม่ทันได้ทำบุญ พระสาคระแนะให้บูชาพระสถูปแทน ต่อมาเกิดเป็นมนุษย์สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ฟังคาถาอธิเจตโสแล้วท่องซ้ำตลอดสองหมื่นปีโดยยังไม่บรรลุธรรมเพราะญาณยังไม่แก่กล้า จนชาติสุดท้ายฟังพระพุทธเจ้าเปล่งอุทานบทเดียวกันนี้แก่พระสารีบุตร จึงเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตผล ได้สมัญญานามเอกุทานิยะเพราะเปล่งอุทานคาถาเดียวซ้ำเสมอ
  75. หน้า ๓๔๕–๓๔๘ อรรถกถาฉันนเถระ: สารถีผู้ยึดติดพระพุทธเจ้าจนถูกพรหมทัณฑ์ ก่อนบรรลุอรหัตหลังปรินิพพาน พระฉันนะเป็นสารถีคู่พระทัยของพระโพธิสัตว์ตั้งแต่ประสูติ บวชด้วยศรัทธาแต่ยึดติดว่าพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นของตน เกิดมานะจนไม่ยอมบำเพ็ญสมณธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานทรงสั่งให้ลงพรหมทัณฑ์ไว้ล่วงหน้า ท่านถูกสงฆ์คว่ำบาตรตามพุทธบัญชาจนสลดใจ ตัดความยึดติดได้ เจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตผลในเวลาไม่นาน เป็นตัวอย่างพลังของพรหมทัณฑ์ในการปลุกสติภิกษุผู้ประมาท
  76. หน้า ๓๔๙–๓๕๔ อรรถกถาปุณณเถรคาถา: พระปุณณะผู้ถวายเพลิงศพพระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีตชาติ ภายหลังบวชไปเผยแผ่ธรรมที่สุนาปรันตชนบทจนบรรลุอรหัต พร้อมสรุปรายชื่อ ๑๐ พระเถระวรรคที่ ๗ พระปุณณเถระในอดีตชาติเป็นดาบสผู้ถวายเพลิงศพพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยไม้หอม เทวดาพยากรณ์ว่าจะได้ชื่อปุณณะ ชาตินี้เป็นพ่อค้าเมืองสุปปารกะ ทูลขอโอวาทย่อจากพระพุทธเจ้าก่อนไปค้าขายไกลบ้าน บรรลุวิชชา ๓ แล้วกลับมาโปรดชาวเมืองจนมีผู้เลื่อมใสนับพัน สร้างคันธกุฎีถวาย คาถาสรุปว่าศีลเป็นเลิศแต่ปัญญาเป็นเหตุแห่งชัยชนะทั้งปวง ท้ายบทมีรายชื่อพระเถระ ๑๐ รูปในวรรคที่ ๗
  77. หน้า ๓๕๕–๓๕๘ วรรคที่ ๘ อรรถกถาวัจฉปาลเถรคาถา: พราหมณ์ผู้ถวายข้าวปายาสแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าขณะเสด็จจงกรมกลางอากาศ ชาตินี้บวชแล้วบรรลุอภิญญา ๖ ภายใน ๗ วัน เปิดวรรคที่ ๘ ด้วยเรื่องพระวัจฉปาลเถระ อดีตพราหมณ์บูชายัญที่เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จจงกรมในอากาศจนเกิดศรัทธาถวายข้าวปายาส ชาตินี้เกิดเป็นบุตรพราหมณ์เมืองราชคฤห์ เลื่อมใสเมื่อเห็นพระอุรุเวลกัสสปแสดงฤทธิ์และถ่อมตนต่อพระศาสดา จึงบวชและบรรลุอภิญญา ๖ ภายใน ๗ วัน คาถาสอนว่าผู้เห็นธรรมละเอียดสุขุม มีปัญญาเฉียบแหลม ถ่อมตน และประพฤติศีลของพระพุทธเจ้าโดยเอื้อเฟื้อ ย่อมบรรลุนิพพานได้ไม่ยาก
  78. หน้า ๓๕๙–๓๖๒ อรรถกถาอาตุมเถรคาถา: บุตรเศรษฐีผู้ปฏิเสธการแต่งงานที่มารดาจัดให้ เปรียบชีวิตครองเรือนกับหน่อไม้ที่แตกกิ่งก้านจนถอนออกยาก จึงบวชและได้อภิญญา ๖ พระอาตุมเถระเป็นบุตรเศรษฐีเมืองสาวัตถีที่มารดาต้องการหาภรรยาให้ แต่ท่านเห็นว่าหากมีบุตรธิดาแล้วจะถอนตัวออกบวชได้ยาก เปรียบดังหน่อไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขาจนขุดออกจากกอยาก จึงตัดสินใจบวชก่อน แม้มารดาพยายามเกลี้ยกล่อมให้สึกก็ไม่หวั่นไหว เจริญวิปัสสนาจนได้อภิญญา ๖ แล้วเหาะจากไปต่อหน้ามารดา สะท้อนอันตรายของภาระผูกพันทางครอบครัวต่อการปฏิบัติธรรม
  79. หน้า ๓๖๓–๓๖๘ อรรถกถามาณวเถรคาถา: หมอดูผู้พยากรณ์พระวิปัสสีโพธิสัตว์ตั้งแต่ประสูติ ชาตินี้เป็นพราหมณ์หนุ่มเห็นคนแก่คนเจ็บคนตายจึงสลดใจออกบวชเมื่ออายุ ๗ ขวบ พระมาณวเถระในอดีตชาติเป็นหมอทำนายลักษณะที่พยากรณ์นิมิตประสูติของพระวิปัสสีโพธิสัตว์ พร้อมพรรณนาปาฏิหาริย์ต่างๆ เช่นแผ่นดินไหว แสงสว่างไพบูลย์ แม่น้ำหยุดไหล ชาตินี้เกิดเป็นบุตรพราหมณ์มหาศาลที่เติบโตในวังจนอายุ ๗ ปีจึงได้เห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตายเป็นครั้งแรกระหว่างไปเที่ยวสวน เกิดความสลดใจจนขอบวชและบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นพลังของการเห็นทุกข์ประจักษ์ต่อจิตใจแม้ในเด็ก
  80. หน้า ๓๖๙–๓๗๒ อรรถกถาสุยามนเถรคาถา: อาจารย์สอนมนต์พราหมณ์ผู้ถวายภัตตาหารแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ชาตินี้บรรลุอรหัตขณะจรดมีดโกนบวช พร้อมคำอธิบายนิวรณ์ ๕ พระสุยามนเถระอดีตเป็นอาจารย์สอนมนต์พราหมณ์ผู้ต้อนรับและถวายภัตตาหารแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ชาตินี้เป็นพราหมณ์ผู้จบไตรเพทแต่เบื่อหน่ายกามและน้อมใจไปทางฌาน บวชแล้วบรรลุอรหัตทันทีขณะโกนผม คาถาประกาศว่านิวรณ์ทั้ง ๕ คือกามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา ไม่มีเหลือในภิกษุผู้บรรลุแล้ว อรรถกถาอธิบายความหมายของนิวรณ์แต่ละข้ออย่างละเอียด
  81. หน้า ๓๗๓–๓๗๗ อรรถกถาสุสารทเถรคาถา: ดาบสผู้ถวายผลไม้แด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ชาตินี้เป็นญาติพระสารีบุตรผู้มีปัญญาน้อยแต่บรรลุอรหัตด้วยอานุภาพการคบสัตบุรุษ พระสุสารทเถระอดีตเป็นดาบสในหิมพานต์ผู้ถวายผลไม้แด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ชาตินี้เกิดในตระกูลพราหมณ์ญาติพระธรรมเสนาบดี (พระสารีบุตร) ได้ชื่อว่าสุสารทะเพราะมีปัญญาน้อย แต่เมื่อฟังธรรมจากพระสารีบุตรก็บวชและบรรลุอรหัต คาถาสรรเสริญคุณของการได้เห็นและคบหาสัตบุรุษว่าช่วยตัดความสงสัยและเจริญปัญญา ถึงขั้นทำให้คนพาลกลายเป็นบัณฑิตได้
  82. หน้า ๓๗๘–๓๘๑ อรรถกถาปิยัญชหเถรคาถา: รุกขเทวดาผู้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าจากความสะอาดของเนินทราย ชาตินี้เป็นนักรบแคว้นลิจฉวีไม่เคยพ่ายแพ้ก่อนบวชบรรลุอรหัต พระปิยัญชหเถระอดีตเป็นรุกขเทวดาผู้เห็นเนินทรายริมแม่น้ำคงคาอันสะอาดแล้วน้อมระลึกถึงความบริสุทธิ์แห่งพระคุณของพระพุทธเจ้า ชาตินี้เกิดเป็นเจ้าลิจฉวีนักรบผู้เกรียงไกรไม่เคยแพ้สงคราม บวชเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จเมืองไพศาลีแล้วบรรลุอรหัต คาถาสอนหลักปฏิบัติของอริยชนที่ตรงข้ามปุถุชน คือถ่อมตนเมื่อผู้อื่นยกย่อง ยกใจตนเมื่อท้อแท้ ประพฤติพรหมจรรย์และไม่ยินดีในกามแม้ผู้อื่นจะเป็นเช่นไร
  83. หน้า ๓๘๒–๓๘๕ อรรถกถาหัตถาโรหปุตตเถรคาถา: บุตรนายควาญช้างผู้เปรียบการฝึกจิตด้วยวิปัสสนากับการฝึกช้างตกมันด้วยขอสับจนบรรลุอรหัต พระหัตถาโรหปุตตเถระอดีตเคยบูชาดอกไม้แด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ชาตินี้เกิดในตระกูลนายควาญช้างเมืองสาวัตถี ขณะฝึกช้างเกิดความคิดว่าการฝึกตนเองสำคัญกว่าจึงบวช ท่านใช้อุปมาการฝึกจิตที่เคยท่องเที่ยวไปตามอารมณ์ต่างๆ ตามใจปรารถนา ว่าต้องข่มด้วยโยนิโสมนสิการเหมือนนายควาญช้างผู้ชำนาญข่มช้างตกมันด้วยขอสับ จนเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตผลสำเร็จ
  84. หน้า ๓๘๖–๓๘๘ อรรถกถาเมณฑสิรเถรคาถา: ดาบสหัวหน้าฤาษีผู้พาศิษย์บูชาดอกบัวแด่พระพุทธเจ้าและสอนความไม่ประมาท ชาตินี้ได้ชื่อจากศีรษะคล้ายแกะ บรรลุอภิญญา ๖ พระเมณฑสิรเถระอดีตเป็นหัวหน้าดาบสในป่าหิมพานต์ผู้พาศิษย์นำดอกบัวมาบูชาพระพุทธเจ้าและสอนศิษย์เรื่องความไม่ประมาท ชาตินี้เกิดในตระกูลคฤหบดีเมืองสาเกต ได้ชื่อเมณฑสิระเพราะศีรษะคล้ายแกะ บวชแล้วเจริญสมถะและวิปัสสนาจนได้อภิญญา ๖ คาถาสะท้อนความรู้สึกโล่งใจหลังท่องเที่ยวเวียนว่ายในสังสารวัฏนับไม่ถ้วนก่อนจะประสบญาณดับกองทุกข์ได้ในที่สุด
  85. หน้า ๓๘๙–๓๙๑ อรรถกถารักขิตเถรคาถา (โสภิตเถระ): ศากยกุมารในบริวาร ๕๐๐ ผู้บรรลุอรหัตหลังฟังกุณาลชาดกเรื่องโทษของสตรีที่แม่น้ำกุณาลทหะ พระรักขิตเถระ (ในอปทานเรียกพระโสภิต) อดีตเคยสรรเสริญพระญาณของพระปทุมุตตรพุทธเจ้าจนได้รับพยากรณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นสาวก ชาตินี้เป็นหนึ่งใน ๕๐๐ ราชกุมารศากยะและโกลิยะที่บวชตามเสด็จ เมื่อพระศาสดาทรงแสดงกุณาลชาดกว่าด้วยโทษของสตรีที่แม่น้ำกุณาลทหะเพื่อระงับความกระสัน ท่านจึงเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัต คาถาประกาศว่าละราคะ โทสะ โมหะได้หมดสิ้นแล้วจึงเยือกเย็นดับความร้อนใจ
  86. หน้า ๓๙๒–๓๙๔ อรรถกถาอุคคเถรคาถา: บุตรเศรษฐีผู้บูชาดอกการะเกดแด่พระสิขีพุทธเจ้า ชาตินี้บรรลุอรหัตปิดวรรคที่ ๘ พร้อมสรุปรายชื่อ ๑๐ พระเถระ พระอุคคเถระอดีตถวายดอกการะเกดแด่พระสิขีพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ชาตินี้เกิดเป็นบุตรเศรษฐีในอุคคนิคมแคว้นโกศล บวชแล้วบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน คาถาประกาศว่ากรรมทั้งปวงไม่ว่าน้อยหรือมากที่ทำไว้สิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ไม่มีการเกิดในภพใหม่อีกต่อไป ปิดท้ายวรรคที่ ๘ ด้วยรายชื่อพระเถระทั้ง ๑๐ รูปในวรรคนี้
  87. หน้า ๓๙๕–๓๙๘ วรรคที่ ๙ อรรถกถาสมิติคุตตเถรคาถา: อดีตกรรมถ่มน้ำลายใส่พระปัจเจกพุทธเจ้าและด่าอุบาสกว่าเป็นโรคเรื้อน ทำให้ตกนรกซ้ำและป่วยโรคเรื้อนก่อนบรรลุอรหัต เปิดวรรคที่ ๙ ด้วยเรื่องพระสมิติคุตตเถระผู้เคยทำบุญมากมายแต่ในบางชาติดูหมิ่นพระปัจเจกพุทธเจ้าว่าเป็นโรคเรื้อนแล้วถ่มน้ำลายใส่ และในอีกชาติด่าอุบาสกผู้มีศีลทำนองเดียวกัน ผลกรรมทำให้ตกนรกซ้ำสองครั้งและชาตินี้แม้บวชแล้วมีศีลบริสุทธิ์ก็ยังป่วยเป็นโรคเรื้อนจนต้องพักในโรงพยาบาลสงฆ์ พระสารีบุตรแนะกรรมฐานพิจารณาเวทนาให้ ท่านจึงบรรลุอภิญญา ๖ คาถาสะท้อนกฎแห่งกรรมว่าบาปเก่าต้องเสวยผลแม้บรรลุธรรมแล้ว
  88. หน้า ๓๙๙–๔๐๒ อรรถกถากัสสปเถรคาถา: มารดาผู้อวยพรให้บุตรออกเดินทางเผยแผ่ธรรมอย่างปลอดภัย คาถาโอวาทที่กลายเป็นกุญแจสู่อรหัตผล พระกัสสปเถระอดีตเคยบูชาดอกมะลิแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าจนดอกไม้เกิดเป็นเพดานอัศจรรย์ ชาตินี้เป็นบุตรพราหมณ์เมืองสาวัตถีที่บรรลุโสดาบันตั้งแต่ฟังธรรมครั้งแรกแล้วบวช เมื่อจะตามเสด็จพระศาสดาจาริกไปต่างเมือง มารดาได้ให้โอวาทเป็นคาถาอวยพรให้ไปในถิ่นที่หาอาหารง่าย ปลอดภัย ไม่มีภัย อย่าให้ประสบความเศร้าโศก ท่านนำคำอวยพรนี้มาพิจารณาจนเกิดอุตสาหะเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน
  89. หน้า ๔๐๓–๔๐๕ อรรถกถาสีหเถรคาถา: กินนรผู้บูชาแก่นจันทน์แด่พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า ชาตินี้เป็นเจ้ามัลละกุมารที่จิตฟุ้งซ่านจนพระศาสดาเสด็จมาโอวาทเป็นการเฉพาะ พระสีหเถระอดีตเป็นกินนรกินดอกไม้เป็นอาหารผู้บูชาแก่นจันทน์แด่พระอัตถทัสสีพุทธเจ้าที่เสด็จลงจากอากาศมาโปรด ชาตินี้เกิดเป็นเจ้ามัลละกุมาร บวชแล้วแต่จิตวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ ไม่อาจทำวิปัสสนาให้สำเร็จ พระพุทธเจ้าจึงเสด็จมาประทับยืนกลางอากาศโอวาทให้ไม่ประมาททั้งกลางวันกลางคืนและละฉันทราคะโดยเร็ว เมื่อจบคาถาท่านก็บรรลุอรหัตทันที
  90. หน้า ๔๐๖–๔๐๘ พระนีตเถระ: บวชเพราะหวังความสบาย เกียจคร้านหลับคลุกคลี พระศาสดาตรัสเตือนให้เร่งทำที่สุดทุกข์ อดีตชาติเป็นพราหมณ์สุนันทะบูชาพระปทุมุตตระด้วยดอกไม้จนกลายเป็นเพดานดอกไม้คลุมทั่วพระนคร ชาติสุดท้ายบวชด้วยหวังความสบายเพราะเห็นสมณะกินดีอยู่ดี แต่ทิ้งกรรมฐานหลังเรียนได้ไม่กี่วัน มัวเสวยสุขคลุกคลีสนทนาไร้สาระทั้งวันจนนอนหลับทั้งคืน พระศาสดาตรัสเตือนว่าคนโง่เขลาเช่นนี้เมื่อไรจะทำที่สุดทุกข์ได้ ท่านสลดใจเร่งเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต
  91. หน้า ๔๐๙–๔๑๑ พระสุนาคเถระ: พราหมณ์ผู้ทำนายพระลักษณะพระพุทธเจ้าล่วงหน้า สอนวิธีฉลาดถือนิมิตจิตสู่นิรามิสสุข อดีตชาติเป็นพราหมณ์สอนมนต์แก่ศิษย์ ๓,๐๐๐ คนใกล้ภูเขาหิมวันต์ ตรวจพระลักษณะพระโพธิสัตว์แล้วเชื่อมั่นว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้พิชิตมาร ชาติสุดท้ายเป็นสหายคฤหัสถ์ของพระสารีบุตร ฟังธรรมแล้วบวชบรรลุอรหัต คาถาของท่านสอนว่าผู้ฉลาดในการยกจิตข่มจิตตามสมัย เสวยรสวิเวก เพ่งฌาน รักษากรรมฐานด้วยสติมั่นคง ย่อมบรรลุสุขที่ไม่เจือด้วยกามและวัฏฏะได้แน่นอน
  92. หน้า ๔๑๒–๔๑๕ พระนาคิตเถระ: ไม่มีทางแห่งพระนิพพานนอกอริยมรรค พระศาสดาทรงสอนง่ายดุจโชว์ผลมะขามป้อมในฝ่ามือ อดีตชาติเป็นพราหมณ์นารทะชมเชยพระปทุมุตตระด้วยคาถา ๓ บทเมื่อเห็นเสด็จผ่าน ชาติสุดท้ายเกิดในศากยตระกูล ฟังมธุปิณฑิกสูตรแล้วบวชบรรลุอรหัต คาถาของท่านประกาศว่าลัทธิเดียรถีย์นอกพระศาสนาไม่มีทางถึงนิพพานเหมือนอริยมรรคมีองค์ ๘ และพระศาสดาทรงสอนภิกษุสงฆ์ด้วยพระองค์เองอย่างแจ่มแจ้ง เปรียบเหมือนทรงแสดงผลมะขามป้อมในฝ่าพระหัตถ์ให้เห็นชัดโดยง่าย
  93. หน้า ๔๑๖–๔๑๘ พระปวิฏฐเถระ: จากดาบสเกสวะผู้เลื่อมใสฟังธรรม สู่การเห็นเบญจขันธ์ตามจริงจนสิ้นภพใหม่ อดีตชาติเป็นดาบสชื่อเกสวะ ฟังธรรมพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าแล้วเลื่อมใส ชาติสุดท้ายบวชเป็นปริพาชกก่อน จนได้ยินข่าวว่าพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบวชในพระศาสนา จึงตามไปฟังธรรมและบวชตามแล้วบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน คาถาของท่านกล่าวถึงการเห็นเบญจขันธ์ตามความเป็นจริง ทำลายภพทั้งปวงได้แล้ว ชาติสงสารสิ้น ไม่มีภพใหม่อีกต่อไป
  94. หน้า ๔๑๙–๔๒๑ พระอัชชุนเถระ: จากราชสีห์ผู้บูชาดอกรังสู่พระอรหันต์ผู้ยกตนพ้นห้วงน้ำคือกิเลสด้วยเรือคืออริยมรรค อดีตชาติเป็นราชสีห์บูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยดอกรัง ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเศรษฐี บวชเป็นนิครนถ์ก่อนแต่ไม่พบสาระ จนเห็นยมกปาฏิหาริย์จึงเลื่อมใสบวชในพระศาสนาและบรรลุอรหัต คาถาของท่านเปรียบการหลุดพ้นจากกิเลสดุจคนถูกน้ำท่วมพัดพาแต่สามารถยกตนขึ้นจากน้ำสู่บกได้ โดยอาศัยเรือคืออริยมรรคที่พระศาสดาประทาน จนแทงตลอดอริยสัจสำเร็จ
  95. หน้า ๔๒๒–๔๒๕ พระเทวสภเถระ (ที่ ๑): จากพรานป่าถวายผลมะหาดสู่กษัตริย์ผู้สละราชสมบัติ ข้ามพ้นเปือกตมกิเลสทั้งปวง อดีตชาติเป็นพรานฆ่าสัตว์ ถวายผลมะหาดแด่พระพุทธเจ้าด้วยศรัทธาแม้ไม่มีไทยธรรมอื่นถวาย ชาติสุดท้ายเป็นโอรสพระเจ้ามณฑลิกะ ทรงชราแล้วฟังธรรมสลดพระทัยสละราชสมบัติผนวชบรรลุอรหัต คาถาของท่านประกาศว่าข้ามพ้นกามราคะดุจเปือกตม ฉันทราคะดุจหล่ม เว้นทิฏฐิราคะดุจบาดาล พ้นโอฆะและเครื่องร้อยรัด กำจัดมานะได้หมดสิ้นแล้ว
  96. หน้า ๔๒๖–๔๒๘ พระสามิทัตตเถระ: บูชาฉัตรดอกไม้ที่พระสถูปสู่การกำหนดรู้เบญจขันธ์ตัดรากขาด จบวรรคที่ ๙ อดีตชาติสร้างฉัตรดอกไม้เป็นชั้น ๆ บูชาพระสถูปเมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าปรินิพพาน ชาติสุดท้ายเกิดในราชคฤห์ ฟังธรรมแล้วบวชแต่เกียจคร้านช่วงแรกเพราะญาณยังไม่แก่กล้า พระศาสดาทรงเร่งเร้าให้อาจหาญจนบรรลุอรหัต คาถาท่านกล่าวว่าเบญจขันธ์ถูกกำหนดรู้และตัดรากขาดแล้ว ชาติสงสารสิ้น ไม่มีภพใหม่ ปิดท้ายด้วยรายชื่อพระเถระ ๑๐ รูปในวรรคที่ ๙
  97. หน้า ๔๒๙–๔๓๒ พระปริปุณณกเถระ: เปิดวรรคที่ ๑๐ ผู้เห็นพระศาสดาเสวยพระกระยาหารสามัญแล้วสลดใจสละสมบัติบวช เปิดวรรคใหม่ (วรรคที่ ๑๐) ด้วยเรื่องพระปริปุณณกเถระ อดีตชาติบูชาพระธรรมทัสสีพุทธเจ้าที่เจดีย์ ชาติสุดท้ายเกิดในศากยตระกูลผู้สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ เมื่อทราบว่าพระศาสดาเสวยพระกระยาหารสามัญทั้งที่เป็นกษัตริย์ เกิดสลดใจว่าตนไม่ควรละโมบในอาหาร จึงบวชและบรรลุอรหัต คาถาท่านกล่าวว่าสุธาโภชน์รสเลิศก็ไม่เทียบเท่าอมตธรรมที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
  98. หน้า ๔๓๓–๔๓๖ พระวิชยเถระ: ผู้สิ้นอาสวะไม่ติดในอาหาร มีสุญญตวิโมกข์เป็นโคจร รอยเท้ารู้ได้ยากดุจนกในอากาศ อดีตชาติสร้างแท่นบูชาประดับแก้วมณีถวายพระสถูปพระปิยทัสสีพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเป็นพราหมณ์บวชเป็นดาบสได้ฌาน ฟังข่าวพระพุทธเจ้าอุบัติแล้วเข้าเฝ้าฟังธรรมจนบวชและบรรลุอรหัต คาถาของท่านพรรณนาผู้สิ้นอาสวะแล้วไม่ติดในอาหารสี่ปัจจัย มีสุญญตวิโมกข์และอนิมิตตวิโมกข์เป็นอารมณ์ รอยเท้าของท่านยากจะสืบหาได้ เปรียบดังรอยเท้านกที่บินในอากาศ
  99. หน้า ๔๓๗–๔๓๙ พระเอรกเถระ: แผ้วถางทางถวายพระศาสดา สู่โอวาทว่ากามเป็นทุกข์เมื่อจิตกระสันคิดถึงเรือน อดีตชาติแผ้วถางทางเสด็จพระดำเนินถวายแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้าด้วยศรัทธาแรงกล้า ชาติสุดท้ายเป็นบุตรกุฏุมพีมีรูปงาม แต่งงานแล้วสลดใจบวช เมื่อเรียนกรรมฐานได้ไม่นานก็ถูกความกระสันครอบงำคิดถึงเรือน พระศาสดาจึงตรัสเตือนว่ากามเป็นทุกข์ ไม่ใช่สุข ผู้ใคร่กามชื่อว่าใคร่ทุกข์ ท่านสลดใจกลับมาเพียรวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต
  100. หน้า ๔๔๐–๔๔๒ พระเมตตชิเถระ: ดาบสผู้ทูลถามปัญหาความเป็นไปแล้วเปล่งคาถานอบน้อมพระธรรมอันเลิศสุด อดีตชาติก่อแท่นบูชาโพธิพฤกษ์ด้วยอิฐฉาบปูนขาวถวายพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเป็นบุตรพราหมณ์ บวชเป็นดาบสอยู่ในป่า เมื่อทราบข่าวพระพุทธเจ้าอุบัติจึงไปทูลถามปัญหา ฟังคำตอบแล้วเลื่อมใสบวชและบรรลุอรหัต คาถาของท่านเป็นคำนอบน้อมแด่พระศากยบุตรผู้ทรงถึงธรรมอันสูงสุดและทรงแสดงอัครธรรมนี้ไว้ด้วยดี
  101. หน้า ๔๔๓–๔๔๗ พระจักขุปาลเถระ: เถระตาบอดปฏิเสธเดินทางร่วมกับสามเณรผู้ผิดศีลกลางป่า ท้าวสักกะเสด็จมานำทางกลับ อดีตชาตินำดอกไม้บูชาพระสถูปพระสิทธัตถพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายชื่อมหาปาละ บวชแล้วไม่ยอมรักษาโรคตาเพื่อเร่งเจริญวิปัสสนา จนตาบอดสนิทพร้อมกับบรรลุอรหัตในขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางกลับสาวัตถี สามเณรปาลิตะผู้นำทางหลงเสียงเพลงหญิงเก็บฟืนจนผิดศีล ท่านจึงปฏิเสธไม่ยอมเดินทางร่วมกับคนลามกแม้ต้องนอนกลางป่า ท้าวสักกะจึงแปลงกายมานำทางท่านกลับถึงสาวัตถีอย่างปลอดภัย
  102. หน้า ๔๔๘–๔๕๑ พระขัณฑสุมนเถระ: ถวายดอกมะลิดอกเดียวได้เสวยสวรรค์ ๘๐ โกฏิปีก่อนบรรลุนิพพานด้วยกรรมที่เหลือ อดีตชาติสร้างไพทีไม้จันทน์บูชาพระสถูปพระปทุมุตตระ ต่อมาซื้อดอกมะลิกิ่งเดียวด้วยราคาแพงบูชาพระสถูปทองสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเพราะหาดอกไม้อื่นไม่ได้ ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเจ้ามัลละพร้อมสิ่งมงคลบังเกิดขึ้น จึงได้นามขัณฑสุมนะ บวชบรรลุอภิญญา ๖ คาถาท่านกล่าวว่าเพราะสละดอกไม้เพียงดอกเดียวจึงได้เสวยสวรรค์ถึง ๘๐ โกฏิปี และบรรลุนิพพานด้วยกุศลกรรมที่ยังเหลืออยู่
  103. หน้า ๔๕๒–๔๕๔ พระติสสเถระ: กษัตริย์แห่งโรรุวนครผู้เห็นพุทธจริยาและปฏิจจสมุปบาทในสาส์นแล้วสละราชสมบัติถือบาตรดิน อดีตชาติถวายแผ่นกระดานไม้จันทน์แด่พระพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเป็นกษัตริย์แห่งโรรุวนคร สหายพระเจ้าพิมพิสารผู้ส่งจิตรบัตรภาพพุทธจริยาและปฏิจจสมุปบาทมาให้ เมื่อทรงพิจารณาก็สลดพระทัยสละราชสมบัติ ถือบาตรดินบวชอุทิศพระศาสดา บรรลุอรหัต คาถาท่านกล่าวว่าสละภาชนะทองคำมีค่ามาแลกบาตรดิน นับเป็นการอภิเษกครั้งที่สองอันประเสริฐกว่าการอภิเษกเป็นกษัตริย์
  104. หน้า ๔๕๕–๔๕๗ พระอภัยเถระ: เห็นหญิงงามระหว่างบิณฑบาตเกิดฉันทราคะ สอนธรรมว่าอาสวะเจริญเพราะมัวเสวยรูปารมณ์ อดีตชาติบูชาพระสุเมธพุทธเจ้าด้วยดอกช้างน้าว ชาติสุดท้ายเป็นบุตรพราหมณ์ในสาวัตถี บวชแล้ววันหนึ่งเห็นหญิงแต่งตัวสวยระหว่างบิณฑบาตเกิดฉันทราคะ จึงกลับวิหารข่มจิตตนเองว่าประมาทแล้ว เจริญวิปัสสนาทันทีจนบรรลุอรหัต คาถาท่านสอนว่าเมื่อเห็นรูปแล้วมัวใส่ใจอารมณ์ที่รัก สติหลงลืม จิตกำหนัดเสวยรูปารมณ์ อาสวะย่อมเจริญแก่ผู้เข้าถึงมูลแห่งภพเช่นนั้น
  105. หน้า ๔๕๘–๔๖๐ พระอุตติยเถระ: ได้ยินเสียงเพลงขับระหว่างบิณฑบาตเกิดฉันทราคะแต่ระงับได้ทันจนบรรลุอรหัต อดีตชาติถวายบัลลังก์พร้อมเพดานผ้าแด่พระสุเมธพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเกิดในศากยตระกูล เลื่อมใสพุทธานุภาพแล้วบวช วันหนึ่งบิณฑบาตได้ยินเสียงเพลงขับของหญิงเกิดฉันทราคะ แต่ระงับได้ด้วยการพิจารณา กลับวิหารเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตทันที คาถาท่านสอนคล้ายพระอภัยเถระว่าเมื่อฟังเสียงแล้วมัวใส่ใจอารมณ์ที่รัก สติหลงลืม อาสวะย่อมเจริญแก่ผู้เข้าถึงสงสาร
  106. หน้า ๔๖๑–๔๖๒ พระเทวสภเถระ (ที่ ๒): บูชาดอกชบาแด่พระสิขีพุทธเจ้า สู่คาถาปิดท้ายว่าด้วยภิกษุผู้ประดับดอกไม้คือวิมุตติ เปิดเรื่องพระเทวสภเถระองค์ที่สอง อดีตชาติบูชาพระสิขีพุทธเจ้าด้วยดอกชบา ชาติสุดท้ายเกิดในศากยตระกูล เลื่อมใสเมื่อพระศาสดาเสด็จมาระงับการทะเลาะเรื่องเทริดแล้วบวชบรรลุอรหัต คาถาท่านกล่าวว่าภิกษุผู้ถึงพร้อมความเพียรชอบ มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ประดับด้วยดอกไม้คือวิมุตติ ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะและปรินิพพานได้ในที่สุด เนื้อหาอรรถกถายังไม่จบ ต่อเนื่องเกินหน้า ๔๖๒ ไปยัง chunk ถัดไป
  107. หน้า ๔๖๓ อรรถกถาเทวสภเถรคาถา ปิดท้ายวรรคที่ 10 ว่าด้วยภิกษุผู้ประดับด้วยดอกไม้คือวิมุตติ พร้อมสรุปรายชื่อ 10 พระเถระในวรรค เจ้าศากยะพระนามเทวสภะเคยบูชาพระพุทธเจ้าสิขีด้วยดอกชบา เกิดในกบิลพัสดุ์ เลื่อมใสเมื่อพระศาสดาเสด็จมาระงับการทะเลาะเรื่องเทริด บวชแล้วบรรลุอรหัตเร็ว เปล่งอุทานว่าภิกษุผู้เพียรชอบ มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ประดับด้วยดอกไม้คือวิมุตติ ย่อมไม่มีอาสวะและปรินิพพาน จบวรรคที่ 10 พร้อมสรุปรายชื่อพระเถระ 10 รูปตั้งแต่ปริปุณณกะถึงเทวสภะ ปิดท้ายด้วยคำว่า และอรรถกถา
  108. หน้า ๔๖๔–๔๖๗ อรรถกถาเพลัฏฐกานิเถรคาถา เปิดวรรคที่ 11 พระศาสดาตำหนิภิกษุเกียจคร้านเข้าห้องบ่อยเหมือนสุกรที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ พระเพลัฏฐกานิเถระบวชแล้วเกียจคร้าน มีวาจาหยาบ ไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรม พระศาสดาจึงตรัสคาถาชี้โทษว่าท่านละเรือนมาแล้วแต่ยังไม่สำเร็จกิจ เป็นคนปากจัดเห็นแก่ท้อง เกียจคร้านโง่เขลา เข้าห้องบ่อยเหมือนสุกรอ้วนที่เขาขุนไว้ ท่านฟังแล้วสลดใจ เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต เป็นตัวอย่างของภิกษุที่กลับตัวได้ด้วยพระวาจาตักเตือนตรงๆ ของพระศาสดา เปิดฉากวรรคที่ 11
  109. หน้า ๔๖๘–๔๗๑ อรรถกถาเสตุจฉเถรคาถา อดีตพระเจ้ามัณฑลิกะผู้เสียราชสมบัติ สอนเรื่องมานะและลาภเสื่อมลาภกีดกันสมาธิ พระเสตุจฉเถระเคยเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองราชสมบัติล้มเหลวจนตกอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม เกิดสลดใจจึงออกบวชและบรรลุอรหัตในวันนั้นเอง ท่านกล่าวคาถาตำหนิว่าชนทั้งหลายถูกมานะหลอกลวง เศร้าหมองอยู่ในสังขาร ถูกลาภและความเสื่อมลาภย่ำยี จึงไม่อาจบรรลุสมาธิได้ อรรถกถาขยายความว่าโลกธรรมทั้ง 8 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจริญสมาธิของผู้ยังมีมานะ
  110. หน้า ๔๗๒–๔๗๔ อรรถกถาพันธุรเถรคาถา บุตรเศรษฐีผู้สละวิหารและลาภสักการะทั้งหมดแก่สงฆ์ พอใจเพียงรสพระธรรม พระพันธุรเถระบวชแล้วแสดงธรรมโปรดพระราชาเมืองสีลวดีผู้เคยอุปการะตน จนพระราชาสร้างวิหารสุทัสสนะถวาย แต่ท่านมอบวิหารและลาภสักการะทั้งหมดแก่สงฆ์แล้วออกเดินทางต่อ เมื่อภิกษุขอให้ท่านอยู่ต่อโดยจะจัดหาปัจจัยให้ ท่านตอบด้วยคาถาว่าไม่ต้องการลาภคืออามิส เพราะอิ่มเอิบด้วยรสพระธรรมอันเลิศแล้ว จะไม่กลับไปคลุกคลีกับรสอื่นอันเปรียบเหมือนยาพิษอีก
  111. หน้า ๔๗๕–๔๗๘ อรรถกถาขิตกเถรคาถา กายเบาดุจปุยนุ่นต้องลม อุปมาอิทธิบาทที่ทำให้เหาะเหินได้ด้วยกำลังปีติสุข อดีตยักษ์เสนาบดีผู้เลื่อมใสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ เกิดใหม่เป็นพราหมณ์ บวชด้วยศรัทธาในฤทธิ์ของพระมหาโมคคัลลานะ บรรลุอภิญญา 6 เมื่อภิกษุถามวิธีใช้ฤทธิ์ ท่านตอบด้วยคาถาว่ากายของเราเบาหนอ อันปีติและสุขไพบูลย์ถูกต้องแล้ว ย่อมเลื่อนลอยได้เหมือนปุยนุ่นที่ถูกลมพัด อรรถกถาอธิบายละเอียดว่าความเบากายเบาจิตเกิดจากจตุตถฌานและการเจริญอิทธิบาท 4
  112. หน้า ๔๗๙–๔๘๑ อรรถกถามลิตวัมภเถรคาถา อดีตนกที่ถวายดอกโกมุทแก่พระพุทธเจ้า สอนหลักเลือกที่อยู่ตามความเหมาะสมของสมณธรรม พระมลิตวัมภะมีนิสัยพิเศษ คือจะไม่อยู่ในที่ใดที่โภชนะหาง่ายแต่ปัจจัยอื่นหายาก และจะไม่อยู่ในที่ใดที่ปัจจัยอื่นหาง่ายแต่โภชนะหายาก ท่านบรรลุอรหัตด้วยหลักการนี้ แล้วเปล่งคาถาว่าที่ใดเกิดความกระสัน แม้ยินดีก็ต้องหลีกไป แต่ที่ใดไม่มีความเสื่อมเสียต่อสมณธรรมพึงอยู่ในที่นั้น อรรถกถาขยายความว่าอาวาสควรพิจารณาจากองค์ประกอบที่เอื้อต่อการบำเพ็ญภาวนาเป็นหลัก ไม่ใช่ความสะดวกสบาย
  113. หน้า ๔๘๒–๔๘๕ อรรถกถาสุเหมันตเถรคาถา อดีตพรานป่าผู้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบุนนาค สอนว่าบัณฑิตเห็นความหมายได้หลายแง่มุมต่างจากคนโง่ พระสุเหมันตะทรงพระไตรปิฎก แตกฉานปฏิสัมภิทา ให้โอวาทภิกษุด้วยคาถาว่าคนโง่เขลาเห็นเนื้อความอันมีความหมายตั้งร้อยว่ามีเพียงอย่างเดียว ส่วนคนฉลาดย่อมเห็นได้หลากหลายแง่มุม อรรถกถาอธิบายว่าถ้อยคำหนึ่งคำอาจมีนัยลึกซึ้งได้หลายชั้น ผู้มีปัญญาทรามจะยึดติดความเข้าใจเดียวแล้วปฏิเสธความเห็นอื่น ต่างจากบัณฑิตที่มองเห็นได้รอบด้านด้วยปัญญาจักษุของตน
  114. หน้า ๔๘๖–๔๘๘ อรรถกถาธรรมสวเถรคาถา อดีตดาบสสุวัจฉะผู้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกสารภีเมื่อทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ พระธรรมสวเถระเห็นโทษในการครองเรือนและอานิสงส์บรรพชา จึงบวชและบรรลุอรหัตเร็ว เปล่งอุทานว่าได้พิจารณาชั่งน้ำหนักโทษของฆราวาสกับอานิสงส์บรรพชาแล้วจึงออกบวช บรรลุวิชชา 3 บำเพ็ญกิจในพระศาสนาเสร็จแล้ว อรรถกถาอธิบายคำว่าตุลยิตฺวานว่าเปรียบเสมือนชั่งด้วยตราชั่งระหว่างโทษกามและอานิสงส์เนกขัมมะ
  115. หน้า ๔๘๙–๔๙๐ อรรถกถาธัมมสวปิตุเถรคาถา บิดาผู้บวชตามบุตรเมื่ออายุ 120 ปี บรรลุอรหัตในวัยชรา บิดาของพระธรรมสวะ เมื่อบุตรบวชแล้วเกิดความสลดใจว่าบุตรหนุ่มยังบวชได้ ตนเองแม้อายุ 120 ปีก็ควรบวชเช่นกัน จึงเข้าเฝ้าพระศาสดา ฟังธรรม บวช และบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน เปล่งอุทานว่าอายุ 120 ปีจึงออกบวช บรรลุวิชชา 3 บำเพ็ญกิจในพระศาสนาเสร็จแล้ว เป็นตัวอย่างว่าอายุมากมิใช่อุปสรรคต่อการบรรลุธรรมหากมีความเพียร
  116. หน้า ๔๙๑–๔๙๓ อรรถกถาสังฆรักขิตเถรคาถา แม่เนื้อลูกอ่อนในป่าเป็นอุปมาสอนภิกษุสหายผู้มากด้วยมิจฉาวิตกให้สำรวมอินทรีย์ พระสังฆรักขิตะอยู่ป่ากับภิกษุสหายรูปหนึ่ง เห็นแม่เนื้อที่มีลูกอ่อนไม่กล้าไปหากินไกลเพราะห่วงลูกจนต้องอดอยาก เกิดความสลดใจว่าสัตว์โลกถูกตัณหารัดรึงจึงเสวยทุกข์ เจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต ภายหลังเห็นสหายมากด้วยมิจฉาวิตก จึงยกแม่เนื้อเป็นอุปมาเตือนว่าผู้ไม่คำนึงคำสอนของพระศาสดาย่อมไม่สำรวมอินทรีย์ เหมือนแม่เนื้อลูกอ่อนที่ตัดความสิเนหาในลูกไม่ขาด
  117. หน้า ๔๙๔–๔๙๘ อรรถกถาอุสภเถรคาถา ปิดท้ายวรรคที่ 11 ต้นไม้บนยอดเขาที่ฝนใหม่รดแล้วงอกงามเป็นอุปมาจิตภาวนา พร้อมสรุปรายชื่อ 10 พระเถระ พระอุสภะบวชในคราวรับมอบวิหารเชตวัน อยู่เชิงเขาในป่า วันหนึ่งเห็นพฤกษชาติบนยอดเขาที่ฝนใหม่ตกรดแล้วงอกงาม จึงคิดว่าต้นไม้ไร้เจตนายังเจริญได้เพราะฤดูสมบูรณ์ ตนได้ฤดูอันเป็นสัปปายะแล้วควรเจริญคุณธรรมยิ่งขึ้น จึงเปล่งคาถาเปรียบจิตภาวนาของตนกับต้นไม้ที่งอกงาม แล้วบรรลุอรหัต ปิดท้ายวรรคที่ 11 พร้อมสรุปรายชื่อพระเถระ 10 รูปตั้งแต่เพลัฏฐกานิถึงอุสภะ
  118. หน้า ๔๙๙–๕๐๓ อรรถกถาเชนตเถรคาถา เปิดวรรคที่ 12 คาถาชื่อดังว่าบรรพชาก็ยาก ครองเรือนก็ยาก สอนพิจารณาอนิจจตาเนืองๆ เจ้ามัณฑลิกราชพระนามเชนตะ ทรงครุ่นคิดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ว่าบรรพชาก็ทำได้ยาก ครองเรือนก็ลำบาก ธรรมก็ลึกซึ้ง ทรัพย์ก็หาได้ยาก จนได้ฟังธรรมจากพระศาสดาแล้วบวชและบรรลุอรหัตเร็ว เปล่งคาถาว่าการบวชยาก ครองเรือนก็ยาก ธรรมลึก หาทรัพย์ยาก เลี้ยงชีพด้วยปัจจัยตามมีตามได้ก็ยาก จึงควรพิจารณาความไม่เที่ยงอยู่เนืองๆ อรรถกถาอธิบายว่าอนิจจานุปัสสนาเป็นฐานที่ทำให้เห็นทุกขลักษณะและอนัตตลักษณะตามมาได้ง่าย
  119. หน้า ๕๐๔–๕๐๖ อรรถกถาวัจฉโคตตเถรคาถา อดีตปริพาชกผู้ทูลถามปัญหาแล้วเลื่อมใสบวช บรรลุไตรวิชชาและความสงบใจ พระวัจฉโคตตะเคยปัดกวาดถนนรับเสด็จพระพุทธเจ้าวิปัสสีในอดีตชาติ เกิดเป็นบุตรพราหมณ์ราชคฤห์ บวชเป็นปริพาชกก่อนแล้วเข้าเฝ้าทูลถามปัญหาพระศาสดาจนเลื่อมใสบวชในพระศาสนา บรรลุอภิญญา 6 เปล่งอุทานว่าเป็นผู้ได้ไตรวิชชา เพ่งธรรมอันประณีต ฉลาดในอุบายสงบใจ บรรลุประโยชน์ตนเสร็จกิจแล้ว อรรถกถาอธิบายว่าความเป็นผู้มีวิชชา 3 ต้องอาศัยความฉลาดในการทำจิตให้สงบเป็นเหตุ
  120. หน้า ๕๐๗–๕๑๐ อรรถกถาวนวัจฉเถรคาถา อดีตผู้กระทำผิดที่ตกเหวขณะรำลึกถึงโพธิพฤกษ์ สอนความยินดีในภูเขาป่าเป็นที่วิเวก พระวนวัจฉะเคยกระทำความผิดจนถูกไล่ล่า หนีไปพบโพธิพฤกษ์ บูชาด้วยดอกอโศกแล้วไม่โกรธศัตรูที่ตามมาฆ่า กลับตกเหวลึกขณะรำลึกถึงโพธิพฤกษ์ ชาตินี้บวชแล้วยินดีอยู่ป่า เมื่อญาติที่ราชคฤห์ขอให้ท่านอยู่ใกล้ๆ ท่านตอบด้วยคาถาพรรณนาภูเขาที่มีน้ำใส ลิงค่างเกลื่อนกล่น มีน้ำและสาหร่ายว่าทำใจท่านให้รื่นรมย์ยิ่งกว่า แสดงความยินดียิ่งในวิเวกจนได้สมัญญานามว่าวนวัจฉะ
  121. หน้า ๕๑๑–๕๑๕ อรรถกถาอธิมุตตเถรคาถา อดีตดาบสผู้สรรเสริญพระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยคาถา 10 บท เตือนภิกษุเกียจคร้านว่าความเป็นสมณะที่ดีจะมีแต่ที่ไหน พระอธิมุตตะเคยเป็นดาบสปูผ้าเปลือกไม้รับพระบาทและสรรเสริญพระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยคาถา 10 บทยาว ได้รับพยากรณ์ว่าจะบรรลุอรหัตในศาสนาพระโคดม ชาตินี้บวชและบรรลุอรหัตเร็ว เมื่อเห็นภิกษุร่วมอาศัยมากด้วยความเกียจคร้านติดสุขทางกาย ท่านเตือนด้วยคาถาว่าเมื่อชีวิตกำลังสิ้นไป ความเป็นสมณะที่ดีจักมีแก่ภิกษุผู้เกียจคร้านติดความสุขทางกายแต่ที่ไหนเล่า
  122. หน้า ๕๑๖–๕๒๐ อรรถกถามหานามเถรคาถา ภิกษุข่มขู่ตนเองว่าจะผลักตนตกเขาหากยังตกอยู่ในอำนาจกิเลส จนบรรลุอรหัต พระมหานามะเคยเป็นอาจารย์สอนมนต์ผู้ถวายน้ำผึ้งแด่พระพุทธเจ้าสุเมธะ ชาตินี้บวชแล้วไปเจริญกรรมฐานที่ภูเขาเนสาทกะแต่ข่มกิเลสไม่ได้ เบื่อหน่ายจึงปีนขึ้นยอดเขาสูง ข่มขู่ตนเองประหนึ่งคนอื่นว่าจะผลักให้ตกเขาตายหากยังมัวแต่วิตกกังวล ด้วยวิธีนี้ท่านจึงเร่งเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต แสดงถึงอุบายการข่มใจตนเองอย่างเฉียบขาดของผู้ปฏิบัติธรรม
  123. หน้า ๕๒๑–๕๒๕ อรรถกถาปาราปริยเถรคาถา อดีตพรานเนื้อผู้สร้างมณฑปดอกปทุมถวายพระพุทธเจ้าปิยทัสสีตลอด 7 วัน 7 คืน พระปาราปริยะเคยเป็นพรานเนื้อที่ใช้ดอกปทุมมุงมณฑปถวายพระพุทธเจ้าปิยทัสสีขณะทรงเข้านิโรธสมาบัติตลอด 7 วัน ได้รับพยากรณ์อนาคตอันยาวไกล ชาตินี้เป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพท เห็นพุทธานุภาพแล้วบวชบรรลุอรหัต เปล่งอุทานว่าละผัสสายตนะ 6 ได้แล้ว คุ้มครองทวารสำรวมดี กำจัดมูลรากแห่งวัฏทุกข์ บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว อรรถกถาอธิบายรายละเอียดการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ทวาร
  124. หน้า ๕๒๖–๕๓๑ อรรถกถายสเถรคาถา เรื่องยสกุลบุตรผู้หนีความวุ่นวายจากปราสาท 3 หลัง เป็นเอหิภิกขุองค์สำคัญในพุทธกาลตอนต้น ยสกุลบุตรเศรษฐีเมืองพาราณสี มีปราสาท 3 หลัง เห็นความน่าเกลียดของบริวารขณะหลับ เกิดสังเวชหนีออกจากเรือนกลางคืนไปพบพระศาสดาที่ป่าอิสิปตนะ ได้ยินพระดำรัสว่าที่นี่ไม่วุ่นวายไม่ขัดข้อง จึงเข้าเฝ้าฟังธรรมจนบรรลุโสดาบัน แล้วบรรลุอรหัตเมื่อฟังธรรมซ้ำแก่บิดาที่ตามหา ได้รับเอหิภิกขุอุปสมบททันที เปล่งอุทานว่าเราผู้เคยลูบไล้งดงามด้วยเครื่องประดับ บัดนี้บรรลุวิชชา 3 บำเพ็ญกิจพระศาสนาเสร็จแล้ว
  125. หน้า ๕๓๒–๕๓๕ อรรถกถากิมพิลเถรคาถา พระศาสดาทรงเนรมิตหญิงสาวให้แปรเป็นหญิงชราป่วยไข้ต่อหน้ากิมพิลกุมารเพื่อให้เกิดสังเวช เจ้าศากยะกิมพิละสมบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ พระศาสดาทรงเห็นความแก่กล้าแห่งญาณจึงเนรมิตรูปหญิงสาวงามแล้วแสดงให้ปรากฏเป็นถูกชราและโรคครอบงำโดยลำดับต่อหน้า กิมพิละเห็นแล้วสลดใจกล่าวคาถาว่าวัยล่วงไปพลัน รูปที่เคยมีย่อมปรากฏเหมือนเป็นอย่างอื่น จึงบวชและบรรลุอรหัต เป็นตัวอย่างอุบายสอนด้วยฤทธิ์เพื่อปลุกความสังเวชในอนิจจตาของสังขาร
  126. หน้า ๕๓๖–๕๓๘ อรรถกถาวัชชีปุตตเถรคาถา คาถาโอวาทพระอานนท์หลังพุทธปรินิพพานให้เข้าโคนไม้เพ่งฌานแทนการคลุกคลีหมู่คณะ พระวัชชีบุตรเถระเป็นโอรสเจ้าลิจฉวี บวชและบรรลุอภิญญา 6 หลังพุทธปรินิพพานเมื่อพระอานนท์ยังเป็นเสขบุคคลแต่มัวแวดล้อมด้วยบริษัทใหญ่คอยแสดงธรรม ท่านจึงกล่าวคาถาเตือนว่าดูก่อนอานนท์ผู้โคตมโคตร จงเข้าไปสู่ชัฏโคนไม้ หน่วงพระนิพพานไว้ในหทัยแล้วเพ่งฌานอย่าประมาท การใส่ใจถึงประชุมชนจะให้ประโยชน์อะไร พระอานนท์ฟังแล้วสลดใจ เดินจงกรมตลอดคืนจนบรรลุอรหัตขณะจะเอนกายลงนอน เป็นเหตุการณ์สำคัญก่อนปฐมสังคายนา
  127. หน้า ๕๓๙–๕๔๒ อรรถกถาอิสิทัตตเถรคาถา ปิดท้ายวรรคที่ 12 และจบเอกนิบาตทั้งหมด 120 คาถา พร้อมสรุปรายชื่อพระเถระในหน้าสุดท้ายจริงของเล่ม พระอิสิทัตตะเป็นสหายของจิตตคฤหบดี บวชในสำนักพระมหากัจจายนะจนบรรลุอภิญญา 6 เมื่อพระศาสดาตรัสถามว่ายนต์คือสรีระมีจักร 4 มีทวาร 9 พอทนไหวหรือ ท่านทูลตอบด้วยคาถาว่าเบญจขันธ์กำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว สิ้นทุกข์และสิ้นอาสวะแล้ว หน้า 541 ปิดด้วยข้อความจบเอกนิบาต 120 คาถา ส่วนหน้า 542 หน้าสุดท้ายจริง เป็นดัชนีสรุปรายชื่อ 10 พระเถระวรรคที่ 12 และคำปิดท้ายว่ารวบรวมพระเถระผู้สิ้นอาสวะ 120 รูปไว้ในเอกนิบาต (ดูรายละเอียดใน data_issues)