ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๖๐ · ๕๔๐ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๒ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๑ มาตุโปสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างเผือกผู้นำโขลง ๘๐,๐๐๐ เชือก มีมารดาตาบอด เมื่อเห็นช้างบริวารไม่แบ่งอาหารให้มารดา จึงแยกตัวไปเลี้ยงดูมารดาโดยลำพังที่ถ้ำเชิงเขาจัณโฑรณะ ระหว่างทางช่วยพรานป่าที่หลงทางออกจากป่าด้วยความกรุณา แต่กลับถูกพรานคนนั้นทรยศนำทางไปให้ราชบุรุษจับตัวไปถวายพระราชา พญาช้างไม่ยอมกินอาหารเพราะห่วงมารดาที่กำลังอดอาหารครบ ๗ วัน เมื่อพระราชาทรงทราบความกตัญญูนี้จึงปล่อยกลับไปหามารดา และภายหลังทรงอุปถัมภ์เลี้ยงดูทั้งสองเรื่อยมา
  2. หน้า ๑๑–๒๒ ชุณหชาดก พระโพธิสัตว์เป็นเจ้าชายชุณหะไปศึกษาศิลปะที่ตักกศิลา คืนหนึ่งเดินชนหม้อข้าวของพราหมณ์ยากจนแตกโดยไม่ตั้งใจ ไม่มีเงินชดใช้จึงสัญญาว่าจะใช้คืนเมื่อได้เป็นกษัตริย์ ต่อมาเมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว พราหมณ์มาทวงสัญญาแต่พระราชาเสด็จผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต พราหมณ์จึงกล่าวกลอนเตือนความทรงจำถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น พระราชาระลึกได้และประทานรางวัลใหญ่ให้ เป็นการสอนว่าบัณฑิตย่อมไม่ลืมบุญคุณแม้เพียงเล็กน้อย ต่างจากคนพาลที่มักลืมคุณที่ผู้อื่นทำไว้
  3. หน้า ๒๓–๓๐ ธรรมเทวปุตตชาดก เทพบุตรสองพี่น้องคือธรรมเทพบุตร (พระโพธิสัตว์) และอธรรมเทพบุตร (พระเทวทัต) ต่างขับรถทิพย์เวียนรอบชมพูทวีปในวันอุโบสถ ฝ่ายหนึ่งชักชวนมนุษย์ทำกุศลกรรมบถ ๑๐ อีกฝ่ายชักชวนทำอกุศล เมื่อรถทั้งสองมาพบกันกลางอากาศต่างไม่ยอมหลีกทางให้กัน จนท้าทายประลองกำลัง อธรรมเทพบุตรพ่ายแพ้ ตกจากรถ ถูกแผ่นดินสูบลงสู่อเวจีมหานรก ส่วนธรรมเทพบุตรผู้มีขันติเป็นกำลังเดินทางต่อไปสู่เทวโลก เป็นอุปมาสอนว่าธรรมย่อมชนะอธรรมในที่สุด
  4. หน้า ๓๑–๕๐ อุทยชาดก เจ้าชายอุทัย (พระโพธิสัตว์) และพระขนิษฐาต่างพระมารดาคือพระนางอุทัยภัทรา ถูกบังคับให้อภิเษกสมรสกันแต่ทั้งคู่ครองตนพรหมจรรย์ตลอดชีวิต ทั้งสองทำสัญญาไว้ว่าใครตายก่อนจะกลับมาบอกเล่าภพหน้าแก่อีกฝ่าย เมื่อพระเจ้าอุทัยสวรรคตไปเป็นท้าวสักกะแล้วหลงลืมไปนาน ๗๐๐ ปี จึงเสด็จมาทดลองใจพระนางด้วยการเสนอถาดทอง เงิน และโลหะที่ลดค่าลงเรื่อย ๆ พร้อมชี้ให้เห็นว่าความงามของนางเสื่อมลงทุกวัน แต่พระนางไม่หวั่นไหวปฏิเสธทุกครั้งเพราะภักดีต่อพระสวามีเดิม ท้าวสักกะจึงเปิดเผยตนและแสดงธรรมเรื่องความไม่เที่ยงจนพระนางสลดใจออ…
  5. หน้า ๕๑–๖๒ ปานียชาดก ภิกษุ ๕๐๐ รูปเกิดกามวิตกยามค่ำคืน พระศาสดาจึงตรัสเล่าเรื่องพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕ องค์ในอดีต ซึ่งแต่ละองค์บรรลุธรรมจากความสลดใจในบาปเล็กน้อยของตน เช่น แอบดื่มน้ำเพื่อนโดยไม่ขอ เกิดความกำหนัดเมื่อเห็นภรรยาผู้อื่น โกหกโจรเพื่อปกป้องบิดา อนุญาตให้ฆ่าสัตว์บูชายัญ และอนุญาตให้ดื่มสุราในงานเทศกาลจนเกิดวิวาท ต่างคนสำนึกได้ทันทีและเจริญวิปัสสนาจนบรรลุปัจเจกโพธิญาณ เมื่อพระราชาแห่งพาราณสีฟังธรรมจากท่านเหล่านี้ก็เบื่อหน่ายในกาม เข้าฌานและตรัสตำหนิกามคุณ ส่วนพระอัครมเหสีแย้งว่ากามให้สุขสูงสุดนำไปสู่สวรรค์ พร…
  6. หน้า ๖๒–๗๑ ยุธัญชัยชาดก เจ้าชายยุธัญชัยและยุธิฏฐิละ พระโอรสของพระเจ้าสัพพทัต ทอดพระเนตรเห็นหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าสลายหายไปเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ทรงสลดพระทัยเห็นความไม่เที่ยงของชีวิตมนุษย์ จึงกราบทูลขอผนวชต่อพระราชบิดามารดา แม้ถูกทัดทานอ้อนวอนหลายครั้งด้วยความรักและห่วงใย ทั้งสองพระองค์ก็ทรงยืนยันแน่วแน่จนได้รับอนุญาต และเสด็จออกผนวชเป็นฤๅษีในป่าหิมพานต์จนตลอดพระชนม์ชีพ เรื่องนี้เป็นอดีตชาติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
  7. หน้า ๗๒–๘๔ ทสรถชาดก พระเจ้าทสรถทรงเนรเทศพระโอรสธิดา (พระรามบัณฑิต พระลักขณ์ และพระนางสีดา) ออกจากเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกมเหสีใหม่วางแผนปลงพระชนม์แย่งราชสมบัติให้โอรสของนาง เมื่อพระเจ้าทสรถสวรรคตด้วยความโศกเศร้าถึงโอรส พระภรตะเสด็จไปตามพระรามที่ป่า พระรามบัณฑิตกลับไม่ทรงเศร้าโศกเลย และทรงแสดงธรรมสอนเรื่องความไม่เที่ยงของชีวิตแก่พระลักขณ์ พระนางสีดา และพระภรตะ ว่าการร่ำไห้ไร้ประโยชน์ ควรทำหน้าที่ของตนต่อไปแทน ในที่สุดพระรามทรงกลับไปครองราชสมบัติร่วมกับพระนางสีดาผู้เป็นอัครมเหสี เรื่องนี้คือฉบับพุทธของมหากาพย์รามา…
  8. หน้า ๘๕–๙๔ สังวรชาดก พระเจ้าสังวรมหาราช พระโอรสองค์สุดท้องในจำนวนร้อยพระองค์ของพระเจ้าพาราณสี ได้รับเศวตฉัตรจากอำมาตย์เพราะเป็นที่รักของราษฎรมากที่สุด ทำให้พระเชษฐาทั้ง ๙๙ พระองค์ยกทัพมาล้อมเมืองหมายแย่งชิงราชสมบัติ แต่พระองค์ทรงเลือกแบ่งราชทรัพย์ให้ทุกพระองค์แทนการรบ จนพระเชษฐาทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์ พระองค์ทรงอธิบายว่าที่ทรงเป็นที่รักเพราะเคารพสมณะ ดูแลไพร่พลและราษฎรด้วยความเป็นธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบ
  9. หน้า ๙๕–๑๐๕ สุปปารกชาดก สุปปารกบัณฑิต นายท้ายเรือตาบอดผู้ชำนาญการเดินเรือ ถูกวานให้นำเรือพ่อค้าที่หลงทางฝ่าทะเลมหัศจรรย์ ๗ ตอนที่เต็มไปด้วยรัตนะต่างๆ เช่น เพชร ทอง เงิน มรกต จนถึงทะเลพลวามุขที่ไม่มีเรือใดเคยรอดกลับมาได้ ท่านตั้งสัจจกิริยาด้วยศีลอันบริสุทธิ์ของตนว่าไม่เคยแกล้งเบียดเบียนสัตว์แม้ตัวเดียว ทำให้เรือกลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัยในพริบตา สอนอานุภาพของสัจจะและศีลที่บริสุทธิ์
  10. หน้า ๑๐๖–๑๐๘ จุลลกุณาลชาดก เป็นคาถาคำสอนว่าด้วยธรรมชาติของหญิงที่ไม่ควรไว้วางใจ เปรียบจิตใจหญิงกับสิ่งต่างๆ เช่น จิตลิง เงาไม้ ล้อรถที่หมุนไปมา ไฟกินเปรียง และงูเห่า พร้อมระบุหญิง ๕ จำพวกที่ไม่ควรคบหา อรรถกถาในเล่มนี้สั้นมาก เพียงอ้างอิงว่ารายละเอียดเต็มมีอยู่ในกุณาลชาดกเล่มใหญ่กว่า
  11. หน้า ๑๐๙–๑๓๐ ภัททสาลชาดก เทวดาภัททสาลเทพผู้สิงสถิตในต้นรังใหญ่กลางอุทยานหลวงเมืองพาราณสี เมื่อพระเจ้าพรหมทัตดำริจะสร้างปราสาทเสาเดียวและสั่งให้โค่นต้นรังนั้น เทวดาจึงมาปรากฏกายร้องขอชีวิต ยอมให้ตัดตนเป็นท่อนๆ จากปลายไปหาโคนแทนที่จะโค่นทั้งต้นทันที เพราะเกรงว่าต้นไม้ล้มจะไปทับวิมานของหมู่ญาติเทวดาที่อาศัยอยู่ในต้นรังหนุ่มรายรอบ พระราชาทรงเลื่อมใสในความรักหมู่ญาติของเทวดาจึงประทานอภัยไม่ให้โค่นต้นไม้เลย พระศาสดาทรงยกเรื่องนี้มาแสดงเปรียบกับที่พระองค์เสด็จไปสกัดกั้นทัพพระเจ้าวิฑูฑภะถึงสามครั้งเพื่อปกป้องหมู่พระญาติศากยะ (…
  12. หน้า ๑๓๐–๑๔๓ สมุททวาณิชชาดก ครอบครัวช่างไม้ ๑,๐๐๐ ครัวเรือนหนีหนี้ต่อเรือลงสมุทร ไปพบเกาะอุดมสมบูรณ์กลางทะเลจึงตั้งรกรากอยู่อย่างสุขสบายจนมีร่างกายอ้วนพี แต่พากันมัวเมาดื่มสุรากระทำความสกปรกในเกาะจนเทวดาเจ้าถิ่นโกรธ ตั้งใจจะบันดาลน้ำท่วมล้างเกาะ เทวดาองค์หนึ่งมาเตือนให้หนี แต่เทวดาอีกองค์หนึ่งกลับพูดค้านให้อยู่ต่อ หัวหน้าช่างไม้ที่เป็นบัณฑิตไม่หลงเชื่อคำใดคำหนึ่งทันที จึงเตรียมเรือไว้เป็นทางหนีทีไล่และรอดพ้นภัยพร้อมพวก ๕๐๐ ครอบครัว ส่วนหัวหน้าช่างไม้พาลที่หลงเชื่อเทวดาผู้พูดปลอบใจ ไม่เตรียมพร้อมจึงจมน้ำตายพร้อมพวกอีก ๕๐๐…
  13. หน้า ๑๔๔–๑๕๘ กามชาดก พระราชาพระองค์หนึ่งซึ่งแต่เดิมสละราชสมบัติให้น้องชายและใช้ชีวิตสมถะ ภายหลังกลับโลภมากขึ้นเรื่อยๆ ทวงคืนราชสมบัติทีละส่วนจนได้ครองเมืองทั้งหมด แล้วยังปรารถนาจะได้อีกสามนครโดยหลงเชื่อมาณพปริศนา (ท้าวสักกะแปลงกาย) ที่รับปากจะยึดเมืองมาถวายแล้วหายตัวไป พระราชาทรงเสียใจจนประชวรหนักจนแพทย์ทั้งปวงรักษาไม่หาย พระโพธิสัตว์ในร่างมาณพหนุ่มจึงเข้าไปวินิจฉัยว่าโรคเกิดจาก "ตัณหา" มิใช่โรคทางกาย และแสดงธรรมว่าแม้ได้ทรัพย์สมบัติทั้งแผ่นดินก็ไม่พอสำหรับคนคนเดียว ความอิ่มด้วยปัญญาเท่านั้นที่ประเสริฐกว่าความอิ่มท…
  14. หน้า ๑๕๙–๑๖๗ ชนสันธชาดก พระเจ้าชนสันธะทรงแสดงธรรมแก่ราษฎรของพระองค์เป็นประจำทุกกึ่งเดือน ว่าด้วย "เหตุ ๑๐ ประการที่ทำให้คนเสียใจในบั้นปลายชีวิต" เช่น ไม่ขวนขวายหาทรัพย์ไว้ยามหนุ่ม ไม่เรียนวิชาชีพ ประพฤติทุจริตคดโกง ฆ่าสัตว์ นอกใจคู่ครอง ตระหนี่ไม่ให้ทาน ไม่เลี้ยงดูหรือไม่เชื่อฟังบิดามารดา ไม่คบหาสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล และไม่ประพฤติสุจริตธรรม พระองค์ทรงสอนว่าผู้ใดหลีกเลี่ยงเหตุเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมไม่ต้องเสียใจในภายหลัง ราษฎรทั้งเมืองปฏิบัติตามจนได้ไปสู่สวรรค์
  15. หน้า ๑๖๘–๑๗๙ มหากัณหชาดก ในยุคที่ศาสนาพระกัสสปพุทธเจ้าเสื่อมโทรม ผู้คนพากันประพฤติชั่วจนต้องตกอบายเป็นจำนวนมาก ท้าวสักกะจึงแปลงกายเป็นนายพรานจูงสุนัขดำร่างมหึมาเข้ามาข่มขู่ชาวเมืองพาราณสี พระเจ้าอุสสินนรราชทรงถวายอาหารทั้งวังทั้งเมืองแก่สุนัขแต่สุนัขก็ยังไม่อิ่ม ท้าวสักกะจึงเฉลยว่าสุนัขนี้ไม่ได้หิวอาหารแต่รอ "กิน" คนที่ประพฤติชั่ว เช่น สมณะปลอมที่ทำไร่ไถนาเลี้ยงชีพ นักบวชหญิงที่ยังเสพกาม ชฎิลที่เก็บดอกเบี้ย พราหมณ์รับจ้างบูชายัญ คนไม่เลี้ยงดูหรือดูหมิ่นบิดามารดา คนคบชู้ โจรปล้นทาง และคนมีมารยาใส่ร้ายผู้อื่น จากนั้นท้าว…
  16. หน้า ๑๗๙–๑๘๒ โกสิยชาดก เศรษฐีขี้ตระหนี่นามโกสิยะไม่ยอมแบ่งปันอาหารให้ผู้อื่นแม้มีแขกมานั่งอยู่ด้วย มีผู้มาว่ากล่าวสอนเป็นคาถาว่าควรแบ่งปันตามฐานะไม่ว่าน้อยหรือมาก ผู้บริโภคคนเดียวย่อมไม่ได้ความสุข การบูชาหรือความพยายามหาทรัพย์ของผู้ตระหนี่ย่อมไร้ผล ส่วนของผู้แบ่งปันย่อมมีผลจริง ต่อมาท้าวสักกะพร้อมเทวดาบริวารแปลงกายเป็นพราหมณ์และสุนัขมาเยี่ยมเตือนสติ เมื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นจันทเทพบุตร สุริยเทพบุตร มาตลีเทพสารถี และท้าวสักกะเอง (สุนัขคือปัญจสิขเทพบุตร) โกสิยะจึงสำนึกและตั้งปณิธานเลิกความตระหนี่ ให้ทานเป็นนิต…
  17. หน้า ๑๘๓–๑๘๕ เมณฑกปัญหาชาดก ปริศนาธรรมว่าด้วยไมตรีจิตอันน่าประหลาดใจระหว่างแพะกับสุนัข สัตว์สองชนิดที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เพราะกินอาหารต่างกัน (แพะกินหญ้า สุนัขกินเนื้อ) และไม่เคยเป็นมิตรกันมาก่อน แต่กลับผลัดกันหาอาหารมาให้แก่กัน พระเจ้าวิเทหรัฐทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นี้จากปราสาท จึงตั้งเป็นปัญหาให้เหล่าราชบัณฑิตแก้ไข ผู้ที่แก้ปัญหาได้รับพระราชทานรถม้าและหมู่บ้านเป็นรางวัล แสดงว่าไมตรีอาจเกิดขึ้นได้แม้ในสิ่งที่ดูขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ
  18. หน้า ๑๘๖–๒๐๒ มหาปทุมชาดก พระมหาปทุมกุมารราชโอรสผู้ทรงศีลถูกพระมเหสี(แม่เลี้ยง)ลุ่มหลงและเกี้ยวพาราสี เมื่อพระองค์ปฏิเสธเพราะถือว่านางเป็นดังมารดา พระนางจึงกลั่นแกล้งใส่ร้ายว่าพระกุมารข่มขืนพระนาง พระราชาผู้เป็นบิดาทรงกริ้วโดยไม่สอบสวนให้ถ่องแท้ สั่งให้โยนพระโอรสลงเหวทิ้งโจร แต่พญานาคใต้ภูเขาช่วยรับไว้ด้วยขนดหางจนรอดชีวิต พระกุมารไปอยู่นาคพิภพหนึ่งปีแล้วออกบวชในป่าหิมพานต์ ภายหลังพรานป่าพบและไปทูลพระราชา เมื่อพระราชาเสด็จไปพบและทราบความจริง จึงทรงสำนึกผิด รับพระโอรสกลับ และให้ทิ้งพระมเหสีผู้ใส่ร้ายลงเหวแทน คติสำคัญคือกษ…
  19. หน้า ๒๐๓–๒๐๙ มิตตามิตตชาดก พระราชาทรงมีอำมาตย์ผู้จงรักภักดีคนหนึ่งซึ่งถูกอำมาตย์คนอื่นอิจฉาริษยาใส่ร้ายว่าจะคิดร้ายต่อพระองค์ แต่พระราชาทรงพิจารณาแล้วไม่พบความผิดใดๆ จึงไปทูลถามพระโพธิสัตว์ผู้เป็นบัณฑิตว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียม พระโพธิสัตว์จึงแสดงลักษณะของผู้มิใช่มิตร 16 ประการ (เช่น ไม่ยินดีต้อนรับ คบหาศัตรูของเพื่อน ไม่รักษาความลับ ยินดีในความฉิบหายของเพื่อน) และลักษณะของมิตรแท้ 16 ประการที่ตรงกันข้าม พระราชาทรงพอพระทัยและพระราชทานยศแก่พระโพธิสัตว์
  20. หน้า ๒๑๐–๒๒๒ อัมพชาดก มาณพพราหมณ์ผู้หนึ่งขอเรียนมนต์ทำให้มะม่วงออกผลนอกฤดูกาลจากอาจารย์ผู้เป็นคนวรรณะจัณฑาล โดยอาจารย์กำชับว่าหากมีใครถามถึงตัวอาจารย์ต้องไม่ปิดบังความจริง มิฉะนั้นมนต์จะเสื่อม มาณพนำมนต์ไปแสดงจนมีชื่อเสียงถึงราชสำนัก แต่เมื่อพระราชาตรัสถามว่าใครเป็นอาจารย์ มาณพอายที่จะยอมรับว่าเรียนจากคนจัณฑาล จึงโกหกว่าเรียนจากพราหมณ์ผู้มีชื่อเสียง ทันใดนั้นมนต์ก็เสื่อมสิ้น พระราชาทรงกริ้วที่มาณพลบหลู่ผู้มีคุณเพราะรังเกียจชาติกำเนิด จึงให้เฆี่ยนตีขับไล่ มาณพกลับไปขอมนต์คืนจากอาจารย์แต่ถูกปฏิเสธเพราะผิดคำสัตย์ ในที่…
  21. หน้า ๒๒๓–๒๓๐ ผันทนชาดก หมีตัวหนึ่งถูกกิ่งไม้แห้งของต้นตะคร้อหล่นทับคอโดยบังเอิญ แต่กลับโกรธเข้าใจผิดว่าเทวดาที่สิงต้นไม้แกล้งทำร้าย จึงประกาศจะแก้แค้น ต่อมาเมื่อพบช่างไม้เข้าป่าหาไม้ทำรถ หมีก็หวังดีชี้แนะว่าไม้ตะคร้อแข็งแรงเหมาะทำกงรถที่สุด ฝ่ายเทวดาที่ยังผูกใจเจ็บจึงแฝงกายมาหลอกช่างไม้ว่าถ้าเอาหนังคอหมีมาหุ้มกงรถจะยิ่งแข็งแรง ช่างไม้จึงกลับไปหลอกฆ่าหมีเอาหนังมาทำ เป็นอันหมีตายเพราะไม้ตะคร้อ และไม้ตะคร้อก็ถูกตัดโค่นเพราะหมี ต่างฝ่ายต่างพินาศเพราะความอาฆาตที่ผูกกันไว้ พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้เพื่อเตือนพระญาติที่ทะเ…
  22. หน้า ๒๓๑–๒๔๔ ชวนหังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ทองชื่อชวนหงส์ มีบริวารเก้าหมื่นตัว ผูกมิตรกับพระเจ้าพาราณสีผู้เกิดความเลื่อมใสเมื่อเห็นฝูงหงส์บินผ่านท้องฟ้า ต่อมาลูกหงส์รุ่นน้องสองตัวหลงตัวประมาทจะบินแข่งกับดวงอาทิตย์โดยไม่ฟังคำห้ามของพญาหงส์ พญาหงส์จึงต้องบินตามไปช่วยชีวิตไว้ทั้งสองตัวก่อนที่จะสิ้นแรงกลางอากาศ แล้วจึงเหาะไปเยี่ยมพระราชาสหายที่กรุงพาราณสี พระราชาต้อนรับด้วยความยินดีและขอให้แสดงความเร็วให้ชม พญาหงส์จึงสาธิตด้วยการรับลูกศรที่นายขมังธนูสี่คนยิงพร้อมกันสี่ทิศไม่ให้ตกถึงพื้น พระราชาทรงรักใคร่พญา…
  23. หน้า ๒๔๕–๒๕๔ จุลลนารทกัสสปชาดก ดาบสหนุ่มนารทะทนอยู่ป่ากับบิดา (พระโพธิสัตว์ผู้เป็นฤาษีชื่อกัสสปะ) ไม่ไหว เหตุเพราะถูกหญิงสาวที่หลบหนีจากโจรมายั่วยวนจนเสียพรตศีล เมื่อจะลาไปอยู่บ้านเมือง จึงขอให้บิดาสอนขนบธรรมเนียมชาวเมือง บิดาจึงเตือนถึง "พิษ เหว เปือกตม อสรพิษ" ของพรหมจรรย์ อันได้แก่ สุรา หญิง ลาภสักการะในตระกูลอื่น และการเข้าใกล้พระราชา พร้อมสอนให้รู้จักประมาณในการขอทาน ในที่สุดนารทะได้สติ ไม่ไปครองเรือน สองพ่อลูกจึงเจริญฌานจนได้ไปเกิดในพรหมโลก เรื่องนี้เชื่อมโยงกับภิกษุหนุ่มในสมัยพุทธกาลที่เกือบสึกเพราะสาวเทื้อล่อลวง
  24. หน้า ๒๕๕–๒๖๓ ทูตชาดก มาณพหนุ่มออกหาทรัพย์เพื่อนำไปตอบแทนอาจารย์ ได้ทองคำ ๗ ลิ่มแต่ทำตกแม่น้ำคงคาระหว่างข้ามฟาก จึงนั่งอดอาหารที่ริมฝั่งเพื่อให้ผู้คนสงสัย แต่ไม่ยอมบอกความทุกข์แก่ใครเลยไม่ว่าราษฎรหรือขุนนางที่พระราชาส่งมาถาม จนพระราชาต้องเสด็จมาเองในวันที่เจ็ด มาณพจึงอธิบายเหตุผลว่าจะบอกทุกข์แก่ผู้ที่ช่วยเปลื้องทุกข์ได้เท่านั้น พระราชาทรงเลื่อมใสในปัญญาจึงพระราชทานทองคำ ๑๔ แท่งให้ เรื่องนี้พระพุทธเจ้าทรงเล่าเพื่อสรรเสริญความฉลาดในอุบายของพระองค์เอง
  25. หน้า ๒๖๔–๒๗๙ กาลิงคโพธิชาดก พระเจ้าจักรพรรดิกาลิงคะทรงช้างเสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์ ปุโรหิตภารทวาชะทำนายว่าแม้ช้างตระกูลอุโบสถก็ไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปยังจุดที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคยตรัสรู้ได้ พระราชาทรงลองไสช้างไปก็เป็นจริงตามคำทำนาย ช้างถึงกับสิ้นใจ พระองค์จึงทรงเชื่อในพยากรณ์ และรับสั่งให้บูชาโพธิมณฑลด้วยดอกไม้นับหมื่นเล่มเกวียน เรื่องนี้เล่าคู่กับเรื่องราวการที่พระอานนท์ปลูกต้นโพธิ์ที่ประตูวัดเชตวันเพื่อเป็นที่สักการะแทนพระพุทธองค์เมื่อเสด็จจาริกไป และมีเกร็ดเรื่องกำเนิดของพระเจ้ากาลิงคะจากความรักของเจ้าชายจุลลกาลิงคะ…
  26. หน้า ๒๘๐–๒๙๓ อกิตติชาดก อกิตติบัณฑิตสละทรัพย์มหาศาล ๘๐ โกฏิให้หมดแล้วออกบวชเป็นฤาษีพร้อมน้องสาว ภายหลังหนีลาภสักการะไปอยู่ผู้เดียวที่เกาะห่างไกล ฉันแต่ใบหมากเม่านึ่ง ท้าวสักกะแปลงกายมาขอทานถึงสามวันซ้อน ท่านก็ยกใบหมากเม่านึ่งทั้งหมดให้จนตนเองอดอาหาร ท้าวสักกะจึงประทานพรตามที่ขอ ได้แก่ ขอไม่ให้มีความโลภไม่รู้จักพอ ไม่มีโทสะจนทรัพย์เสื่อม ไม่คบคนพาล ได้คบบัณฑิต มีศรัทธาในทานไม่เสื่อมถอย และสุดท้ายขอร้องท้าวสักกะอย่ามาเยี่ยมอีกเลย เพราะเกรงว่าเห็นความสุขของเทวดาแล้วตนจะประมาทอยากได้ตำแหน่งท้าวสักกะแทนที่จะมุ่งพระนิพพาน
  27. หน้า ๒๙๓–๓๑๒ ตักการิยชาดก ผ่านนิทานเปรียบเทียบหลายเรื่อง (กบเรียกงูมากินตน, นกจับหัวแพะที่กำลังชนกัน, สี่คนแย่งกันดึงผ้าจนหัวแตกตาย ฯลฯ) ชี้ให้เห็นโทษของการพูดเกินขอบเขต ปุโรหิตของพระราชากรุงพาราณสีวางแผนฆ่าพราหมณ์ตาเหลืองเขี้ยวงอกสองคนทำพลีกรรมยกประตูเมืองใหม่ แต่พลั้งปากบอกภรรยาซึ่งแอบส่งข่าวเตือนชายชู้ของตนให้หนี ทำให้พราหมณ์ลักษณะนั้นหนีหมดเมือง เหลือแต่ตัวปุโรหิตเองที่ต้องถูกจับมาเป็นเหยื่อแทน ศิษย์ของเขาคือตักการิยมาณพ (พระโพธิสัตว์) ปลอบใจด้วยนิทานซ้อนหลายเรื่อง (รวมถึงเรื่องกินนรกับกินรีภรรยาที่กินรีพูดแก้ตัวจนร…
  28. หน้า ๓๑๓–๓๒๖ รุรุมิคชาดก พญาเนื้อทองรุรุช่วยชีวิตชายหนุ่มที่กระโดดแม่น้ำคงคาหวังฆ่าตัวตายเพราะหนี้พนัน โดยขอเพียงข้อแม้เดียวคืออย่าบอกที่อยู่ของตนแก่ใคร แต่ชายผู้นั้นกลับผิดคำสัญญา นำความไปทูลพระราชาเพื่อแลกรางวัลเมื่อพระมเหสีฝันอยากฟังธรรมจากกวางทอง เมื่อถูกล้อมจับ พญาเนื้อไม่หนีแต่เข้าเจรจากับพระราชาด้วยวาจาไพเราะ เปรียบชายอกตัญญูนั้นว่าเลวยิ่งกว่าท่อนไม้ที่ลอยน้ำ พระราชาสำนึกในคุณและประกาศให้อภัยทานแก่สรรพสัตว์ทั่วแคว้น เรื่องนี้สะท้อนทั้งภัยจากการคบคนอกตัญญูและคุณค่าของความกตัญญูรู้คุณที่เอาชนะความโกรธได้
  29. หน้า ๓๒๗–๓๔๘ สรภชาดก พระเจ้าพาราณสีทรงไล่ล่าละมั่งทองจนพลาดตกลงในเหวลึก ละมั่ง (พระโพธิสัตว์) กลับไม่ถือโทษ ช่วยขนหินถมเหวจนพระราชาขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย พระราชาสำนึกคุณแต่ไม่เล่าให้ใครฟัง จนวันหนึ่งเผลอรำพึงเป็นคำคล้องจองตอนใกล้รุ่ง ปุโรหิตผู้ฉลาดฟังเพียงคำสั้นๆ ก็อนุมานเรื่องราวทั้งหมดได้ถูกต้อง ต่อมาท้าวสักกะแปลงกายทดสอบพระราชาโดยเนรมิตละมั่งตัวนั้นมาล่อให้ยิง พร้อมขู่ว่าหากไม่ฆ่าจะต้องตกนรก แต่พระราชายืนยันไม่ฆ่าผู้มีคุณต่อตนแม้ต้องแลกด้วยนรก ท้าวสักกะจึงเผยกายจริงและประทานพรให้ เรื่องนี้เป็นทั้งบทเรียนเรื่องควา…
  30. หน้า ๓๔๙–๓๖๐ สาลิเกทารชาดก พญานกแขกเต้า (พระโพธิสัตว์) แปลกกว่านกอื่นตรงที่กินอิ่มแล้วยังคาบข้าวสาลีจากนาของพราหมณ์โกสิยะติดปากไปด้วยทุกครั้ง จนถูกดักบ่วงจับได้ เมื่อพราหมณ์ถามเหตุผล นกจึงอธิบายว่าข้าวที่คาบไปนั้นแบ่งเป็นสามส่วน คือเลี้ยงลูกอ่อนที่ยังบินไม่ได้ (เปรียบเหมือนให้เขากู้หนี้ เพราะวันหน้าลูกจะเลี้ยงตอบ) เลี้ยงพ่อแม่แก่ชรา (เปรียบเหมือนใช้หนี้เก่าที่ท่านเคยเลี้ยงตน) และแบ่งให้นกชราไร้เรี่ยวแรงตัวอื่น (เปรียบเหมือนฝังขุมทรัพย์ไว้เป็นบุญ) พราหมณ์ซาบซึ้งในคุณธรรมของนกจนยกที่นาทั้งหมดให้ แต่นกขอรับไว้เพียงส่วนน้อยแ…
  31. หน้า ๓๖๐–๓๗๒ จันทกินนรชาดก พระเจ้ากรุงพาราณสีสละราชสมบัติออกผนวชเที่ยวไปในป่าหิมพานต์ พบกินนรจันทกินนรกับภรรยาชื่อจันทาร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุข เกิดหลงรักนางจันทาจึงยิงกินนรผู้สามีจนบาดเจ็บสาหัส หวังฉุดนางไปเป็นมเหสี กินนรผู้บาดเจ็บสาหัสใกล้สิ้นใจรำพันกับนางจันทาถึงความตายที่ใกล้เข้ามาและความทุกข์ใจที่ห่วงว่านางจะต้องเศร้าโศกเพราะตน แต่นางจันทายอมตายไม่ยอมทรยศสามี สาปแช่งกษัตริย์อย่างรุนแรง ท้าวสักกะ (พระอินทร์) เห็นใจนางจึงแปลงเป็นพราหมณ์ลงมารดน้ำรักษาแผลให้กินนรฟื้นคืนชีวิต ทั้งคู่กลับไปอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขดั…
  32. หน้า ๓๗๓–๓๘๘ มหาอุกกุสชาดก เหยี่ยวคู่หนึ่งทำรังอยู่บนเกาะกลางสระ ภรรยาแนะให้ผูกมิตรกับสัตว์อื่นไว้ก่อนเกิดภัย สามีจึงผูกมิตรกับพญานกออก ราชสีห์ และเต่า เมื่อชาวป่าจะจับลูกเหยี่ยวไปกินยามค่ำคืน พญานกออกดำน้ำเอาปีกและปากรดน้ำดับคบเพลิงของพรานตลอดทั้งคืนจนหมดแรง เต่าจึงมาแทนโดยพาพรานว่ายน้ำไล่จับตนจนหมดกำลัง สุดท้ายราชสีห์มาปรากฏตัวทำให้พรานตกใจหนีไป ลูกเหยี่ยวจึงรอดชีวิตด้วยพลังแห่งมิตรภาพที่ผูกไว้ล่วงหน้า คติสอนใจคือควรผูกมิตรไว้ก่อนที่ภัยจะมาถึง เพราะยามยากเพื่อนแท้จะช่วยได้จริง
  33. หน้า ๓๘๙–๔๐๒ อุททาลกชาดก คณะดาบสชฎิลรูปร่างสกปรกบำเพ็ญตบะแปลก ๆ ทำให้พระราชาหลงเชื่อว่าพ้นจากอบาย ปุโรหิตของพระราชา (พระโพธิสัตว์) จึงโต้แย้งว่าความเป็นพหูสูตหรือพิธีกรรมภายนอก เช่น การบูชาไฟ รดน้ำ ไม่อาจทำให้พ้นทุกข์ได้ มีเพียงจรณธรรมคือความประพฤติดีงามภายในเท่านั้นที่นำไปสู่ความสงบ หัวหน้าคณะดาบสชื่ออุททาลกะโต้เถียงแต่แพ้ทุกประเด็น สุดท้ายเฉลยว่าอุททาลกะคือบุตรลับของปุโรหิตเอง ปุโรหิตจึงชี้ให้เห็นว่าทุกวรรณะสามารถบรรลุความบริสุทธิ์ได้เท่าเทียมกันเหมือนผ้าต่างสีที่ทอดเงาเป็นสีเดียวกัน คติสอนใจคือความดีที่แท้จริงอยู่ที…
  34. หน้า ๔๐๒–๔๒๑ ภิสชาดก มหากาญจนกุมารพร้อมน้องชาย ๖ คน น้องสาว ทาสชาย ทาสหญิง และสหาย รวม ๑๑ คน สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิออกบวชเป็นฤาษีในป่าหิมพานต์ ผลัดกันไปหาเหง้าบัวมาฉันเป็นอาหาร ท้าวสักกะสงสัยว่าฤาษีเหล่านี้ยังใฝ่ในกามอยู่หรือไม่ จึงทดลองซ่อนส่วนแบ่งเหง้าบัวของพระโพธิสัตว์ไป ๓ วัน เมื่อถูกซักถามหาตัวผู้ขโมย ฤาษีแต่ละคน รวมถึงช้างและลิงที่มาพึ่งพิงอาศัยอยู่ด้วย ต่างสาบานตนอย่างรุนแรงว่าหากตนขโมยขอให้ต้องกลับไปเสวยสุขทางโลกทุกรูปแบบ (เป็นกษัตริย์ เป็นปุโรหิต มีทรัพย์ มีสตรี ฯลฯ) ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขารังเกียจยิ่งกว่าควา…
  35. หน้า ๔๒๑–๔๓๙ สุรุจิชาดก พระนางสุเมธา อัครมเหสีของพระเจ้าสุรุจิผู้ปฏิญาณครองคู่กับนางผู้เดียวไม่รับสตรีอื่น อยู่ร่วมกันนานถึงหมื่นปีแต่ไม่มีบุตร แม้ภายหลังนางเองจะเป็นผู้เลือกสตรีอีก ๑๖,๐๐๐ นางมาถวายพระราชาก็ยังไม่มีใครได้บุตรเลย เมื่อถูกขอให้ตั้งจิตปรารถนาบุตรบ้าง พระนางจึงตั้งสัตยาธิษฐานยืนยันความซื่อสัตย์ต่อสามี ไม่อิจฉาริษยาหญิงร่วมสามี เมตตาทาสกรรมกรและสมณพราหมณ์ และรักษาศีลอุโบสถเคร่งครัด ท้าวสักกะเสด็จลงมาฟังคำสัตย์แล้วประทานโอรสชื่อมหาปนาทซึ่งภายหลังเติบโตขึ้นครองปราสาทแก้วที่ท้าวสักกะให้สร้าง และไม่เคยหัวเราะจ…
  36. หน้า ๔๓๙–๔๕๒ ปัญจุโปสถิกชาดก นกพิราบ งู หมาจิ้งจอก และหมี ต่างเข้าไปเล่าเหตุผลแก่พระฤาษี (พระโพธิสัตว์) ว่าเหตุใดตนจึงงดอาหารมารักษาอุโบสถ คือ นกพิราบสูญเสียคู่รักเพราะถูกเหยี่ยวโฉบไปกินต่อหน้าจึงตั้งใจข่มราคะ งูโกรธจนกัดวัวตายทำให้ชาวบ้านเศร้าโศกจึงข่มโทสะ หมาจิ้งจอกโลภมากเข้าไปกินซากในท้องช้างจนติดอยู่ข้างในลำบากแสนสาหัสจึงข่มโลภะ ส่วนหมีอยากมากเกินจนถูกชาวบ้านรุมทำร้ายบาดเจ็บจึงข่มความอยากเกินขนาด และพระฤาษีเองก็รักษาอุโบสถเพื่อข่มมานะที่ตนไม่ยอมกราบพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มาเยือน เรื่องนี้สอนว่าอุโบสถศีลเป็นเครื่องมือข่มกิ…
  37. หน้า ๔๕๓–๔๖๙ มหาโมรชาดก พญานกยูงทองผู้มีรูปงามเลิศหนีไปอยู่ป่าหิมพานต์ตามลำพัง สวดพระปริตรทุกเช้าเย็นป้องกันภัยได้นานถึง ๗๐๐ ปีจนไม่มีใครจับได้ พระราชาส่งนายพรานถึงหกคนไปจับตามคำขอของพระมเหสีที่ฝันอยากฟังธรรมของนกยูงแต่ล้มตายหมด จนนายพรานคนที่เจ็ดใช้นางนกยูงมาล่อ ทำให้พญายูงเผลอใจเกิดกิเลสรักใคร่เป็นครั้งแรกในรอบ ๗๐๐ ปีจนติดบ่วง แต่นายพรานสงสารไม่ฆ่า กลับสนทนาธรรมกับพญายูงเรื่องกรรมและผลของกรรม จนนายพรานบรรลุปัจเจกโพธิญาณทันทีในที่นั้นและปล่อยพญายูงกับนกที่ถูกกักขังทั้งหมดให้เป็นอิสระ เรื่องนี้แสดงว่าแม้ผู้ฝึกตนมานานเ…
  38. หน้า ๔๖๙–๔๘๓ ตัจฉสูกรชาดก ลูกหมูที่ช่างไม้เก็บมาเลี้ยงชื่อ "ตัจฉกสุกร" เมื่อถูกปล่อยคืนสู่ป่าจึงไปแสวงหาฝูงหมูป่าที่เป็นญาติ พบว่าฝูงหมูกำลังหวาดกลัวเสือโคร่งตัวหนึ่งที่มักมาฆ่าหมูตัวอ้วนไปกินอยู่เสมอ ตัจฉกสุกรจึงชักชวนฝูงหมูให้รวมพลังต่อสู้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแทนที่จะหนีทีละตัว โดยจัดขบวนทัพหมูอย่างมีชั้นเชิงตามตำราพิชัยสงคราม ทำให้เสือโคร่งที่เคยฆ่าหมูได้ง่ายดายต้องหวาดหวั่นไม่กล้าเข้าใกล้ฝูงที่ร่วมใจกัน แม้จะถูกชฎิลโกงผู้เป็นสมุนปลุกปั่นให้ฮึกเหิมก็ตาม ต่อมาเสือโคร่งบุกเข้าใส่ฝูงหมูอีกครั้ง แต่ตัจฉกสุกรหัวหน้าฝูงใช…
  39. หน้า ๔๘๔–๔๙๓ มหาวาณิชชาดก กองเกวียนพ่อค้าหลงทางในป่ากันดาร พบต้นไทรใหญ่ (ที่แท้เป็นที่สถิตของพญานาค) เมื่อตัดกิ่งทิศตะวันออกก็ได้น้ำดื่ม ตัดกิ่งทิศใต้ได้อาหาร ตัดกิ่งทิศตะวันตกได้นารีมาบำเรอ ตัดกิ่งทิศเหนือได้แก้วแหวนเงินทอง แต่ด้วยความโลภไม่รู้จักพอ พวกพ่อค้าคิดจะตัดโค่นทั้งต้นเพื่อหวังของมากขึ้นอีก แม้นายกองเกวียนจะอ้อนวอนห้ามปรามว่าไม่ควรทำร้ายผู้มีบุญคุณ แต่พ่อค้าส่วนใหญ่ไม่ฟัง พญานาคจึงส่งกองทัพนาคออกมาสังหารพ่อค้าที่โลภเหล่านั้นจนหมดสิ้น เว้นแต่นายกองเกวียนผู้เดียวที่รอดชีวิตและได้ทรัพย์กลับไป คติสอนใจคือความโลภที…
  40. หน้า ๔๙๔–๕๐๗ สาธินราชชาดก พระเจ้าสาธินราชแห่งมิถิลาทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงศีลและให้ทานมาก จนเทวดาพากันสรรเสริญ ท้าวสักกะจึงส่งมาตลีเทพบุตรมารับเสด็จไปเยือนดาวดึงส์ เมื่อประทับในสวรรค์นานถึง 700 ปี พระองค์กลับรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ยินดี เพราะทรงตระหนักว่าความสุขที่ได้จากบุญของผู้อื่น (ท้าวสักกะแบ่งให้) เปรียบเหมือนของยืม ไม่ใช่ของแท้จริงของตน จึงขอเสด็จกลับมนุษยโลกเพื่อสร้างบุญด้วยพระองค์เอง เมื่อกลับถึงมิถิลาพบว่าเวลาผ่านไปนานจนพระราชนัดดารุ่นที่ 7 ครองราชย์แทนแล้ว พระองค์ไม่ทรงประสงค์ราชสมบัติคืน เพียงขอถวายทานฉลอง 7 วัน แล…
  41. หน้า ๕๐๘–๕๒๙ ทสพราหมณชาดก พระเจ้ายุธิฏฐิละมีพระประสงค์จะถวายทานแด่พราหมณ์ผู้มีศีลและเป็นพหูสูตอย่างแท้จริง จึงมอบหมายให้วิธูรอำมาตย์ (พระโพธิสัตว์) ไปเสาะหา วิธูรทูลชี้แจงว่าคนที่เรียกตัวเองว่า "พราหมณ์" ในสมัยนั้นมีถึง 10 จำพวก แต่ล้วนไม่มีคุณสมบัติที่แท้จริง เช่น เป็นหมอยาปลอม เป็นคนรับใช้ เป็นยาจกขอทานแบบข่มขู่ เป็นพ่อค้า เป็นแม่สื่อจัดการแต่งงาน เป็นปุโรหิตที่ได้ประโยชน์จากการฆ่าสัตว์ เป็นทหารรับจ้าง เป็นนายพราน และเป็นผู้แสวงหาทรัพย์ด้วยเล่ห์เหลี่ยม พระราชาทรงปฏิเสธพราหมณ์ปลอมทุกจำพวก จนวิธูรทูลถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า…
  42. หน้า ๕๓๐–๕๔๐ ภิกขาปรัมปรชาดก กุฎุมพีผู้มั่งคั่งพบพระราชาพระองค์หนึ่ง (ปลอมพระองค์ตรวจหาผู้ติเตียนพระองค์) ประทับที่ศาลา จึงถวายภัตตาหารอย่างดี แต่พระราชากลับไม่เสวยเองทรงยกให้ปุโรหิตผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์ ปุโรหิตก็ไม่ฉันเองแต่ถวายต่อแก่ฤๅษีผู้บำเพ็ญตบะในป่า ฤๅษีก็ไม่ฉันเองแต่ถวายต่อแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้หมดกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อกุฎุมพีถามเหตุผลแต่ละท่านจึงได้คำตอบว่า ยิ่งผู้มีภาระและกิเลสน้อยลงเพียงใด ก็ยิ่งสมควรเป็นผู้รับทานมากขึ้นเพียงนั้น กุฎุมพีจึงเข้าใจแจ่มแจ้งว่า พระราชายุ่งอยู่กับกิจบ้านเมือง พราหมณ์ยุ่งอยู่กับ…