มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๔ · ๕๑๐ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๕๒ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๒๘ เทวทหสูตร พระพุทธเจ้าทรงหักล้างวาทะของนิครนถ์ที่เชื่อว่าสุขทุกข์ทั้งปวงเกิดจากกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว โดยทรงชี้ว่าไม่มีทางพิสูจน์ได้ ต่อจากนั้นทรงแสดงความเพียรที่ไร้ผล ๑๐ ประการของนิครนถ์ เทียบกับความเพียรที่มีผลของภิกษุผู้ไม่หมกมุ่นในสุข บำเพ็ญฌาน ๔ จนบรรลุวิชชา ๓
  2. หน้า ๒๘–๔๓ ปัญจัตตยสูตร ทรงวิเคราะห์ทิฏฐิเกี่ยวกับขันธ์ส่วนอนาคต ๕ ประการ ๓ หมวด และทิฏฐิเกี่ยวกับขันธ์ส่วนอดีต ๑๖ ประการ แล้วทรงแสดงหนทางหลุดพ้นของพระองค์ที่ไม่ยึดมั่นแม้ในปีติ สุข หรือความสงบอันประณีตที่สุด
  3. หน้า ๔๓–๔๙ กินติสูตร ทรงถามภิกษุว่ามีความคิดอย่างไรต่อการแสดงธรรมของพระองค์ แล้วสอนวิธีที่ภิกษุพึงร่วมมือกันศึกษาโพธิปักขิยธรรมอย่างสามัคคี ไม่วิวาทกันแม้มีความเห็นต่างกันในอรรถหรือพยัญชนะ และวิธีตักเตือนกันด้วยความเมตตา
  4. หน้า ๕๐–๖๑ สามคามสูตร หลังนิครนถนาฏบุตรสิ้นชีวิตและเหล่าสาวกแตกแยกทะเลาะกันรุนแรง พระอานนท์ทูลถามเรื่องความวิวาทในสงฆ์ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงมูลเหตุแห่งการวิวาท ๖ ประการ อธิกรณ์ ๔ อธิกรณสมถะ ๗ วิธีระงับอธิกรณ์ และสาราณียธรรม ๖ ประการอันเป็นเครื่องผูกความสามัคคีของสงฆ์
  5. หน้า ๖๑–๗๐ สุนักขัตตสูตร พระพุทธเจ้าตรัสตอบเจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร เรื่องภิกษุพยากรณ์อรหัตตผลบางพวกถูกต้อง บางพวกสำคัญผิด ทรงแสดงลำดับการน้อมใจจากโลกามิสสู่อาเนญชสมาบัติ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ และนิพพานโดยชอบด้วยอุปมาต่างๆ และอุปมาลูกศรอาบยาพิษแสดงอันตรายของภิกษุที่ยึดมั่นนิพพานแต่ยังคลุกคลีสิ่งไม่เป็นสัปปายะ
  6. หน้า ๗๐–๗๗ อาเนญชสัปปายสูตร ทรงแสดงปฏิปทาที่เป็นสัปปายะแก่อาเนญชสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ และเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ แล้วตรัสตอบพระอานนท์เรื่องเหตุที่ภิกษุบางรูปปรินิพพานหรือไม่เพราะยึดติดหรือไม่ยึดติดอุเบกขา ปิดท้ายด้วยวิโมกข์อันเป็นของพระอริยะ
  7. หน้า ๗๘–๘๔ คณกโมคคัลลานสูตร พราหมณ์คณกโมคคัลลานะทูลถามว่าพระธรรมวินัยมีการศึกษาเป็นลำดับขั้นเหมือนวิชาการต่างๆ หรือไม่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงลำดับการฝึกตั้งแต่ศีล สำรวมอินทรีย์ รู้ประมาณในอาหาร เพียรตื่นอยู่ สติสัมปชัญญะ จนถึงฌาน ๔ พราหมณ์เลื่อมใสขอถึงไตรสรณคมน์
  8. หน้า ๘๕–๙๕ โคปกโมคคัลลานสูตร หลังพุทธปรินิพพาน พระอานนท์สนทนากับโคปกโมคคัลลานพราหมณ์และวัสสการพราหมณ์มหาอำมาตย์แคว้นมคธว่าไม่มีภิกษุรูปใดที่พระพุทธเจ้าหรือสงฆ์แต่งตั้งให้เป็นที่พึ่งแทนพระองค์ แต่มีธรรมเป็นที่พึ่ง ทรงแสดงธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส ๑๐ ประการ
  9. หน้า ๙๖–๑๐๔ มหาปุณณมสูตร ในคืนวันเพ็ญ ภิกษุรูปหนึ่งทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องอุปาทานขันธ์ ๕ มูลเหตุ ความหมายของขันธ์ เหตุให้ขันธ์ปรากฏ สักกายทิฏฐิ คุณโทษและการสลัดออกจากขันธ์ จบด้วยการเจริญวิปัสสนาเห็นขันธ์ ๕ เป็นอนัตตา จนภิกษุ ๖๐ รูปมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะ
  10. หน้า ๑๐๔–๑๐๙ จูฬปุณณมสูตร ในคืนวันเพ็ญเช่นกัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงลักษณะอสัตบุรุษและสัตบุรุษ ๘ ประการ และคติที่ไปเกิดของแต่ละฝ่าย จบเทวทหวรรคที่ ๑
  11. หน้า ๑๑๐–๑๑๕ อนุปทสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญพระสารีบุตรว่ามีปัญญามาก สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทในรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๓ และสัญญาเวทยิตนิโรธ โดยกำหนดรู้สภาวธรรมแต่ละองค์ที่เกิดดับ ทรงยกย่องว่าสารีบุตรถึงวสีบารมีในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ เป็นธรรมทายาทของพระองค์
  12. หน้า ๑๑๕–๑๒๕ ฉวิโสธนสูตร วิธีไต่สวนภิกษุผู้ประกาศอรหัตตผล ด้วยการถามถึงจิตที่หลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ยึดมั่นในโวหาร ๔ อุปาทานขันธ์ ๕ ธาตุ ๖ และอายตนะ ๑๒ รวมทั้งการถอนอหังการมมังการ
  13. หน้า ๑๒๕–๑๓๕ สัปปุริสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมของอสัตบุรุษ ผู้ยกตนข่มผู้อื่นเพราะตระกูล ยศ ลาภ ความเป็นพหูสูต ธุดงควัตร และฌานสมาบัติ เทียบกับธรรมของสัตบุรุษที่ไม่ยกตนข่มผู้อื่นในเรื่องเดียวกัน รวม ๒๗ คู่
  14. หน้า ๑๓๕–๑๕๙ เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร พระพุทธเจ้าตรัสหลักการเสพและไม่ควรเสพในกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม จิตตุปบาท การได้สัญญา ทิฏฐิ อัตภาพ อายตนะทั้ง ๖ ปัจจัย ๔ หมู่บ้าน นิคม นคร ชนบท และบุคคล โดยพระสารีบุตรขยายความละเอียดทีละหัวข้อ
  15. หน้า ๑๖๐–๑๗๐ พหุธาตุกสูตร ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคทั้งปวงล้วนเกิดจากคนพาล มิใช่บัณฑิต พระอานนท์ทูลถามลักษณะภิกษุผู้เป็นบัณฑิต พระพุทธเจ้าตรัสว่าคือผู้ฉลาดในธาตุ ฉลาดในอายตนะ ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และฉลาดในฐานะและอฐานะ ๒๐ ประการ
  16. หน้า ๑๗๐–๑๗๔ อิสิคิลิสูตร พระพุทธเจ้าตรัสเล่าตำนานภูเขาอิสิคิลิที่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์เคยอาศัยอยู่นาน จนประชาชนเข้าใจว่าภูเขากลืนกินฤๅษี จึงได้ชื่อว่าอิสิคิลิ จากนั้นตรัสระบุพระนามพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นเป็นจำนวนมากในรูปคาถา
  17. หน้า ๑๗๔–๑๘๓ มหาจัตตารีสกสูตร ทรงแสดงสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่แวดล้อมด้วยองค์ ๗ อธิบายมิจฉา-สัมมาทิฏฐิ สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ อย่างละเอียด แยกเป็นระดับโลกียะกับโลกุตตระ ขยายเป็นมรรคมีองค์ ๑๐ ของพระอเสขะ
  18. หน้า ๑๘๓–๑๙๕ อานาปานัสสติสูตร ปรารภการประชุมสงฆ์ในวันปวารณา ทรงแสดงอานิสงส์ของอานาปานสติ ๑๖ ขั้น ว่าทำให้สติปัฏฐาน ๔ บริบูรณ์ สติปัฏฐาน ๔ ทำให้โพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์ และโพชฌงค์ ๗ ทำให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์ตามลำดับ
  19. หน้า ๑๙๖–๒๐๗ กายคตาสติสูตร ทรงแสดงวิธีเจริญกายคตาสติหลายวิธี ทั้งอานาปานสติ อิริยาบถ สัมปชัญญะ ปฏิกูลมนสิการ ๓๒ ธาตุกรรมฐาน และป่าช้า ๙ รวมถึงฌาน ๔ พร้อมอานิสงส์ ๑๐ ประการ เช่น อดทนต่อสุขทุกข์ ได้ฌาน แสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติได้ จนถึงสิ้นอาสวะ
  20. หน้า ๒๐๘–๒๑๔ สังขารูปปัตติสูตร ทรงแสดงปฏิปทาที่ทำให้เกิดในภพต่างๆ ตามความปรารถนาของภิกษุผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ตั้งแต่ขัตติยมหาศาลจนถึงอรูปพรหม และปฏิปทาสูงสุดคือการสิ้นอาสวะไม่เกิดอีก จบอนุปทวรรคที่ ๒
  21. หน้า ๒๑๕–๒๒๑ จูฬสุญญตสูตร พระอานนท์ทูลถามเรื่องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม พระพุทธเจ้าทรงแสดงลำดับการเข้าสู่ความว่างจากหยาบไปละเอียด ตั้งแต่ความสำคัญว่าป่า แผ่นดิน อรูปฌานทั้ง ๔ จนถึงเจโตสมาธิอันไม่มีนิมิตซึ่งเป็นความว่างบริสุทธิ์ยอดเยี่ยม
  22. หน้า ๒๒๒–๒๓๒ มหาสุญญตสูตร พระพุทธองค์ตรัสสอนพระอานนท์ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงตำหนิความคลุกคลีด้วยหมู่คณะว่าเป็นอุปสรรคต่อสุขจากความสงัด ทรงแสดงวิธีตั้งจิตในภายในด้วยฌาน ๔ การใส่ใจสุญญตาภายใน-ภายนอก อุปัทวะ ๓ ประการ และการปฏิบัติต่อพระองค์ด้วยวัตรของมิตร
  23. หน้า ๒๓๒–๒๔๒ อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร ภิกษุทั้งหลายสนทนากันถึงฤทธานุภาพของพระตถาคต พระพุทธองค์รับสั่งให้พระอานนท์แสดงธรรมอันน่าอัศจรรย์ ๒๐ ประการเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ ตั้งแต่จุติจากดุสิต ประสูติ จนถึงเสด็จดำเนิน ๗ ก้าวและเปล่งอาสภิวาจา
  24. หน้า ๒๔๒–๒๔๖ พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ปริพาชกอเจลกัสสปะสหายเก่าถามพระพักกุละเรื่องกามในช่วง ๘๐ พรรษาที่บวช พระพักกุละแจกแจงธรรมอันน่าอัศจรรย์ ๓๕ ข้อของตน กัสสปะเลื่อมใสจึงขอบวชและบรรลุอรหัตต์ ท้ายสุดพระพักกุละนั่งปรินิพพานท่ามกลางสงฆ์
  25. หน้า ๒๔๖–๒๕๕ ทันตภูมิสูตร สมณุทเทสอจิรวตะแสดงธรรมแก่ชยเสนราชกุมารเรื่องจิตเตกัคคตาแต่ราชกุมารไม่เชื่อ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ยังหมกมุ่นในกามย่อมไม่อาจเข้าใจได้ ทรงแสดงอุปมาการฝึกช้างป่าเทียบกับการฝึกอริยสาวกด้วยศีล สติปัฏฐาน ฌาน และวิชชา ๓
  26. หน้า ๒๕๖–๒๖๘ ภูมิชสูตร ชยเสนราชกุมารตรัสถามพระภูมิชะถึงวาทะของสมณพราหมณ์ที่ว่าประพฤติพรหมจรรย์จะได้ผลหรือไม่ขึ้นกับการตั้งความหวัง พระพุทธเจ้าทรงยืนยันด้วยอุปมา ๔ คู่ ว่ามิจฉาทิฏฐิย่อมไม่บรรลุผลและสัมมาทิฏฐิย่อมบรรลุผลไม่ว่าจะหวังหรือไม่
  27. หน้า ๒๖๘–๒๗๖ อนุรุทธสูตร ช่างไม้ปัญจกังคะทูลถามพระอนุรุทธะถึงความต่างระหว่างเจโตวิมุตติอันหาประมาณมิได้กับเจโตวิมุตติที่เป็นมหัคคตะ และการเข้าถึงภพ ๔ ตามระดับกสิณแสงสว่าง พระสภิยกัจจานะซักถามต่อเหตุที่เทพเกิดร่วมกันมีรัศมีต่างกัน
  28. หน้า ๒๗๖–๒๙๐ อุปักกิเลสสูตร ภิกษุกรุงโกสัมพีวิวาทกันจนพระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามแต่ถูกทูลขอให้ทรงนิ่งเสีย จึงเสด็จไปหาพระอนุรุทธะ พระนันทิยะ พระกิมพิละที่อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีดุจน้ำนมกับน้ำ จากนั้นทรงเล่าประสบการณ์ก่อนตรัสรู้เรื่องอุปกิเลส ๑๑ ประการที่บดบังแสงสว่างและการเห็นรูปในสมาธิ
  29. หน้า ๒๙๐–๓๐๙ พาลปัณฑิตสูตร ทรงแสดงลักษณะคนพาล ๓ ประการและทุกข์โทมนัสที่เสวยทั้งในปัจจุบันและในนรก พร้อมอุปมาเต่าตาบอดสอดคอเข้าแอกกลางมหาสมุทรแสดงความยากที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์อีก จากนั้นแสดงลักษณะบัณฑิต ๓ ประการและสุขที่เสวยเปรียบกับพระเจ้าจักรพรรดิ
  30. หน้า ๓๐๙–๓๑๘ เทวทูตสูตร ทรงแสดงด้วยตาทิพย์เห็นหมู่สัตว์จุติเกิดตามกรรม แล้วเล่าเรื่องนายนิรยบาลนำคนบาปไปแสดงต่อพญายม ผู้สอบถามเรื่องเทวทูตทั้ง ๕ ว่าเคยเห็นแล้วเตือนตนหรือไม่ เมื่อนิ่งเฉยจึงถูกลงทัณฑ์ในนรกอย่างสาหัส จบสุญญตวรรคที่ ๓
  31. หน้า ๓๑๙–๓๒๓ ภัทเทกรัตตสูตร ทรงแสดงอุทเทสและวิภังค์ของ "ผู้มีราตรีเดียวเจริญ" คือไม่คำนึงถึงอดีต ไม่หวังอนาคต เห็นแจ้งธรรมปัจจุบันโดยไม่ยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา พร้อมคาถาเตือนให้เพียรทำความดีตั้งแต่วันนี้เพราะความตายไม่แน่นอน
  32. หน้า ๓๒๔–๓๓๐ อานันทภัทเทกรัตตสูตร พระอานนท์แสดงธรรมเรื่องผู้มีราตรีเดียวเจริญแก่ภิกษุทั้งหลายในหอฉัน เนื้อหาซ้ำกับภัทเทกรัตตคาถาเดิม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบจึงรับสั่งให้พระอานนท์แสดงซ้ำต่อหน้าพระองค์ และตรัสรับรองว่าถูกต้อง
  33. หน้า ๓๓๐–๓๔๒ มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร เทวดาถามพระสมิทธิเรื่องผู้มีราตรีเดียวเจริญแต่ท่านจำไม่ได้ จึงไปทูลถามพระพุทธเจ้า ทรงแสดงคาถาโดยย่อแล้วเสด็จเข้าที่ประทับโดยไม่ทรงขยายความ ภิกษุทั้งหลายสงสัยจึงไปให้พระมหากัจจานะช่วยอธิบายโดยพิสดารด้วยหลักอายตนะภายในภายนอก ๖ คู่
  34. หน้า ๓๔๓–๓๔๙ โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร จันทนเทพบุตรถามพระโลมสกังคิยะถึงคาถาภัทเทกรัตตะ ทั้งสองจำไม่ได้ เทพบุตรเล่าที่มาว่าพระพุทธเจ้าเคยตรัสแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ พระโลมสกังคิยะจึงเข้าเฝ้าทูลถาม พระพุทธเจ้าทรงแสดงคาถาและวิภังค์อีกครั้งโดยใช้ขันธ์ ๕ แทนอายตนะ
  35. หน้า ๓๔๙–๓๕๗ จูฬกัมมวิภังคสูตร สุภมาณพโตเทยยบุตรทูลถามเหตุที่มนุษย์เกิดมาต่างกัน พระพุทธเจ้าทรงแสดงกรรม ๗ คู่เป็นเหตุ เช่น ฆ่าสัตว์-ไม่ฆ่าสัตว์ ริษยา-ไม่ริษยา ให้ทาน-ไม่ให้ทาน สรุปว่า "สัตว์มีกรรมเป็นของตน" สุภมาณพเลื่อมใสประกาศตนเป็นอุบาสก
  36. หน้า ๓๕๗–๓๖๗ มหากัมมวิภังคสูตร ปริพาชกโปตลิบุตรกล่าวหาว่าพระพุทธเจ้าสอนว่ามีแต่มโนกรรมเท่านั้นจริง พระสมิทธิ์และพระอุทายีตอบผิดพลาด พระอานนท์นำเรื่องไปกราบทูล พระพุทธเจ้าทรงแสดงมหากัมมวิภังค์ ๔ กลุ่มบุคคลกับผลกรรมที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สมณพราหมณ์เห็นด้วยตาทิพย์จะเข้าใจได้ครบถ้วน
  37. หน้า ๓๖๘–๓๘๐ สฬายตนวิภังคสูตร ทรงแสดงอายตนะภายใน-ภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ มโนปวิจาร ๑๘ สัตตบท ๓๖ และสติปัฏฐาน ๓ ของพระอริยศาสดา พร้อมอุปมาพระตถาคตเป็นสารถีฝึกบุรุษได้ตลอดทิศทั้ง ๘ ผ่านฌานและอรูปฌาน
  38. หน้า ๓๘๐–๓๙๐ อุทเทสวิภังคสูตร ทรงแสดงอุทเทสย่อว่าวิญญาณไม่ฟุ้งซ่านภายนอก ไม่ตั้งมั่นภายใน ไม่สะดุ้งเพราะไม่ยึดมั่น ภิกษุสงสัยจึงไปถามพระมหากัจจานะ ท่านอธิบายพิสดารเรื่องวิญญาณฟุ้งซ่าน/ไม่ฟุ้งซ่าน จิตตั้งมั่นในฌานทั้ง ๔ และความสะดุ้งเพราะยึดขันธ์ ๕ เป็นอัตตา
  39. หน้า ๓๙๐–๔๐๑ อรณวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอรณวิภังค์ (การจำแนกธรรมที่ไม่มีกิเลส) ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทาและอริยมรรคมีองค์ ๘ การยกย่อง-ตำหนิ-แสดงธรรมแต่พอดี การตัดสินความสุข การไม่กล่าวความลับและคำล่วงเกินโดยไม่ถูกกาล และการไม่ยึดภาษาท้องถิ่น
  40. หน้า ๔๐๑–๔๑๕ ธาตุวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าประทับพักในศาลาช่างหม้อ ทรงแสดงธรรมแก่ปุกกุสาติกุลบุตรผู้บวชอุทิศพระองค์แต่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักพระองค์ ทรงแสดงธาตุวิภังค์ ๖ คือ ธาตุ ๖ ผัสสายตนะ ๖ มโนปวิจาร ๑๘ และอธิษฐานธรรม ๔ จบด้วยปุกกุสาติขอขมาที่เคยเรียกพระพุทธเจ้าว่า "ผู้มีอายุ"
  41. หน้า ๔๑๖–๔๒๔ สัจจวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมจักรที่ทรงประกาศ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงแนะให้คบสารีบุตรและโมคคัลลานะแล้วเสด็จเข้าที่ประทับ จากนั้นพระสารีบุตรแสดงอริยสัจ ๔ โดยพิสดารแก่ภิกษุทั้งหลาย จำแนกทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ และมรรคมีองค์ ๘ อย่างละเอียด
  42. หน้า ๔๒๔–๔๓๒ ทักขิณาวิภังคสูตร พระนางมหาปชาบดีโคตมีถวายผ้าใหม่ที่ทอเองแด่พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงแนะให้ถวายสงฆ์แทน พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงทักษิณาปาฏิปุคคลิก ๑๔ ประการ ทักษิณาที่ถวายในสงฆ์ ๗ ประการ และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการ ปิดท้ายวิภังควรรคที่ ๔
  43. หน้า ๔๓๓–๔๔๑ อนาถปิณฑิโกวาทสูตร อนาถบิณฑิกคหบดีป่วยหนักใกล้สิ้นชีวิต พระสารีบุตรและพระอานนท์ไปเยี่ยม พระสารีบุตรแสดงธรรมสอนไม่ให้ยึดมั่นอายตนะภายใน-ภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ ฌาน และโลกนี้โลกหน้า หลังสิ้นชีวิตไปเกิดเป็นเทพบุตรชั้นดุสิต มากล่าวคาถาสรรเสริญพระสารีบุตร
  44. หน้า ๔๔๒–๔๔๗ ฉันโนวาทสูตร พระฉันนะอาพาธหนัก พระสารีบุตรและพระมหาจุนทะไปเยี่ยม พระฉันนะประสงค์จะนำศัสตรามาปลงชีวิตตนเอง พระสารีบุตรทัดทานแต่พระฉันนะยืนยัน ทั้งสองสนทนาธรรมเรื่องไม่ยึดมั่นในอายตนะและวิญญาณ พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรถูกติเตียนเพราะไม่มีความยึดติดในกายอื่นต่อไป
  45. หน้า ๔๔๗–๔๕๑ ปุณโณวาทสูตร พระพุทธเจ้าประทานโอวาทย่อแก่พระปุณณะเรื่องความไม่ยึดติดในอายตนะ ๖ ก่อนไปเผยแผ่ธรรมที่แคว้นสุนาปรันตะอันดุร้าย ทรงทดสอบใจด้วยคำถามเรื่องถูกด่า ทำร้าย จนถึงถูกปลงชีวิต ท้ายสูตรท่านโปรดชาวสุนาปรันตะได้เป็นอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมากแล้วปรินิพพาน
  46. หน้า ๔๕๒–๔๖๙ นันทโกวาทสูตร พระนันทกะแสดงธรรมแก่ภิกษุณี ๕๐๐ รูปสองครั้ง ว่าด้วยความไม่เที่ยงของอายตนะภายใน-ภายนอก หมวดวิญญาณ ๖ พร้อมอุปมาประทีป ต้นไม้ และคนฆ่าโค รวมทั้งโพชฌงค์ ๗ ครั้งที่สองภิกษุณีทั้งหมดบรรลุอย่างน้อยโสดาบัน
  47. หน้า ๔๗๐–๔๗๕ จูฬราหุโลวาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระราหุลเรื่องความไม่เที่ยงแห่งอายตนะ วิญญาณ สัมผัส เวทนา สัญญา สังขาร ทำให้พระราหุลบรรลุอรหัตตผลและเทวดาหลายพันองค์ได้ดวงตาเห็นธรรมในคราวเดียวกัน
  48. หน้า ๔๗๕–๔๘๗ ฉฉักกสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ๖ ประการ ๖ หมวด คือ อายตนะภายใน อายตนะภายนอก หมวดวิญญาณ หมวดผัสสะ หมวดเวทนา และหมวดตัณหา ทรงชี้ว่าทั้งหมดเป็นอนัตตา จบสูตรภิกษุ ๖๐ รูปบรรลุอรหัตตผล
  49. หน้า ๔๘๗–๔๙๓ สฬายตนวิภังคสูตร (นัยที่สอง) ทรงจำแนกธรรมอันเนื่องด้วยอายตนะ ๖ อย่างละเอียดอีกนัยหนึ่ง แสดงผลจากการไม่รู้ไม่เห็นกับการรู้เห็นตามจริง เชื่อมโยงกับอริยมรรคมีองค์ ๘ โพธิปักขิยธรรม และธรรมที่ควรรู้ ควรละ ควรเจริญ ควรทำให้แจ้ง
  50. หน้า ๔๙๓–๔๙๘ นครวินเทยยสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีชาวบ้านนครวินทะว่าสมณพราหมณ์เช่นไรควรและไม่ควรแก่การสักการะ โดยพิจารณาจากความปราศจากราคะ โทสะ โมหะในอารมณ์ ๖ และการอยู่ป่าเพื่อขัดเกลากิเลส
  51. หน้า ๔๙๘–๕๐๔ ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม สอนวิธีพิจารณาตนก่อนและหลังบิณฑบาตว่ามีกิเลสในอารมณ์ ๖ หรือไม่ และให้พิจารณากามคุณ ๕ นิวรณ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕ โพธิปักขิยธรรม จนถึงวิชชาวิมุตติ
  52. หน้า ๕๐๔–๕๑๐ อินทริยภาวนาสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์เรื่องการเจริญอินทรีย์อันยอดเยี่ยมในอริยวินัย ทรงแบ่งเป็น ๓ ระดับคือ พระอริยะผู้เจริญอินทรีย์แล้ว พระเสขะผู้กำลังปฏิบัติ และปุถุชนทั่วไป จบสูตรและจบสฬายตนวรรคที่ ๕ ซึ่งเป็นวรรคสุดท้ายของอุปริปัณณาสก์ ปิดท้ายมัชฌิมนิกายทั้งหมด