ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๕ · ๗๘๔ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๒๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๔ ขุททกปาฐะ: สรณคมน์-ทสสิกขาบท-ทวัตติงสาการ จุดเริ่มต้นของพระไตรปิฎกเล่มนี้ เปิดด้วยขุททกปาฐะ บทสวดสั้นๆ 3 บทแรก ได้แก่ สรณคมน์ (การถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ) ทสสิกขาบท (ศีล 10 ของสามเณร) และทวัตติงสาการ (การพิจารณาอาการ 32 ในร่างกาย)
  2. หน้า ๕–๖ สามเณรปัญหา ปัญหาถาม-ตอบ 10 ข้อ ตั้งแต่ 'อะไรชื่อว่าหนึ่ง' ถึง 'อะไรชื่อว่าสิบ' ที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนโสปากสามเณร สรุปหลักธรรมสำคัญเป็นหมวดตัวเลข 1-10 เช่น อาหาร นามรูป เวทนา อริยสัจ ขันธ์ 5 จนถึงคุณสมบัติของพระอรหันต์
  3. หน้า ๖–๘ มงคลสูตร (ขุททกปาฐะ) พระสูตรที่เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องมงคลอันสูงสุด พระองค์ตรัสตอบเป็นมงคล 38 ประการ ตั้งแต่การไม่คบคนพาล จนถึงจิตที่ไม่หวั่นไหวเพราะโลกธรรม เป็นบทสวดมนต์ที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมสวดมากที่สุดบทหนึ่ง
  4. หน้า ๙–๑๔ รตนสูตร (ขุททกปาฐะ) บทสวดสรรเสริญรัตนะอันประณีตในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ตรัสเพื่อขจัดภัยพิบัติในกรุงเวสาลี เป็นบทปริตรสำคัญที่ใช้สวดเพื่อความสวัสดีและขจัดอุปสรรค แต่ละคาถาลงท้ายด้วย 'ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี'
  5. หน้า ๑๕–๑๗ ติโรกุฑฑสูตร พระสูตรว่าด้วยเปรตที่มายืนรออยู่นอกฝาเรือนเพื่อรับส่วนบุญจากญาติ แสดงหลักการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ตรัสอนุโมทนาแด่พระเจ้าพิมพิสาร เป็นบทที่นิยมสวดในงานทำบุญอุทิศให้ผู้ตายจนถึงปัจจุบัน
  6. หน้า ๑๗–๒๐ นิธิกัณฑสูตร ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์ทางโลกที่อาจสูญหายได้ เปรียบเทียบกับ 'ขุมทรัพย์' คือบุญกุศลที่ทำด้วยทาน ศีล และปัญญา ซึ่งติดตามตนไปได้ทุกภพชาติและให้ผลจนถึงนิพพาน
  7. หน้า ๒๐–๒๒ เมตตสูตร (ปิดท้ายขุททกปาฐะ) บทแผ่เมตตาอันโด่งดัง สอนวิธีเจริญเมตตาจิตไปในสรรพสัตว์อย่างไม่มีประมาณ ดุจมารดาถนอมบุตรคนเดียว ตรัสแก่ภิกษุผู้อยู่ป่า เป็นบทปิดท้ายขุททกปาฐะ ก่อนเข้าสู่ธรรมบท
  8. หน้า ๒๓–๓๐ ธรรมบท: ยมกวรรคที่ ๑ จุดเริ่มต้นของธรรมบท เปิดด้วยยมกวรรค หมวดคาถาคู่ที่มีชื่อเสียงที่สุด เริ่มจาก 'ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า' และ 'เวรย่อมไม่ระงับด้วยเวร' แต่ละคาถาผูกกับเรื่องราวบุคคลจริง เช่น พระจักขุบาลเถระ พระเทวทัต
  9. หน้า ๓๑–๓๔ อัปปมาทวรรคที่ ๒ หมวดว่าด้วยความไม่ประมาท เปิดด้วยคาถาเรื่องพระนางสามาวดี 'ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งอมตะ ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย' เน้นย้ำว่าความไม่ประมาทเป็นรากฐานของการบรรลุธรรมทุกระดับ
  10. หน้า ๓๕–๓๙ จิตตวรรคที่ ๓ หมวดว่าด้วยการฝึกจิต กล่าวถึงธรรมชาติของจิตที่ดิ้นรน ควบคุมยาก เปรียบจิตเหมือนปลาที่ถูกยกขึ้นจากน้ำ สอนวิธีฝึกและป้องกันจิตดุจป้องกันพระนคร ผูกกับเรื่องพระเมฆิยเถระและภิกษุต่างๆ
  11. หน้า ๔๐–๔๕ ปุปผวรรคที่ ๔ หมวดว่าด้วยดอกไม้ ใช้อุปมาดอกไม้และภมรเปรียบกับการใช้ชีวิตของนักบวชผู้ฉลาด เช่น 'ภมรไม่ทำลายดอก ดูดแต่น้ำหวานไป' รวมถึงคาถาเรื่องกลิ่นศีลที่หอมทวนลมได้ และดอกบัวที่เกิดในกองขยะ
  12. หน้า ๔๕–๕๑ พาลวรรคที่ ๕ หมวดว่าด้วยคนพาล พรรณนาลักษณะและโทษของความเป็นคนพาล เปิดด้วยคาถา 'ราตรีหนึ่งยาวนานสำหรับคนผู้ตื่นอยู่...สังสารวัฏยาวนานสำหรับคนพาล' และคาถา 'คนพาลที่รู้ตัวว่าเป็นคนพาล ยังเป็นบัณฑิตได้บ้าง'
  13. หน้า ๕๑–๕๖ ปัณฑิตวรรคที่ ๖ หมวดว่าด้วยบัณฑิต ตรงข้ามกับพาลวรรค สอนให้คบบัณฑิตแม้เป็นผู้ชี้โทษ และฝึกตนดุจช่างศรดัดลูกศร ปิดท้ายด้วยคาถาเรื่องบัณฑิตผู้ข้ามพ้นวัฏฏะไปสู่ฝั่งโน้น (นิพพาน)
  14. หน้า ๕๖–๖๐ อรหันตวรรคที่ ๗ หมวดว่าด้วยพระอรหันต์ พรรณนาคุณลักษณะของผู้บรรลุจุดหมายปลายทาง ไร้ความโศก หลุดพ้นแล้ว ผูกกับเรื่องพระสาวกสำคัญ เช่น พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระสารีบุตร ปิดท้ายด้วยคาถา 'พระอรหันต์อยู่ที่ใด สถานที่นั้นเป็นรมณียสถาน'
  15. หน้า ๖๑–๖๖ สหัสสวรรคที่ ๘ วรรคว่าด้วยการเปรียบเทียบ 'หนึ่งดีกว่าพัน' เน้นคุณค่าของสิ่งที่มีคุณภาพแม้น้อย ดีกว่าปริมาณมากที่ไร้สาระ เช่น คาถาที่มีประโยชน์คำเดียวดีกว่าคำไร้ประโยชน์พันคำ ผู้ชนะตนเองประเสริฐกว่าผู้ชนะศึกนับพัน
  16. หน้า ๖๗–๗๑ ปาปวรรคที่ ๙ วรรคว่าด้วยบาป สอนให้รีบเร่งทำความดีและห้ามใจจากบาป เตือนไม่ให้ดูแคลนบาปหรือบุญแม้เพียงเล็กน้อยเพราะสะสมได้ทีละหยาดจนเต็ม เปรียบบาปเหมือนยาพิษที่ไม่ซึมเข้าฝ่ามือที่ไม่มีแผล
  17. หน้า ๗๒–๗๖ ทัณฑวรรคที่ ๑๐ วรรคว่าด้วยการลงทัณฑ์ เริ่มด้วยคาถาทองว่าสัตว์ทั้งปวงกลัวความตายและโทษทัณฑ์ จึงไม่ควรฆ่าหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า กล่าวถึงพระโกณฑธานะผู้ถูกใส่ร้าย พระมหาโมคคัลลานะผู้ถูกโจรทุบตี
  18. หน้า ๗๗–๘๐ ชราวรรคที่ ๑๑ วรรคว่าด้วยความชรา พิจารณาสังขารว่าไม่เที่ยง เตือนสติเรื่องโลกลุกเป็นไฟ ร่างกายเป็นรังโรคและนครแห่งกระดูก เล่าเรื่องนางสิริมาซากศพและพระอุตตราเถรีวัย ๑๒๐ ปี
  19. หน้า ๘๑–๘๔ อัตตวรรคที่ ๑๒ วรรคว่าด้วยตน สอนให้รักษาตนให้ดีเพราะตนเป็นที่รักยิ่ง บัณฑิตพึงฝึกตนก่อนสอนผู้อื่น มีคาถาชื่อเสียงว่า 'ตนแลเป็นที่พึ่งของตน' กล่าวถึงพระเทวทัตผู้ทำลายตนเองด้วยทิฏฐิชั่ว
  20. หน้า ๘๕–๘๘ โลกวรรคที่ ๑๓ วรรคว่าด้วยโลก สอนไม่ให้เสพสิ่งต่ำทราม ไม่ประมาท เล่าเรื่องพระเจ้าสุทโธทนะ พระองคุลิมาล ธิดานายช่างหูก และภิกษุผู้เจริญวิปัสสนา ๕๐๐ รูปที่มัจจุราชมองไม่เห็นเพราะเห็นโลกดุจฟองน้ำ
  21. หน้า ๘๙–๙๓ พุทธวรรคที่ ๑๔ วรรคว่าด้วยพระพุทธเจ้า เล่าเรื่องธิดามารผจญพระพุทธเจ้า ยมกปาฏิหาริย์ พญานาคเอรกปัตต์ และรวมคาถาที่มีชื่อเสียงที่สุดคือโอวาทปาฏิโมกข์ 'การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว'
  22. หน้า ๙๔–๙๗ สุขวรรคที่ ๑๕ วรรคว่าด้วยความสุข เล่าการระงับความทะเลาะแย่งน้ำของหมู่พระญาติศากยะ-โกลิยะ มีคาถาชื่อเสียงว่า 'ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง...นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง' ตรัสแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล
  23. หน้า ๙๗–๑๐๑ ปิยวรรคที่ ๑๖ วรรคว่าด้วยสิ่งเป็นที่รัก สอนว่าความโศกและภัยเกิดจากสิ่งเป็นที่รัก ความรัก ความยินดี กาม และตัณหา มีตัวอย่างนางวิสาขาโศกเศร้าเพราะหลานตาย และเจ้าลิจฉวีแย่งหญิงงามจนวิวาทกัน
  24. หน้า ๑๐๑–๑๐๕ โกธวรรคที่ ๑๗ วรรคว่าด้วยความโกรธ สอนให้ละความโกรธและมานะ มีคาถาชื่อเสียงว่า 'พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี' ตรัสแก่นางอุตตราผู้อดกลั้นความโกรธต่อนางสิริมา
  25. หน้า ๑๐๕–๑๑๑ มลวรรคที่ ๑๘ วรรคว่าด้วยมลทินทางใจ สอนว่าอวิชชาเป็นมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินทั้งปวง มีคาถาชื่อเสียงว่า 'โทษของคนอื่นเห็นได้ง่าย ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก' และปิดท้ายด้วยพุทธดำรัสตอบสุภัททปริพาชกว่า 'ไม่มีรอยเท้าในอากาศ ไม่มีสมณะภายนอก'
  26. หน้า ๑๑๒–๑๑๖ ธัมมัฏฐวรรคที่ ๑๙ วรรคว่าด้วยผู้ตั้งอยู่ในธรรม นิยามความหมายที่แท้จริงของคำว่า บัณฑิต ผู้ทรงธรรม เถระ คนดี สมณะ ภิกษุ มุนี และอริยะ ว่ามิได้ขึ้นกับรูปลักษณ์ วัยหรือคำพูด แต่ขึ้นกับการปฏิบัติและการละกิเลส
  27. หน้า ๑๑๗–๑๒๒ มัคควรรคที่ ๒๐ วรรคที่มีพระคาถาสำคัญยิ่งของธรรมบท ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ ประเสริฐที่สุดในบรรดามรรคทั้งปวง และไตรลักษณ์ (สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ อนัตตา) รวมถึงเรื่องนางกิสาโคตมีและนางปฏาจาราผู้สูญเสียบุตร
  28. หน้า ๑๒๓–๑๒๘ ปกิณณกวรรคที่ ๒๑ หมวดเรื่องเบ็ดเตล็ด กล่าวถึงบุพกรรมของพระพุทธเจ้า การเสียสละสุขเล็กน้อยเพื่อสุขใหญ่ อุปมาการฆ่ามารดาบิดา (สัญลักษณ์ตัณหาและอัสมิมานะ) และบทสวดอันโด่งดัง 'เหล่าพระสาวกของพระโคดม...ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ'
  29. หน้า ๑๒๘–๑๓๒ นิรยวรรคที่ ๒๒ หมวดว่าด้วยเหตุแห่งนรก ครอบคลุมโทษของการพูดเท็จ ความเป็นภิกษุทุศีลที่บริโภคของถวายโดยไม่สำรวม การคบชู้ ความว่ายาก และมิจฉาทิฏฐิที่เห็นผิดเป็นชอบ
  30. หน้า ๑๓๓–๑๓๗ นาควรรคที่ ๒๓ วรรคที่ใช้ช้างเป็นอุปมาการฝึกตน เช่น ช้างธนปาลกะตกมันคิดถึงป่า และพระคาถาอันมีชื่อเสียงเรื่องการเที่ยวไปผู้เดียวดุจช้างมาตังคะละโขลง ซึ่งประเสริฐกว่าการคบคนพาล
  31. หน้า ๑๓๗–๑๔๕ ตัณหาวรรคที่ ๒๔ วรรคว่าด้วยตัณหา ๒๖ คาถา เปรียบตัณหาดุจเถาย่านทรายที่เจริญงอกงาม สอนให้ขุดรากตัณหาด้วยปัญญา เครื่องจองจำที่แท้จริงคือความกำหนัดในบุตรภรรยายิ่งกว่าโซ่ตรวน และปิดท้ายด้วยคาถา 'การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง'
  32. หน้า ๑๔๖–๑๕๒ ภิกขุวรรคที่ ๒๕ หมวดว่าด้วยคุณสมบัติภิกษุที่แท้จริง เริ่มด้วยการสำรวมอินทรีย์ทั้งปวง อุปมาภิกษุผู้วิดเรือให้เบาเพื่อไปถึงฝั่งเร็ว การตัดสังโยชน์เบื้องต่ำและเบื้องสูง และเรื่องพระวักกลิเถระผู้บรรลุธรรมด้วยศรัทธา
  33. หน้า ๑๕๒–๑๖๘ พราหมณวรรคที่ ๒๖ (วรรคสุดท้ายของธรรมบท) วรรคยาวที่สุด (๔๑ คาถา) นิยาม 'พราหมณ์' ที่แท้จริงผ่าน ๔๐ เรื่องราว ด้วยคำซ้ำ 'เราเรียกว่าพราหมณ์' ครอบคลุมพระสารีบุตร พระองคุลิมาล และคาถาอันโด่งดัง 'ไม่ใช่เพราะเกล้าชฎา ไม่ใช่เพราะโคตร ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด'
  34. หน้า ๑๖๙–๑๗๐ บทสรุปปิดท้ายธรรมบท (รวมวรรค-รวมคาถา) โคลงปิดท้ายธรรมบททั้งเล่ม แสดงรายชื่อวรรคทั้ง ๒๖ วรรคตามลำดับ พร้อมจำนวนคาถาในแต่ละวรรค รวมพระคาถาทั้งหมด ๔๒๓ พระคาถา ถือเป็นโคลงปิดท้ายก่อนขึ้นคัมภีร์อุทานถัดไป
  35. หน้า ๑๗๑–๑๗๖ อุทาน โพธิวรรคที่ ๑: พุทธอุทานแรกและปฏิจจสมุปบาท จุดเริ่มต้นคัมภีร์อุทาน วรรคที่ ๑ โพธิวรรค เล่าเหตุการณ์ ๗ วันแรกหลังตรัสรู้ ณ ควงต้นโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทตลอดสามยามแห่งราตรี แล้วทรงเปล่งพุทธอุทานบทแรก
  36. หน้า ๑๗๖–๑๘๓ โพธิวรรค (ต่อ): นิหุหุงกสูตร ถึง ชฏิลสูตร รวมพุทธอุทานหลายเรื่องว่าด้วยความเป็นพราหมณ์ที่แท้จริง อุทานเมื่อทอดพระเนตรพระมหากัสสปะบิณฑบาตในสลัม เมื่อทรงเอาชนะยักษ์อชกลาปกะ เมื่อพระสังคามชิไม่หวั่นไหวต่ออดีตภรรยา และเมื่อทอดพระเนตรชฎิลชำระบาปด้วยน้ำ
  37. หน้า ๑๘๓–๑๘๘ พาหิยสูตร (จบโพธิวรรคที่ ๑) เรื่องพาหิยทารุจีริยะผู้รีบเดินทางเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้รับพระโอวาทสั้นว่า 'เห็นสักแต่ว่าเห็น ฟังสักแต่ว่าฟัง' จนบรรลุอรหัตตผลทันที ก่อนถูกโคขวิดสิ้นชีวิต พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเลิศทางปฏิภาณ
  38. หน้า ๑๘๙–๑๙๐ มุจจลินทสูตร: พญานาคปกป้องพระพุทธเจ้า เปิดวรรคที่ ๒ มุจจลินทวรรค เล่าพญานาคมุจลินท์ออกจากที่อยู่มาโอบขนดกาย ๗ รอบและแผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าจากลมฝนหนาวตลอด ๗ วันหลังตรัสรู้ เป็นภาพที่นิยมสร้างเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกในศิลปะไทย
  39. หน้า ๑๙๐–๑๙๙ มุจจลินทวรรค (ต่อ): ราชสูตร ถึง เอกปุตตกสูตร ต่อเนื่องมุจจลินทวรรค รวมพุทธอุทานหลายเรื่อง เช่น ทรงห้ามภิกษุสนทนาเรื่องอำนาจกษัตริย์ (ราชสูตร) เรื่องเด็กใช้ไม้ตีงู (ทัณฑสูตร) เรื่องอัญเดียรถีย์อิจฉาลาภสักการะ (สักการสูตร)
  40. หน้า ๑๙๙–๒๐๘ มุจจลินทวรรค (ปิดวรรคที่ ๒): สุปปวาสาสูตร ถึง ภัททิยสูตร ปิดท้ายมุจจลินทวรรค เล่าพระนางสุปปวาสาทรงครรภ์นาน ๗ ปีแล้วประสูติโดยสวัสดิภาพด้วยอานุภาพพระพุทธเจ้า เรื่องนางวิสาขากับพระเจ้าปเสนทิโกศล และพระภัททิยะเปล่งอุทาน 'สุขหนอ'
  41. หน้า ๒๐๙–๒๑๔ นันทวรรคที่ ๓ เปิดวรรค: กัมมวิปากชสูตร และนันทสูตร เปิดวรรคที่ ๓ นันทวรรค เริ่มด้วยภิกษุอดกลั้นทุกขเวทนาจากผลกรรมเก่า ตามด้วยเรื่องมีชื่อเสียงของพระนันทะ พระอนุชาต่างมารดาของพระพุทธเจ้า ผู้ไม่ยินดีบวชเพราะคิดถึงนางชนบทกัลยาณี พระพุทธเจ้าทรงพาไปทอดพระเนตรนางอัปสรจนพระนันทะบรรลุอรหัตตผล
  42. หน้า ๒๑๔–๒๒๒ นันทวรรค (ต่อ): ยโสชสูตร ถึง ปิลินทวัจฉสูตร เล่าภิกษุ ๕๐๐ รูปมีพระยโสชะเป็นหัวหน้าถูกขับไล่เพราะส่งเสียงอื้ออึง แล้วตั้งใจปฏิบัติจนบรรลุวิชชา ๓ พร้อมกัน ตามด้วยอุทานสั้นเมื่อทอดพระเนตรพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะนั่งสมาธิ และเรื่องพระปิลินทวัจฉะ
  43. หน้า ๒๒๒–๒๓๐ นันทวรรค (ปิดวรรคที่ ๓): สักกุทานสูตร ถึง โลกสูตร เล่าท้าวสักกะแปลงกายถวายบิณฑบาตแด่พระมหากัสสปะแล้วเปล่งอุทานสรรเสริญกลางอากาศ อุทานสอนภิกษุไม่ให้สนทนาเรื่องความสุขจากการบิณฑบาต เรื่องภิกษุถกเถียงว่าศิลปะวิชาใดเลิศที่สุด และโลกสูตรว่าด้วยพุทธดำริเห็นสัตว์โลกเร่าร้อนด้วยทุกข์ ปิดวรรคที่ ๓
  44. หน้า ๒๓๑–๒๓๖ เมฆิยวรรคที่ ๔: เมฆิยสูตร เมฆิยสูตรเล่าเรื่องพระเมฆิยะผู้เป็นอุปัฏฐากทูลลาไปบำเพ็ญเพียรในป่ามะม่วงทั้งที่พระพุทธเจ้าทรงห้าม แต่กลับถูกอกุศลวิตก ๓ ประการรุมเร้า พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงธรรม ๕ ประการเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติ
  45. หน้า ๒๓๗–๒๔๕ เมฆิยวรรค: กลุ่มสูตรสั้นว่าด้วยพระเถระและอุปมาต่างๆ กลุ่มสูตรสั้นในเมฆิยวรรค ได้แก่ อุทธตสูตร (ภิกษุฟุ้งซ่านถือตัว) โคปาลกสูตร (นายโคบาลถวายภัตแล้วถูกฆ่าตาย) ยักขปหารสูตร (ยักษ์ตีศีรษะพระสารีบุตรแต่ท่านไม่หวั่นไหว) นาคสูตร และสารีปุตตสูตร
  46. หน้า ๒๔๖–๒๕๐ เมฆิยวรรค: สุนทรีสูตร สุนทรีสูตรเล่าเรื่องนางสุนทรีปริพาชิกาที่พวกอัญเดียรถีย์ใช้เป็นเครื่องมือใส่ร้ายพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ ด้วยการฆ่านางแล้วโยนความผิดให้ พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่าเสียงติเตียนนั้นจะมีเพียง ๗ วัน ซึ่งก็เป็นจริง
  47. หน้า ๒๕๐–๒๕๒ เมฆิยวรรคที่ ๔ (ปิดวรรค): อุปเสนสูตร-สารีปุตตอุปสมสูตร ปิดท้ายเมฆิยวรรคที่ ๔ ด้วยสองสูตร คือ อุปเสนสูตร (พระอุปเสนวังคันตบุตรพิจารณาความเป็นลาภอันประเสริฐของตน) และสารีปุตตอุปสมสูตร (พระสารีบุตรพิจารณาความสงบระงับกิเลสของตน)
  48. หน้า ๒๕๓–๒๖๐ โสณเถรวรรคที่ ๕ (เปิดวรรค): ปิยตรสูตร-กุมารกสูตร เปิดโสณเถรวรรคที่ ๕ ด้วยสี่สูตร ได้แก่ ปิยตรสูตร (ไม่มีใครเป็นที่รักยิ่งกว่าตน) อัปปายุกสูตร สุปปพุทธกุฏฐิสูตร (ชายโรคเรื้อนฟังธรรมบรรลุโสดาบันแล้วถูกโคขวิดตาย) และกุมารกสูตร
  49. หน้า ๒๖๐–๒๖๘ โสณเถรวรรค: อุโปสถสูตร อุโปสถสูตรเล่าเหตุการณ์สำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงนิ่งไม่ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเพราะบริษัทไม่บริสุทธิ์ จนพระโมคคัลลานะต้องฉุดบุคคลทุศีลออกจากที่ประชุม จากนั้นทรงประกาศว่าตั้งแต่นั้นภิกษุสงฆ์พึงทำอุโบสถกันเอง
  50. หน้า ๒๖๘–๒๗๔ โสณเถรวรรค: โสณสูตร โสณสูตรเล่าเรื่องพระโสณกุฏิกัณณะศิษย์พระมหากัจจานะที่เดินทางไกลมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ได้รับอนุญาตให้สวดพระสูตรอัฏฐกวรรคทั้ง ๑๖ สูตรถวายด้วยทำนองสรภัญญะ
  51. หน้า ๒๗๔–๒๗๘ โสณเถรวรรคที่ ๕ (ปิดวรรค): กังขาเรวตสูตร-จูฬปันถกสูตร ปิดท้ายโสณเถรวรรคที่ ๕ ด้วยสี่สูตร ได้แก่ กังขาเรวตสูตร สังฆเภทสูตร (พระเทวทัตประกาศแยกทำสังฆกรรม) สธายมานสูตร และจูฬปันถกสูตร (พระจูฬปันถกดำรงสติมั่นคง)
  52. หน้า ๒๗๙–๓๐๘ ชัจจันธวรรคที่ ๖ หมวดอุทาน วรรคที่ ๖ เริ่มด้วยเหตุการณ์ ณ ปาวาลเจดีย์ กรุงเวสาลี ที่พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขารหลังมารทูลอัญเชิญปรินิพพาน (อายุสังขาโรสสัชชนสูตร) ตามด้วยเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลกับนักบวชปลอมตัว อุปมาคนตาบอดคลำช้าง และพุทธอุทานเกี่ยวกับพระสุภูติ พระมหากัจจานะ
  53. หน้า ๓๐๙–๓๒๐ จูฬวรรคที่ ๗ (อุทาน) หมวดอุทาน วรรคที่ ๗ ว่าด้วยเรื่องเล็กน้อย กล่าวถึงพระลกุณฏกภัททิยะผู้หลุดพ้นแม้รูปร่างต่ำต้อย พระอัญญาโกณฑัญญะพิจารณาความสิ้นตัณหา ปาฏิหาริย์บ่อน้ำที่พระอานนท์ทำให้น้ำใสสะอาด และเหตุการณ์พระราชวังพระเจ้าอุเทนถูกไฟไหม้จนพระนางสามาวดีกับบริวารสิ้นพระชนม์
  54. หน้า ๓๒๑–๓๔๔ ปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘ (ปิดอุทานทั้งคัมภีร์) หมวดอุทาน วรรคสุดท้าย ว่าด้วยปาฏลิคาม เปิดด้วยพุทธอุทานว่าด้วยนิพพานอันเป็นอายตนะที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ตามด้วยเรื่องเสวยสูกรมัททวะของนายจุนทะและพระอาการประชวรก่อนเสด็จสู่กุสินารา คำพยากรณ์การสร้างเมืองปาฏลีบุตร คำสอนเรื่องความโศกแก่นางวิสาขา และพระทัพพมัลลบุตรปรินิพพานด้วยเตโชกสิณ ปิดท้ายด้วยสรุปทั้ง ๘ วรรคของอุทาน ๘๐ สูตร
  55. หน้า ๓๔๕–๓๕๔ อิติวุตตกะ เอกกนิบาต ปฐมวรรค จุดเริ่มต้นคัมภีร์อิติวุตตกะ (สูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตามคำอ้างของพระอรหันต์) เปิดด้วยเอกกนิบาตหมวดธรรมอย่างเดียว วรรคที่ ๑ ว่าด้วยกิเลสที่พึงละ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ โกธะ มักขะ มานะ รวม ๑๐ สูตร
  56. หน้า ๓๕๕–๓๖๔ อิติวุตตกะ เอกกนิบาต ทุติยวรรค วรรคที่ ๒ ของเอกกนิบาต ต่อเนื่องเรื่องการกำหนดรู้กิเลส แล้วกล่าวถึงอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น ตัณหาเป็นสังโยชน์ โยนิโสมนสิการและมิตรดีเป็นอุปการะแก่พระเสขะ และปิดท้ายด้วยโทษของสังฆเภทกับอานิสงส์ของสังฆสามัคคี รวม ๑๐ สูตร
  57. หน้า ๓๖๕–๓๗๔ อิติวุตตกะ เอกกนิบาต ตติยวรรค (ปิดเอกกนิบาต) วรรคที่ ๓ และวรรคสุดท้ายของเอกกนิบาต ว่าด้วยจิตเลื่อมใสนำไปสู่สุคติ เมตตสูตรที่ทรงเล่าอดีตชาติเจริญเมตตา ความไม่ประมาท กองกระดูกเวียนว่ายตลอดกัป โทษของมุสาวาท และเมตตาภาวนาสูตรอันโด่งดัง ปิดท้ายด้วยสรุปเอกกนิบาตรวม ๒๗ สูตร
  58. หน้า ๓๗๕–๓๘๔ อิติวุตตกะ ทุกนิบาต ปฐมวรรค เริ่มทุกนิบาต หมวดธรรม ๒ อย่าง วรรคที่ ๑ ว่าด้วยคู่ธรรมที่ตรงข้ามกัน เช่น ธรรมเครื่องอยู่เป็นทุกข์-เป็นสุข ศีลวิบัติ-ศีลสมบัติคู่กับมิจฉาทิฏฐิ-สัมมาทิฏฐิ ความเพียร-โอตตัปปะของภิกษุ รวม ๑๐ สูตร
  59. หน้า ๓๘๕–๔๐๒ อิติวุตตกะ ทุกนิบาต ทุติยวรรค (ปิดทุกนิบาต) วรรคที่ ๒ ของทุกนิบาต เริ่มด้วยวิตก ๒ ของตถาคต ธรรมเทศนา ๒ ประการ หิริโอตตัปปะคุ้มครองโลก นิพพานธาตุสูตรอันสำคัญ (สอุปาทิเสส-อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ) ปฏิสัลลานสูตร สิกขานิสังสสูตร ชาคริยสูตร และทิฏฐิคตสูตร ปิดท้ายทุกนิบาตรวม ๒๒ สูตร
  60. หน้า ๔๐๓–๔๑๔ ติกนิบาต ปฐมวรรค เปิดนิบาตใหม่คือติกนิบาต (หมวดธรรม ๓ ประการ) เริ่มด้วยมูลสูตร (อกุศลมูล ๓) ธาตุสูตร เวทนาสูตร เอสนาสูตร อาสวสูตร ตัณหาสูตร และมารเธยยสูตร รวม ๑๐ สูตร
  61. หน้า ๔๑๕–๔๒๖ ติกนิบาต ทุติยวรรค ว่าด้วยบุญกิริยาวัตถุสูตร (ทาน ศีล ภาวนา) จักขุสูตร อินทริยสูตร ทุจจริตสูตร สุจริตสูตร โสเจยยสูตร โมเนยยสูตร และราคสูตร รวม ๑๐ สูตร
  62. หน้า ๔๒๗–๔๔๒ ติกนิบาต ตติยวรรค ว่าด้วยมิจฉาทิฏฐิกสูตร สัมมาทิฏฐิกสูตร นิสสรณิยสูตร ปุตตสูตร (บุตร ๓ จำพวก) อวุฏฐิกสูตร (บุคคลเปรียบด้วยฝน) สุขปัตถนาสูตร และปริหานสูตร รวม ๑๐ สูตร
  63. หน้า ๔๔๓–๔๖๐ ติกนิบาต จตุตถวรรค เริ่มวรรคด้วยวิตักกสูตร (อกุศลวิตก ๓) สักการสูตร เทวสัททสูตร ปัญจปุพพนิมิตตสูตร (บุพพนิมิต ๕ ก่อนเทพบุตรจุติ) พหุชนหิตสูตร (บุคคล ๓ จำพวกผู้เกื้อกูลโลก) อสุภานุปัสสีสูตร อันธกรณสูตร อันตรามลสูตร และเทวทัตตสูตร รวม ๑๐ สูตร
  64. หน้า ๔๖๑–๔๗๖ ติกนิบาต ปัญจมวรรค (ปิดติกนิบาต) วรรคที่ ๕ (วรรคสุดท้าย) แห่งติกนิบาต มี ๑๐ สูตร ได้แก่ อัคคัปปสาทสูตร ชีวกสูตร อัคคิสูตร (ไฟ ๓ กอง: ราคะ โทสะ โมหะ) กามูปปัตติสูตร กามโยคสูตร ทานสูตร และเตวิชชสูตร (นิยามพราหมณ์แท้ด้วยวิชชา ๓) จบวรรคและจบติกนิบาต
  65. หน้า ๔๗๗–๔๙๘ จตุกกนิบาต (ปิดอิติวุตตกะทั้งคัมภีร์) หมวด ๔ ของอิติวุตตกะ มี ๑๓ สูตร ได้แก่ พราหมณธัมมยาคสูตร สุลภสูตร อาสวักขยสูตร สมณพราหมณสูตร สีลสัมปันนสูตร ตัณหุปปาทสูตร สพรหมกสูตร พหุการสูตร กุหสูตร และโลกสูตร (นิยามคำว่า 'ตถาคต') ปิดท้ายด้วยสรุปยอดทั้งคัมภีร์อิติวุตตกะรวม ๑๑๒ สูตร
  66. หน้า ๔๙๙–๕๐๒ สุตตนิบาต เริ่มต้น - อุรควรรคที่ ๑: อุรคสูตร จุดเริ่มต้นคัมภีร์สุตตนิบาตและวรรคแรก (อุรควรรค) เปิดด้วยอุรคสูตร ๑๗ คาถา แต่ละคาถาเปรียบภิกษุผู้ละกิเลสต่างๆ ว่า 'ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป'
  67. หน้า ๕๐๒–๕๐๖ ธนิยสูตร บทสนทนาโต้ตอบด้วยคาถาระหว่างนายธนิยะเจ้าของโคกับพระผู้มีพระภาค แต่ละฝ่ายผลัดกันกล่าวคาถา จบด้วยนายธนิยะและภรรยาขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะและขอบวช
  68. หน้า ๕๐๗–๕๑๗ ขัคควิสาณสูตร สูตรที่มีชื่อเสียงที่สุดสูตรหนึ่งในสุตตนิบาต ว่าด้วยพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าหลายองค์กล่าวคาถาสรรเสริญการประพฤติอยู่ผู้เดียว แต่ละคาถาลงท้ายด้วย 'จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด'
  69. หน้า ๕๑๗–๕๒๐ กสิภารทวาชสูตร กสิภารทวาชพราหมณ์ผู้กำลังไถนาทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องการทำนา พระองค์ตรัสเปรียบธรรมปฏิบัติของพระองค์เป็นการไถนาทางจิตใจ มีศรัทธาเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน ปัญญาเป็นแอกไถ พราหมณ์เลื่อมใสขอบวชและบรรลุอรหัตตผล
  70. หน้า ๕๒๑–๕๒๓ จุนทสูตร นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องประเภทของสมณะ พระองค์ตรัสจำแนกสมณะเป็น ๔ จำพวก คือ ผู้ชนะกิเลสด้วยมรรค ผู้แสดงมรรค ผู้ดำรงอยู่ในมรรค และผู้ประทุษร้ายมรรค
  71. หน้า ๕๒๓–๕๒๘ ปราภวสูตร เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าถึงทางแห่งความเสื่อมของคน พระองค์ตรัสตอบเป็นข้อๆ รวม ๑๒ ข้อ เช่น ชอบอสัตบุรุษ เกียจคร้าน ไม่เลี้ยงดูบิดามารดา มุสาวาท ตระหนี่ หึงหวง เป็นสูตรที่นิยมนำมาเตือนสติ
  72. หน้า ๕๒๘–๕๓๓ วสลสูตร อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ด่าพระพุทธเจ้าว่าเป็นคนเลว พระองค์จึงแสดงธรรมว่าคนเลวมิใช่เพราะชาติกำเนิดแต่เพราะกรรม พร้อมยกตัวอย่างนายมาตังคะจัณฑาลผู้ไปเกิดในพรหมโลกได้เพราะคุณธรรม
  73. หน้า ๕๓๓–๕๓๔ เมตตสูตร (กรณียเมตตสูตร, สุตตนิบาต) พระพุทธเจ้าตรัสสอนภิกษุผู้อยู่ป่าให้เจริญเมตตาแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทุกจำพวกอย่างไม่มีประมาณ ดุจมารดาถนอมบุตรคนเดียว เป็นบทที่มีชื่อเสียงที่สุดบทหนึ่ง นิยมสวดเป็นประจำในหมู่ชาวพุทธ
  74. หน้า ๕๓๕–๕๔๒ เหมวตสูตร สาตาคิรยักษ์และเหมวตยักษ์สนทนากันถึงคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า แล้วเหมวตยักษ์ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุเกิดของโลก ความยึดถือ และทางพ้นทุกข์ ยักษ์พันตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
  75. หน้า ๕๔๒–๕๔๕ อาฬวกสูตร อาฬวกยักษ์ขู่จะทำร้ายพระพุทธเจ้าหากตอบปัญหาไม่ได้ แล้วทูลถามเรื่องทรัพย์อันประเสริฐ รสอันประเสริฐ และวิธีข้ามโอฆะ อาฬวกยักษ์เลื่อมใสขอถึงสรณะ
  76. หน้า ๕๔๖–๕๔๘ วิชยสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้พิจารณาร่างกายตามความเป็นจริงว่าเต็มไปด้วยของไม่สะอาด อวัยวะภายในและสิ่งขับถ่ายไหลออกทางทวารทั้งเก้า เป็นอุบายเจริญอสุภกัมมัฏฐาน
  77. หน้า ๕๔๘–๕๕๒ มุนิสูตร (ปิดท้ายอุรควรรคที่ ๑) พระพุทธเจ้าทรงแสดงลักษณะของมุนีผู้แท้จริง คือผู้ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม ไม่ติดในลาภยศ สำรวมอินทรีย์ เที่ยวไปผู้เดียวดุจราชสีห์ จบวรรคที่ ๑ อุรควรรค
  78. หน้า ๕๕๓–๕๕๗ รตนสูตร (จูฬวรรคที่ ๒ สูตรที่ ๑) เปิดจูฬวรรค (วรรคที่ ๒) ด้วยรตนสูตร บทสวดขอความสวัสดีโดยกล่าวถึงคุณอันประเสริฐของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นหนึ่งในปริตรที่มีชื่อเสียงและนิยมสวดมากที่สุด
  79. หน้า ๕๕๗–๕๖๐ อามคันธสูตร ติสสดาบสทูลถามพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องการเสวยเนื้อสัตว์ว่าเป็นกลิ่นดิบหรือไม่ พระกัสสปพุทธเจ้าตรัสตอบว่ากลิ่นดิบที่แท้จริงคือบาปกรรม มิใช่การบริโภคเนื้อสัตว์
  80. หน้า ๕๖๐–๕๖๑ หิริสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องลักษณะมิตรแท้และมิตรเทียม คนไม่มีหิริชอบพูดอ้างความเป็นเพื่อนแต่ไม่ช่วยเหลือ ส่วนมิตรแท้วางใจได้เหมือนบุตรในไส้
  81. หน้า ๕๖๑–๕๖๓ มงคลสูตร (สุตตนิบาต) เทวดาทูลถามถึงมงคลอันสูงสุด พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นมงคล ๓๘ ประการ ตั้งแต่การไม่คบคนพาล คบบัณฑิต จนถึงจิตที่ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม เป็นสูตรที่มีชื่อเสียงและนิยมสวดมากที่สุดสูตรหนึ่ง
  82. หน้า ๕๖๓–๕๖๕ สูจิโลมสูตร ขรยักษ์และสูจิโลมยักษ์เข้าใกล้พระพุทธเจ้า สูจิโลมยักษ์ขู่จะทำร้ายหากตอบปัญหาไม่ได้ แล้วทูลถามถึงเหตุเกิดของราคะ โทสะ พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่าเกิดจากอัตภาพนี้เอง
  83. หน้า ๕๖๕–๕๖๖ ธัมมจริยสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสอนคฤหัสถ์และบรรพชิตว่าการประพฤติธรรมและพรหมจรรย์เป็นรัตนะสูงสุด ทรงตำหนิภิกษุปากร้ายชอบทะเลาะวิวาท ทรงสอนให้สงฆ์ขับไล่ผู้ทุศีลออกจากหมู่ดุจคัดข้าวลีบทิ้ง
  84. หน้า ๕๖๗–๕๗๓ พราหมณธัมมิกสูตร พราหมณ์มหาศาลชาวโกศลทูลถามธรรมเนียมพราหมณ์โบราณ พระพุทธเจ้าทรงเล่าประวัติความเสื่อมของพราหมณ์ จากฤๅษีผู้มักน้อยสันโดษ สู่ความโลภที่นำไปสู่การทูลขอให้พระเจ้าโอกกากะบูชายัญฆ่าโคนับแสนตัว ก่อโรคภัยและความแตกแยกทางวรรณะ
  85. หน้า ๕๗๓–๕๗๔ นาวาสูตร อุปมาด้วยเรือข้ามฟาก สอนว่าผู้ยังไม่เข้าใจธรรมแจ่มแจ้งย่อมพาผู้อื่นข้ามพ้นไม่ได้ ส่วนผู้บรรลุธรรมเป็นพหูสูตแล้วย่อมสอนผู้อื่นให้ข้ามพ้นได้ดุจนายท้ายเรือผู้ชำนาญ
  86. หน้า ๕๗๕–๕๗๖ กิงสีลสูตร พระสารีบุตรทูลถามพระพุทธเจ้าว่านรชนควรมีความประพฤติเช่นไรจึงจะดำรงตนถูกต้องและบรรลุประโยชน์สูงสุด พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้อ่อนน้อมต่อครูอาจารย์ ยินดีในธรรม ละความประมาทและกิเลสเครื่องมัวเมา
  87. หน้า ๕๗๗–๕๗๘ อุฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสเตือนภิกษุทั้งหลายให้ 'ลุกขึ้นเถิด จงนั่งเถิด' อย่ามัวหลับใหลประมาท ให้เร่งขวนขวายบรรลุสันติธรรมก่อนมัจจุราชจะมาถึง
  88. หน้า ๕๗๘–๕๗๙ ราหุลสูตร (พุทโธวาทแก่พระราหุล) พระพุทธเจ้าตรัสโอวาทแก่พระราหุลผู้เป็นพระโอรส สอนไม่ให้ดูหมิ่นบัณฑิตเพราะความสนิทสนม ให้คบกัลยาณมิตร อยู่เสนาสนะสงัด สำรวมในปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ เจริญอสุภกัมมัฏฐาน
  89. หน้า ๕๘๐–๕๘๔ วังคีสสูตร พระวังคีสะสงสัยว่าพระอุปัชฌาย์ (นิโครธกัปปเถระ) ปรินิพพานแล้วหรือไม่ จึงทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยคาถายืดยาวไพเราะ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าท่านปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุแล้ว
  90. หน้า ๕๘๔–๕๘๘ สัมมาปริพพาชนียสูตร พระพุทธเนรมิตทูลถามลักษณะภิกษุผู้ 'ละเว้นอยู่ในโลกโดยชอบ' พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นคาถาต่อเนื่องหลายบท พรรณนาคุณสมบัติของภิกษุผู้หมดกิเลส ตัดตัณหา มานะ และอาสวะได้เด็ดขาด
  91. หน้า ๕๘๘–๕๙๔ ธัมมิกสูตร (ปิดท้ายจูฬวรรคที่ ๒) ธัมมิกอุบาสกพร้อมอุบาสก ๕๐๐ คนทูลถามข้อปฏิบัติของบรรพชิตและคฤหัสถ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงวัตรภิกษุและวัตรคฤหัสถ์ (ศีล ๕ อุโบสถศีล ๘ เลี้ยงดูมารดาบิดา) จบสูตรและจบจูฬวรรคที่ ๒ พร้อมบัญชีรวม ๑๔ สูตร
  92. หน้า ๕๙๕–๕๙๘ มหาวรรคที่ ๓ เริ่มต้น: ปัพพัชชาสูตร เริ่มมหาวรรค วรรคที่ ๓ แห่งสุตตนิบาต ด้วยปัพพัชชาสูตร พระอานนท์กล่าวสรรเสริญการออกบรรพชาของพระพุทธเจ้า บรรยายฉากเสด็จออกผนวช เสด็จไปกรุงราชคฤห์บิณฑบาต พระเจ้าพิมพิสารทอดพระเนตรเห็นและเสด็จไปสนทนาที่เขาปัณฑวะ
  93. หน้า ๕๙๘–๖๐๒ ปธานสูตร (พญามารผจญพระโพธิสัตว์) สูตรชื่อดังว่าด้วยพญามารมาผจญพระโพธิสัตว์ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราขณะบำเพ็ญเพียร มารเกลี้ยกล่อมให้เลิกเพียร พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธและตรัสถึง 'เสนามาร ๑๐ กอง' สุดท้ายมารพ่ายแพ้และพิณตกจากรักแร้หายไป
  94. หน้า ๖๐๒–๖๐๓ สุภาสิตสูตร พระพุทธเจ้าตรัสองค์ ๔ ประการของวาจาสุภาษิต คือ กล่าวแต่คำสุภาษิต คำเป็นธรรม คำเป็นที่รัก และคำสัตย์จริง พระวังคีสะกราบทูลรับรองความเข้าใจและกล่าวคาถาสรรเสริญเพิ่มเติม
  95. หน้า ๖๐๔–๖๑๐ สุนทริกภารทวาชสูตร สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กำลังบูชาไฟที่ริมฝั่งแม่น้ำสุนทริกา เห็นพระพุทธเจ้าจึงเข้าไปถามชาติกำเนิด ทรงตอบว่ามิใช่พราหมณ์หรือวรรณะใด ผู้ควรบูชายัญที่แท้จริงคือผู้จบเวทสิ้นอาสวะ พราหมณ์เลื่อมใสขอบวชและได้เป็นพระอรหันต์
  96. หน้า ๖๑๑–๖๑๗ มาฆสูตร มาฆมาณพทูลถามว่าการให้ทานแก่ปฏิคาหกจำนวนมากจะได้บุญหรือไม่ และควรบูชาแด่ผู้ใดจึงบริสุทธิ์ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงคุณสมบัติของทักขิไณยบุคคล มาฆมาณพขอถึงสรณะ
  97. หน้า ๖๑๘–๖๓๐ สภิยสูตร สภิยปริพาชกได้รับปัญหาจากเทวดาให้นำไปถามเจ้าลัทธิต่างๆ แต่ไม่มีใครตอบได้ จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลถามปัญหา ๘ หมวด เช่น อะไรทำให้เป็นภิกษุ พุทธะ พราหมณ์ สมณะ บัณฑิต มุนี อริยะ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ครบทุกข้อ สภิยปริพาชกเลื่อมใสขอบวชและบรรลุอรหัตตผล
  98. หน้า ๖๓๐–๖๔๑ เสลสูตร เสลพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญไตรเพทและลักษณะมหาบุรุษ ทราบข่าวเกณิยชฎิลนิมนต์พระพุทธเจ้า จึงพาศิษย์ ๓๐๐ คนไปตรวจลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ พระพุทธเจ้าทรงแสดงอิทธาภิสังขารให้ประจักษ์ เสลพราหมณ์ขอบวชพร้อมศิษย์ทั้งหมดและบรรลุอรหัตตผลภายใน ๗ วัน
  99. หน้า ๖๔๑–๖๔๓ สัลลสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่อุบาสกผู้โศกเศร้าเพราะบุตรตาย ว่าด้วยความไม่เที่ยงและความตายซึ่งเป็นธรรมดาของสัตว์ทั้งปวง สอนให้ถอนลูกศรคือความเศร้าโศกเพื่อความสงบใจ
  100. หน้า ๖๔๓–๖๕๕ วาเสฏฐสูตร วาเสฏฐมาณพและภารทวาชมาณพโต้เถียงกันว่าอะไรทำให้เป็นพราหมณ์ (ชาติกำเนิดหรือกรรม) พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าสัตว์อื่นๆ มีรูปร่างตามกำเนิด แต่มนุษย์แยกวรรณะด้วยอาชีพและกรรม มิใช่ชาติกำเนิด สรุปว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม
  101. หน้า ๖๕๕–๖๖๒ โกกาลิกสูตร โกกาลิกภิกษุกล่าวใส่ร้ายพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะว่ามีความปรารถนาชั่ว แม้พระพุทธเจ้าตรัสห้ามถึง ๓ ครั้งก็ไม่ฟัง เกิดตุ่มพองทั่วกายจนมรณภาพไปเกิดในปทุมนรก พระพุทธเจ้าทรงแสดงอุปมาระยะเวลาอันยาวนานของนรกขุมนี้อย่างละเอียด
  102. หน้า ๖๖๓–๖๗๒ นาลกสูตร อสิตฤๅษี (กาฬเทวิลดาบส) เห็นเทวดาชื่นชมยินดี ทราบข่าวประสูติเจ้าชายสิทธัตถะจึงไปเข้าเฝ้าทำนายว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เสียใจที่ตนจะไม่มีชีวิตทันฟังธรรม จึงสอนหลานชายนาลกดาบสให้รอคอย เมื่อได้ทราบข่าวตรัสรู้ นาลกดาบสจึงมาทูลถามปฏิปทาของมุนี
  103. หน้า ๖๗๒–๖๘๖ ทวยตานุปัสสนาสูตร (ปิดมหาวรรคที่ ๓) พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุสงฆ์ในคืนวันเพ็ญว่าด้วยการพิจารณาเห็นธรรมเป็นคู่ ๑๖ คู่ (ทุกข์-สมุทัย, อวิชชา-วิชชา, ตัณหา-นิพพาน ฯลฯ) ตามแนวปฏิจจสมุปบาท ภิกษุ ๖๐ รูปบรรลุอรหัตตผล ปิดท้ายด้วยบทปิด 'มหาวรรคที่ ๓ จบ'
  104. หน้า ๖๘๗–๖๘๘ กามสูตร (อัฏฐกวรรคที่ ๔ สูตรที่ ๑) พระสูตรแรกของอัฏฐกวรรค ตรัสแก่พราหมณ์ชาวนา ว่าด้วยโทษของกาม แม้ได้กามตามปรารถนาก็ยังไม่อิ่ม เมื่อกามเสื่อมไปก็เจ็บปวดดุจถูกลูกศรแทง เปรียบผู้ติดกามเหมือนน้ำไหลเข้าเรือรั่ว
  105. หน้า ๖๘๘–๖๙๐ คุหัฏฐกสูตร ตรัสแก่พระปิณโฑลภารทวาชะ ว่าด้วยนรชนผู้ข้องอยู่ใน 'ถ้ำ' คือกายที่ถูกกิเลสปิดบัง ยึดติดกามทั้งในอดีตปัจจุบันอนาคตจึงหลุดพ้นได้ยาก สอนให้กำหนดรู้ผัสสะ ไม่ติดในสิ่งที่เห็นที่ได้ยิน
  106. หน้า ๖๙๐–๖๙๑ ทุฏฐัฏฐกสูตร ตรัสแก่พระอานนท์ ว่าด้วยมุนีผู้ไม่หวั่นไหวต่อคำกล่าวร้ายของเดียรถีย์ ไม่โอ้อวดศีลวัตรของตน ไม่ยึดถือทิฏฐิ สลัดทิ้งความถือมั่นในธรรมทั้งปวง
  107. หน้า ๖๙๒–๖๙๓ สุทธัฏฐกสูตร วิจารณ์ทิฏฐิที่ว่าความหมดจดเกิดจากการเห็น การได้ยิน ศีลวัตร หรือญาณ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าความหมดจดที่แท้ไม่ได้เกิดจากสิ่งเหล่านี้ พระอรหันต์ผู้ไปพ้นเขตแดนแล้วย่อมไม่ยึดถือความหมดจดใดๆ อีก
  108. หน้า ๖๙๔–๖๙๕ ปรมัฏฐกสูตร ว่าด้วยผู้ยึดถือทิฏฐิของตนว่ายอดเยี่ยมและตำหนิทิฏฐิอื่นว่าเลว อันเป็นเหตุแห่งวิวาท สอนให้ภิกษุไม่ยึดถือทิฏฐิ ไม่เปรียบเทียบตนกับผู้อื่น
  109. หน้า ๖๙๕–๖๙๗ ชราสูตร ตรัสแก่พุทธบริษัทชาวสาเกต ว่าด้วยความชราและความตาย ชีวิตน้อยนักย่อมตายภายใน ๑๐๐ ปี มุนีผู้ไม่ยึดถือว่าเป็นของเราจึงไม่คร่ำครวญ เปรียบดังหยาดน้ำไม่ติดใบบัว
  110. หน้า ๖๙๗–๖๙๙ ติสสเมตเตยยสูตร ท่านพระติสสเมตเตยยะทูลถามโทษของผู้ประกอบเมถุนธรรม พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้เสพเมถุนธรรมย่อมเสื่อมยศเกียรติ มุนีพึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่นคง จึงชื่อว่าอยู่ใกล้นิพพาน
  111. หน้า ๖๙๙–๗๐๑ ปสูรสูตร ตรัสแก่ปสูรปริพาชกท่ามกลางบริษัท ว่าด้วยโทษของการวิวาทแก่งแย่งวาทะเพื่อความสรรเสริญ พระอรหันต์ผู้ไม่ยึดถือทิฏฐิใดจึงพ้นจากการวิวาททั้งปวง
  112. หน้า ๗๐๑–๗๐๕ มาคันทิยสูตร บทสนทนากับมาคันทิยพราหมณ์ผู้ยกธิดาถวาย พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธด้วยอุปมาร่างกายว่าเต็มด้วยปัสสาวะอุจจาระ ทรงแสดงว่าความหมดจดมีเพราะความไม่ยึดมั่น มุนีผู้จบเวทจึงไม่ถูกตัณหาทิฏฐินำไป
  113. หน้า ๗๐๕–๗๐๘ ปุราเภทสูตร พระพุทธเนรมิตทูลถามลักษณะผู้สงบก่อนดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ้าตรัสคุณสมบัติของมุนี เช่น ไม่โกรธไม่สะดุ้ง ไม่ตระหนี่ ไม่มีตัณหาในภพหรือวิภพ
  114. หน้า ๗๐๘–๗๑๓ กลหวิวาทสูตร บทสนทนาไล่เรียงสาเหตุการทะเลาะวิวาทและความเศร้าโศกจากสิ่งเป็นที่รัก ไปจนถึงความพอใจ ผัสสะ นามรูป และสัญญา เป็นสายปฏิจจสมุปบาทแบบย่อ
  115. หน้า ๗๑๓–๗๑๖ จูฬวิยูหสูตร ว่าด้วยการวิวาทกันเพราะทิฏฐิ (สูตรเล็ก) สมณพราหมณ์ต่างยึดถือทิฏฐิของตนว่าจริง กล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นคนพาล พระพุทธเจ้าตรัสว่าสัจจะมีอย่างเดียวไม่มีสอง
  116. หน้า ๗๑๗–๗๒๑ มหาวิยูหสูตร ว่าด้วยการวิวาทกันเพราะทิฏฐิ (สูตรใหญ่) ขยายความต่อจากจูฬวิยูหสูตร ชี้โทษของการยึดศีลวัตรและทิฏฐิว่าเป็นเหตุแห่งวิวาทและการเวียนว่ายในภพ
  117. หน้า ๗๒๒–๗๒๖ ตุวฏกสูตร พระพุทธเนรมิตทูลถามข้อปฏิบัติของภิกษุผู้จะดับกิเลสอย่างรวดเร็ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงข้อวัตรปฏิบัติโดยละเอียด เช่น สำรวมอินทรีย์ ไม่สะสม ไม่หวั่นไหวต่อนินทาสรรเสริญ
  118. หน้า ๗๒๖–๗๒๙ อัตตทัณฑสูตร ตรัสท่ามกลางหมู่ทหารของพระญาติสองฝ่าย ว่าด้วยความกลัวที่เกิดจากโทษของตนเอง สอนให้ถอนลูกศรคือกิเลสในหทัย ไม่ยินดีสังขารเก่าใหม่ มุนีผู้สลัดสิ่งทั้งปวงได้แล้วชื่อว่าผู้สงบ
  119. หน้า ๗๓๐–๗๓๔ สารีปุตตสูตร (ปิดอัฏฐกวรรคที่ ๔) พระสารีบุตรกราบทูลสรรเสริญพระพุทธคุณ แล้วทูลถามข้อปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่เสนาสนะสงัด พระพุทธเจ้าทรงแสดงข้อปฏิบัติละเอียด เช่น ไม่กลัวภัย ๕ อดทนต่อผัสสะความเจ็บป่วย แผ่เมตตา กำจัดธุลี ๕ สูตรนี้ปิดท้ายด้วย 'อัฏฐกวรรคที่ ๔ จบ' ก่อนขึ้นปารายนวรรค
  120. หน้า ๗๓๕–๗๔๔ ปารายนวรรคที่ ๕: วัตถุกถา เริ่มปารายนวรรค หมวดที่ ๕ (วรรคสุดท้าย) ด้วยวัตถุกถา เล่าเรื่องพราหมณ์พาวรีถูกพราหมณ์ปังกทันตะขู่ให้ศีรษะแตกเพราะไม่ให้ทรัพย์ เทวดาแนะนำให้ไปทูลถามพระพุทธเจ้า พราหมณ์พาวรีจึงส่งศิษย์ ๑๖ คนเดินทางไปเข้าเฝ้าที่ปาสาณกเจดีย์
  121. หน้า ๗๔๕–๗๖๓ โสฬสปัญหา ตอนที่ ๑ (ปัญหาที่ ๑-๘): อชิตะ ถึง เหมกะ ชุดปัญหา ๘ ข้อแรกจากทั้งหมด ๑๖ ข้อ (โสฬสปัญหา) ที่ศิษย์พราหมณ์พาวรีทูลถามพระพุทธเจ้า ได้แก่ ปัญหาของอชิตะ ติสสเมตเตยยะ ปุณณกะ เมตตคู โธตกะ อุปสีวะ นันทะ และเหมกะ (นิพพานบทอันไม่แปรผัน)
  122. หน้า ๗๖๓–๗๗๔ โสฬสปัญหา ตอนที่ ๒ (ปัญหาที่ ๙-๑๖): โตเทยยะ ถึง ปิงคิยะ ชุดปัญหา ๘ ข้อสุดท้ายของโสฬสปัญหา ได้แก่ โตเทยยะ กัปปะ (นิพพานเป็นที่พึ่งอันไม่มีที่พึ่งอื่นยิ่งกว่า) ชตุกัณณิ ภัทราวุธ อุทัย โปสาละ โมฆราช (พิจารณาโลกโดยความว่างเปล่า) และปิงคิยะ จบครบทั้ง ๑๖ ปัญหา
  123. หน้า ๗๗๔–๗๘๐ ปารายนัตถุติคาถาและปารายนานุคีติคาถา (ปิดปารายนวรรคที่ ๕) ปารายนัตถุติคาถาสดุดีธรรมเทศนาปารายนะที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบพราหมณ์ ๑๖ คน ณ ปาสาณกเจดีย์ จากนั้นเป็นปารายนานุคีติคาถา บทสนทนาระหว่างพระปิงคิยะกับพราหมณ์พาวรี ที่พระปิงคิยะขับร้องสรรเสริญพระพุทธคุณ จบด้วยคำว่า ปารายนวรรคที่ ๕ จบ
  124. หน้า ๗๘๐–๗๘๔ สุตตุทานคาถา (สรุปปิดท้ายเล่ม - หน้าสุดท้ายในฐานข้อมูลขาดโคลอฟอนปิดเล่ม) บทสรุปคาถาท้ายเล่ม ทวนรายชื่อพระสูตรทั้งหมดในสุตตนิบาตทั้ง ๕ วรรค พร้อมคาถาพรรณนาคุณของพระสูตร ๒๑ บท หน้า ๗๘๔ ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายในฐานข้อมูลจบลงกลางคาถาบทที่ ๒๑ ขาดข้อความปิดท้าย 'สุตตนิบาต จบ' และโคลอฟอนปิดเล่ม ๒๕ ที่มีในต้นฉบับจริง (เนื้อหาคาถาทั้งหมดสมบูรณ์ มีเพียงบรรทัดปิดท้ายที่ขาดหาย)