ยมก ภาค ๒

ฉบับ มจร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๓๙ · ๖๔๙ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๗ จิตตยมก อุทเทส: สุทธจิตตสามัญญะ (ปุคคลวาร-ธัมมวาร-ปุคคลธัมมวาร-มิสสกวาร) เปิดเล่ม (พระอภิธรรมปิฎก ยมก ภาค ๒) ด้วยจิตตยมก หมวดที่ ๘/๑๐ ส่วนอุทเทส (ตั้งคำถามล้วน ยังไม่เฉลย) ว่าด้วยความเกิด-ดับของจิตผ่าน ๔ นัย คือ ปุคคลวาร ธัมมวาร ปุคคลธัมมวาร และมิสสกวาร แต่ละวารมี ๑๔ อนุวรรคซ้ำแบบเดียวกัน เช่น อุปปาทนิโรธกาลสัมเภทวาร อุปปาทวาร นิโรธวาร อตีตานาคตวาร
  2. หน้า ๑๗–๒๗ จิตตยมก นิทเทส: ปุคคลวาร (เฉลยด้วยอนุโลม-ปฏิโลม) ส่วนนิทเทสเฉลยคำถามที่ตั้งไว้ในอุทเทสของปุคคลวาร ด้วยรูปแบบอนุโลม-ปฏิโลม อ้างข้อยกเว้นสำคัญที่ใช้ซ้ำตลอดคัมภีร์ยมก เช่น ขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เข้านิโรธสมาบัติ ผู้อุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ภังคขณะ/อุปปาทขณะ
  3. หน้า ๒๗–๔๓ จิตตยมก นิทเทส: ธัมมวาร-ปุคคลธัมมวาร-มิสสกวาร (จบจิตตยมก ยมกที่ ๘) นิทเทสของธัมมวาร (จิตล้วนไม่เจาะจงบุคคล) ปุคคลธัมมวาร (จิตของบุคคล+จิตล้วน) และมิสสกวาร (ใช้จิตแบบผสมคุณสมบัติ เช่น มีราคะ กุศล อกุศล อัพยากฤต) ปิดท้ายด้วย "นิทเทสวาร จบ" ที่หน้า ๔๓ ซึ่งเป็นการจบจิตตยมกทั้งเล่มอย่างสมบูรณ์
  4. หน้า ๔๓–๕๖ ธัมมยมก (ยมกที่ ๙) เริ่มต้น: ปัณณัตติวาร อุทเทส+นิทเทส จิตตยมกจบแล้วที่หน้า ๔๓ หน้า ๔๔ เริ่มยมกใหม่คือธัมมยมก ส่วนปัณณัตติวาร ตั้งคำถามและเฉลยความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะที่เป็นกุศล/อกุศล/อัพยากฤต กับสภาวธรรมทั่วไป ผ่าน ๔ วาร คือปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธธัมมวาร สุทธธัมมมูลจักกวาร (นัยอนุโลม-ปัจจนีกะ)
  5. หน้า ๕๖–๖๔ ธัมมยมก ปวัตติวาร ๑.อุปปาทวาร ๑.ปัจจุปปันนวาร จบปัณณัตติวารนิทเทสที่หน้า ๕๖ เข้าสู่ปวัตติวาร หมวดอุปปาทวาร วรรคปัจจุปปันนวาร ถามตอบกุศล-อกุศล-อัพยากตธรรม "กำลังเกิด" ตามแบบแผนอนุโลม/ปัจจนีก แยกบุคคล-โอกาส-ปุคคโลกาส
  6. หน้า ๖๔–๗๖ อุปปาทวาร: อตีตวาร (เคยเกิด) และอนาคตวาร (จักเกิด) ถามตอบกุศล-อกุศล-อัพยากตธรรม "เคยเกิด" (อตีตวาร) และ "จักเกิด" (อนาคตวาร) ตามแบบแผนอนุโลม/ปัจจนีก แยกบุคคล-โอกาส-ปุคคโลกาส เช่นเดียวกับปัจจุปปันนวารก่อนหน้า
  7. หน้า ๗๖–๙๓ อุปปาทวาร: ผสมกาล ๓ คู่ (ปิดอุปปาทวาร) ถามตอบผสมสองกาลเวลา "กำลังเกิด-เคยเกิด" "กำลังเกิด-จักเกิด" และ "เคยเกิด-จักเกิด" ของกุศล-อกุศล-อัพยากตธรรม ปิดท้ายหมวดอุปปาทวารทั้งหมดที่หน้า ๙๓ ก่อนเข้าสู่นิโรธวาร
  8. หน้า ๙๓–๑๐๖ ๒.นิโรธวาร: ปัจจุปปันนวาร (กำลังดับ) และอตีตวาร (เคยดับ) เริ่มหมวดนิโรธวาร วรรคปัจจุปปันนวาร ถามตอบกุศล-อกุศล-อัพยากตธรรม "กำลังดับ" และวรรคอตีตวาร "เคยดับ" ตามแบบแผนอนุโลม/ปัจจนีก บุคคล-โอกาส-ปุคคโลกาส เช่นเดียวกับอุปปาทวาร
  9. หน้า ๑๐๖–๑๒๗ นิโรธวาร: อนาคตวาร และผสมกาล ๓ คู่ (ปิดนิโรธวาร) ถามตอบ "จักดับ" (อนาคตวาร) แล้วผสมกาล "กำลังดับ-เคยดับ" "กำลังดับ-จักดับ" "เคยดับ-จักดับ" ปิดท้ายหมวดนิโรธวารทั้งหมดด้วย "นิโรธวาร จบ" ที่หน้า ๑๒๗
  10. หน้า ๑๒๗–๑๔๖ ๓.อุปปาทนิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เริ่มหมวดใหม่ อุปปาทนิโรธวาร ถามคู่กำลังเกิด-กำลังดับ (หรือเคยเกิด-เคยดับ, จักเกิด-จักดับ) ของกุศล/อกุศล/อัพยากฤต แต่ละวารมีอนุโลม/ปัจจนีก x บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส กล่าวถึงบุคคลกำลังจุติ กำลังอุบัติ อรูปภูมิ อสัญญสัตตภูมิ
  11. หน้า ๑๔๖–๑๖๒ อุปปาทนิโรธวาร: ผสมกาล ๓ คู่ + ภาวนาวาร (จบธัมมยมก ยมกที่ ๙) ผสมกาลของอุปปาทนิโรธวารจบทั้งหมดที่หน้า ๑๖๒ (จบอุปปาทนิโรธวาร-ปวัตติวาร) ตามด้วย ๓.ภาวนาวาร สั้นๆ ถามผู้กำลังเจริญกุศล/ละอกุศลพร้อมกัน จบด้วย "ภาวนาวาร จบ" ซึ่งปิดท้ายธัมมยมก (ยมกที่ ๙ จาก ๑๐) ทั้งหมดในหน้าเดียวกัน
  12. หน้า ๑๖๓–๑๘๖ อินทรียยมก (ยมกที่ ๑๐/สุดท้าย) เริ่มต้น: บัญชีอินทรีย์ ๒๒ + ปัณณัตติวารอุทเทส (มาติกา) เริ่มยมกสุดท้ายในคัมภีร์ยมก แสดงบัญชีอินทรีย์ ๒๒ (จักขุนทรีย์ถึงอัญญาตาวินทรีย์) จากนั้นเป็นมาติกา (บัญชีคำถามล้วน ยังไม่เฉลย) ของปัณณัตติวารอุทเทส ครอบคลุมปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธินทรียวาร สุทธินทรียมูลจักกวาร ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ
  13. หน้า ๑๘๗–๒๑๗ ปัณณัตติวารนิทเทส ๑.ปทโสธนวาร + ๒.ปทโสธนมูลจักกวาร (ไขความอนุโลม-ปัจจนีกะ) เริ่มภาคนิทเทส (ไขความจริง) ของปัณณัตติวาร ด้วยปทโสธนวาร ถามตอบทีละคู่แบบเต็มรูปแบบ (อนุ./ปฏิ./วิ.) เช่น จักขุเป็นจักขุนทรีย์ใช่ไหม-วิสัชนาแยกทิพพจักขุ/ปัญญาจักขุออกจากจักขุนทรีย์ ครบ ๒๒ อินทรีย์ ตามด้วยปทโสธนมูลจักกวารที่ไขความวนคู่จักขุ/โสตะฯลฯ กับอินทรีย์อื่นทีละคู่จนครบ ๒๒ อินทรีย์
  14. หน้า ๒๑๘–๒๔๘ ปัณณัตติวารนิทเทส ๓.สุทธินทรียวาร + ๔.สุทธินทรียมูลจักกวาร (จบปัณณัตติวารทั้งหมด) ไขความสุทธินทรียวาร (จักขุเป็นอินทรีย์ใช่ไหม โดยไม่ระบุชนิดอินทรีย์เฉพาะ) แล้วสุทธินทรียมูลจักกวาร ไขความแบบวนคู่ทุกอินทรีย์ ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ ปิดท้ายปัณณัตติวารอินทรียยมกทั้งหมดที่หน้า ๒๔๘ ก่อนเข้าสู่ปวัตติวาร
  15. หน้า ๒๔๙–๒๗๔ ปวัตติวาร ๑.อุปปาทวาร ๑.ปัจจุปปันนวาร: อนุโลมบุคคล และอนุโลมโอกาส เข้าสู่ปวัตติวาร หมวดอุปปาทวาร (กำลังเกิด) ปัจจุปปันนวาร แบบอนุโลมบุคคล ถามว่าอินทรีย์หนึ่งของบุคคลใดกำลังเกิด อินทรีย์อีกอย่างของบุคคลนั้นกำลังเกิดด้วยหรือไม่ ไล่มูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์ ตามด้วยอนุโลมโอกาส (เปลี่ยนฐานเป็นภูมิ)
  16. หน้า ๒๗๔–๒๙๔ อุปปาทวาร: อนุโลมปุคคโลกาส (บุคคล+ภูมิร่วมกัน) รวมฐานบุคคลและภูมิเข้าด้วยกัน ถามว่าอินทรีย์หนึ่งของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อินทรีย์อีกอย่างของบุคคลนั้นในภูมินั้นกำลังเกิดด้วยหรือไม่ ไล่มูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์จนครบ ปิดท้ายฝ่ายอนุโลมของอุปปาทวารทั้งหมด
  17. หน้า ๒๙๔–๓๒๓ อุปปาทวาร: ปัจจนีกบุคคล และปัจจนีกโอกาส หมวดปัจจนีก (ฝ่ายปฏิเสธ) ของอุปปาทวาร ถามว่าอินทรีย์หนึ่งไม่กำลังเกิด อินทรีย์อีกตัวไม่กำลังเกิดด้วยหรือไม่ ไล่มูลกนัยครบทั้งระดับบุคคลและระดับภูมิ กล่าวถึงบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและผู้อุบัติในอสัญญสัตตภูมิเป็นตัวอย่างซ้ำหลายครั้ง
  18. หน้า ๓๒๓–๓๔๔ อุปปาทวาร: ปัจจนีกปุคคโลกาส (จบวาระที่ ๑ อุปปาทวาร) หมวดสุดท้ายของอุปปาทวาร ผสมเกณฑ์บุคคลและภูมิเข้าด้วยกันในฝ่ายปฏิเสธ ไล่มูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์อย่างละเอียด ปิดท้ายวาระที่ ๑ อุปปาทวารทั้งหมดที่หน้า ๓๔๔
  19. หน้า ๓๔๔–๓๗๙ ๒.อตีตวาร: อนุโลม และปัจจนีก (บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส) วาระที่ ๒ เปลี่ยนถ้อยคำถามจาก "กำลังเกิด" เป็น "เคยเกิด" ครบทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีก แยกบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส เช่นเดียวกับอุปปาทวาร ปิดท้ายวาระที่ ๒ ทั้งหมดที่หน้า ๓๗๙
  20. หน้า ๓๘๐–๔๐๘ ๓.อนาคตวาร: อนุโลม (บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส) วาระที่ ๓ ถามด้วยคำว่า "จักเกิด" กล่าวถึงบุคคลที่จักอุบัติในภูมิต่างๆ แล้วปรินิพพาน และ "ปัจฉิมจิต" (จิตดวงสุดท้ายก่อนปรินิพพาน) เป็นเงื่อนไขข้อยกเว้นหลัก ครบฝ่ายอนุโลมทั้งบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส
  21. หน้า ๔๐๙–๔๒๑ อนาคตวาร: ปัจจนีกบุคคล หมวดปัจจนีกของอนาคตวาร (มิติบุคคลอย่างเดียว) ถามว่าอินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อินทรีย์อื่นของบุคคลนั้นไม่ใช่จักเกิดด้วยหรือไม่ อ้างถึงปัจฉิมภวิกบุคคลและกรณีเพศที่เกิดได้เฉพาะบางภพ
  22. หน้า ๔๒๑–๔๔๒ อนาคตวาร: ปัจจนีกโอกาส และปัจจนีกปุคคโลกาส (จบวาระที่ ๓) ปัจจนีกโอกาส (มิติภูมิ) และปัจจนีกปุคคโลกาส (ผสมบุคคล+ภูมิ) ของอนาคตวาร เป็นการปฏิเสธที่ซับซ้อนที่สุด อ้างถึงรูปาวจร อรูปาวจร อสัญญสัตตภูมิ ปิดท้ายวาระที่ ๓ อนาคตวารทั้งหมดที่หน้า ๔๔๒
  23. หน้า ๔๔๓–๔๕๑ ๔.ปัจจุปปันนาตีตวาร: อนุโลมบุคคล จุดเปลี่ยนวรรคสำคัญ: ขึ้นวรรคที่ ๔ ปัจจุปปันนาตีตวาร เปลี่ยนกาลจากอนาคต (จักเกิด) เป็นปัจจุบัน-อดีต (กำลังเกิด/เคยเกิด) ถามว่าอินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อินทรีย์อื่นของบุคคลนั้นเคยเกิดด้วยหรือไม่ ไล่มูลกนัยครบในมิติบุคคลอย่างเดียว
  24. หน้า ๔๕๑–๔๘๒ ปัจจุปปันนาตีตวาร: อนุโลมโอกาส-ปุคคโลกาส และปัจจนีกทั้งหมด (จบวาระที่ ๔) ต่อด้วยอนุโลมโอกาสและอนุโลมปุคคโลกาส แล้วปัจจนีกบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาสของปัจจุปปันนาตีตวาร ปิดท้ายวาระที่ ๔ ทั้งหมดที่หน้า ๔๘๒ [พบช่องว่างในต้นฉบับตรงรอยต่อหน้า ๔๕๑-๔๕๒: ข้อความขาดหายกลางประโยค เทียบรูปแบบซ้ำในย่อหน้าคู่ขนานยืนยันว่าไม่ใช่การย่อโดยตั้งใจ]
  25. หน้า ๔๘๒–๔๙๙ ๕.ปัจจุปปันนานาคตวาร: อนุโลมบุคคล และอนุโลมโอกาส วรรคที่ ๕ ผสมกาลปัจจุบัน-อนาคต ถามว่าอินทรีย์หนึ่งกำลังเกิด อีกอินทรีย์หนึ่งจักเกิดหรือไม่ ใช้แนวคิดปัจฉิมภวิกบุคคล (ผู้อยู่ภพสุดท้ายก่อนปรินิพพาน) เป็นข้อยกเว้นหลักซ้ำในเกือบทุกคู่อินทรีย์
  26. หน้า ๔๙๙–๕๑๗ ปัจจุปปันนานาคตวาร: อนุโลมปุคคโลกาส (จบฝ่ายอนุโลม) ขยายอนุโลมปุคคโลกาสของปัจจุปปันนานาคตวาร ระบุทั้งบุคคลและภูมิ ใช้เกณฑ์ปัจฉิมภวิกบุคคล จิตที่สัมปยุต/วิปปยุตด้วยโสมนัส-อุเบกขา-สัทธา-ญาณ กรณีผู้เข้านิโรธสมาบัติ/อสัญญสัตตภูมิ ไล่ครบจนจบฝ่ายอนุโลมทั้งหมดที่หน้า ๕๑๗
  27. หน้า ๕๑๗–๕๓๗ ปัจจุปปันนานาคตวาร: ปัจจนีกบุคคล หมวดปัจจนีกบุคคลของปัจจุปปันนานาคตวาร ถามคู่ปฏิเสธ "อินทรีย์ใดไม่กำลังเกิด อินทรีย์อื่นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม" ไล่มูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์จนครบที่หน้า ๕๓๗ [ระหว่างนี้ที่หน้า ๕๒๗-๕๒๘ พบคำถามหนึ่งข้อหายไปจากต้นฉบับ มีเฉพาะคำตอบ วิ. โผล่มาโดยไม่มีคำถามนำ]
  28. หน้า ๕๓๗–๕๓๘ ปัจจุปปันนานาคตวาร: ปัจจนีกโอกาส — ช่องว่างสำคัญในต้นฉบับ หมวดปัจจนีกโอกาสเริ่มด้วยคำถามเรื่องจักขุนทรีย์-โสมนัสสินทรีย์ในภูมิ แต่ไม่มีคำตอบ (วิ.) ปรากฏเลย ต้นฉบับตัดข้ามไปเริ่มหมวดใหม่ "ปัจจนีกปุคคโลกาส" ทันที ทำให้เนื้อหาปัจจนีกโอกาสทั้งหมด (ที่ควรมีครบ ๒๒ อินทรีย์เหมือนหมวดอื่น) ขาดหายไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงคำถามเดียวที่ไม่มีคำตอบ
  29. หน้า ๕๓๘–๕๖๐ ปัจจุปปันนานาคตวาร: ปัจจนีกปุคคโลกาส (จบวาระที่ ๕) หมวดปัจจนีกปุคคโลกาส (ระบุทั้งบุคคลและภูมิ) ไล่ตามมูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์ ครบสมบูรณ์ทุกคู่โดยไม่มีช่องว่างเพิ่มเติม ปิดท้ายวาระที่ ๕ ปัจจุปปันนานาคตวารทั้งหมดที่หน้า ๕๖๐
  30. หน้า ๕๖๑–๕๗๑ ๖.อตีตานาคตวาร: อนุโลมบุคคล วาระที่ ๖ (วาระสุดท้ายของปวัตติวาร) ถามในรูปแบบ "เคยเกิด...จักเกิด" แทนกำลังเกิด/จักเกิด คำตอบส่วนใหญ่สั้นเพียง "ใช่" เพราะกฎเกณฑ์ตรงไปตรงมากว่าวาระก่อน ไล่ครบมูลกนัยจักขุนทรีย์ถึงปัญญินทรีย์
  31. หน้า ๕๗๑–๖๐๕ อตีตานาคตวาร: อนุโลมโอกาส-ปุคคโลกาส และปัจจนีกทั้งหมด (จบปวัตติวารทั้งหมดของอินทรียยมก) ต่อด้วยอนุโลมโอกาสและอนุโลมปุคคโลกาส แล้วปัจจนีกบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาสของอตีตานาคตวาร ปิดท้ายด้วย "ปวัตติวาร จบ" ที่หน้า ๖๐๕ ซึ่งปิดวาระย่อยทั้ง ๖ (อุปปาท-อตีต-อนาคต-ปัจจุปปันนาตีต-ปัจจุปปันนานาคต-อตีตานาคตวาร) ของอินทรียยมกโดยสมบูรณ์
  32. หน้า ๖๐๖–๖๑๙ ๓.ปริญญาวาร ๑.ปัจจุปปันนวาร + ๒.อตีตวาร: กำหนดรู้-ละ-เจริญ-ทำให้แจ้งอินทรีย์ เริ่มวาระที่ ๓ ปริญญาวาร เปลี่ยนกรอบคำถามจากเกิด-ดับเป็นการปฏิบัติธรรม ว่าด้วยบุคคลผู้กำลัง/เคยกำหนดรู้ ละ เจริญ หรือทำให้แจ้งอินทรีย์ต่างๆ ใช้มูลกนัยจักขุนทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ ในปัจจุปปันนวารและอตีตวาร
  33. หน้า ๖๒๐–๖๓๔ ปริญญาวาร ๓.อนาคตวาร + ๔.ปัจจุปปันนาตีตวาร ดำเนินตามกรอบปริญญาวารต่อด้วยอนาคตวาร (กาลอนาคต "จัก...") แล้วปัจจุปปันนาตีตวาร (ผสมปัจจุบัน-อดีต) ซ้ำมูลกนัยชุดเดิม (จักขุนทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์) ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะในแต่ละวาระ
  34. หน้า ๖๓๕–๖๔๙ ปริญญาวาร ๕.ปัจจุปปันนานาคตวาร + ๖.อตีตานาคตวาร (จบอินทรียยมก จบเล่ม ๓๙) วาระสุดท้ายของปริญญาวาร คือปัจจุปปันนานาคตวารและอตีตานาคตวาร ไล่มูลกนัยจักขุนทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะจนครบ ปิดท้ายด้วยข้อความ ๓ ชั้น "อัญญินทรียมูลกนัย จบ" "ปริญญาวาร จบ" และ "อินทรียยมก จบ" ที่หน้า ๖๔๙ ซึ่งปิดท้ายอินทรียยมก (ยมกที่ ๑๐ สุดท้าย) ปิดคัมภีร์ยมกทั้งหมด และปิดเล่ม ๓๙