ปัฏฐาน ภาค ๓
ฉบับ มจร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๔๒ · ๔๘๒ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๓ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๙ เปิดเล่ม ๔๒: มาติกาเปลี่ยนจากไตรกะ (๒๒ ติกะ) เป็นทุกะ (๑๐๐ คู่) เริ่มคู่แรก 'เหตุทุกะ' เล่มนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากไล่วิเคราะห์ครบทั้ง ๒๒ ติกะ (การจัดหมวดธรรมแบบสามๆ) ในเล่มก่อนหน้าแล้ว บัดนี้พระอภิธรรมหันมาวิเคราะห์ทุกมาติกา คือการจัดหมวดธรรมเป็นคู่ตรงข้าม ๑๐๐ คู่ เริ่มด้วยคู่แรก 'เหตุทุกะ' คือธรรมที่เป็นเหตุ (รากเหง้าของกุศล-อกุศล เช่น โลภะ โทสะ โมหะ และคู่ตรงข้าม) เทียบกับธรรมที่ไม่เป็นเหตุ โดยทดสอบผ่านปฏิจจวาร ซึ่งเป็นคำถามพื้นฐานที่สุดว่าธรรมฝ่ายหนึ่งอาศัยอีกฝ่ายเกิดขึ้นได้หรือไม่ผ่านปัจจัยทั้ง ๒๔ ประการ
- หน้า ๙–๒๗ เหตุทุกะ ขั้นปัญหาวาร: ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ อย่างละเอียด (จบทุกะที่ ๑) หลังปฏิจจวารวางกรอบเบื้องต้นแล้ว ส่วนนี้เข้าสู่ปัญหาวาร ซึ่งเป็นขั้นตอนละเอียดที่สุดของแต่ละทุกะ คือไล่ถามทีละปัจจัยจากทั้ง ๒๔ ปัจจัยว่าธรรมที่เป็นเหตุกับธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทั้งในทางบวก (อนุโลม) และทางลบ (ปัจจนียะ) พร้อมนับจำนวนวาระที่เป็นไปได้ในแต่ละปัจจัย เมื่อจบส่วนนี้ถือว่าวิเคราะห์เหตุทุกะครบสมบูรณ์ทั้ง ๗ วาระ
- หน้า ๒๗–๓๙ ทุกะที่ ๒ 'สเหตุกทุกะ': ธรรมที่มีเหตุประกอบ เทียบกับธรรมที่ไม่มีเหตุประกอบ (เริ่มปฏิจจวาร) ทุกะถัดมาเปลี่ยนมุมมอง จากเดิมที่ถามว่าธรรมใดเป็นตัวเหตุเอง (เหตุทุกะ) มาถามว่าธรรมใดมีเหตุประกอบร่วมด้วย (สเหตุกทุกะ) เทียบกับธรรมที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุประกอบเลย เช่น วิญญาณบางดวงหรือรูปธรรม เริ่มทดสอบผ่านปฏิจจวารตามปัจจัยทั้ง ๒๔ ทั้งด้านบวกและด้านลบเช่นเดียวกับทุกะก่อน
- หน้า ๓๙–๔๗ สเหตุกทุกะ ขั้น 'ปัจจยวาร': ธรรมฝ่ายหนึ่งเป็นปัจจัยให้อีกฝ่ายเกิดหรือไม่ จากปฏิจจวารที่ถามว่าอาศัยเกิดหรือไม่ ส่วนนี้ขยับไปถามปัจจยวาร คือธรรมฝ่ายหนึ่ง (มีเหตุ/ไม่มีเหตุ) ทำหน้าที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้อีกฝ่ายเกิดขึ้นได้หรือไม่ ทั้งสองทิศทาง ไล่ครบปัจจัย ๒๔ ทั้งฝ่ายบวกและฝ่ายลบ ส่วนนิสสยวาร (ขั้นถัดไปตามปกติ) ถูกย่อไว้เพราะมีเนื้อหาเหมือนปัจจยวารทุกประการจึงไม่แยกอธิบายซ้ำ
- หน้า ๔๗–๕๕ สเหตุกทุกะ: ธรรมสองฝ่ายเกิดปนกันหรือไม่ (สังสัฏฐวาร) แล้วเข้าสู่ปัญหาวาร ส่วนนี้ทดสอบสังสัฏฐวาร คือถามว่าธรรมที่มีเหตุกับธรรมที่ไม่มีเหตุเกิดปะปนระคนกันในจิตดวงเดียวได้หรือไม่ (สัมปยุตตวารซึ่งถามคล้ายกันถูกย่อไว้เพราะเหมือนกัน) จากนั้นเริ่มเข้าสู่ปัญหาวาร ขั้นตอนละเอียดที่สุดที่จะไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ ทีละข้อในตอนถัดไป
- หน้า ๕๕–๗๐ จบทุกะที่ ๒ สเหตุกทุกะ ด้วยปัญหาวารครบ แล้วทุกะที่ ๓ 'เหตุสัมปยุตตทุกะ' ถูกย่อทั้งหมด ปัญหาวารของสเหตุกทุกะไล่ครบปัจจัยทั้ง ๒๔ ปิดท้ายทุกะที่ ๒ อย่างสมบูรณ์ จากนั้นทุกะที่ ๓ เหตุสัมปยุตตทุกะ (ธรรมที่ประกอบกับเหตุ เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบกับเหตุ) ถูกสรุปย่อทั้งหมดเพียงไม่กี่บรรทัด เพราะรูปแบบการวิเคราะห์เหมือนกับทุกะที่ ๒ ทุกประการ ผู้แต่งจึงอ้างอิงกลับไปแทนการเขียนซ้ำ
- หน้า ๗๐–๘๖ ทุกะที่ ๔ 'เหตุสเหตุกทุกะ' ครบทุกวาระ (จบ) แล้วทุกะที่ ๕ ย่อทั้งหมด ทุกะที่ ๔ ตั้งคำถามซ้อนสองชั้น คือธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุประกอบด้วย เทียบกับธรรมที่มีเหตุแต่ไม่ใช่ตัวเหตุ วิเคราะห์ครบทั้ง ๗ วาระผ่านปัจจัย ๒๔ จนจบทุกะโดยสมบูรณ์ จากนั้นทุกะที่ ๕ เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ ถูกย่อทั้งหมดเพราะมีรูปแบบเหมือนทุกะที่ ๔ ไม่มีข้อแตกต่าง
- หน้า ๘๖–๙๕ ทุกะที่ ๖ 'นเหตุสเหตุกทุกะ': ธรรมที่ไม่ใช่เหตุแต่ยังมีเหตุประกอบ เทียบกับธรรมที่ไม่มีเหตุเลย ทุกะสุดท้ายของกลุ่มเหตุโคจฉกะตั้งคำถามผสม คือธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุประกอบร่วมด้วย เทียบกับธรรมที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุประกอบเลย ส่วนนี้ครอบคลุมปฏิจจวาร ปัจจยวาร และสังสัฏฐวาร ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ ตามรูปแบบมาตรฐาน ยังไม่ถึงขั้นปัญหาวารซึ่งเป็นขั้นละเอียดที่สุด
- หน้า ๙๕–๑๐๙ จบทุกะที่ ๖ และปิดกลุ่ม 'เหตุโคจฉกะ' ทั้ง ๖ ทุกะ ด้วยปัญหาวารครบปัจจัย ๒๔ ปัญหาวารของนเหตุสเหตุกทุกะไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ จนครบ ปิดท้ายทุกะที่ ๖ อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการปิดกลุ่มใหญ่แรกของทุกมาติกา คือเหตุโคจฉกะ (กลุ่มทุกะที่ ๑-๖ ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุและเกี่ยวข้องกับเหตุในแง่มุมต่างๆ) โดยสมบูรณ์ ก่อนที่เนื้อหาจะเปลี่ยนไปสู่กลุ่มทุกะชุดถัดไป
- หน้า ๑๐๙–๑๑๖ เริ่มกลุ่ม 'จูฬันตรทุกะ': ทุกะที่ ๗ 'สัปปัจจยทุกะ' ครบ (จบ) แล้วทุกะที่ ๘ ย่อทั้งหมด หลังปิดกลุ่มเหตุโคจฉกะแล้ว เข้าสู่กลุ่มใหม่จูฬันตรทุกะ คือกลุ่มทุกะย่อยเดี่ยวๆ ที่ไม่ได้ผูกเป็นชุดสัมปยุตต์-วิปปยุตต์เหมือนกลุ่มก่อน เริ่มด้วยทุกะที่ ๗ สัปปัจจยทุกะ คือธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเทียบกับธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง วิเคราะห์ครบทุกวาระจนจบทุกะ จากนั้นทุกะที่ ๘ สังขตทุกะ (ธรรมที่ถูกปรุงแต่ง-ไม่ถูกปรุงแต่ง) ถูกย่อทั้งหมดเพราะมีเนื้อหาเหมือนทุกะที่ ๗
- หน้า ๑๑๖–๑๓๕ ทุกะที่ ๙ 'สนิทัสสนทุกะ': ธรรมที่เห็นได้ด้วยตา เทียบกับธรรมที่เห็นไม่ได้ (ครบทุกวาระ) ทุกะนี้จำแนกธรรมตามการรับรู้ทางตา คือรูปธรรมที่มองเห็นได้ (เช่น สี วรรณะ) เทียบกับธรรมทั้งปวงที่มองไม่เห็น (นามธรรมและรูปธรรมส่วนใหญ่) วิเคราะห์ครบทั้ง ๗ วาระผ่านปัจจัย ๒๔ ตามรูปแบบมาตรฐานตั้งแต่ต้นจนจบทุกะในตอนเดียว
- หน้า ๑๓๕–๑๕๗ ทุกะที่ ๑๐ 'สัปปฏิฆทุกะ': ธรรมที่กระทบได้ เทียบกับธรรมที่กระทบไม่ได้ (ครบทุกวาระ) ทุกะนี้จำแนกรูปธรรมตามคุณสมบัติการกระทบ คือรูปที่กระทบกับอารมณ์ทางประสาทสัมผัสได้ (เช่น รูป เสียง กลิ่น) เทียบกับธรรมที่กระทบไม่ได้ (นามธรรมและรูปละเอียดบางชนิด) วิเคราะห์ผ่านปฏิจจวาร ปัจจยวาร จนถึงปัญหาวาร ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ ตั้งแต่เหตุปัจจัยจนถึงอวิคตปัจจัยครบสมบูรณ์
- หน้า ๑๕๘–๑๗๙ ทุกะที่ ๑๑ 'รูปีทุกะ': ธรรมที่เป็นรูป เทียบกับธรรมที่ไม่เป็นรูป (ครบทุกวาระ) ทุกะนี้เป็นการแบ่งธรรมตามหมวดใหญ่ที่สุดหมวดหนึ่งคือรูปกับนาม คือธรรมที่มีรูปร่าง (รูปขันธ์ทั้งหมด) เทียบกับธรรมที่ไม่มีรูป (จิต เจตสิก และนิพพาน) วิเคราะห์ผ่านปฏิจจวาร ปัจจยวาร สังสัฏฐวาร และปัญหาวาร ไล่ปัจจัยครบทั้ง ๒๔ จนจบทุกะ
- หน้า ๑๗๙–๒๐๔ ทุกะที่ ๑๒ 'โลกิยทุกะ' ครบ และทุกะที่ ๑๓ ย่อ ปิดกลุ่มจูฬันตรทุกะทั้งหมด ทุกะที่ ๑๒ จำแนกธรรมฝ่ายโลกีย์ (ยังเวียนว่ายในสามภพ) เทียบกับธรรมฝ่ายโลกุตตระ (มรรค ผล นิพพาน) วิเคราะห์ครบทุกวาระ จากนั้นทุกะที่ ๑๓ เกนจิวิญเญยยทุกะ (ธรรมที่วิญญาณบางประเภทรู้ได้-ไม่ได้) สรุปแบบย่อ ปิดท้ายกลุ่มจูฬันตรทุกะทั้งหมด (ทุกะที่ ๗-๑๓ ซึ่งเป็นทุกะเดี่ยวไม่ได้จับคู่สัมปยุตต์กัน)
- หน้า ๒๐๔–๒๒๗ เริ่มกลุ่ม 'อาสวโคจฉกะ': ทุกะที่ ๑๔ 'อาสวทุกะ' ธรรมที่เป็นอาสวะ เทียบกับธรรมที่ไม่เป็นอาสวะ (ครบ) เข้าสู่กลุ่มใหญ่ถัดไปว่าด้วยอาสวะ หรือกิเลสที่หมักดองอยู่ในจิตมานาน ทุกะแรกของกลุ่มนี้แยกธรรมที่เป็นตัวอาสวะเอง (กามาสวะ ทิฏฐาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ) ออกจากธรรมที่ไม่ใช่อาสวะ วิเคราะห์ครบทั้ง ๗ วาระผ่านปัจจัย ๒๔ พร้อมยกตัวอย่างอาสวะแต่ละประเภทประกอบ จบทุกะสมบูรณ์
- หน้า ๒๒๗–๒๔๔ ทุกะที่ ๑๕ 'สาสวทุกะ' (ย่อ) แล้วเริ่มทุกะที่ ๑๖ 'อาสวสัมปยุตตทุกะ' ธรรมที่ประกอบกับอาสวะ ทุกะที่ ๑๕ ถามว่าธรรมใดเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ เทียบกับธรรมที่ไม่เป็น สรุปไว้อย่างย่อมาก จากนั้นเริ่มทุกะที่ ๑๖ ซึ่งเปลี่ยนคำถามเป็นธรรมที่ประกอบร่วมกับอาสวะในจิตดวงเดียว เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบกับอาสวะ เริ่มวิเคราะห์ผ่านปฏิจจวารและปัจจยวาร
- หน้า ๒๔๔–๒๖๒ ปัญหาวารของทุกะที่ ๑๖ 'อาสวสัมปยุตตทุกะ' — ทุกะที่วิเคราะห์ละเอียดที่สุดในเล่มนี้ (จบ) ทุกะที่ ๑๖ ใช้พื้นที่ยาวที่สุดในเล่ม (รวมกว่า ๓๕ หน้า) เพราะคำถามเรื่องธรรมที่ประกอบ-ไม่ประกอบกับอาสวะเปิดกรณีย่อยจำนวนมาก ส่วนนี้คือขั้นปัญหาวาร ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่ทุกะหนึ่งจะมีได้ ปิดท้ายทุกะที่ ๑๖ อย่างสมบูรณ์
- หน้า ๒๖๒–๒๗๔ ทุกะที่ ๑๗-๑๙ สามคู่ผสมเรื่องอาสวะ ปิดกลุ่ม 'อาสวโคจฉกะ' ทั้งหมด สามทุกะสุดท้ายของกลุ่มอาสวะเป็นคำถามผสมที่ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ทุกะที่ ๑๗ ธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะด้วย (ย่อ) ทุกะที่ ๑๘ ธรรมที่เป็นอาสวะและประกอบกับอาสวะด้วย (วิเคราะห์ครบ) ทุกะที่ ๑๙ ธรรมที่ไม่ประกอบกับอาสวะแต่ยังเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ (ย่อมาก) ปิดกลุ่มอาสวโคจฉกะ (ทุกะที่ ๑๔-๑๙) ทั้งหมด
- หน้า ๒๗๔–๒๙๑ เริ่มกลุ่ม 'สัญโญชนโคจฉกะ': ทุกะที่ ๒๐ ว่าด้วยสังโยชน์ (จบ), ทุกะที่ ๒๑ ย่อ, เริ่มทุกะที่ ๒๒ เปลี่ยนหัวข้อใหญ่มาที่สังโยชน์ หรือกิเลสที่ผูกมัดสัตว์ไว้กับสังสารวัฏ ทุกะที่ ๒๐ แยกธรรมที่เป็นตัวสังโยชน์เอง (เช่น กามราคะ ปฏิฆะ มานะ) ออกจากธรรมที่ไม่ใช่ วิเคราะห์ครบทุกวาระ ทุกะที่ ๒๑ (ธรรมที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ได้) สรุปย่อในหน้าเดียว แล้วเริ่มทุกะที่ ๒๒ สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ว่าด้วยธรรมที่ประกอบกับสังโยชน์
- หน้า ๒๙๑–๓๐๔ ทุกะที่ ๒๒ 'สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ': ปัจจยวารครบ แล้วเริ่มเข้าสู่ปัญหาวาร ส่วนนี้วิเคราะห์ธรรมที่ประกอบร่วมกับสังโยชน์ เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบด้วย ผ่านขั้นปัจจยวาร (ถามว่าฝ่ายหนึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้อีกฝ่ายเกิดหรือไม่) ไล่ครบปัจจัยทั้ง ๒๔ ทั้งด้านบวกและลบ ก่อนเริ่มเข้าสู่ขั้นปัญหาวารซึ่งจะละเอียดยิ่งขึ้นในตอนถัดไป
- หน้า ๓๐๔–๓๒๐ จบทุกะที่ ๒๒ 'สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ' ด้วยปัญหาวารครบปัจจัย ๒๔ ปัญหาวารของทุกะนี้ไล่ถามทีละปัจจัยจากทั้ง ๒๔ ปัจจัยอย่างละเอียด ว่าธรรมที่ประกอบกับสังโยชน์กับธรรมที่ไม่ประกอบเกี่ยวข้องกันอย่างไรในแต่ละกรณี ปิดท้ายทุกะที่ ๒๒ อย่างสมบูรณ์
- หน้า ๓๒๐–๓๓๑ ทุกะที่ ๒๓-๒๕ สามคู่ผสมเรื่องสังโยชน์ ปิดกลุ่ม 'สัญโญชนโคจฉกะ' ทั้งหมด ทุกะที่ ๒๓ ธรรมที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ด้วย (ย่อ) ทุกะที่ ๒๔ ธรรมที่เป็นสังโยชน์และประกอบกับสังโยชน์ด้วย (ย่อบางส่วน) ทุกะที่ ๒๕ ธรรมที่ไม่ประกอบกับสังโยชน์แต่ยังเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ได้ (ย่อมาก จบในหน้าเดียว) ทั้งสามทุกะนี้ปิดกลุ่มสัญโญชนโคจฉกะ (ทุกะที่ ๒๐-๒๕) ทั้งหมด
- หน้า ๓๓๑–๓๕๐ เริ่มกลุ่ม 'คันถโคจฉกะ': ทุกะที่ ๒๖ 'คันถทุกะ' ว่าด้วยธรรมที่เป็นเครื่องผูกพันจิต (ครบ) เปลี่ยนหัวข้อมาที่คันถะ คือกิเลสที่ผูกรัดกายและใจไว้กับภพ (เช่น อภิชฌา พยาบาท สีลัพพตปรามาส) ทุกะแรกของกลุ่มนี้แยกธรรมที่เป็นตัวคันถะเองออกจากธรรมที่ไม่ใช่ วิเคราะห์ตั้งแต่ปฏิจจวารจนถึงปัญหาวารไล่ปัจจัยครบทั้ง ๒๔ จบทุกะสมบูรณ์
- หน้า ๓๕๐–๓๖๓ ทุกะที่ ๒๗ 'คันถนิยทุกะ' (ย่อ) แล้วเริ่มทุกะที่ ๒๘ 'คันถสัมปยุตตทุกะ' ธรรมที่ประกอบกับคันถะ ทุกะที่ ๒๗ ถามว่าธรรมใดเป็นอารมณ์ของคันถะได้ สรุปไว้อย่างย่อมาก จากนั้นเริ่มทุกะที่ ๒๘ ซึ่งถามว่าธรรมใดประกอบร่วมกับคันถะในจิตดวงเดียวกัน เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบ วิเคราะห์ผ่านปฏิจจวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร และสังสัฏฐวาร
- หน้า ๓๖๓–๓๘๑ จบทุกะที่ ๒๘ 'คันถสัมปยุตตทุกะ' ด้วยปัญหาวารที่ละเอียดที่สุดในกลุ่มนี้ ปัญหาวารของทุกะที่ ๒๘ ใช้พื้นที่มากและละเอียดที่สุดในกลุ่มคันถโคจฉกะ ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ ครบทุกกรณี ปิดท้ายทุกะที่ ๒๘ อย่างสมบูรณ์
- หน้า ๓๘๑–๓๙๐ ทุกะที่ ๒๙-๓๑ ปิดกลุ่มคันถโคจฉกะ แล้วกลุ่ม 'โอฆะ' และ 'โยคะ' (ทุกะที่ ๓๒-๔๓) ถูกย่อทั้งหมด ทุกะที่ ๒๙-๓๑ เป็นคำถามผสมสามคู่ปิดท้ายกลุ่มคันถะ (ทุกะที่ ๒๖-๓๑) เช่นเดียวกับรูปแบบที่พบในกลุ่มก่อนหน้า จากนั้นเนื้อหาข้ามไปยังสองกลุ่มใหญ่คือโอฆโคจฉกะ (กิเลสที่ท่วมทับสัตว์ ๔ อย่าง) และโยคโคจฉกะ (กิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้กับภพ ๔ อย่าง) รวม ๑๒ ทุกะ (ทุกะที่ ๓๒-๔๓) ซึ่งถูกสรุปย่อเพียงไม่กี่บรรทัด เพราะระบุว่ามีรูปแบบเหมือนกับกลุ่มอาสวโคจฉกะทุกประการ ผู้แต่งจึงให้ย้อนไปดูที่นั่นแทนการเขียนซ้ำทั้งหมด
- หน้า ๓๙๐–๔๑๑ เริ่มกลุ่ม 'นีวรณโคจฉกะ': ทุกะที่ ๔๔ 'นีวรณทุกะ' ธรรมที่เป็นนิวรณ์กั้นจิต (ครบ) เข้าสู่กลุ่มว่าด้วยนิวรณ์ หรือธรรมที่กั้นจิตไม่ให้เข้าถึงสมาธิและปัญญา ทุกะแรกจำแนกธรรมที่เป็นนิวรณ์ทั้ง ๖ (กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจะ วิจิกิจฉา อวิชชา) ออกจากธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์ วิเคราะห์ครบทุกวาระผ่านปัจจัยทั้ง ๒๔ จบทุกะสมบูรณ์
- หน้า ๔๑๑–๔๒๙ ทุกะที่ ๔๕ (ย่อ) และทุกะที่ ๔๖ 'นีวรณสัมปยุตตทุกะ' ธรรมที่ประกอบกับนิวรณ์ (ครบ) ทุกะที่ ๔๕ ถามว่าธรรมใดเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ได้ สรุปไว้แบบย่อ จากนั้นทุกะที่ ๔๖ ถามว่าธรรมใดประกอบร่วมกับนิวรณ์ในจิตดวงเดียวกัน เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบ วิเคราะห์ครบทั้ง ๗ วาระผ่านปัจจัย ๒๔ จนจบทุกะ
- หน้า ๔๒๙–๔๔๐ ทุกะที่ ๔๗-๔๙ สามคู่ผสมเรื่องนิวรณ์ ปิดกลุ่ม 'นีวรณโคจฉกะ' ทั้งหมด ทุกะที่ ๔๗ ธรรมที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ด้วย (ย่อ) ทุกะที่ ๔๘ ธรรมที่เป็นนิวรณ์และประกอบกับนิวรณ์ด้วย (วิเคราะห์ครบ) ทุกะที่ ๔๙ ธรรมที่ไม่ประกอบกับนิวรณ์แต่ยังเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ได้ (ย่อ) ปิดกลุ่มนีวรณโคจฉกะ (ทุกะที่ ๔๔-๔๙) ทั้งหมด
- หน้า ๔๔๐–๔๕๘ เริ่มกลุ่มสุดท้าย 'ปรามาสโคจฉกะ': ทุกะที่ ๕๐ 'ปรามาสทุกะ' ว่าด้วยความยึดถือผิด (ครบ) กลุ่มสุดท้ายที่ปรากฏในเล่มนี้ว่าด้วยปรามาส คือความยึดถือหรือจับฉวยธรรมอย่างผิดๆ (หลักๆ คือทิฏฐิ ความเห็นผิด) ทุกะแรกแยกธรรมที่เป็นตัวปรามาสเองออกจากธรรมที่ไม่ใช่ วิเคราะห์ครบทั้ง ๔ วาระที่เกี่ยวข้องกับทุกะนี้ผ่านปัจจัยทั้ง ๒๔ จบทุกะสมบูรณ์
- หน้า ๔๕๘–๔๖๖ ทุกะที่ ๕๑ 'ปรามัฏฐทุกะ' (ย่อ) แล้วเริ่มทุกะที่ ๕๒ 'ปรามาสสัมปยุตตทุกะ' ธรรมที่ประกอบกับปรามาส ทุกะที่ ๕๑ ถามว่าธรรมใดเป็นอารมณ์ของปรามาสได้ สรุปรวมทั้ง ๗ วาระไว้อย่างย่อ จากนั้นเริ่มทุกะที่ ๕๒ ถามว่าธรรมใดประกอบร่วมกับปรามาสในจิตดวงเดียวกัน เทียบกับธรรมที่ไม่ประกอบ เริ่มวิเคราะห์ผ่านปฏิจจวารและปัจจยวาร
- หน้า ๔๖๖–๔๗๙ จบทุกะที่ ๕๒ 'ปรามาสสัมปยุตตทุกะ' ด้วยปัญหาวารครบปัจจัย ๒๔ ปัญหาวารของทุกะนี้ไล่ปัจจัยทั้ง ๒๔ อย่างละเอียด พร้อมยกตัวอย่างกรณีพระอริยบุคคลพิจารณากิเลสที่ตนละได้แล้วประกอบการอธิบาย ปิดท้ายทุกะที่ ๕๒ อย่างสมบูรณ์
- หน้า ๔๗๙–๔๘๒ ทุกะที่ ๕๓-๕๔ ย่อทั้งคู่ ปิดท้ายเล่ม ๔๒ — เนื้อหาทุกมาติกาที่เหลือต่อในเล่ม ๔๓ ทุกะที่ ๕๓ ปรามาสปรามัฏฐทุกะ (ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสด้วย) สรุปย่ออ้างอิงทุกะก่อนหน้า ตามด้วยทุกะที่ ๕๔ ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ ซึ่งย่อสั้นที่สุดเพียงปฏิจจวารวิภังควารเดียว หน้าสุดท้ายของเล่มนี้จบลงเพียงเท่านี้ ยังอยู่กลางทุกมาติกา (ทุกะที่เหลือตั้งแต่ ๕๕ เป็นต้นไปจากทั้งหมด ๑๐๐ ทุกะ) โดยเนื้อหาจะไปต่อในเล่ม ๔๓ (มหาปัฏฐาน ภาค ๔)
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐