มหาวิภังค์ ภาค ๑

ฉบับหลวง · พระวินัยปิฎก · เล่มที่ ๑ · ๗๕๔ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๕ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๓ เวรัญชกัณฑ์ เวรัญชพราหมณ์กล่าวหาพระพุทธเจ้าว่าไม่ไหว้ผู้เฒ่า ไม่มีสมบัติ ขาดสูญ แล้วทรงตอบด้วยอุปมาลูกไก่เจาะกะเปาะฟอง จนเลื่อมใส ต่อมาเกิดทุพภิกขภัย ภิกษุฉันข้าวแดงคอกม้า พระสารีบุตรทูลขอให้ทรงบัญญัติสิกขาบท แต่ทรงรอจนอาสวะปรากฏก่อน
  2. หน้า ๑๔–๒๕ นิทานพระสุทินน์ เรื่องพระสุทินน์ กลันทบุตร อดข้าวประท้วงจนบิดามารดายอมให้บวช ภายหลังถูกญาติวิงวอนให้สึกไม่สำเร็จ จึงถูกขอร้องให้เสพเมถุนกับปุราณทุติยิกาเพื่อสืบสกุล เป็นต้นบัญญัติปาราชิกข้อที่ ๑
  3. หน้า ๒๕–๓๑ พระบัญญัติและอนุบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ (เมถุนธรรม) พระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุที่เสพเมถุนด้วยอุปมาอวัยวะเพศเสียบปากงูเห่า/หลุมถ่านไฟยังดีกว่า แล้วทรงบัญญัติอนุบัญญัติขยายห้ามเสพเมถุนแม้กับสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เหตุจากภิกษุวัชชีบุตรสารภาพผิด
  4. หน้า ๓๑–๓๔ สิกขาบทวิภังค์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ จำแนกถ้อยคำ "บอกคืนสิกขา" อย่างละเอียด เช่น ปรารถนาเป็นคฤหัสถ์/เดียรถีย์ กล่าวคำรำพึง "ไฉนหนอ" หรือคำปริกัป "ก็ถ้าว่า" บอกคืนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
  5. หน้า ๓๔–๒๑๖ บทภาชนีย์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ จำแนกกรณีเสพเมถุนละเอียดยิบตามประเภทคู่ (หญิง/ชาย/บัณเฑาะก์/มนุษย์-อมนุษย์-สัตว์), สภาพ (หลับ/เมา/ตาย), ทวารและ ๔ ขั้นความยินดี เช่น กรณีลิงตัวเมีย
  6. หน้า ๒๑๖–๒๓๖ วินีตวัตถุ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ อุทานคาถารวมคดี เช่น ภิกษุเสพเมถุนกับลิงตัวเมีย ภิกษุวัชชีบุตรหลายรูป ปลอมเป็นคฤหัสถ์หรือเดียรถีย์ เสพในซากศพ และภิกษุณีอุปปลวัณณาถูกมาณพปลุกปล้ำ
  7. หน้า ๒๓๗–๒๔๓ นิทานพระธนิยะและพระฉัพพัคคีย์ พระธนิยะขอไม้หลวงที่สงวนไว้ซ่อมพระนคร อ้างว่าพระเจ้าพิมพิสารประทานแล้วทั้งที่ไม่จริง จนถูกจับ และพระฉัพพัคคีย์ลักห่อผ้าช่างย้อม เป็นต้นบัญญัติปาราชิกข้อที่ ๒ (อทินนาทาน)
  8. หน้า ๒๔๔–๒๔๖ สิกขาบทวิภังค์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ นิยามคำในสิกขาบทลักทรัพย์ เช่น บ้าน (แม้กระท่อมเดียว) อุปจารบ้าน ป่า ทรัพย์ที่เจ้าของยังหวงแหน เกณฑ์มูลค่า ๑ บาท/๕ มาสก และเริ่มจำแนกประเภททรัพย์ เช่น ฝังดิน วางบนพื้น ลอยในอากาศ
  9. หน้า ๒๔๖–๒๕๘ บทภาชนีย์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ จำแนกอาบัติลักทรัพย์ตามที่ตั้งของทรัพย์ เช่น ฝังในดิน ลอยในอากาศ อยู่ในน้ำ ในเรือ ในยาน ในด่านภาษี รวมถึงกรณีสั่งให้ผู้อื่นลักและนัดหมายทำนิมิต
  10. หน้า ๒๕๙–๒๘๗ วินีตวัตถุ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ คดีตัวอย่างเรื่องลักทรัพย์ เช่น ภิกษุลักผ้าที่ลานช่างย้อม ทรัพย์ที่แบกด้วยหัว/คอ/สะเอว ตอบรับ "ผมลักไป" ตามคำถามนำ ถือผ้าห่อศพสดที่มีเปรตสิง และสับเปลี่ยนสลากจีวร
  11. หน้า ๒๘๘–๒๙๕ นิทานมิคลัณฑิกะและอานาปานสติ ภิกษุเจริญอสุภกัมมัฏฐานจนเบื่อหน่ายร่างกาย ฆ่าตัวตายและวานกันฆ่า บ้างจ้างมิคลัณฑิกสมณกุตตก์ให้ปลงชีวิต พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงอานาปานสติสมาธิเป็นทางแก้
  12. หน้า ๒๙๕–๒๙๖ สิกขาบทวิภังค์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ นิยามศัพท์ในสิกขาบทฆ่ามนุษย์ เช่น "กายมนุษย์" (ตั้งแต่ปฏิสนธิจนตาย) "พรากจากชีวิต" และเครื่องประหารต่างๆ เช่น ดาบ หอก ยาพิษ เชือก
  13. หน้า ๒๙๗–๓๐๓ บทภาชนีย์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ จำแนกวิธีฆ่ามนุษย์ เช่น ลงมือเอง สั่งทูตต่อกันหลายทอด ขุดหลุมพราง วางยาพิษหรือศัสตราดักไว้ พรรณนาคุณความตายให้เกิดกำลังใจตาย และนำสิ่งที่น่ากลัวหรือน่าพอใจเข้าไปให้ตกใจตายหรือซูบผอมตาย
  14. หน้า ๓๐๔–๓๒๘ วินีตวัตถุ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ รวมคดีฆ่าหลากหลาย เช่น พรรณนาคุณความตายจนภิกษุอาพาธถึงมรณภาพ บุตรผลักบิดาให้ล้มตาย ให้ยาพิษ/ยาทำแท้งแก่หญิงมีครรภ์ และส่งภิกษุไปที่มียักษ์ร้ายหรือโจรดักฆ่า
  15. หน้า ๓๒๙–๓๓๔ นิทานภิกษุฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาและมหาโจร ๕ จำพวก ภิกษุฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาช่วงทุพภิกขภัย ตกลงยกยอกันว่าได้ฌานได้มรรคผลให้ชาวบ้านเลื่อมใสถวายอาหารมากมาย พระพุทธเจ้าทรงติเตียนเปรียบเป็นยอดมหาโจรใน ๕ จำพวก อันเป็นต้นบัญญัติปาราชิกข้ออวดอุตริมนุสธรรม
  16. หน้า ๓๓๕–๓๓๗ สิกขาบทวิภังค์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ (อวดอุตตริมนุสสธรรม) นิยามอุตตริมนุสสธรรมที่ห้ามอวดอ้างทั้งที่ไม่รู้จริง ได้แก่ฌาน ๔ วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ ญาณทัสสนะ มัคคภาวนา การทำให้แจ้งซึ่งผล และการละกิเลส พร้อมเงื่อนไขข้อยกเว้นกรณีสำคัญผิดว่าได้บรรลุ
  17. หน้า ๓๓๗–๔๑๗ บทภาชนีย์และเปยยาล ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ (เนื้อหาซ้ำแบบแผนสูงสุดในเล่ม) จำแนกการอวดอุตตริมนุสสธรรม (ฌาน วิโมกข์ สมาบัติ มรรคผล ฯลฯ) ไขว้กับอาการรู้เท็จ ๓-๗ อย่าง, จับคู่คุณธรรม (ขัณฑจักร) และเปยยาล ๑๕ หมวดตามผู้ถวายปัจจัย เช่น อ้างว่าผู้ถวายวิหาร/จีวรบรรลุธรรม ปรับอาบัติต่างกันตามผู้ฟังเข้าใจหรือไม่
  18. หน้า ๔๑๗–๔๓๗ อนาปัตติวารและวินีตวัตถุ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ เว้นโทษแก่ผู้สำคัญผิดว่าบรรลุ ผู้วิกลจริต และผู้เจ็บป่วยฟุ้งซ่าน พร้อมเรื่องเปรตที่พระโมคคัลลานะเห็น เช่น กุมภัณฑเปรต (อดีตตุลาการโกง) คูถขาทิเปรต (อดีตพราหมณ์ชั่ว) และนิจฉวิตถีเปรต (อดีตหญิงนอกใจสามี)
  19. หน้า ๔๓๘–๔๔๐ นิทานพระเสยยสกะ พระเสยยสกะซูบผอมเพราะกระสันในกาม พระอุทายีแนะให้ใช้มือปล่อยอสุจิจนหายผอม ถูกภิกษุตำหนิ พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติห้ามจงใจทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน
  20. หน้า ๔๔๐–๕๐๔ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ (สุกกวิสัฏฐิ) จำแนกการปล่อยสุกกะโดยเจตนา ๔ อาการ ๕ กาล ๑๐ ความประสงค์ ๑๐ สี และวินีตวัตถุ ๓๐ กรณี เช่น ฝัน ถ่ายอุจจาระ ให้สามเณรจับองค์กำเนิด ตัดสินตามเจตนาว่าจะให้เคลื่อนหรือไม่
  21. หน้า ๕๐๕–๕๒๖ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒ (กายสังสัคคะ) พระอุทายีพาพราหมณ์กับภรรยาชมวิหารในป่า แล้วลอบจับต้องอวัยวะของนางพราหมณี ทรงบัญญัติห้ามภิกษุผู้กำหนัดเคล้าคลึงกายกับสตรี
  22. หน้า ๕๒๗–๕๔๕ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓ (วาจาชั่วหยาบ) พระอุทายีพูดจาล้อเลียนพาดพิงทวารหนักทวารเบาของสตรีที่มาชมวิหาร จนถูกติเตียน ทรงบัญญัติห้ามพูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบพาดพิงเมถุนธรรม
  23. หน้า ๕๔๖–๕๕๙ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔ (ชักชวนบำเรอกาม) พระอุทายีขอเมถุนธรรมจากหญิงหม้าย พอนางยอมนอนรอ กลับถ่มน้ำลายด่าว่าแล้วเดินหนี ทรงบัญญัติห้ามกล่าวยกย่องตนว่าควรแก่การบำเรอกามในสำนักสตรี
  24. หน้า ๕๖๐–๖๒๓ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕ (ชักสื่อ) เรื่องพระอุทายีชักสื่อจับคู่หนุ่มสาวจนหญิงหม้ายฝากลูกสาวให้แล้วถูกทำร้ายเยี่ยงทาสี ทรงห้ามภิกษุเป็นสื่อรัก จำแนกหญิง ๑๐ ประเภทและภรรยา ๑๐ ประเภท
  25. หน้า ๖๒๔–๖๕๓ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖ (สร้างกุฎี) ภิกษุชาวอาฬวีขอวัสดุสร้างกุฎีจนชาวบ้านหวาดกลัวหนี ทรงเล่านิทานฤาษีขอแก้วมณีจากมณีกัณฐนาคราชจนถูกเมิน จึงบัญญัติให้สร้างกุฎีไม่เกิน ๑๒x๗ คืบ ต้องให้สงฆ์ตรวจที่ก่อน
  26. หน้า ๖๕๔–๖๖๕ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗ (สร้างวิหารใหญ่) พระฉันนะให้โค่นต้นไม้เจดีย์ที่ชาวบ้านเคารพเพื่อสร้างวิหารใหญ่ส่วนตัว จนถูกติเตียน จึงทรงบัญญัติให้ต้องนำสงฆ์ไปตรวจสถานที่ก่อนสร้าง ห้ามสร้างในที่มีผู้จองหรือไม่มีชานรอบ
  27. หน้า ๖๖๖–๖๘๖ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘ (โจทปาราชิกหามูลมิได้) เรื่องพระเมตติยะกับพระภุมมชกะแค้นที่ได้เสนาสนะ-อาหารเลว จึงยุให้ภิกษุณีเมตติยากล่าวหาพระทัพพมัลลบุตรว่าข่มขืนตน ภายหลังสารภาพว่าใส่ร้าย จึงทรงบัญญัติห้ามโจทภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกอันไม่มีมูล
  28. หน้า ๖๘๗–๗๐๙ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙ (โจทอ้างเลศ) พระเมตติยะและพระภุมมชกะเห็นแพะผสมพันธุ์กัน จึงสมมติเป็นพระทัพพมัลลบุตรกับภิกษุณีเมตติยา แล้วอ้างเป็นหลักฐานใส่ร้ายว่าประพฤติผิดทางเพศ เป็นที่มาของสิกขาบทห้ามโจทด้วยเลศให้ถึงปาราชิก
  29. หน้า ๗๑๐–๗๑๖ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐ (ทำลายสงฆ์) พระเทวทัตต์ทูลขอวัตถุ ๕ ประการ (อยู่ป่า บิณฑบาต ผ้าบังสุกุล อยู่โคนไม้ ไม่ฉันเนื้อปลา) เมื่อไม่ทรงอนุญาตจึงยุยงให้สงฆ์แตกกัน ทรงบัญญัติปรับอาบัติผู้ตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์เมื่อสงฆ์สวดห้ามครบสามครั้งแล้วไม่เลิก
  30. หน้า ๗๑๗–๗๒๑ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๑ (ประพฤติตามผู้ทำลายสงฆ์) พระโกกาลิกะ พระกฏโมรกะติสสกะ พระขัณฑเทวีบุตร พระสมุททัตต์ พูดสนับสนุนพระเทวทัตต์ผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมเลิกแม้ถูกสวดเตือนสามครั้ง
  31. หน้า ๗๒๒–๗๒๖ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๒ (ว่ายาก) พระฉันนะอวดอ้างว่าพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นของตน จึงไม่ยอมให้ใครว่ากล่าวตักเตือน ทรงบัญญัติห้ามภิกษุว่ายาก ไม่รับฟังคำสอน
  32. หน้า ๗๒๗–๗๓๙ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๓ (ประทุษร้ายตระกูล) ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะประจบประแจงปลูกดอกไม้ ร้อยมาลัยให้สตรี ร่วมเล่นและขับร้องกับหญิงจนชาวบ้านเสื่อมศรัทธา ถูกสงฆ์ขับไล่แต่ยังด่าว่าสงฆ์ลำเอียง
  33. หน้า ๗๔๐ บทสรุปหมวดสังฆาทิเสสทั้ง ๑๓ สิกขาบท พระอุบาลีสรุปปิดหมวดสังฆาทิเสส ๑๓ ข้อ ระบุกำหนดอาบัติแรกทำ ๙ ข้อ สวดสมนุภาส ๓ จบ ๔ ข้อ พร้อมสวดหัวข้อประจำเรื่องทั้ง ๑๓ สิกขาบท
  34. หน้า ๗๔๑–๗๔๗ อนิยตสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอุทายีนั่งในที่ลับกับสาวน้อยที่หมั้นไว้แล้วในบ้านอุปัฏฐาก นางวิสาขาเห็นแล้วท้วงติง จึงบัญญัติอนิยตข้อ ๑ ตัดสินโทษไม่แน่นอนตามคำอุบาสิกาผู้เชื่อได้
  35. หน้า ๗๔๘–๗๕๔ อนิยตสิกขาบทที่ ๒ และบทสรุปจบเล่ม ๑ (อนิยตกัณฑ์ จบ) พระอุทายีนั่งกับสาวน้อยคนเดิมในที่โล่งแต่พอพูดจาชั่วหยาบได้ นางวิสาขาเห็นอีกจึงทรงบัญญัติอนิยตข้อ ๒ โทษไม่แน่นอนระหว่างสังฆาทิเสสกับปาจิตตีย์ ปิดท้ายอนิยตกัณฑ์และเล่ม ๑