มหาวิภังค์ ภาค ๒

ฉบับหลวง · พระวินัยปิฎก · เล่มที่ ๒ · ๗๑๗ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๐๘ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๗ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑ (อติเรกจีวร) ห้ามเก็บจีวรส่วนเกินไว้เกิน ๑๐ วัน — เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทรงจีวรเกินหนึ่งสำรับ และพระอานนท์ขอเก็บจีวรรอถวายพระสารีบุตร
  2. หน้า ๘–๑๖ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๒ (อยู่ปราศจากไตรจีวร) ห้ามอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนเดียว — เรื่องภิกษุฝากผ้าสังฆาฏิจนขึ้นรา และภิกษุอาพาธที่โกสัมพี
  3. หน้า ๑๗–๒๓ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๓ (อกาลจีวร) ห้ามเก็บผ้าที่เกิดนอกกาลเกิน ๑ เดือนหากยังหวังผ้าเพิ่ม — เรื่องภิกษุจุ่มน้ำตากผ้าถ่วงเวลา
  4. หน้า ๒๔–๓๑ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๔ (ใช้ภิกษุณีซัก/ย้อม/ทุบจีวรเก่า) เรื่องพระอุทายีกับภิกษุณีคู่รักเก่า มีฉากอสุจิเคลื่อนและภิกษุณีตั้งครรภ์ นำไปสู่บัญญัติห้ามใช้ภิกษุณีมิใช่ญาติซักจีวร
  5. หน้า ๓๒–๓๘ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๕ (รับจีวรจากมือภิกษุณี) เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณาถูกโจรในป่าให้เนื้อ แล้วพระอุทายีหลอกแลกผ้าอันตรวาสก
  6. หน้า ๓๙–๔๕ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๖ (ขอจีวรต่อคฤหัสถ์ผู้มิใช่ญาติ) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรบีบเศรษฐีบุตรจนถวายผ้าที่สวมอยู่ และภิกษุถูกโจรชิงจีวรจนต้องเปลือยกาย
  7. หน้า ๔๖–๕๐ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๗ (รับจีวรเกินกำหนดจากผู้ปวารณา) เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขอจีวรแทนภิกษุที่ถูกชิงจนได้มามากมาย ชาวบ้านครหาว่าจะเปิดร้านขายผ้า
  8. หน้า ๕๑–๕๖ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๘ (อุททิสสิกขาบท) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรเข้าไปกำหนดชนิดจีวรจากทรัพย์ที่เจ้าเรือนตั้งใจถวายเฉพาะผู้อื่น
  9. หน้า ๕๗–๖๒ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๙ (อุภินนอุททิสสิกขาบท) เรื่องเดียวกับสิกขาบทก่อนแต่ขยายเป็นกรณีเจ้าของทรัพย์สองราย
  10. หน้า ๖๓–๖๙ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (ทูตสิกขาบท) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรคาดคั้นไวยาวัจกรของมหาอำมาตย์จนถูกปรับเงิน ๕๐ กหาปณะ จบวรรคที่ ๑ (จีวรวรรค)
  11. หน้า ๗๐–๗๔ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๑ (สันถัตเจือไหม) เรื่องพระฉัพพัคคีย์ขอตัวไหมจากช่างไหมทำให้สัตว์ตายจำนวนมาก
  12. หน้า ๗๕–๗๘ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๒ (สันถัตขนเจียมดำล้วน) พระฉัพพัคคีย์ทำสันถัตขนเจียมดำล้วนเหมือนคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม
  13. หน้า ๗๙–๘๒ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๓ (สัดส่วนขนเจียม) พระฉัพพัคคีย์หลบเลี่ยงกฎเดิมโดยแอบปนขนขาวเพียงนิดเดียว
  14. หน้า ๘๓–๘๘ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๔ (สันถัตใหม่ก่อนครบ ๖ ปี) ภิกษุทำสันถัตใหม่ทุกปีจนชาวบ้านตำหนิ พร้อมอนุบัญญัติผ่อนปรนสำหรับภิกษุอาพาธ
  15. หน้า ๘๙–๙๔ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๕ (เศษสันถัตเก่าปน) เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตรเข้าเฝ้าขณะพระพุทธเจ้าทรงหลีกเร้น และโต้แย้งกติกาสงฆ์ด้วยหลักการที่พระพุทธเจ้าทรงเห็นชอบ
  16. หน้า ๙๕–๙๙ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๖ (ถือขนเจียมเดินทางไกล) ภิกษุถือขนเจียมห่อผ้าเดินทาง ถูกชาวบ้านแซวจนอายและโยนขนเจียมทิ้ง
  17. หน้า ๑๐๐–๑๐๗ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๗ (ใช้ภิกษุณีซัก/ย้อม/สางขนเจียม) พระฉัพพัคคีย์ใช้ภิกษุณีจนละเลยการศึกษา พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีทูลฟ้อง
  18. หน้า ๑๐๘–๑๑๒ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๘ (รูปิยอุคคหสิกขาบท) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรรับเงินทอง (รูปิยะ) อย่างเปิดเผย
  19. หน้า ๑๑๓–๑๑๗ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๙ (รูปิยสังโวหารสิกขาบท) พระฉัพพัคคีย์ซื้อขายด้วยรูปิยะหลายรูปแบบ
  20. หน้า ๑๑๘–๑๒๓ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (กยวิกยสิกขาบท) เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรหลอกแลกผ้าสังฆาฏิเก่ากับปริพาชกแล้วไม่ยอมคืน จบวรรคที่ ๒ (โกสิยวรรค)
  21. หน้า ๑๒๔–๑๒๙ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑ (อติเรกบาตร) พระฉัพพัคคีย์สั่งสมบาตรจำนวนมาก และพระอานนท์ขอครองบาตรเกิน ๑๐ วันรอถวายพระสารีบุตร
  22. หน้า ๑๓๐–๑๔๓ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๒ (ขอบาตรใหม่) ภิกษุขอบาตรจากนายช่างหม้อจนครอบครัวเดือดร้อน มีตารางจำแนกรอยแผลบาตรอย่างละเอียด
  23. หน้า ๑๔๔–๑๔๗ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เก็บเภสัชห้าเกิน ๗ วัน) เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ ปาฏิหาริย์หมวกฟางและปราสาทพระเจ้าพิมพิสารกลายเป็นทอง
  24. หน้า ๑๔๘–๑๕๑ พระบัญญัติและวิภังค์เภสัชห้า รายละเอียดเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย และวิธีเสียสละ
  25. หน้า ๑๕๒–๑๕๖ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๔ (ผ้าอาบน้ำฝน) พระฉัพพัคคีย์แย่งผ้าอาบน้ำฝนก่อนเวลาจนต้องเปลือยกายอาบน้ำเมื่อผ้าเก่า
  26. หน้า ๑๕๗–๑๖๑ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๕ (ให้จีวรแล้วชิงคืน) พระอุปนันทศากยบุตรให้จีวรแก่ภิกษุแล้วภายหลังโกรธน้อยใจชิงคืน
  27. หน้า ๑๖๒–๑๖๖ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๖ (ขอด้ายเองให้ช่างทอ) พระฉัพพัคคีย์ขอด้ายเองให้ช่างหูกทอจีวร
  28. หน้า ๑๖๗–๑๗๒ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๗ (กำหนดคุณภาพจีวรกับช่างหูกคนอื่น) พระอุปนันทศากยบุตรสั่งช่างหูกทำจีวรเกินด้ายที่มี ภรรยาช่างต้องเพิ่มด้ายและสามีด่าว่าเมื่อรู้ความจริง
  29. หน้า ๑๗๓–๑๗๘ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๘ (อัจเจกจีวร) มหาอำมาตย์จะไปทัพส่งทูตถวายผ้าจำนำพรรษาเร่งด่วน
  30. หน้า ๑๗๙–๑๘๔ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๙ (เสนาสนะป่ามีภัย) โจรปล้นภิกษุในเสนาสนะป่า นำไปสู่การผ่อนปรนเรื่องเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน ๖ คืน
  31. หน้า ๑๘๕–๑๙๐ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (น้อมลาภสงฆ์มาเป็นของตน) พระฉัพพัคคีย์แค่นไค้ชาวบ้านจนต้องยกจีวรที่เตรียมถวายสงฆ์ให้ตน จบนิสสัคคิยกัณฑ์ (๓๐ สิกขาบท)
  32. หน้า ๑๙๑–๒๐๓ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๑ (มุสาวาท) เรื่องพระหัตถกะศากยบุตรพูดจาสับปรับกับเดียรถีย์ นำไปสู่บัญญัติห้ามพูดเท็จ
  33. หน้า ๒๐๔–๒๐๖ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒ (โอมสวาท) — ปฐมเหตุ พระฉัพพัคคีย์ด่าภิกษุด้วยคำเสียดแทง มีนิทานแทรกเรื่อง "โคนันทิวิสาล" สอนใจเรื่องคำพูด
  34. หน้า ๒๐๖–๒๗๔ บทภาชนีย์โอมสวาท/ทุพภาสิต — จำแนกคำด่าอย่างละเอียด ไล่กรณีด่าตรง/ด่าเปรย/ล้อเล่น ครบทุกหมวด (ชาติ ชื่อ โคตร การงาน ฯลฯ) เนื้อหาซ้ำแบบแผนสูงมาก
  35. หน้า ๒๗๕–๒๘๙ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เปสุญญสิกขาบท — ส่อเสียด) พระฉัพพัคคีย์พูดยุแหย่ให้ภิกษุแตกร้าวกัน
  36. หน้า ๒๙๐–๒๙๒ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๔ (สอนธรรมแก่อนุปสัมบันโดยบท) พระฉัพพัคคีย์ให้อุบาสกท่องธรรมตามบทจนขาดความเคารพยำเกรง
  37. หน้า ๒๙๓–๒๙๕ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ (นอนร่วมกับอนุปสัมบัน) เรื่องภิกษุนวกะกับสามเณรราหุลนอนร่วมกันเกิน ๓ คืน
  38. หน้า ๒๙๖–๒๙๙ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๖ (นอนร่วมกับมาตุคาม) พระอนุรุทธเถระถูกหญิงสาวยั่วยวนขณะพักแรมด้วยกัน แต่ท่านสำรวมอินทรีย์ไม่หวั่นไหว
  39. หน้า ๓๐๐–๓๐๔ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗ (แสดงธรรมแก่มาตุคาม) พระอุทายีแสดงธรรมกระซิบข้างหูแม่ผัวและลูกสะใภ้จนสองคนหวาดระแวงกันเอง
  40. หน้า ๓๐๕–๓๔๐ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๘ (อวดอุตตริมนุสสธรรม) ภิกษุฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาโกหกอวดคุณวิเศษกันเองเพื่อแลกบิณฑบาตยามข้าวยากหมากแพง บทภาชนีย์ไล่เรียงฌาน/วิโมกข์/สมาบัติซ้ำแบบแผนยาวที่สุดในหมวดนี้
  41. หน้า ๓๔๑–๓๔๖ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙-๑๐ (บอกอาบัติชั่วหยาบ, ขุดดิน) พระอุปนันทะให้พระฉัพพัคคีย์เล่าอาบัติสังฆาทิเสสของตนแก่อุบาสก และภิกษุชาวอาฬวีขุดดินทำนวกรรม จบวรรคที่ ๑ (มุสาวาทวรรค)
  42. หน้า ๓๔๗–๓๔๙ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๑ (พรากภูตคาม) ภิกษุชาวอาฬวีตัดต้นไม้ เทวดาประจำต้นไม้ผู้ถูกฟันแขนเกือบผูกใจฆ่าภิกษุแต่ยับยั้งใจไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน
  43. หน้า ๓๕๐–๓๕๔ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๒ (อัญญวาทกสิกขาบท) พระฉันนะกล่าวคำอื่นกลบเกลื่อนความผิดเมื่อถูกสงฆ์ไต่สวน
  44. หน้า ๓๕๕–๓๕๘ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๓ (อุชฌาปนกสิกขาบท) พระเมตติยะและพระภุมมชกะยุยงให้ภิกษุอื่นโพนทะนาพระทัพพมัลลบุตร
  45. หน้า ๓๕๙–๓๖๒ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๔ (ไม่เก็บเสนาสนะที่แจ้ง) ภิกษุไม่เก็บเสนาสนะในที่แจ้งก่อนหลีกไปจนเสียหาย
  46. หน้า ๓๖๓–๓๖๘ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๕-๖ (ไม่เก็บที่นอน, นอนแทรกแซง) พระสัตตรสวัคคีย์ถูกปลวกกัดที่นอนเพราะไม่เก็บ และพระฉัพพัคคีย์แทรกแซงนอนเบียดพระเถระโดยเจตนา
  47. หน้า ๓๖๙–๓๗๕ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๗-๘ (ฉุดคร่าออกจากวิหาร, กุฎีเวหาส) พระฉัพพัคคีย์ฉุดคร่าพระสัตตรสวัคคีย์ออกจากวิหารที่ปฏิสังขรณ์เสร็จ และเท้าเตียงชั้นบนหลุดตกใส่ศีรษะภิกษุชั้นล่าง
  48. หน้า ๓๗๖–๓๘๑ ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๙-๑๐ (วิหารใหญ่เกินขนาด, น้ำมีตัวสัตว์) พระฉันนะสร้างวิหารใหญ่จนทำนาข้าวเหนียวพราหมณ์เสียหาย จบวรรคที่ ๒ (ภูตคามวรรค)
  49. หน้า ๓๘๒–๓๙๑ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๑ (กล่าวสอนภิกษุณีโดยไม่ได้รับสมมติ) พระฉัพพัคคีย์กล่าวสอนภิกษุณีโดยพลการ นำไปสู่วิธีสมมติภิกษุผู้กล่าวสอนและครุธรรม ๘ ประการของภิกษุณี
  50. หน้า ๓๙๒–๓๙๔ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒ (สอนหลังพระอาทิตย์ตก) พระจูฬปันถกเถระถูกภิกษุณีดูแคลน จึงแสดงฤทธิ์เหาะ พ่นควันพ่นไฟ จนสอนธรรมล่วงเวลาไปจนค่ำ
  51. หน้า ๓๙๕–๓๙๘ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เข้าไปสอนถึงสำนักภิกษุณี) พระฉัพพัคคีย์เข้าไปกล่าวสอนภิกษุณีถึงสำนักเอง และพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีอาพาธจนทรงอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้
  52. หน้า ๓๙๙–๔๐๑ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๔ (สอนเพราะเห็นแก่อามิส) พระฉัพพัคคีย์กล่าวหาพระเถระว่าสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่ลาภสักการะ
  53. หน้า ๔๐๒–๔๐๕ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ (ให้จีวรแก่ภิกษุณีมิใช่ญาติ) ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติโดยไม่ใช่การแลกเปลี่ยน
  54. หน้า ๔๐๖–๔๐๘ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๖ (เย็บจีวรให้ภิกษุณี) พระอุทายีเย็บจีวรให้ภิกษุณีแล้วแอบเขียนรูปวิจิตรไว้กลางผ้า จนชาวบ้านติเตียน
  55. หน้า ๔๐๙–๔๑๒ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๗ (ชักชวนเดินทางกับภิกษุณี) ภิกษุณีถูกพระฉัพพัคคีย์ปฏิเสธไม่ให้เดินทางร่วม สุดท้ายถูกโจรปล้นและประทุษร้ายระหว่างทาง
  56. หน้า ๔๑๓–๔๑๖ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๘ (โดยสารเรือกับภิกษุณี) เหตุการณ์คล้ายกันซ้ำ ภิกษุณีถูกโจรปล้นเพราะต้องข้ามแม่น้ำทีหลังภิกษุ
  57. หน้า ๔๑๗–๔๒๐ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙ (ชักชวนถวายแก่พระเทวทัต) ภิกษุณีถุลลนันทาพูดสองมาตรฐานต่อหน้าคหบดี จนถูกจับได้และขับไล่ออกจากเรือน
  58. หน้า ๔๒๑–๔๒๓ โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (นั่งที่ลับกับภิกษุณี) พระอุทายีนั่งในที่ลับกับอดีตภรรยาที่บวชเป็นภิกษุณี จบวรรคที่ ๓ (โอวาทวรรค)
  59. หน้า ๔๒๔–๔๒๖ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑ (ฉันในโรงทานเป็นประจำ) พระฉัพพัคคีย์แอบไปกินในโรงทานฟรีทุกวันจนพวกเดียรถีย์ต้องหลีกหนี
  60. หน้า ๔๒๗–๔๓๔ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๒ (ฉันเป็นหมู่) พระเทวทัตฉันเป็นหมู่ ทรงอนุญาตข้อยกเว้น ๗ สมัย เช่นคราวอาพาธหรือเดินทางไกล
  61. หน้า ๔๓๕–๔๔๑ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๓ (โภชนะทีหลัง) กรรมกรเข็ญใจอุตส่าห์เลี้ยงพระ แต่ภิกษุฉันจนอิ่มจากที่อื่นมาก่อนแล้วรับแต่น้อย ทำให้กรรมกรน้อยใจ
  62. หน้า ๔๔๒–๔๔๖ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๔ (รับของเคี้ยวเกินกำหนด) อุบาสิกากาณมาตาพยายามทำขนมให้ลูกสาวถือกลับบ้านสามีถึง ๓ ครั้งแต่ถูกภิกษุขอไปจนหมดทุกครั้ง สุดท้ายสามีทิ้งไปมีเมียใหม่
  63. หน้า ๔๔๗–๔๕๕ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕-๖ (ฉันอาหารเดน, แค่นให้ฉันของไม่ใช่เดน) ภิกษุสองรูปผูกใจเจ็บหลอกให้กันฉันผิดวินัย
  64. หน้า ๔๕๖–๔๕๘ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๗ (ฉันในเวลาวิกาล) พระสัตตรสวัคคีย์ฉันอาหารหลังเที่ยงวัน
  65. หน้า ๔๕๙–๔๖๑ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๘ (ฉันของสั่งสมค้างคืน) พระเวฬัฏฐสีสเถระฉันอาหารที่สั่งสมไว้ค้างคืน
  66. หน้า ๔๖๒–๔๖๕ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๙ (ขอโภชนะประณีตเพื่อตน) พระฉัพพัคคีย์ขอเนยใส น้ำผึ้ง น้ำอ้อยเพื่อตนเอง โดยไม่ใช่กรณีอาพาธ
  67. หน้า ๔๖๖–๔๖๙ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (กลืนของเซ่นก่อนประเคน) ภิกษุถือบังสุกุลกลืนอาหารเครื่องเซ่นเจ้าที่ยังไม่ได้รับประเคน จบวรรคที่ ๔ (โภชนวรรค)
  68. หน้า ๔๗๐–๔๗๓ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๑ (ให้ของเคี้ยวแก่ชีเปลือย) พระอานนท์แจกขนมพลาดให้ปริพาชิกาซ้ำหลายครั้งจนถูกล้อว่าเป็นคู่รัก
  69. หน้า ๔๗๔–๔๗๖ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๒ (ชวนไปบิณฑบาตแล้วส่งกลับ) พระอุปนันทะชวนภิกษุไปบิณฑบาตด้วยแล้วส่งกลับไม่ให้ฉัน
  70. หน้า ๔๗๗–๔๘๒ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๓-๔ (นั่งแทรกแซงในตระกูล, นั่งที่ลับมีคนอื่น) พระอุปนันทะนั่งในเรือนกับภรรยาสหาย สามีขอให้กลับหลายครั้งแต่ภรรยาขอให้อยู่ต่อ ส่อนัยชู้สาว
  71. หน้า ๔๘๓–๔๘๕ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๕ (นั่งที่ลับกับมาตุคามตามลำพัง) พระอุปนันทะนั่งในที่ลับกับมาตุคามสองต่อสอง
  72. หน้า ๔๘๖–๔๙๑ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๖ (เที่ยวเข้าตระกูลอื่นก่อน/หลังฉัน) พระอุปนันทะทำให้ทายกที่นิมนต์ภิกษุอื่นต้องรอจนบ่ายเพราะรอตนมาก่อน ภิกษุอื่นอดอาหาร
  73. หน้า ๔๙๒–๔๙๖ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๗ (ขอเนยใสก่อนเวลา) พระฉัพพัคคีย์รังแกมหานามศากยะขอเนยใสก่อนเวลาที่ท่านขอร้องให้รอ
  74. หน้า ๔๙๗–๕๐๕ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๘-๑๐ (ไปดูกองทัพ, พักแรมในกองทัพ, ดูสนามรบ) พระฉัพพัคคีย์ไปดูกองทัพยกออกรบ ถูกพระเจ้าปเสนทิโกศลทักและถูกประชาชนตำหนิ จบวรรคที่ ๕ (อเจลกวรรค)
  75. หน้า ๕๐๖–๕๐๙ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๑ (ดื่มสุราเมรัย) เรื่องพระสาคตะผู้เคยสู้พญานาคด้วยฤทธิ์ แต่ภายหลังถูกชาวบ้านเลี้ยงสุราจนเมาล้มกลิ้งที่ประตูเมือง
  76. หน้า ๕๑๐–๕๑๑ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๒ (จี้ให้หัวเราะ) พระฉัพพัคคีย์จี้ภิกษุจนหัวเราะจนหายใจไม่ทันถึงมรณภาพ
  77. หน้า ๕๑๒–๕๑๔ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เล่นน้ำ) พระสัตตรสวัคคีย์เล่นน้ำจนพระเจ้าปเสนทิโกศลทอดพระเนตรเห็นและตรัสแซว
  78. หน้า ๕๑๕–๕๑๘ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๔-๕ (ไม่เอื้อเฟื้อคำตักเตือน, หลอกให้ตกใจ) พระฉันนะดื้อรั้นไม่ยอมรับคำตักเตือน และพระฉัพพัคคีย์แกล้งหลอกพระสัตตรสวัคคีย์จนร้องไห้
  79. หน้า ๕๑๙–๕๒๘ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๖-๗ (ติดไฟผิง, กำหนดเวลาอาบน้ำ) พระเจ้าพิมพิสารต้องประทับแรมนอกเมืองเพราะรอภิกษุอาบน้ำในแม่น้ำตโปทาจนค่ำ
  80. หน้า ๕๒๙–๕๓๗ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๘-๑๐ (พินทุจีวร, วิกัปจีวรใช้เอง, ซ่อนบริขาร) พระอุปนันทศากยบุตรวิกัปจีวรแล้วใช้เองโดยไม่ถอนก่อน จบวรรคที่ ๖ (สุราปานวรรค)
  81. หน้า ๕๓๘–๕๔๓ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๑-๓ (ฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน, ดื่มน้ำมีตัวสัตว์, รื้อฟื้นอธิกรณ์) พระอุทายีแกล้งฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน
  82. หน้า ๕๔๔–๕๔๖ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๔ (ปิดบังอาบัติชั่วหยาบ) พระอุปนันทะปิดบังอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น
  83. หน้า ๕๔๗–๕๕๐ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๕ (บวชผู้อายุไม่ครบ ๒๐ ปี) เด็กชายอุบาลีและเพื่อน ๑๗ คนถูกพ่อแม่ให้บวชแทนเรียนหนังสือ แต่ร้องไห้ขอข้าวกลางดึกจนถ่ายเรี่ยราดในกุฏิ
  84. หน้า ๕๕๑–๕๕๖ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๖-๗ (เดินทางกับพ่อค้าหนีภาษี, ชวนมาตุคามเดินทาง) สตรีทะเลาะกับสามีแล้วขอเดินทางไปกับภิกษุ สามีตามมาทุบตีภิกษุก่อนสตรีสารภาพความจริง
  85. หน้า ๕๕๗–๕๖๔ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๘-๙ (อริฏฐสิกขาบท, คบภิกษุถูกยกวัตร) พระอริฏฐะยึดมั่นความเห็นผิดว่าธรรมที่ตรัสว่าเป็นอันตรายไม่อาจทำอันตรายจริง แม้ถูกเกลี้ยกล่อมด้วยอุปมากามคุณ ๑๐ อย่าง
  86. หน้า ๕๖๕–๕๗๑ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (กัณฑกสิกขาบท) สามเณรกัณฑกะมิจฉาทิฏฐิเดียวกับพระอริฏฐะถูกสงฆ์นาสนะด้วยถ้อยคำรุนแรง จบวรรคที่ ๗ (สัปปาณกวรรค)
  87. หน้า ๕๗๒–๕๗๔ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๑ (ไม่ยอมศึกษาสิกขาบท) พระฉันนะดื้อไม่ยอมศึกษาจนกว่าจะถามผู้ทรงวินัยก่อน
  88. หน้า ๕๗๕–๕๗๗ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๒ (ก่นพระวินัย) พระฉัพพัคคีย์ตำหนิสิกขาบทเล็กน้อยเพื่อกีดกันไม่ให้ภิกษุเรียนวินัยกับพระอุบาลี
  89. หน้า ๕๗๘–๕๘๑ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๓ (แสร้งทำหลง) พระฉัพพัคคีย์แสร้งทำหลงขณะฟังสวดปาติโมกข์เพื่อเลี่ยงความผิด
  90. หน้า ๕๘๒–๕๘๗ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๔-๖ (ทำร้ายร่างกาย, เงื้อมือจะตี, โจทไม่มีมูล) พระฉัพพัคคีย์ทะเลาะทำร้ายร่างกายพระสัตตรสวัคคีย์ และใส่ร้ายป้ายสีด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล
  91. หน้า ๕๘๘–๕๙๓ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๗-๘ (ก่อกวนความรำคาญ, แอบฟัง) พระฉัพพัคคีย์แอบฟังภิกษุอื่นนินทาตนแล้วออกมาเผชิญหน้าจับได้คาหนังคาเขา
  92. หน้า ๕๙๔–๖๐๒ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๙-๑๑ (ให้ฉันทะแล้วบ่น, ไม่ให้ฉันทะแล้วลุกหนี, จีวรพระทัพพมัลลบุตร) พระทัพพมัลลบุตรผู้เสียสละจัดเสนาสนะแจกอาหารแต่มีจีวรเก่า สงฆ์ถวายจีวรตอบแทนแต่ถูกพระฉัพพัคคีย์ริษยา
  93. หน้า ๖๐๓–๖๐๖ สหธรรมิกวรรค สิกขาบทที่ ๑๑-๑๒ (น้อมลาภสงฆ์เพื่อบุคคล) พระฉัพพัคคีย์น้อมลาภที่จะเป็นของสงฆ์มาเพื่อบุคคล จบวรรคที่ ๘ (สหธรรมิกวรรค)
  94. หน้า ๖๐๗–๖๑๓ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๑ (เข้าพระราชฐานชั้นในโดยไม่ได้รับอนุญาต) พระอานนท์เข้าสอนธรรมฝ่ายในจนพระนางมัลลิกาเทวีทรงลุกกะทันหันภูษาหลุด นำไปสู่การแสดงโทษ ๑๐ ประการในการเข้าพระราชฐาน
  95. หน้า ๖๑๔–๖๑๘ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๒ (เก็บรัตนะ/ทรัพย์สินตกหาย) ภิกษุเก็บถุงเงินพราหมณ์ผู้โกหกอ้างจำนวนเงินเกินจริงเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม
  96. หน้า ๖๑๙–๖๒๓ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เข้าบ้านเวลาวิกาลโดยไม่อำลา) พระฉัพพัคคีย์กล่าวดิรัจฉานกถาในบ้านยามวิกาล ภิกษุบางรูปถูกโจรปล้นเพราะไม่กล้าเข้าบ้านตอนกลางคืน
  97. หน้า ๖๒๔–๖๓๐ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๔-๖ (กล่องเข็ม, เตียงตั่งเกินประมาณ, ยัดนุ่น) ช่างงายอมทำกล่องเข็มถวายภิกษุจนไม่มีเวลาทำมาหากิน
  98. หน้า ๖๓๑–๖๓๗ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๗-๙ (ผ้านั่งเกินประมาณ, ผ้าปิดฝี, ผ้าอาบน้ำฝนเกินประมาณ) พระฉัพพัคคีย์และพระอุทายีทำผ้าใช้สอยเกินขนาดที่กำหนด
  99. หน้า ๖๓๘–๖๔๐ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ (จีวรเท่าสุคตจีวร) พระนันทะหล่อรูปงามคล้ายพระพุทธเจ้าต่างกันเพียง ๔ นิ้ว จนพระเถระเข้าใจผิด จบปาจิตติยกัณฑ์ (ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท บริบูรณ์)
  100. หน้า ๖๔๑–๖๔๗ ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๑-๒ (รับของจากภิกษุณีมิใช่ญาติ) ภิกษุณีอดอาหารเพราะมอบบิณฑบาตให้ภิกษุจนหมด ๓ วันติดจนล้มกลางถนน
  101. หน้า ๖๔๘–๖๕๘ ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๓-๔ (รับจากตระกูลเสกขะ, เสนาสนะป่ามีภัย) ครอบครัวยากจนแต่ศรัทธาแรงถวายจนอดอาหารเอง และบ่าวเจ้าศากยะซุ่มปล้นนางสากิยานีที่นำอาหารไปถวายภิกษุในป่า จบปาฏิเทสนียกัณฑ์ (๔ สิกขาบท)
  102. หน้า ๖๕๙–๖๖๕ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรค มารยาทการนุ่งห่มจีวรและเดิน/นั่งในละแวกบ้านให้เรียบร้อยสำรวม
  103. หน้า ๖๖๖–๖๗๒ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรค ห้ามหัวเราะลั่น ตะโกนเสียงดัง โคลงกายโคลงศีรษะขณะเดิน/นั่งในละแวกบ้าน
  104. หน้า ๖๗๓–๖๗๘ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค ห้ามค้ำกาย คลุมศีรษะ กระหย่งเท้าในละแวกบ้าน เริ่มมารยาทการรับบิณฑบาต
  105. หน้า ๖๗๙–๖๙๑ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๔-๕ สักกัจจวรรค และกพฬวรรค มารยาทการฉันอาหาร: ฉันโดยเคารพ คำข้าวพอดีคำ ไม่อ้าปากรอ ไม่พูดปากมีข้าว
  106. หน้า ๖๙๒–๗๐๑ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๖ สุรุสุรุวรรค ภิกษุอดีตนักฟ้อนรำล้อพระสงฆ์เรื่องซดน้ำนมดัง มารยาทฉันไม่มีเสียงดัง ไม่เลียมือ
  107. หน้า ๗๐๒–๗๑๕ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๗ ปาทุกาวรรค และปกิณกะ ห้ามแสดงธรรมแก่ผู้สวมรองเท้า/นั่งยาน/นอน มีนิทานภรรยาบุรุษจัณฑาลแอบขึ้นขโมยมะม่วงหลวงแทรกอยู่ พร้อมปกิณกะห้ามยืนถ่ายอุจจาระปัสสาวะ
  108. หน้า ๗๑๖–๗๑๗ อธิกรณสมถะ ๗ ประการ และบทสรุปจบเล่ม ๒ วิธีระงับอธิกรณ์ในสงฆ์ ๗ ประการ พร้อมคำนิคมสรุปสิกขาบททั้งหมด ปิดท้าย "มหาวิภังค์ จบ. พระวินัยปิฎกเล่ม ๒ จบ."