อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๒ · ๔๐๗ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๘ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๘ เสขพลวรรคที่ 1 ว่าด้วยกำลังของพระเสขบุคคล 5 ประการ (ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา) ทั้งในแง่สังเขปและพิสดาร รวมถึงผลของภิกษุผู้ขาดหรือมีธรรม 5 นี้ต่อความเสื่อมหรือความตั้งมั่นในพระสัทธรรม (สูตรที่ 1-10: สังขิตตสูตร ถึง อคารวสูตรที่ 2)
  2. หน้า ๙–๑๔ พลวรรคที่ 2 ว่าด้วยกำลัง 5 ของพระตถาคต (ที่ทำให้ทรงบันลือสีหนาทได้) และของพระเสขะ ทั้งแบบ ศรัทธา/หิริ/โอตตัปปะ/วิริยะ/ปัญญา และแบบ ศรัทธา/วิริยะ/สติ/สมาธิ/ปัญญา พร้อมสูตรว่าด้วยการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและ/หรือผู้อื่น (หิตสูตร 1-4)
  3. หน้า ๑๕–๒๘ ปัญจังคิกวรรคที่ 3 ว่าด้วยลำดับธรรมที่ต้องบำเพ็ญก่อนหลัง (คารวะ→อภิสมาจาริกวัตร→เสขธรรม→ศีล→สัมมาทิฏฐิ→สัมมาสมาธิ) มลทิน 5 ของทองเทียบกับอุปกิเลสจิต 5 ที่ขัดขวางอิทธิวิธีและอภิญญา และปิดท้ายด้วยเรื่องพระนาคิตะ (นาคิตสูตร) ว่าด้วยพระพุทธองค์ไม่ทรงติดยศ
  4. หน้า ๒๙–๓๙ สุมนวรรคที่ 4 เปิดด้วยสุมนาราชกุมารีทูลถามผลต่างระหว่างผู้ให้ทานกับผู้ไม่ให้ทาน ตามด้วยอานิสงส์ทาน 5 ประการหลายสูตร (ทานานิสังสสูตร กาลทานสูตร โภชนทานสูตร สัทธานิสังสสูตร) และปิดท้ายด้วยอุปมาต้นสาละใหญ่ที่เจริญได้เพราะอาศัยขุนเขาหิมวันต์ เทียบกับผู้อาศัยเจ้าบ้านมีศรัทธา (สาลสูตร)
  5. หน้า ๔๐–๕๕ มุณฑราชวรรคที่ 5 จบปฐมปัณณาสก์ ว่าด้วยประโยชน์ของการใช้จ่ายโภคทรัพย์ 5 ประการที่หามาโดยชอบธรรม (อาทิยสูตร) คุณสมบัติสัปบุรุษ อริยทรัพย์ 5 (ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา) และปิดวรรค/ปิดปฐมปัณณาสก์ด้วยเรื่องพระเจ้ามุณฑะทรงเศร้าโศกอาลัยจากการสวรรคตของพระนางภัททาราชเทวี จนพระนารทะแสดงธรรมปริยาย "โสกสัลลหรณะ" ให้ถอนลูกศรคือความโศก (นารทสูตร)
  6. หน้า ๕๖–๖๙ นิวรณวรรคที่ 1 เปิดปัณณาสก์ที่ 2 ของปัญจกนิบาตด้วยวรรคว่าด้วยนิวรณ์ 5 ประการที่ครอบงำจิตทำให้ปัญญาทุรพล และธรรมอื่นๆ อีก 9 สูตร เช่น ราสิสูตร อังคสูตร ฐานสูตร กุมารลิจฉวิสูตร และทุลลภสูตร 2 สูตร ว่าด้วยภิกษุบวชเมื่อแก่ที่หาได้ยาก
  7. หน้า ๗๐–๗๕ สัญญาวรรคที่ 2 ว่าด้วยสัญญา 5 ประการที่เจริญแล้วมีผลมาก (อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา มรณสัญญา ฯลฯ) ธรรมเป็นเหตุเจริญ อิทธิบาท และธรรมที่นำไปสู่ความสิ้นอาสวะ รวม 10 สูตร
  8. หน้า ๗๖–๙๔ โยธาชีววรรคที่ 3 ว่าด้วยเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ ธรรมวิหาริก อุปมาภิกษุกับนักรบอาชีพ (โยธาชีวสูตร) และภัยในอนาคต 4-5 ประการที่จะเกิดแก่ภิกษุ รวม 10 สูตร
  9. หน้า ๙๕–๑๐๓ เถรวรรคที่ 4 ว่าด้วยธรรม 5 ประการที่ทำให้ภิกษุผู้เถระเป็นที่รักหรือไม่เป็นที่รักของเพื่อนพรหมจรรย์ ตลอดจนเรื่องปฏิสัมภิทา ศีล และภิกษุผู้เป็นเสขะ รวม 10 สูตร (รัชนียสูตร-เสขสูตรที่ 2)
  10. หน้า ๑๐๔–๑๑๑ กกุธวรรคที่ 5 จบทุติยปัณณาสก์ ว่าด้วยสัมปทา (ความถึงพร้อม) 5 ประการ การพยากรณ์อรหัตผล ธรรมเป็นเหตุให้อยู่ผาสุก ความไม่กำเริบ และเรื่องพระกกุธเถระผู้ล่วงลับ ปิดท้ายทุติยปัณณาสก์ทั้งหมด
  11. หน้า ๑๑๒–๑๒๐ ผาสุวิหารวรรคที่ 1 เปิดตติยปัณณาสก์ ว่าด้วยธรรมเครื่องความแกล้วกล้าของภิกษุเสขะ เรื่องโจร ความสุขุมาล การอยู่ผาสุก พระอานนท์ ศีล และอเสขิยธรรม รวม 10 สูตร
  12. หน้า ๑๒๑–๑๒๗ อันธกวินทวรรคที่ 2 ว่าด้วยธรรมของภิกษุผู้เข้าสู่ตระกูล ปัจฉาสมณะ สมาธิ เรื่องที่บ้านอันธกวินทะ ความตระหนี่ ความริษยา ทิฐิ วาจา และความเพียร ปิดท้ายด้วยภิกษุณีผู้ประกอบด้วยธรรม 5 เหมือนถูกนำไปนรกหรือสวรรค์
  13. หน้า ๑๒๘–๑๓๔ คิลานวรรคที่ 3 ว่าด้วยธรรมของภิกษุไข้ สติปัฏฐาน ลักษณะผู้พยาบาลไข้ที่พยาบาลง่ายหรือยาก เหตุแห่งอายุสั้นหรือยืน และสัมปทาของภิกษุ
  14. หน้า ๑๓๕–๑๔๘ ราชวรรคที่ 4 ใช้อุปมาเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิ ราชโอรส และช้างต้น เปรียบเทียบกับคุณสมบัติของพระตถาคต พระสารีบุตร และภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม 5 ประการ เช่น ผู้ควรยังธรรมจักรให้เป็นไป ผู้มีจิตหลุดพ้น และผู้ควรแก่ทักษิณา
  15. หน้า ๑๔๙–๑๕๗ ติกัณฑกีวรรคที่ 5 จบตติยปัณณาสก์ วรรคปิดท้ายตติยปัณณาสก์ ว่าด้วยบุคคล 5 จำพวกต่างๆ เช่น ผู้ให้แล้วดูหมิ่น มิตรแท้-มิตรเทียม ทานของสัตบุรุษ-อสัตบุรุษ และธรรมที่ทำให้เจโตวิมุตติในสมัยเสื่อมหรือไม่เสื่อม
  16. หน้า ๑๕๘–๑๖๗ สัทธรรมวรรคที่ 1 วรรคเปิดจตุตถปัณณาสก์ ว่าด้วยเหตุปัจจัยที่ทำให้ผู้ฟังหยั่งลงสู่สัทธรรมได้หรือไม่ได้ ธรรมที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมหรือตั้งมั่น และหลักการแสดงธรรมแก่ผู้อื่นของพระอุทายี
  17. หน้า ๑๖๘–๑๘๑ อาฆาตวรรคที่ 2 ว่าด้วยธรรมระงับความอาฆาต 5 ประการโดยพระสารีบุตร (อุปมาผ้าบังสุกุล บ่อน้ำ รอยเท้าโค) คุณสมบัติภิกษุที่ควรสนทนา-อยู่ร่วม หลักการโจทและถูกโจทโดยธรรม และบทสนทนาพระสารีบุตร-พระอานนท์-พระภัททชิว่าด้วยยอดแห่งการเห็น การได้ยิน สุข สัญญา และภพ
  18. หน้า ๑๘๒–๑๙๕ อุปาสกวรรคที่ 3 ว่าด้วยธรรม 5 ประการของอุบาสก เช่น เหตุแห่งความครั่นคร้าม-แกล้วกล้า เหตุเข้าถึงนรก-สวรรค์ อุบาสกแก้ว-อุบาสกจัณฑาล การค้าขายต้องห้าม 5 อย่าง และเรื่องภเวสีอุบาสกผู้ชักชวนหมู่คณะบวชจนบรรลุอรหัตตผล
  19. หน้า ๑๙๖–๑๙๙ อรัญญวรรคที่ 4 ว่าด้วยภิกษุผู้ถือธุดงค์ต่างๆ (อยู่ป่า ถือผ้าบังสุกุล อยู่โคนไม้ อยู่ป่าช้า อยู่กลางแจ้ง ถือการนั่ง อยู่ตามเสนาสนะที่จัดให้ นั่งฉันอาสนะเดียว ห้ามภัตที่ถวายภายหลัง ฉันเฉพาะในบาตร) แต่ละข้อจำแนกภิกษุ 5 จำพวกตามเหตุจูงใจ ยกย่องผู้ปฏิบัติเพราะมักน้อยสันโดษว่าเป็นเลิศ
  20. หน้า ๒๐๐–๒๑๙ พราหมณวรรคที่ 5 จบจตุตถปัณณาสก์ ว่าด้วยเรื่องพราหมณ์ เช่น ธรรมพราหมณ์เก่าแก่ที่ปรากฏในสุนัขแทน (โสณสูตร) พราหมณ์ 5 จำพวก (โทณสูตร) เหตุให้มนต์แจ่มแจ้งหรือไม่แจ่มแจ้งเปรียบด้วยนิวรณ์ 5 (สังคารวสูตร) มหาสุบิน 5 ของพระโพธิสัตว์ อันตรายของฝน องค์แห่งวาจาสุภาษิต และธาตุที่พึงพราก 5 ปิดวรรคนี้ยังเป็นจุดจบปัณณาสก์ที่ 4 ของอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  21. หน้า ๒๒๐–๒๒๕ กิมพิลวรรคที่ 1 วรรคแรกของปัณณาสก์ที่ 5 ว่าด้วยเหตุพระสัทธรรมดำรงอยู่นานหรือไม่นาน อานิสงส์การฟังธรรม ม้าอาชาไนยเปรียบภิกษุ กำลัง 5 ตะปูตรึงใจ 5 เครื่องผูกพันใจ 5 อานิสงส์ข้าวยาคูและไม้สีฟัน โทษการกล่าวธรรมด้วยเสียงขับยาว และโทษ-อานิสงส์ของการหลับด้วยสติ
  22. หน้า ๒๒๖–๒๓๑ อักโกสกวรรคที่ 2 ว่าด้วยโทษของการด่าเพื่อนพรหมจรรย์ การทะเลาะวิวาท ศีลวิบัติ การพูดมาก ความไม่อดทน ความประพฤติไม่น่าเลื่อมใส (พร้อมอานิสงส์ของฝ่ายตรงข้ามแต่ละคู่) ตลอดจนโทษของไฟและโทษของนครมธุรา
  23. หน้า ๒๓๒–๒๓๗ ทีฆจาริกวรรคที่ 3 ว่าด้วยโทษของภิกษุผู้เที่ยวจาริกไปนานไม่มีกำหนดและผู้อยู่ประจำที่นานเกินควร (ตระหนี่ที่อยู่ คลุกคลีสกุล) เทียบกับอานิสงส์ของการมีกำหนดพอสมควร และอุปมาโทษของมาตุคามด้วยงูเห่า
  24. หน้า ๒๓๘–๒๔๓ อาวาสิกวรรคที่ 4 ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุเจ้าอาวาสที่ควรและไม่ควรยกย่อง เป็นที่รักหรือยังอาวาสให้งาม มีอุปการะมากหรืออนุเคราะห์คฤหัสถ์ได้ รวมถึงอุปมาภิกษุเจ้าอาวาสผู้ตระหนี่/ไม่ตระหนี่ว่าเหมือนถูกนำไปสู่นรกหรือสวรรค์
  25. หน้า ๒๔๔–๒๔๙ ทุจริตวรรคที่ 5 จบปัณณาสก์ที่ 5 ว่าด้วยโทษของทุจริตทางกาย วาจา ใจ และอานิสงส์ของสุจริต อุปมาบุคคลผู้มีกรรมไม่สะอาดด้วยป่าช้า และโทษของความเลื่อมใสผิดที่เมื่อบุคคลที่ตนเลื่อมใสต้องอาบัติหรือมรณภาพ วรรคนี้ปิดท้ายปัณณาสก์ที่ 5
  26. หน้า ๒๕๐–๒๕๗ พระสูตรที่ไม่ได้สงเคราะห์เข้าในวรรค จบปัญจกนิบาต รวมพระสูตรเบ็ดเตล็ดนอกวรรค ว่าด้วยคุณสมบัติภิกษุผู้ให้อุปสมบท/ให้นิสัยได้ ความตระหนี่ 5 ธรรมที่ต้องละเพื่อบรรลุฌานและมรรคผล คุณสมบัติภิกษุผู้ควร/ไม่ควรแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่สงฆ์ต่างๆ และธรรม 5 ที่นำไปสู่นรก-สวรรค์ของบรรพชิตและคฤหัสถ์หลายจำพวก ปิดท้ายด้วยธรรมที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่ง/ละราคะ-โทสะ-โมหะ เป็นการจบปัญจกนิบาตทั้งหมด
  27. หน้า ๒๕๘–๒๖๖ อาหุเนยยวรรคที่ 1 เปิดฉักกนิบาต ว่าด้วยธรรม 6 ประการที่ทำให้ภิกษุเป็นอาหุเนยยบุคคล ได้แก่ อุเบกขาในอายตนะ 6 อภิญญา 6 อินทรีย์ 5 กำลัง 5 ควบคู่วิมุตติ อุปมาด้วยม้าอาชาไนย อนุตตริยะ 6 และอนุสสติฐาน 6 ปิดท้ายด้วยมหานามสูตรที่ทรงแสดงอนุสสติ 6 แก่เจ้ามหานามะ
  28. หน้า ๒๖๗–๒๘๓ สาราณิยาทิวรรคที่ 2 ว่าด้วยสาราณิยธรรม 6 ประการที่ทำให้เป็นที่รักที่เคารพในหมู่สงฆ์ ธาตุเครื่องสลัดออกจากพยาบาทด้วยเมตตาเจโตวิมุติเป็นต้น เรื่องนกุลมารดาปลอบใจนกุลบิดาก่อนสิ้นใจ และปิดท้ายด้วยมรณัสสติสูตรว่าด้วยการเจริญมรณสติอย่างไม่ประมาททั้งกลางวันกลางคืน
  29. หน้า ๒๘๔–๒๙๙ อนุตตริยวรรคที่ 3 ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเสื่อมและไม่เสื่อมของภิกษุ อนุสสติ 6 ประการ (พุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ เทวตานุสสติ) สมัยที่ควรเข้าพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ และปิดท้ายด้วยอนุตตริยะ 6 ประการอันเป็นที่มาของชื่อวรรค
  30. หน้า ๓๐๐–๓๑๓ เสกขปริหานิยวรรคที่ 4 ว่าด้วยธรรมเสื่อมและไม่เสื่อมของภิกษุผู้เป็นเสขะ เรื่องเทวดาทูลธรรมไม่เสื่อม 6 ประการ บทสนทนาพระมหาโมคคัลลานะกับติสสพรหมว่าด้วยเทวดาผู้เป็นโสดาบัน มูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ ทักษิณาทานอันประกอบด้วยองค์ 6 ของนางนันทมารดา และเหตุที่พระสัทธรรมจะดำรงอยู่ได้นานหรือเสื่อมไปหลังพุทธปรินิพพาน
  31. หน้า ๓๑๔–๓๓๘ ธรรมิกวรรคที่ 5 จบปฐมปัณณาสก์ ว่าด้วยพระคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าโดยพระกาฬุทายี (นาคสูตร) ปัญหาของนางมิคสาลาเรื่องคติเสมอกันของบิดาผู้ประพฤติพรหมจรรย์กับอิสิทัตตะผู้ไม่ประพฤติ อุปมาความเป็นหนี้กับทุกข์ของผู้บริโภคกาม (อิณสูตร) และเรื่องพระธรรมิกะผู้ถูกขับไล่ออกจากอาวาสเพราะด่าว่าภิกษุอาคันตุกะ ปิดวรรคนี้ยังเป็นจุดสิ้นสุดของปฐมปัณณาสก์ทั้งหมด
  32. หน้า ๓๓๙–๓๗๓ มหาวรรคที่ 1 วรรคว่าด้วยพระโสณะปรารภความเพียรจนหย่อนไปและได้รับพุทธโอวาทเรื่องความเพียรสม่ำเสมอเปรียบสายพิณ เรื่องพระผัคคุณะอาพาธและอานิสงส์การฟังธรรมโดยกาลอันควร การบัญญัติชาติ 6 ของพระพุทธเจ้าเทียบกับปูรณกัสสป ธรรมที่ควรละด้วยวิธีต่างๆ 6 ประการ เรื่องพระจิตตหัตถิสาริปุตต์สึกแล้วกลับมาบวชใหม่จนบรรลุอรหัตต์ ปัญหาปรายนสูตร การพยากรณ์พระเทวทัต และนิพเพธิกสูตรว่าด้วยธรรมที่พึงรู้แจ้งเพื่อชำแรกกิเลส เปิดทุติยปัณณาสก์ของฉักกนิบาต
  33. หน้า ๓๗๔–๓๘๑ เทวตาวรรคที่ 2 แสดงธรรม 6 ประการที่เป็นอุปสรรคหรือเกื้อกูลต่อการบรรลุอนาคามิผลและอรหัตผล เรื่องมิตรดี-มิตรชั่ว การอยู่ป่าเจริญวิเวก เหตุแห่งฤทธิ์และฌาน รวมทั้งเรื่องเทวดามาทูลถามธรรมที่ทำให้ภิกษุไม่เสื่อม ซึ่งพระสารีบุตรอธิบายความโดยพิสดาร
  34. หน้า ๓๘๒–๓๘๗ อรหันตวรรคที่ 3 แสดงธรรม 6 ประการฝ่ายดำ-ฝ่ายขาวที่นำไปสู่ทุกข์หรือสุข นรกหรือสวรรค์ และธรรมที่เป็นอุปสรรคหรือเกื้อกูลต่อการบรรลุอรหัตผลและญาณทัสนะชั้นวิเศษ รวมถึงเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญในกุศลธรรมตลอดคืนหรือวัน
  35. หน้า ๓๘๘–๓๙๓ สีติวรรคที่ 4 แสดงธรรม 6 ประการที่เป็นเหตุให้บรรลุหรือไม่บรรลุความเย็นสนิท (นิพพาน) และการก้าวลงสู่ความแน่นอนในกุศลธรรม กล่าวถึงอนันตริยกรรมที่ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ (โสดาบัน) ไม่มีทางกระทำ และธรรม 6 ประการที่ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิละได้แล้ว
  36. หน้า ๓๙๔–๓๙๘ อานิสังสวรรคที่ 5 จบทุติยปัณณาสก์ แสดงอานิสงส์ของการบรรลุโสดาปัตติผล การเจริญอนิจจสัญญา ทุกขสัญญา อนัตตสัญญาในสังขารทั้งปวง และการเห็นนิพพานโดยความเป็นสุข ตลอดจนภพ 3 ตัณหา 3 และมานะ 3 ที่ควรละ วรรคนี้ปิดท้ายด้วยการสิ้นสุดทุติยปัณณาสก์ของฉักกนิบาต
  37. หน้า ๓๙๙–๔๐๓ ติกวรรคที่ 1 วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ วรรคผนวกท้ายฉักกนิบาตที่ไม่จัดเข้าปัณณาสก์ใด แสดงธรรมฝ่ายอกุศล 3 ประการคู่กับธรรมฝ่ายกุศล 3 ประการที่พึงเจริญเพื่อละ เช่น ราคะ-โทสะ-โมหะ คู่กับอสุภะ-เมตตา-ปัญญา กามวิตก-พยาบาทวิตก-วิหิงสาวิตก คู่กับเนกขัมมวิตกเป็นต้น
  38. หน้า ๔๐๔–๔๐๗ พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค จบฉักกนิบาต รวมพระสูตรเบ็ดเตล็ดที่ไม่จัดเข้าวรรคใด ว่าด้วยธรรม 6 ประการที่เป็นอุปสรรคหรือเกื้อกูลต่อการเจริญสติปัฏฐาน 4 เรื่องคฤหัสถ์ผู้เลื่อมใสอย่างไม่หวั่นไหว (ตปุสสคฤหบดี อนาถบิณฑิกคฤหบดี ฯลฯ) และธรรม 6 ประการหลายชุดที่พึงเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ และละราคะ โทสะ โมหะ เป็นบทปิดท้ายฉักกนิบาตและปิดท้ายเล่ม