อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๓ · ๓๗๙ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๒๙ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๘ ธนวรรคที่ 1 ว่าด้วยธรรม 7 ประการที่ทำให้ภิกษุเป็น/ไม่เป็นที่รักของเพื่อนพรหมจรรย์ พละ 7 ทรัพย์ 7 (อริยทรัพย์ - รวมเรื่องอุคคอำมาตย์ทูลถามเรื่องทรัพย์ของมิคารเศรษฐี) และสังโยชน์ 7 ที่พึงละ
  2. หน้า ๙–๑๖ อนุสยวรรคที่ 2 ว่าด้วยอนุสัย 7 (กิเลสที่นอนเนื่อง) และการละอนุสัย สกุลที่ภิกษุควร/ไม่ควรเข้าไป บุคคล 7 จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา และนิททสวัตถุ 7
  3. หน้า ๑๗–๒๘ วัชชีวรรคที่ 3 ว่าด้วยอปริหานิยธรรม 7 ประการที่ทำให้ชาววัชชีและหมู่ภิกษุไม่เสื่อม (รวมเรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูส่งวัสสการพราหมณ์ไปเฝ้าทูลถามก่อนยกทัพตีแคว้นวัชชี) และธรรมที่ทำให้อุบาสกเสื่อม/ไม่เสื่อมจากสัทธรรม
  4. หน้า ๒๙–๓๙ เทวตาวรรคที่ 4 ว่าด้วยธรรม 7 ประการที่เทวดามากราบทูลพระพุทธเจ้าว่าเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ ลักษณะมิตรแท้ ธรรมที่ทำให้แจ้งปฏิสัมภิทา 4 (ยกพระสารีบุตรเป็นตัวอย่าง) และเรื่องภิกษุผู้นิททสะที่พระสารีบุตรและพระอานนท์ทูลถาม
  5. หน้า ๔๐–๖๐ มหายัญญวรรคที่ 5 จบปฐมปัณณาสก์ ว่าด้วยวิญญาณฐิติ 7 องค์แห่งอริยสมาธิ 7 ไฟ 7 กอง (รวมเรื่องอุคคตสรีรพราหมณ์เตรียมบูชายัญใหญ่ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องไฟที่ควรละและไฟที่ควรบูชา) สัญญา 7 ที่มีผลมากหยั่งลงสู่อมตะ และเมถุนสังโยค 7 ที่ทำให้พรหมจรรย์ขาดทะลุด่างพร้อย ปิดท้ายปฐมปัณณาสก์
  6. หน้า ๖๑–๘๒ อัพยากตวรรคที่ 1 รวมพระสูตร 11 สูตรที่ไม่จัดเข้าในปัณณาสก์ใด ว่าด้วยเหตุที่อริยสาวกไม่หวั่นไหวสงสัยในปัญหาที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ เรื่องคติของบุคคล พระติสสะ พระสีหเสนาบดี พระรักขิตะ พระกิมมิละ สัตตธรรม พระโมคคัลลานะ ผลแห่งบุญ ภรรยา 7 ประเภท และโทษของความโกรธ
  7. หน้า ๘๓–๑๐๙ มหาวรรคที่ 2 ว่าด้วยหิริโอตตัปปะเป็นรากฐานของอินทรียสังวร อุปมาพระอาทิตย์ 7 ดวงแสดงความไม่เที่ยงของโลก สัทธรรม 7 ประการเปรียบด้วยเครื่องป้องกันนครชายแดน คุณสมบัติภิกษุผู้เป็นธัมมัญญูอัตถัญญู อุปมาปาริฉัตตกพฤกษ์กับความเจริญแห่งฌาน และความเคารพในพระศาสดา/ธรรม/สงฆ์เป็นเหตุแห่งความเจริญ
  8. หน้า ๑๑๐–๑๑๓ วินัยวรรคที่ 3 ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุผู้เป็นวินัยธร 7 ประการในหลายนัย เช่น รู้อาบัติ รู้ปาติโมกข์ ระลึกชาติได้ และจบด้วยธรรมเครื่องระงับอธิกรณ์ 7 ประการ (อธิกรณสมถะ)
  9. หน้า ๑๑๓–๑๑๖ พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในวรรค จบสัตตกนิบาต รวมพระสูตรเบ็ดเตล็ดที่ไม่จัดเข้าวรรคใด ว่าด้วยธรรม 7 ประการหลายหมวด เช่น เหตุเรียกว่าภิกษุ-สมณะ-พราหมณ์-อรหันต์ สัทธรรม-อสัทธรรม บุคคล 7 จำพวกผู้ควรของคำนับ และธรรมที่พึงเจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ-โทสะ-โมหะ ปิดท้ายด้วยการจบสัตตกนิบาตทั้งหมด
  10. หน้า ๑๑๗–๑๓๒ เมตตาวรรคที่ 1 วรรคแรกของอัฏฐกนิบาต เริ่มด้วยเมตตสูตรว่าด้วยอานิสงส์เมตตา 8 ประการ ตามด้วยเรื่องโลกธรรม 8 ประการ กรณีพระเทวทัตตกบฏ และข้อวัตรของพระนันทะ รวม 10 สูตร
  11. หน้า ๑๓๓–๑๕๙ มหาวรรคที่ 2 ว่าด้วยเวรัญชสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงชี้แจงข้อกล่าวหา 8 ประการของเวรัญชพราหมณ์ สีหสูตรที่สีหเสนาบดีทูลถามทำนองเดียวกันแล้วขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ อาชัญญสูตรและขฬุงคสูตรว่าด้วยม้าโกง 8 จำพวก
  12. หน้า ๑๖๐–๑๘๒ คหปติวรรคที่ 3 วรรคว่าด้วยคุณสมบัติน่าอัศจรรย์ 8 ประการของคหบดี/อุบาสกผู้เป็นแบบอย่าง เช่น อุคคคฤหบดี หัตถกอุบาสก มหานาม และหมอชีวก รวมถึงกำลังของคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน ขณะและโอกาสในการประพฤติพรหมจรรย์ และมหาปุริสวิตก 8 ประการที่พระอนุรุทธะอาศัยบรรลุอรหัตตผล
  13. หน้า ๑๘๓–๑๙๔ ทานวรรคที่ 4 วรรคว่าด้วยทาน 8 ประการและเจตนาในการให้ทาน ทานวัตถุ ผลของทานตามเขตนา การเกิดในภพต่างๆ จากอานิสงส์ทาน บุญกิริยาวัตถุ ทานของสัตบุรุษ ห้วงบุญห้วงกุศล 8 ประการจากการถึงพระรัตนตรัยและรักษาศีล 5 และผลเบาที่สุดของกรรมบถ 10
  14. หน้า ๑๙๕–๒๑๕ อุโปสถวรรคที่ 5 ว่าด้วยอุโบสถศีลที่ประกอบด้วยองค์ 8 ประการ มีผลานิสงส์มาก ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายและอุบาสิกาต่างๆ (นางวิสาขา วาเสฏฐอุบาสก โพชฌาอุบาสิกา) รวมทั้งธรรมของมาตุคาม (ภรรยาที่ดี) ที่นำไปสู่การเกิดเป็นสหายแห่งเทวดาเหล่ามนาปกายิกา
  15. หน้า ๒๑๖–๒๓๑ สันธานวรรคที่ 1 เริ่มด้วยเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอบวชเป็นภิกษุณีและทรงรับครุธรรม 8 ประการเป็นอุปสัมปทา ตามด้วยธรรมสำหรับผู้สอนภิกษุณี โอวาทแก่พระนางโคตมี หลักธรรมเพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบันและภายหน้าแก่คฤหัสถ์ และองค์คุณของภิกษุและบุคคล 8 จำพวกผู้เป็นนาบุญของโลก
  16. หน้า ๒๓๒–๒๔๙ จาลวรรคที่ 3 ว่าด้วยธรรม 8 ประการหลายหมวด ได้แก่ บุคคลผู้ปรารถนาลาภ 8 จำพวก ภิกษุผู้สามารถบำเพ็ญประโยชน์ตนและผู้อื่น วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 วจีกรรมอริยะ-อนริยะ 8 บริษัท 8 จำพวก และปิดท้ายด้วยภูมิจาลสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุ 8 ประการแห่งแผ่นดินไหวใหญ่ ณ ปาวาลเจดีย์ ก่อนทรงปลงพระชนมายุสังขาร
  17. หน้า ๒๕๐–๒๗๐ ยมกวรรคที่ 3 ว่าด้วยธรรม 8 ประการที่ทำให้ภิกษุน่าเลื่อมใสยิ่ง พระสารีบุตรแสดงธรรมชุดเดียวกันซ้ำ ธรรมที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมและไม่เสื่อมแก่พระเสขะ และเหตุแห่งความเกียจคร้านกับความเพียร 8 ประการ
  18. หน้า ๒๗๑–๒๘๐ สติวรรคที่ 4 ว่าด้วยสติสัมปชัญญะเป็นรากฐานของหิริโอตตัปปะไล่ไปจนถึงวิมุตติ เหตุที่พระธรรมเทศนาแจ่มแจ้งหรือไม่แจ่มแจ้ง มูลแห่งธรรมทั้งปวง คุณสมบัติมหาโจรที่เสื่อมเร็ว/อยู่ได้นาน พระพุทธดำรัสสอนพระนาคิตะเรื่องไม่ติดยศ และเกณฑ์คว่ำ/หงายบาตรกับกรรมของสงฆ์
  19. หน้า ๒๘๑–๒๘๒ พระสูตรที่ไม่ได้สงเคราะห์เข้าในวรรค จบอัฏฐกนิบาต ธรรม 8 ประการที่พึงเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้นไป ละ และคลายซึ่งราคะ-โทสะ-โมหะ ขยายด้วยวิธีเปยยาล เป็นบทปิดท้ายอัฏฐกนิบาต
  20. หน้า ๒๘๓–๒๙๙ สัมโพธวรรคที่ 1 วรรคว่าด้วยเหตุแห่งความเจริญของโพธิปักขิยธรรม เรื่องพระเมฆิยะและพระนันทกะ กำลัง 4 ประการ การเสพบุคคล/จีวร/บิณฑบาตที่ควรและไม่ควร ฐานะ 9 ที่พระขีณาสพไม่ล่วง และบุคคล 9 จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา
  21. หน้า ๓๐๐–๓๑๘ สีหนาทวรรคที่ 2 วรรคว่าด้วยพระสารีบุตรบันลือสีหนาทเปรียบใจตนเสมอแผ่นดิน น้ำ ไฟ ลม และผ้าเช็ดธุลี บุคคลสอุปาทิเสสะ 9 จำพวก จุดประสงค์ของการประพฤติพรหมจรรย์ สัญญา 9 องค์อุโบสถ 9 และเรื่องมหาทานของเวลามพราหมณ์เทียบกับทานแด่พระอริยบุคคลและสังฆทาน
  22. หน้า ๓๑๙–๓๓๑ สัตตาวาสวรรคที่ 3 วรรคว่าด้วยสัตตาวาส 9 ชั้น ฐานะอันประเสริฐของมนุษย์อุตรกุรุ เทวดาดาวดึงส์ และมนุษย์ชมพูทวีป อุปมาม้า/บุรุษอาชาไนย 3 ประเภท ธรรมมีตัณหาเป็นมูล 9 อาฆาตวัตถุ 9 และอนุปุพพนิโรธ 9
  23. หน้า ๓๓๒–๓๕๙ มหาวรรคที่ 4 ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 (ฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ) ตามลำดับ การบรรลุนิพพานว่าเป็นสุข อุปมาด้วยแม่โคภูเขาและช้างตัวประเสริฐผู้หลีกออกจากโขลง และพระพุทธองค์ทรงเล่าประสบการณ์การบรรลุฌานตามลำดับแก่พระอานนท์
  24. หน้า ๓๖๐–๓๖๖ ปัญจาลวรรคที่ 5 บทสนทนาถาม-ตอบระหว่างพระอุทายีกับพระอานนท์ อธิบายศัพท์ธรรมะ เช่น กายสักขี ปัญญาวิมุตติ อุภโตภาควิมุตติ นิพพาน ปรินิพพาน ตทังคนิพพาน และทิฏฐธรรมนิพพาน โดยอิงกับการบรรลุฌานทั้ง 9 ตามลำดับ
  25. หน้า ๓๖๗–๓๗๐ เขมวรรคที่ 1 อธิบายศัพท์ เขมะ อมตะ อภยะ ปัสสัทธิ และนิโรธ ผ่านการบรรลุฌานทั้ง 9 ตามลำดับ ปิดท้ายด้วยธรรม 9 ประการที่ต้องละเพื่อบรรลุอรหัตตผล
  26. หน้า ๓๗๑–๓๗๖ สติปัฏฐานวรรคที่ 2 แสดงธรรมอกุศล 5 ประการชุดต่างๆ และแสดงว่าพึงเจริญสติปัฏฐาน 4 เพื่อละธรรมเหล่านั้น
  27. หน้า ๓๗๗ สัมมัปปธานวรรคที่ 3 ทวนเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพลและธรรมเครื่องผูกมัดจิตอย่างละ 5 ประการ พร้อมแสดงว่าพึงเจริญสัมมัปปธาน 4 เพื่อละธรรมเหล่านั้น
  28. หน้า ๓๗๘ อิทธิปาทวรรคที่ 4 ทวนเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพลและธรรมเครื่องผูกมัดจิตอย่างละ 5 ประการ พร้อมแสดงว่าพึงเจริญอิทธิบาท 4 เพื่อละธรรมเหล่านั้น
  29. หน้า ๓๗๘–๓๗๙ วรรคที่ 5 จบนวกนิบาต แสดงธรรม 9 ประการสองชุด (สัญญา 9 และฌาน 9 ตามลำดับ) เพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ และละราคะ โทสะ โมหะ และอกุศลธรรมอีกหลายชุด จบด้วยคำปิดเล่ม จบนวกนิบาต