อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต

ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๔ · ๓๓๓ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๒๗ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๓ อานิสังสวรรคที่ 1 วรรคว่าด้วยอานิสงส์ของศีลจนถึงวิมุตติ 10 สูตร เริ่มจากกิมัตถิยสูตรที่แสดงลำดับเหตุปัจจัยต่อเนื่องจากศีลไปจนถึงวิมุตติญาณทัสสนะ ทั้งฝ่ายเจริญและฝ่ายเสื่อม รวมสูตรว่าด้วยสมาธิพิเศษที่พระอานนท์ถามพระสารีบุตร และปิดท้ายด้วยองค์ธรรม 10 ประการที่ทำให้ภิกษุบริบูรณ์น่าเลื่อมใสโดยรอบ
  2. หน้า ๑๔–๓๑ นาถกรณวรรคที่ 2 วรรคว่าด้วยธรรมที่เป็นที่พึ่งและเกื้อกูลการปฏิบัติ 10 สูตร กล่าวถึงเสนาสนะและบุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ 5 สังโยชน์ 10 ตาปูตรึงใจและเครื่องผูกพันใจ 5 ประการ ความไม่ประมาทเป็นยอดกุศลธรรม บุคคล 10 จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา นาถกรณธรรม และอริยวาสธรรม
  3. หน้า ๓๒–๖๒ มหาวรรคที่ 3 วรรคใหญ่ 10 สูตร เปิดด้วยสีหสูตรเปรียบพุทธเจ้ากับราชสีห์ผู้บันลือสีหนาท ตามด้วยอธิมุตติสูตรและกายสูตรว่าด้วยอัธยาศัยที่บุคคลอื่นหยั่งรู้ได้ มหาจุนทสูตร กสิณสูตรว่าด้วยบ่อเกิดกสิณ 10 กาลีสูตร มหาปัญหาสูตร 2 สูตร และโกศลสูตร 2 สูตร
  4. หน้า ๖๓–๗๐ อุปาลิวรรคที่ 4 พระอุบาลีทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุผลการบัญญัติสิกขาบทและพระปาติโมกข์ การหยุดสวดปาติโมกข์ คุณสมบัติภิกษุผู้ให้อุปสมบท/นิสัย/ให้สามเณรอุปัฏฐาก และเหตุแห่งสังฆเภท-สังฆสามัคคี รวมทั้งพระอานนท์ทูลถามเรื่องเดียวกันและผลกรรมของผู้ทำลาย/ผู้สมานสงฆ์ให้พร้อมเพรียง
  5. หน้า ๗๑–๘๔ อักโกสวรรคที่ 5 ว่าด้วยมูลเหตุแห่งการวิวาทและความสามัคคีในสงฆ์ หลักที่ภิกษุผู้เป็นโจทก์พึงพิจารณาในตนก่อนกล่าวโทษผู้อื่น โทษของการเข้าไปในพระราชวังชั้นใน ความสำคัญของการรักษาอุโบสถศีล เหตุแห่งบาปกรรม-กัลยาณกรรม ธรรมที่บรรพชิตพึงพิจารณาเนืองๆ และธรรม 10 ประการอันเป็นที่ตั้งแห่งความสามัคคีในหมู่สงฆ์
  6. หน้า ๘๕–๑๐๒ สจิตตวรรคที่ 1 พระสูตร 10 สูตรว่าด้วยการพิจารณาวารจิตของตนเปรียบเหมือนส่องกระจก การเจริญสัญญา 10 ประการ และการที่พระอานนท์แสดงสัญญา 10 ประการรักษาอาพาธของพระคิริมานนท์
  7. หน้า ๑๐๓–๑๑๖ ยมกวรรคที่ 2 พระสูตรคู่ 10 สูตรว่าด้วยอาหารของอวิชชา-ภวตัณหา (ฝ่ายเสื่อม) เทียบกับอาหารของวิชชาและวิมุตติ (ฝ่ายเจริญ) รวมถึงเหตุแห่งสุข-ทุกข์ และกถาวัตถุ 10 ประการ
  8. หน้า ๑๑๗–๑๓๓ อากังขวรรคที่ 3 พระสูตร 10 สูตรเริ่มจากอากังขสูตรว่าด้วยอานิสงส์ของศีลสมบูรณ์ ตามด้วยเรื่องปฏิปักษ์ของฌาน ธรรมที่หาได้ยาก ความเจริญของอริยสาวก กรณีมิคสาลาอุบาสิกา สายโซ่เหตุปัจจัยจากราคะโทสะโมหะไปถึงชาติชรามรณะ และปิดท้ายด้วยวัตถุแห่งความอาฆาตและอุบายกำจัดความอาฆาต
  9. หน้า ๑๓๔–๑๕๒ เถรวรรคที่ 4 วรรคว่าด้วยพระเถระ 10 สูตร ที่พระเถระต่างๆ ทูลถามหรือแสดงธรรม 10 ประการ เช่น ธรรมที่ตถาคตหลุดพ้น เหตุแห่งความเจริญในธรรมวินัย กำลัง 10 ของพระขีณาสพ และเรื่องพระโกกาลิกะที่ผูกอาฆาตพระสารีบุตร-โมคคัลลานะจนตกปทุมนรก
  10. หน้า ๑๕๓–๑๗๙ อุบาสกวรรคที่ 5 จบทุติยปัณณาสก์ที่ 2 วรรคว่าด้วยอุบาสก เริ่มด้วยกามโภคีสูตร (จำแนกกามโภคีบุคคล 10 จำพวก) เวรสูตร ทิฏฐิสูตร วัชชิยสูตร อุตติยสูตร โกกนุทสูตร อาหุเนยยสูตร เถรสูตร อุปาลีสูตร และอภัพพสูตร ปิดท้ายทุติยปัณณาสก์ที่ 2
  11. หน้า ๑๘๐–๑๙๑ สมณสัญญาวรรคที่ 1 วรรคเปิดตติยปัณณาสก์ แสดงหลักธรรม 10 ประการ (มิจฉัตตะ-สัมมัตตะ) โดยเริ่มจากสมณสัญญา 3 และโพชฌงค์ 7 จากนั้นอธิบายเหตุแห่งความเสื่อม-ความเจริญของมรรคมีองค์ 10 ผ่านอุปมาการล้าง การถ่าย การสำรอก และการปัดเป่าความเห็นผิด จบด้วยการนิยามความเป็นพระอเสขะผู้บริบูรณ์ด้วยองค์ 10
  12. หน้า ๑๙๒–๒๐๗ ปัจโจโรหณีวรรคที่ 2 วรรคว่าด้วยสิ่งที่เป็นธรรม/ไม่เป็นธรรมโดยอิงมรรคมีองค์ 10 ฝ่ายผิดและฝ่ายชอบ ผ่านบทสนทนากับปริพาชกอาชินะและพราหมณ์สคารวะ-ชาณุสโสณี เปรียบเทียบพิธี "ปลงบาป" แบบพราหมณ์กับพิธีปลงบาปอันเป็นอริยะคือการละมิจฉัตตะ 10 ประการ ปิดท้ายด้วยสัมมาทิฐิเป็นนิมิตเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมและองค์ 10 ที่นำไปสู่ความสิ้นอาสวะ
  13. หน้า ๒๐๘–๒๑๒ ปาริสุทธิวรรคที่ 3 วรรคว่าด้วยธรรม 10 ประการ (สัมมาทิฐิ...สัมมาวิมุติ) ที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง มีผลมาก มีอานิสงส์มาก และเป็นไปเพื่อความสิ้นราคะโทสะโมหะจนถึงนิพพาน โดยมีเฉพาะในธรรมวินัยของพระสุคตเท่านั้น ปิดท้ายด้วยสูตรว่าด้วยมิจฉัตตะ 10 กับสัมมัตตะ 10
  14. หน้า ๒๑๓–๒๑๗ สาธุวรรคที่ 4 วรรคว่าด้วยคู่ธรรม 11 คู่ (ดี-ไม่ดี, อริยธรรม-อนริยธรรม, กุศล-อกุศล, ประโยชน์-ไม่เป็นประโยชน์ ฯลฯ) ซึ่งทุกสูตรเทียบกับมิจฉัตตะ 10 และสัมมัตตะ 10 เป็นแม่แบบซ้ำ
  15. หน้า ๒๑๘–๒๒๑ อริยมรรควรรคที่ 5 จบตติยปัณณาสก์ วรรคว่าด้วยธรรม 10 ประการที่เป็นอริยมรรค/อนริยมรรค รวมถึงธรรมที่ควรเสพ ควรเจริญ ควรทำให้มาก ควรระลึก ควรทำให้แจ้ง ปิดท้ายวรรคนี้ยังปิดท้ายตติยปัณณาสก์ (หมวด 50 ที่ 3) ไปพร้อมกันด้วย
  16. หน้า ๒๒๒–๒๒๓ ปุคคลวรรคที่ 1 วรรคเปิดจตุตถปัณณาสก์ (หมวด 50 ที่ 4) ว่าด้วยบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 10 ประการฝ่ายผิดที่ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรบูชา เทียบกับบุคคลผู้ประกอบธรรม 10 ประการฝ่ายชอบที่ควรเสพ ควรคบ ควรบูชา และผลบุญ-บาปที่เกิดจากการประกอบธรรมทั้งสองฝ่าย
  17. หน้า ๒๒๔–๒๔๖ ชานุสโสณีวรรคที่ 2 วรรคยาวรวม 11 สูตร เริ่มด้วยพิธีปลงบาปของพราหมณ์เทียบกับพิธีปลงบาปในอริยวินัย สคารว-โอริมสูตรเรื่องฝั่งนี้ฝั่งโน้น อธรรมสูตรที่มีคำอธิบายพิสดารของพระมหากัจจายนะเรื่องกรรมบถ 10 จุนทสูตรว่าด้วยความสะอาด-ไม่สะอาดทางกายวาจาใจ และปิดท้ายด้วยชาณุสโสณีสูตรว่าด้วยฐานะที่ทานอุทิศแก่ผู้ล่วงลับจะสำเร็จผลได้
  18. หน้า ๒๔๗–๒๕๑ สุนทรวรรคที่ 3 แสดงธรรมคู่ตรงข้าม 11 ชุด (สิ่งดี-ไม่ดี, อริยธรรม-อนริยธรรม, กุศล-อกุศล, สิ่งเป็นประโยชน์-ไม่เป็นประโยชน์ ฯลฯ) โดยใช้กรรมบถ 10 เป็นเกณฑ์แบ่งฝ่ายในทุกสูตร
  19. หน้า ๒๕๒–๒๕๖ เสฏฐวรรคที่ 4 แสดงธรรมคู่ตรงข้ามอีก 10 ชุด (อริยมรรค-ไม่ใช่อริยมรรค, มรรคาดำ-มรรคาขาว, สัทธรรม-อสัทธรรม, สัปปุริสธรรม-อสัปปุริสธรรม) โดยใช้กรรมบถ 10 เป็นเกณฑ์เดียวกันตลอดวรรค
  20. หน้า ๒๕๗–๒๕๘ เสวิตัพพาเสวิตัพพวรรคที่ 5 จบจตุตถปัณณาสก์ที่ 4 แสดงบุคคลผู้ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ว่าไม่ควรเสพ คบ เข้าใกล้ บูชา สรรเสริญ เคารพ ยำเกรง และผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ว่าตรงข้าม เป็นวรรคปิดท้ายจตุตถปัณณาสก์ที่ 4
  21. หน้า ๒๕๙–๒๗๖ ปฐมวรรคที่ 1 ว่าด้วยผลของกรรมบถ 10 ที่ทำให้บุคคล มาตุคาม และอุบาสิกา ถูกทอดทิ้งในนรกหรือได้ไปสวรรค์ รวมถึงธรรมปริยายเรื่องกัมมสกตา เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขาเจโตวิมุติที่นำไปสู่อนาคามี และบทสนทนากับพราหมณ์เรื่องเหตุแห่งอบายและสุคติ วรรคเปิดปัญจมปัณณาสก์ที่ 5
  22. หน้า ๒๗๗–๒๘๒ ทุติยวรรคที่ 2 ขยายอกุศล/กุศลกรรมบถ 10 เป็น 20, 30, 40 ประการ (ทำเอง+ชักชวนผู้อื่น+พอใจ+กล่าวสรรเสริญ) ว่าเป็นเหตุให้ถูกทอดทิ้งในนรกหรือเชิญไว้ในสวรรค์ และเป็นเหตุบริหารตนให้ถูกกำจัดหรือไม่
  23. หน้า ๒๘๓–๒๘๖ ตติยวรรคที่ 3 ทวนกรรมบถ 10/20/30/40 ประการอีกครั้งในแง่ผลเมื่อตายไปเข้าถึงอบายหรือสุคติ และในแง่การถูกนับว่าเป็นพาลหรือบัณฑิต
  24. หน้า ๒๘๖–๒๘๗ ธรรมที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่งซึ่งราคะ จบทสกนิบาต หมวดธรรม 10 ประการที่ไม่มีชื่อวรรคของตนเอง ว่าด้วยธรรมที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ และละราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอื่น เป็นบทปิดท้ายปัญจมปัณณาสก์ที่ 5 และปิดท้ายทสกนิบาตทั้งหมด
  25. หน้า ๒๘๘–๓๐๓ นิสสายวรรคที่ 1 วรรคแรกของเอกาทสกนิบาต เปิดด้วยกิมัตถิยสูตรที่พระอานนท์ทูลถามผลแห่งศีลเป็นลำดับจากศีลถึงวิมุตติญาณทัสนะ ตามด้วยเจตนาสูตรและอุปนิสาสูตร โทษของการด่าเพื่อนพรหมจรรย์ สมาธิที่ไม่สำคัญมั่นหมายในธาตุต่างๆ และอุปมาม้าอาชาไนยกับม้ากระจอกในการเพ่งพิจารณา
  26. หน้า ๓๐๔–๓๓๐ ทุติยวรรคที่ 2 วรรคว่าด้วยธรรมเครื่องอยู่ 11 ประการที่ตรัสแก่เจ้ามหานามะและเจ้านันทิยะ คุณลักษณะของผู้มีศรัทธา 11 อย่าง อานิสงส์ของเมตตา 11 ประการ ประตูอมตธรรม 11 ประตูที่พระอานนท์แสดงแก่ทสมคฤหบดี องค์คุณของนายโคบาลเปรียบกับคุณสมบัติภิกษุที่จะเจริญงอกงามในธรรมวินัย และสมาธิที่ไม่สำคัญมั่นหมายในธาตุต่างๆ อีก 4 สูตร
  27. หน้า ๓๓๑–๓๓๓ พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์ จบเอกาทสกนิบาต หมวดพระสูตรนอกปัณณาสก์ ปิดท้ายเอกาทสกนิบาต ว่าด้วยองค์ 11 ของนายโคบาลเปรียบกับความสามารถพิจารณาไตรลักษณ์ในอายตนะและธรรมที่เนื่องด้วยอายตนะ และธรรม 11 ประการ (ฌาน 4 พรหมวิหาร 4 อรูปฌาน 3) อันควรเจริญเพื่อรู้ยิ่งและละราคะ โทสะ โมหะ จบด้วยการสรุปจำนวนพระสูตรทั้งสิ้นในอังคุตตรนิกาย 9,557 สูตร