ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๕ · ๔๑๘ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๕๓ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๒ ขุททกปาฐะ: บทสวดพื้นฐาน (สรณคมน์-สิกขาบท 10-อาการ 32-สามเณรปัญหา) รวม 4 บทสั้นแรกของขุททกปาฐะ คือ ไตรสรณคมน์, ศีล 10, อาการ 32 (ส่วนต่างๆ ของร่างกาย), และสามเณรปัญหา (ปุจฉา-วิสัชนาธรรมะเลข 1-10)
  2. หน้า ๒–๓ มงคลสูตร เทวดาทูลถามอุดมมงคล พระพุทธเจ้าตรัสตอบมงคล 38 ประการ เริ่มจากไม่คบคนพาล คบบัณฑิต ไปจนถึงจิตไม่หวั่นไหวเพราะโลกธรรม
  3. หน้า ๓–๖ รัตนสูตร บทสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยสัจจวาจา "ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้" ซ้ำเป็นบทๆ
  4. หน้า ๖–๙ ติโรกุฑฑกัณฑ์ และนิธิกัณฑ์ ติโรกุฑฑกัณฑ์: เปรตยืนรอส่วนบุญอยู่นอกกำแพงเรือน สอนให้อุทิศส่วนบุญแก่ญาติผู้ล่วงลับ; นิธิกัณฑ์: อุปมาขุมทรัพย์คือบุญที่ติดตัวไปได้ ไม่มีใครแย่งชิง ให้ผลถึงนิพพาน
  5. หน้า ๙–๑๐ กรณียเมตตสูตร (เมตตสูตร) คุณสมบัติกุลบุตรผู้เจริญเมตตา แผ่ไมตรีจิตไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งปวง เปรียบดังมารดาถนอมบุตรคนเดียวแม้ด้วยชีวิต จบขุททกปาฐะ
  6. หน้า ๑๑–๑๘ ธรรมบท: ยมกวรรค-พาลวรรค (วรรคที่ 1-5) ยมกวรรค — คู่ธรรม เริ่มด้วย "ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า..."; อัปปมาทวรรค — ความไม่ประมาทเป็นทางอมตะ; จิตตวรรค — การฝึกจิตที่ดิ้นรนดุจปลาถูกจับขึ้นบก; ปุปผวรรค — อุปมาเก็บดอกไม้กับมัจจุราช; พาลวรรค — ลักษณะและโทษของคนพาล
  7. หน้า ๑๘–๒๔ ธรรมบท: ปัณฑิตวรรค-ทัณฑวรรค (วรรคที่ 6-10) ปัณฑิตวรรค — ลักษณะบัณฑิตผู้ไม่หวั่นไหวดุจภูเขาหิน; อรหันตวรรค — คุณพระขีณาสพ; สหัสสวรรค — คาถามีประโยชน์บทเดียวประเสริฐกว่าคำไร้ประโยชน์พันคำ; ปาปวรรค — เร่งทำความดี อย่าดูหมิ่นบาปแม้น้อย; ทัณฑวรรค — เมตตา ไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยอาชญา
  8. หน้า ๒๔–๓๐ ธรรมบท: ชราวรรค-สุขวรรค (วรรคที่ 11-15) ชราวรรค — พิจารณาความแก่ความตาย "ร่าเริงอะไรกันหนอ..."; อัตตวรรค — การฝึกตนเป็นเลิศ; โลกวรรค — มองโลกดุจฟองน้ำ ดุจราชรถที่คร่ำคร่า; พุทธวรรค — พุทธคุณและการชนะมาร; สุขวรรค — ความสุขจากความไม่มีโรค สันโดษ และการคบบัณฑิต
  9. หน้า ๓๐–๓๗ ธรรมบท: ปิยวรรค-มรรควรรค (วรรคที่ 16-20) ปิยวรรค — โทษของความรักความยึดติด "ความโศกย่อมเกิดแต่ของที่รัก"; โกธวรรค — การละความโกรธ; มลวรรค — มลทินของจิตและของบุคคล; ธัมมัฏฐวรรค — ผู้ตั้งอยู่ในธรรมเป็นมุนี; มรรควรรค — มรรคมีองค์ 8 เป็นทางเดียวที่บริสุทธิ์ ไม่มีใครต้านทานมัจจุได้
  10. หน้า ๓๗–๔๑ ธรรมบท: ปกิณณกวรรค-นาควรรค (วรรคที่ 21-23) ปกิณณกวรรค — คาถาเบ็ดเตล็ดว่าด้วยการสละสุขเล็กเพื่อสุขใหญ่; นิรยวรรค — โทษของการพูดเท็จและทำชั่ว นำไปสู่นรก; นาควรรค — อุปมาช้างมาตังคะ การอยู่ผู้เดียวประเสริฐกว่าคบคนพาล
  11. หน้า ๔๑–๕๐ ธรรมบท: ตัณหาวรรค-พราหมณวรรค (วรรคที่ 24-26) ตัณหาวรรค — โทษของตัณหา "ดุจเถาย่านทรายเลื้อยพัน"; ภิกขุวรรค — ข้อวัตรที่แท้จริงของภิกษุ; พราหมณวรรค — นิยาม "พราหมณ์" ที่แท้คือผู้หมดกิเลสไม่ใช่โดยชาติกำเนิด ปิดท้ายด้วยคาถาสรุปรวม 26 วรรค 423 คาถา จบธรรมบท
  12. หน้า ๕๑–๖๐ โพธิวรรคที่ 1 (อุทาน) รวมพระสูตร 10 สูตรของวรรคแรกแห่งอุทาน เปิดด้วยโพธิสูตร 3 สูตรว่าด้วยการทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทตลอด 7 วันแรกหลังตรัสรู้ที่ควงไม้โพธิ์ และปิดท้ายด้วยพาหิยสูตร เรื่องพาหิยทารุจีริยะผู้บรรลุอรหัตตผลทันทีด้วยพระโอวาทสั้นๆ "เมื่อเห็นจักเป็นสักว่าเห็น"
  13. หน้า ๖๑–๗๓ มุจจลินทวรรคที่ 2 (อุทาน) เปิดด้วยมุจจลินทสูตร เรื่องพญานาคมุจลินท์ขนดกายแวดล้อม 7 รอบป้องกันลมฝนแด่พระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ และเรื่องพระนางสุปปวาสาโกลิยธิดาผู้ทรงครรภ์นานถึง 7 ปี กับกาฬิโคธาภัททิยสูตร เรื่องพระภัททิยะผู้เปล่งอุทานว่า "สุขหนอ สุขหนอ" เนืองๆ หลังออกบวช
  14. หน้า ๗๔–๘๘ นันทวรรคที่ 3 (อุทาน) เนื้อหาเด่นคือนันทสูตร เรื่องพระนันทะพระอนุชาซึ่งคิดจะสึกเพราะคิดถึงคู่หมั้น จนพระพุทธเจ้าทรงพาไปเห็นนางอัปสร 500 บนดาวดึงส์เพื่อหักห้ามใจ ก่อนพระนันทะจะบำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัตตผล และมหากัสสปสูตร เรื่องท้าวสักกะแปลงกายเป็นช่างหูกถวายบิณฑบาตแด่พระมหากัสสป
  15. หน้า ๘๙–๑๐๒ เมฆิยวรรคที่ 4 (อุทาน) เปิดด้วยเมฆิยสูตร ธรรม 5 ประการเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุติ ที่ตรัสแก่พระเมฆิยะผู้ถูกอกุศลวิตกรบกวน และนาคสูตร เรื่องช้างปาลิไลยกะที่หลีกออกจากโขลงมาอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าในป่า รวมถึงสุนทรีสูตร เรื่องพวกเดียรถีย์วางแผนฆ่านางสุนทรีปริพาชิกาใส่ร้ายภิกษุสงฆ์
  16. หน้า ๑๐๓–๑๑๘ โสณเถรวรรคที่ 5 (อุทาน) เนื้อหาเด่นคืออุโปสถสูตร อุปมาธรรมวินัยด้วยความอัศจรรย์ 8 ประการของมหาสมุทรเทียบกับธรรมวินัย และโสณสูตร เรื่องพระโสณโกฏิกัณณะในอวันตีชนบทที่มีภิกษุน้อยจนต้องรอถึง 3 ปีกว่าจะอุปสมบทได้ครบองค์สงฆ์ รวมถึงอานันทสูตรที่กล่าวถึงพระเทวทัตต์ประกาศแยกทำอุโบสถ
  17. หน้า ๑๑๙–๑๓๔ ชัจจันธวรรคที่ 6 (อุทาน) เริ่มด้วยเหตุการณ์ทรงปลงพระชนมายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และมีติตถสูตรอันเป็นที่มาของชื่อวรรค กล่าวถึงอุปมาคนตาบอดแต่กำเนิดคลำช้างแสดงทิฐิที่ต่างกันของเดียรถีย์ต่างๆ
  18. หน้า ๑๓๕–๑๔๒ จูฬวรรคที่ 7 (อุทาน) กล่าวถึงความหลุดพ้นจากอาสวะของพระลกุณฐกภัททิยะ ความสิ้นไปแห่งตัณหาและปปัญจธรรม และปิดท้ายด้วยเรื่องอุบาสิกา 500 มีพระนางสามาวดีเป็นประมุขที่ถึงแก่กรรมแล้วบรรลุมรรคผลต่างๆ
  19. หน้า ๑๔๓–๑๕๗ ปาฏลิคามิยวรรคที่ 8 (อุทาน, วรรคสุดท้าย) จบอุทาน วรรคสุดท้ายของอุทาน ว่าด้วยนิพพานสูตร 4 สูตรพรรณนาลักษณะแห่งนิพพาน เรื่องราวที่ปาฏลิคามรวมถึงการสร้างเมืองปาฏลิคามเพื่อป้องกันเจ้าวัชชี และปิดท้ายด้วยทัพพสูตร 2 สูตรว่าด้วยการปรินิพพานของพระทัพพมัลลบุตร จบอุทานทั้งหมด 80 สูตร 8 วรรค
  20. หน้า ๑๕๘–๑๖๔ อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ 1 (ปาฏิโภควรรคที่ 1) พระสูตร 10 เรื่องแสดงธรรมอย่างเดียวที่ควรละเพื่อบรรลุอนาคามี (โลภะ โทสะ โมหะ โกธะ มักขะ มานะ) และธรรมที่ควรรู้ยิ่ง-กำหนดรู้เพื่อสิ้นทุกข์ แต่ละสูตรจบด้วยคาถาสรุปซ้ำเนื้อความร้อยแก้ว
  21. หน้า ๑๖๕–๑๗๑ อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ 2 (ทุติยวรรคที่ 2) พระสูตร 10 เรื่อง ต่อเนื่องเรื่องธรรมที่ควรรู้ยิ่ง อวิชชาเป็นนิวรณ์ร้ายแรงที่สุด ตัณหาเป็นเหตุท่องเที่ยวในสังสารวัฏยาวนานที่สุด โยนิโสมนสิการและมิตรดีเกื้อกูลพระเสขะ สังฆเภทกับสังฆสามัคคี และจิตขุ่นมัว-ผ่องใสเป็นเหตุแห่งทุคติ-สุคติ
  22. หน้า ๑๗๒–๑๗๘ อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ 3 (ตติยวรรคที่ 3) จบเอกนิบาต พระสูตร 7 เรื่อง ปิดท้ายเอกนิบาต ว่าด้วยจิตผ่องใสนำไปสู่สุคติ บุญไม่ควรกลัว ความไม่ประมาทให้ประโยชน์ 2 ทาง อุปมากองกระดูกเท่าภูเขาเวปุลละ โทษของการพูดเท็จทั้งที่รู้ และอานุภาพเมตตาจิตเหนือกว่าบุญกิริยาอื่นทั้งปวง 16 เท่า
  23. หน้า ๑๗๙–๑๘๖ อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ 1 พระสูตร 10 เรื่องเปรียบเทียบธรรม 2 ประการที่ตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ เช่น การไม่คุ้มครองอินทรีย์-ไม่รู้ประมาณโภชนะ (ทุกข์) กับการคุ้มครอง-รู้ประมาณ (สุข), ศีล-ทิฐิลามกกับศีล-ทิฐิดี, พรหมจรรย์ที่แท้เพื่อสำรวม-ละ-รู้ยิ่ง-กำหนดรู้
  24. หน้า ๑๘๗–๑๙๗ อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ 2 จบทุกนิบาต พระสูตร 12 เรื่อง ว่าด้วยวิตก 2 ของพระตถาคต (เขมวิตก-วิเวกวิตก) การแสดงธรรมโดยปริยาย 2 ขั้น อวิชชา-วิชชาเป็นหัวหน้าอกุศล-กุศลธรรม นิพพานธาตุ 2 (สอุปาทิเสส-อนุปาทิเสส) และผู้มีจักษุเห็นขันธ์ 5 ตามจริงต่างจากผู้ติดหรือผู้แล่นเลยไปสุดโต่ง
  25. หน้า ๑๙๘–๒๐๔ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ 1 พระสูตร 10 เรื่องเปิดติกนิบาต ว่าด้วยหมวดธรรม 3 ประการ ได้แก่ อกุศลมูล 3 ธาตุ 3 (รูป-อรูป-นิโรธ) เวทนา 3 การแสวงหา 3 อาสวะ 3 ตัณหา 3 และธรรม 3 ของพระอเสขะที่ก้าวล่วงบ่วงมาร
  26. หน้า ๒๐๕–๒๑๑ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ 2 พระสูตร 10 เรื่องต่อด้วยหมวดธรรม 3 ประการ ได้แก่ ปุญญกิริยาวัตถุ 3 จักษุ 3 (มังสจักขุ-ทิพยจักขุ-ปัญญาจักขุ) อินทรีย์ 3 กาล 3 ทุจริต-สุจริต 3 ความสะอาด 3 ความเป็นมุนี 3 ทางกาย-วาจา-ใจ
  27. หน้า ๒๑๒–๒๒๑ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ 3 ว่าด้วยมิจฉาทิฐิและสัมมาทิฐิที่นำไปสู่นรกและสวรรค์ ธาตุเป็นที่สลัดออก 3 ประการ บุตร 3 จำพวก (อติชาต อนุชาต อวชาต) บุคคลเปรียบด้วยฝน 3 แบบ และธรรมที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมและไม่เสื่อมแก่พระเสขะ
  28. หน้า ๒๒๒–๒๓๑ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ 4 ว่าด้วยอกุศลวิตก 3 เสียงเทวดาที่สรรเสริญภิกษุผู้บวช ผู้เพียร และผู้บรรลุธรรม นิมิต 5 ก่อนเทวดาจุติ บุคคล 3 จำพวกผู้เกื้อกูลแก่โลก มลทินภายใน 3 (โลภ โทสะ โมหะ) และเรื่องพระเทวทัตต์ผู้ถูกอสัทธรรม 3 ครอบงำจนตกอบาย
  29. หน้า ๒๓๒–๒๔๑ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ 5 จบติกนิบาต ว่าด้วยความเลื่อมใสอันเลิศในพระรัตนตรัย การเลี้ยงชีพโดยธรรมของบรรพชิต ไฟ 3 กอง (ราคะ โทสะ โมหะ) ธรรมทานที่ประเสริฐกว่าอามิสทาน และวิชชา 3 อันทำให้เป็นพราหมณ์แท้ ปิดท้ายด้วยการจบติกนิบาตทั้งหมด
  30. หน้า ๒๔๒–๒๕๓ อิติวุตตกะ จตุกกนิบาต จบอิติวุตตกะ จตุกกนิบาต หมวดธรรมที่มี 4 ข้อ ไม่แบ่งเป็นวรรคย่อย รวม 13 สูตร ว่าด้วยปัจจัย 4 ที่มีโทษน้อยหาง่าย เหตุเกิดตัณหา 4 ประการ คุณของมารดาบิดาผู้เป็นดุจพรหม และพระคุณของพระตถาคตผู้ตรัสรู้แจ้งโลก ปิดท้ายด้วยการจบจตุกกนิบาตและจบอิติวุตตกะทั้งเล่ม
  31. หน้า ๒๕๔–๒๖๒ สุตตนิบาต อุรควรรคที่ 1 (1): อุรคสูตร-ธนิยสูตร-ขัคควิสาณสูตร เริ่มสุตตนิบาต อุรควรรคที่ 1 ด้วยอุรคสูตร (เปรียบภิกษุผู้ละราคะโทสะโมหะได้ดุจงูลอกคราบเก่า) ธนิยสูตร (บทสนทนาโต้ตอบกับนายโคบาลธนิยะริมฝั่งแม่น้ำมหี) และขัคควิสาณสูตรอันโด่งดัง (คาถาว่าด้วยการประพฤติตนอยู่ผู้เดียวดุจนอแรด)
  32. หน้า ๒๖๓–๒๗๒ สุตตนิบาต อุรควรรคที่ 1 (2): กสิภารทวาชสูตร-วสลสูตร ว่าด้วยกสิภารทวาชสูตร (พราหมณ์ผู้ไถนาตำหนิพระพุทธเจ้าว่าไม่ทำมาหากิน พระองค์ทรงแสดง "การไถด้วยธรรม") จุนทสูตร ปราภวสูตร (เหตุแห่งความเสื่อม 12 ประการ) และวสลสูตร (ลักษณะที่ทำให้บุคคลชื่อว่าเป็นคนเลว มิใช่ที่ชาติกำเนิด)
  33. หน้า ๒๗๒–๒๘๒ สุตตนิบาต อุรควรรคที่ 1 (3): เมตตสูตร-มุนีสูตร จบอุรควรรคที่ 1 ปิดท้ายอุรควรรคที่ 1 ด้วยเมตตสูตรอันโด่งดัง (การเจริญเมตตาแผ่ไปในสัตว์ทั้งปวง) เหมวตสูตร อาฬวกสูตร (พระพุทธเจ้าทรงทรมานอาฬวกยักษ์ด้วยปัญหาธรรม) วิชยสูตร และมุนีสูตร (ลักษณะของมุนีผู้ตัดกิเลส)
  34. หน้า ๒๘๓–๒๙๑ สุตตนิบาต จูฬวรรคที่ 2 (1): รตนสูตร-ธรรมจริยสูตร เริ่มจูฬวรรคที่ 2 ด้วยรตนสูตรอันโด่งดัง (พระปริตรว่าด้วยรัตนะคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) อามคันธสูตร หิริสูตร (ลักษณะมิตรแท้มิตรเทียม) มงคลสูตรอันโด่งดัง (38 อุดมมงคล) สูจิโลมสูตร และธรรมจริยสูตร
  35. หน้า ๒๙๑–๒๙๘ สุตตนิบาต จูฬวรรคที่ 2 (2): พราหมณธรรมิกสูตร-อุฏฐานสูตร ว่าด้วยพราหมณธรรมิกสูตร (พราหมณ์มหาศาลทูลถามธรรมเนียมพราหมณ์ในกาลก่อนเทียบปัจจุบัน) นาวาสูตร (การเลือกคบอาจารย์ผู้เป็นพหูสูต) กึสีลสูตร และอุฏฐานสูตร (คาถาเตือนให้ตื่นและบำเพ็ญเพียรไม่ประมาท)
  36. หน้า ๒๙๘–๓๐๗ สุตตนิบาต จูฬวรรคที่ 2 (3): ราหุลสูตร-ธรรมิกสูตร จบจูฬวรรคที่ 2 ปิดท้ายจูฬวรรคที่ 2 ด้วยราหุลสูตร (พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระราหุลเรื่องการละกามคุณ) วังคีสสูตร สัมมาปริพพาชนิยสูตร และธรรมิกสูตร (ธรรมิกอุบาสกทูลถามข้อปฏิบัติของสาวกทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์)
  37. หน้า ๓๐๘–๓๑๓ สุตตนิบาต มหาวรรคที่ 3 (1): ปัพพชาสูตร-สุภาษิตสูตร เริ่มมหาวรรคที่ 3 ด้วยปัพพชาสูตร (พระอานนท์กล่าวคาถาสรรเสริญการออกบวชของพระพุทธเจ้า) ปธานสูตร (บทสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับมารก่อนตรัสรู้) และสุภาษิตสูตร (องค์ 4 ของวาจาสุภาษิต)
  38. หน้า ๓๑๓–๓๒๑ สุตตนิบาต มหาวรรคที่ 3 (2): สุนทริกภารทวาชสูตร-มาฆสูตร ว่าด้วยสุนทริกภารทวาชสูตร (พราหมณ์บูชาไฟทูลถามชาติตระกูลก่อนถวายข้าวปายาส พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าความเป็นพราหมณ์แท้ไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด) และมาฆสูตร (มาฆมาณพทูลถามเรื่องทักขิไณยบุคคลและอานิสงส์ทาน)
  39. หน้า ๓๒๑–๓๒๘ สุตตนิบาต สภิยสูตร สภิยสูตร บทสนทนายาวที่สภิยปริพาชกทูลถามปัญหาธรรมหลายข้อซึ่งเจ้าลัทธิทั้งหกไม่อาจแก้ได้ จนพระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ปัญหาทั้งหมดและสภิยปริพาชกขอบรรพชา
  40. หน้า ๓๒๙–๓๓๖ สุตตนิบาต เสลสูตร และสัลลสูตร เสลพราหมณ์กับศิษย์ 300 คนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรวจดูมหาปุริสลักษณะ เกิดความเลื่อมใสขอบวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด จากนั้นสัลลสูตรแสดงคาถาว่าด้วยความไม่เที่ยงของชีวิตและการถอนลูกศรคือความเศร้าโศก
  41. หน้า ๓๓๗–๓๔๖ สุตตนิบาต วาเสฏฐสูตร และโกกาลิกสูตร วาเสฏฐมาณพและภารทวาชมาณพทูลถามว่าคนเป็นพราหมณ์เพราะชาติหรือกรรม พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรมมิใช่ชาติกำเนิด จากนั้นโกกาลิกสูตรเล่าเรื่องภิกษุโกกาลิกใส่ร้ายพระสารีบุตร-โมคคัลลานะ ตายไปเกิดในปทุมนรก
  42. หน้า ๓๔๖–๓๕๑ สุตตนิบาต นาลกสูตร เรื่องอสิตฤาษี (กาฬเทวิลดาบส) ทำนายพระโพธิสัตว์แรกประสูติแล้วสอนหลานชื่อนาลกะให้รอฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าในอนาคต นาลกะทูลถามปฏิปทาของมุนี พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีปฏิบัติของนักบวชผู้ถือบิณฑบาต
  43. หน้า ๓๕๑–๓๕๙ สุตตนิบาต ทวยตานุปัสสนาสูตร จบมหาวรรคที่ 3 พระพุทธเจ้าทรงแสดงการพิจารณาเห็นธรรมเป็นคู่ๆ (ทุกข์-เหตุเกิดทุกข์ และการดับทุกข์) แก่ภิกษุสงฆ์ในคืนวันเพ็ญที่บุพพาราม โดยประยุกต์ผ่านหลักปฏิจจสมุปบาททุกข้อ ปิดท้ายมหาวรรคที่ 3 ซึ่งรวม 12 สูตร
  44. หน้า ๓๖๐–๓๖๕ สุตตนิบาต อัฏฐกวรรคที่ 4: กามสูตร ถึง ปรมัฏฐกสูตร (1-5) ห้าสูตรแรกของอัฏฐกวรรคว่าด้วยโทษของกามคุณ, การติดอยู่ในถ้ำคือกาย, การไม่หวั่นไหวต่อคำติเตียนของผู้อื่น, ความบริสุทธิ์แท้ที่ไม่ได้มาจากทิฐิ, และโทษของการยึดถือทิฐิของตนว่าประเสริฐที่สุด
  45. หน้า ๓๖๕–๓๗๒ สุตตนิบาต อัฏฐกวรรคที่ 4: ชราสูตร ถึง มาคันทิยสูตร (6-9) ชราสูตรว่าด้วยความไม่เที่ยงของชีวิต, ติสสเมตเตยยสูตรว่าด้วยโทษของการเสพเมถุนธรรม, ปสูรสูตรว่าด้วยโทษของการทะเลาะวิวาทด้วยทิฐิ, และมาคันทิยสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธธิดาของมาคันทิยพราหมณ์ พร้อมแสดงว่าความบริสุทธิ์แท้มาจากความสงบภายใน
  46. หน้า ๓๗๒–๓๘๓ สุตตนิบาต อัฏฐกวรรคที่ 4: ปุราเภทสูตร ถึง มหาวิยูหสูตร (10-13) ปุราเภทสูตรว่าด้วยลักษณะของผู้สงบ, กลหวิวาทสูตรวิเคราะห์ต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทและความยึดติดทิฐิ, จูฬวิยูหสูตรและมหาวิยูหสูตรอภิปรายปัญหาความขัดแย้งทางทิฐิของสมณพราหมณ์ต่างๆ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว
  47. หน้า ๓๘๓–๓๙๐ สุตตนิบาต อัฏฐกวรรคที่ 4: ตุวฏกสูตร ถึง สารีปุตตสูตร (14-16) จบอัฏฐกวรรค ตุวฏกสูตรสอนข้อปฏิบัติของภิกษุผู้ต้องการดับกิเลสโดยเร็ว, อัตตทัณฑสูตรพรรณนาความสลดพระทัยที่ทรงเห็นมนุษย์ทะเลาะวิวาทกันดุจปลาในแอ่งน้ำน้อย, สารีปุตตสูตรที่พระสารีบุตรทูลถามข้อปฏิบัติของภิกษุผู้อยู่ป่า ปิดท้ายอัฏฐกวรรคที่ 4 ซึ่งรวม 16 สูตร
  48. หน้า ๓๙๑–๓๙๖ สุตตนิบาต ปรายนวรรคที่ 5: วัตถุกถา เรื่องราวเบื้องต้นของพราหมณ์พาวรีผู้ถูกพราหมณ์จอมปลอมขู่ว่า "ศีรษะจะแตก" เทวดาแนะให้ไปทูลถามพระพุทธเจ้า พาวรีจึงส่งศิษย์มาณพ 16 คนไปเฝ้าที่ปาสาณกเจดีย์ อชิตมาณพเป็นผู้แรกที่ทูลถามปัญหาด้วยใจแทนอาจารย์
  49. หน้า ๓๙๖–๔๐๑ สุตตนิบาต ปรายนวรรค ปัญหาที่ 1-4: อชิต ติสสเมตเตยย ปุณณก เมตตคู อชิตมาณพถามเรื่องโลกถูกอวิชชาห่อหุ้มและเครื่องกั้นกระแสตัณหา, ติสสเมตเตยยะถามถึงผู้ไม่หวั่นไหวในโลก, ปุณณกะถามเรื่องการบูชายัญของมนุษย์และทางข้ามพ้นชาติชรา, เมตตคูถามต้นเหตุแห่งทุกข์และธรรมเป็นเครื่องข้ามโอฆะ
  50. หน้า ๔๐๑–๔๐๖ สุตตนิบาต ปรายนวรรค ปัญหาที่ 5-8: โธตก อุปสีว นันท เหมก โธตกะขอให้ทรงสอนธรรมดับกิเลสด้วยพระองค์เอง, อุปสีวะถามเรื่องอากิญจัญญายตนสมาบัติและภาวะผู้ดับขันธ์, นันทะถามความหมายของ "มุนี" และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง, เหมกะถามธรรมเป็นเครื่องกำจัดตัณหาที่ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ
  51. หน้า ๔๐๖–๔๐๙ สุตตนิบาต ปรายนวรรค ปัญหาที่ 9-12: โตเทยย กัปป ชตุกัณณี ภัทราวุธ โตเทยยะถามลักษณะความหลุดพ้นของผู้ไม่มีกามตัณหาและความสงสัย, กัปปะทูลขอ "ที่พึ่ง" สำหรับผู้ถูกชราและมรณะครอบงำ (พระพุทธเจ้าตรัสว่าคือนิพพาน), ชตุกัณณีถามทางแห่งสันติ, ภัทราวุธถามธรรมที่ควรแสดงแก่มหาชนผู้มาประชุมฟัง
  52. หน้า ๔๐๙–๔๑๒ สุตตนิบาต ปรายนวรรค ปัญหาที่ 13-16: อุทย โปสาล โมฆราช ปิงคิย อุทยะถามธรรมทำลายอวิชชาและเหตุดับวิญญาณ, โปสาละถามญาณของผู้บรรลุอากิญจัญญายตนสมาบัติ, โมฆราชทูลถามครั้งที่สามว่าพิจารณาโลกอย่างไรจึงพ้นสายตามัจจุราช, ปิงคิยะผู้ชราทูลถามปัญหาสุดท้ายในสิบหกข้อว่าด้วยธรรมเป็นเครื่องละชาติชรา
  53. หน้า ๔๑๒–๔๑๘ สุตตนิบาต บทสรุปปรายนวรรค จบสุตตนิบาต หลังพยากรณ์ครบ 16 ปัญหา พระปิงคิยะเล่าถวายพราหมณ์พาวรีด้วยคาถาสรรเสริญพระพุทธคุณ พระพุทธเจ้าทรงเปล่งพระรัศมีปรากฏแก่ทั้งสอง จบปารายนวรรคที่ 5 ตามด้วยคาถาสรุปรวมพระสูตรทั้ง 4 วรรคของสุตตนิบาต ปิดด้วย "จบสุตตนิบาต" ซึ่งเป็นการจบเล่ม 25 โดยสมบูรณ์