ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๘ · ๓๑๘ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
-
หน้า ๑–๖
ปัญญาสนิบาต: นฬินิกาชาดก
ราชธิดานฬินิกาถูกพระบิดาส่งไปทำลายตบะของอิสิสิงคดาบสผู้บริสุทธิ์เพื่อแก้ภัยแล้ง แสดงพิษภัยของกามคุณที่ทำลายพรหมจรรย์และตบะของนักพรต
-
หน้า ๖–๑๓
ปัญญาสนิบาต: อุมมาทันตีชาดก
พระเจ้าสีวิราชทรงหลงใหลนางอุมมาทันตีภรรยาของอภิปารกเสนาบดี แต่ทรงชนะพระทัยด้วยธรรม ไม่ล่วงเกินภรรยาผู้อื่น แสดงการข่มใจและการปกครองโดยธรรมของกษัตริย์
-
หน้า ๑๓–๑๘
ปัญญาสนิบาต: มหาโพธิชาดก (จบปัญญาสนิบาตชาดก)
มหาโพธิปริพาชกโต้วาทะหักล้างลัทธิความเห็นผิดต่างๆ และแสดงปฏิปทาของผู้นำที่ตั้งอยู่ในธรรม ปิดท้ายปัญญาสนิบาต
-
หน้า ๑๙–๒๔
สัฏฐินิบาต: โสณกชาดก
พระเจ้าอรินทมะทรงตามหาโสณกะพระสหายเก่าซึ่งออกบวชเป็นปัจเจกพุทธเจ้า ได้สดับธรรมเรื่องความไม่ประมาทและการสละกาม แสดงคุณของการออกบวช เปิดหมวดสัฏฐินิบาต
-
หน้า ๒๔–๒๙
สัฏฐินิบาต: สังกิจจชาดก (จบสัฏฐินิบาตชาดก)
สังกิจจฤาษีแสดงธรรมและอธรรมแก่พระเจ้าพรหมทัตต์ พรรณนาผลของบาปกรรมและนรกต่างๆ เตือนให้ละอธรรมและตั้งมั่นในธรรม ปิดท้ายสัฏฐินิบาต
-
หน้า ๓๐–๓๗
สัตตตินิบาต: กุสชาดก
พระเจ้ากุสราชผู้มีรูปชั่วแต่ทรงปัญญา ทรงลุ่มหลงรูปโฉมนางประภาวดี ทรงยอมลำบากติดตามจนได้นางกลับคืน แสดงอานุภาพของความเพียรและความอดทน เปิดหมวดสัตตตินิบาต
-
หน้า ๓๘–๔๖
สัตตตินิบาต: โสณนันทชาดก (จบสัตตตินิบาตชาดก)
พระเจ้ามโนชะเสด็จไปขอขมาโทษโสณดาบส เรื่องสองพี่น้องโสณะและนันทะผู้บำเพ็ญตบะและกตัญญูปรนนิบัติบิดามารดา แสดงคุณของความกตัญญูและการเลี้ยงดูบิดามารดา ปิดท้ายสัตตตินิบาต
-
หน้า ๔๗–๕๔
อสีตินิบาต: จุลลหังสชาดก
พระยาหงส์ธตรฐติดบ่วงนายพราน สุมุขหงส์ผู้เป็นเสนาบดียอมสละชีวิตไม่ทิ้งนายในยามมีภัย นายพรานเลื่อมใสจึงปล่อยและนำไปเฝ้าพระราชา สอนเรื่องความจงรักภักดีและคุณของกัลยาณมิตร
-
หน้า ๕๔–๖๓
อสีตินิบาต: มหาหังสชาดก
ชาดกสำนวนยาวว่าด้วยหงส์สุมุขะไม่ละทิ้งพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง แสดงความกล้าหาญเสียสละของมิตรแท้ และการแสดงธรรมถวายพระเจ้ากาสีจนทรงเลื่อมใสปล่อยหงส์ทั้งสอง
-
หน้า ๖๓–๗๕
อสีตินิบาต: สุธาโภชนชาดก
โกสิยเศรษฐีผู้ตระหนี่ ท้าวสักกะและเหล่าเทพจำแลงมาโปรดสอนเรื่องการให้ทานและแบ่งปัน จนเศรษฐีละความตระหนี่ แสดงอานิสงส์ของทานเหนือการบริโภคผู้เดียว
-
หน้า ๗๕–๘๘
อสีตินิบาต: กุณาลชาดก
นกดุเหว่ากุณาละ (พระโพธิสัตว์) แสดงโทษและมายาของหญิงแก่พญานก และสรรเสริญคุณของการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ไม่ตกอยู่ในอำนาจของกาม
-
หน้า ๘๘–๑๐๑
อสีตินิบาต: มหาสุตโสมชาดก (จบอสีตินิบาตชาดก)
พระเจ้าสุตโสม (พระโพธิสัตว์) ผู้รักษาสัจจะ ยอมกลับไปหาโจรโปริสาทผู้เสวยเนื้อมนุษย์ตามคำสัญญา แล้วแสดงธรรมทรมานให้โปริสาทเลิกกินคน เน้นคุณของการรักษาคำสัตย์ ปิดท้ายอสีตินิบาต
-
หน้า ๑๐๒–๑๑๒
มหานิบาต: ๑. เตมิยชาดก (เตมีย์ใบ้ — บำเพ็ญเนกขัมมบารมี)
พระเตมีย์ราชกุมารทรงระลึกชาติได้ว่าการครองราชสมบัติเป็นเหตุให้ต้องทำบาปกรรมและตกนรก จึงแกล้งทำเป็นใบ้ ง่อยเปลี้ย และหูหนวกตลอด 16 ปีเพื่อหลีกเลี่ยงราชสมบัติ เมื่อพระราชาสั่งให้นายสารถีนำไปฝังในป่า พระองค์จึงแสดงพระองค์แล้วเสด็จออกบวช ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี
-
หน้า ๑๑๒–๑๒๔
มหานิบาต: ๒. มหาชนกชาดก (บำเพ็ญวิริยบารมี)
พระมหาชนกเสด็จลงเรือเพื่อไปค้าขายทางทะเล เรืออับปางกลางมหาสมุทร พระองค์ทรงว่ายน้ำด้วยความเพียรไม่ท้อถอยอยู่ 7 วัน 7 คืนแม้มองไม่เห็นฝั่ง จนนางมณีเมขลาเทพธิดามาช่วยพาขึ้นฝั่ง ทรงเป็นแบบอย่างของวิริยบารมี
-
หน้า ๑๒๔–๑๓๓
มหานิบาต: ๓. สุวรรณสามชาดก (พระสุวรรณสาม — บำเพ็ญเมตตาบารมี)
สุวรรณสามเลี้ยงดูบิดามารดาผู้ตาบอดด้วยความกตัญญูและแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์จนสัตว์ป่าไม่ทำร้าย พระเจ้าปิลยักขราชยิงธนูอาบยาพิษถูกสุวรรณสามขณะตักน้ำ ด้วยอานุภาพแห่งเมตตาและคำสัตย์ของบิดามารดา สุวรรณสามจึงฟื้นคืน
-
หน้า ๑๓๔–๑๔๙
มหานิบาต: ๔. เนมิราชชาดก (บำเพ็ญอธิษฐานบารมี)
พระเจ้าเนมิราชทรงบำเพ็ญทานและรักษาศีลอย่างมั่นคงจนเลื่องลือถึงสวรรค์ ท้าวสักกะจึงส่งมาตลีเทพสารถีนำราชรถทิพย์มาเชิญเสด็จ พาทอดพระเนตรทั้งนรกที่สัตว์ผู้ทำบาปได้รับทุกข์และสวรรค์ที่ผู้ทำบุญได้เสวยสุข แล้วเสด็จกลับมาครองราชย์
-
หน้า ๑๔๙–๑๖๗
มหานิบาต: ๕. มโหสถชาดก (มโหสถบัณฑิต — บำเพ็ญปัญญาบารมี)
มโหสถบัณฑิตเป็นราชบัณฑิตของพระเจ้าวิเทหราชผู้มีปัญญาเฉียบแหลมมาแต่เยาว์วัย สามารถแก้ปัญหายากและตัดสินคดีความด้วยอุบายอันชาญฉลาด ทรงเอาชนะกลศึกของพระเจ้าจุลนีพรหมทัตและอาจารย์เกวัฏ ปลดเปลื้องพระราชาและมหาชนจากเงื้อมมือศัตรู
-
หน้า ๑๖๗–๑๘๓
มหานิบาต: ๖. ภูริทัตชาดก (ภูริทัตนาคราช — บำเพ็ญศีลบารมี)
พญานาคภูริทัตผู้ทรงยศ ละทิ้งสมบัติในนาคพิภพขึ้นมาอธิษฐานรักษาอุโบสถศีลบนจอมปลวกริมฝั่งน้ำ ยอมสละชีวิตไม่ยอมทำลายศีล ถูกหมองูอาลัมพายน์จับพิษจับตัวไปทรมานและบังคับให้เล่นแสดง ภูริทัตอดกลั้นความเจ็บปวดด้วยความไม่โกรธ จนพระญาตินาคออกติดตามมาช่วยให้พ้นภัย
-
หน้า ๑๘๓–๑๙๙
มหานิบาต: ๗. จันทกุมารชาดก (บำเพ็ญขันติบารมี)
พระจันทกุมารพระโอรสของพระเจ้าเอกราช ทรงถูกกัณฑหาลพราหมณ์ปุโรหิตผู้ผูกอาฆาตยุยงพระบิดาให้จัดพิธีบูชายัญด้วยพระราชโอรส พระราชธิดา พระมเหสีและสัตว์ทั้งหลาย พระจันทกุมารทรงอดทนอดกลั้นต่อมรณภัยด้วยขันติธรรม จนท้าวสักกะเสด็จมาขัดขวางทำลายพิธี ราชสมบัติกลับคืนสู่ธรรม
-
หน้า ๑๙๙–๒๑๕
มหานิบาต: ๘. มหานารทกัสสปชาดก (บำเพ็ญอุเบกขาบารมี)
พระเจ้าอังคติราชแห่งวิเทหรัฐหลงเชื่อคุณาชีวกนักบวชเปลือยผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิว่าบุญบาปไม่มี จึงละเลิกการบำเพ็ญกุศล พระนางรุจาราชธิดาทูลเตือนแต่ไม่สำเร็จ นารทมหาพรหมโพธิสัตว์จึงเสด็จลงมาแสดงธรรมปราบทิฏฐิผิดของพระราชาให้กลับตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิ
-
หน้า ๒๑๕–๒๔๘
มหานิบาต: ๙. วิธุรชาดก (วิธุรบัณฑิต — บำเพ็ญสัจจบารมี)
นางวิมลาพระมเหสีท้าววรุณนาคราชปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต อำมาตย์ผู้ทรงธรรมของพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ ปุณณกยักษ์รับอาสาเล่นสะกาชนะพระราชาได้ตัววิธุรบัณฑิตมาแล้วพาเหาะไปหมายจะฆ่าชิงดวงใจ วิธุรบัณฑิตไม่สะดุ้งกลัว แสดงธรรมจนปุณณกะเลื่อมใส พาไปนาคพิภพและได้ครองนางอิรันทตีในที่สุด
-
หน้า ๒๔๘–๒๔๙
มหานิบาต: ๑๐. เวสสันดรชาดก — ทศพร
พระนางผุสดีเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก่อนจะจุติลงมาเกิด ทูลขอพร 10 ประการจากท้าวสักกะ เพื่อจะได้ไปบังเกิดเป็นอัครมเหสีพระเจ้าสีวิราชและเป็นพระมารดาของพระโพธิสัตว์เวสสันดร
-
หน้า ๒๕๐–๒๕๖
เวสสันดรชาดก: หิมพานต์
พระเวสสันดรประสูติกลางถนนย่านพ่อค้าในกรุงเชตุดร เมื่อทรงเจริญวัยได้พระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์ (ช้างเผือกผู้บันดาลฝน) แก่พราหมณ์เมืองกลิงคะ ชาวสีพีขัดเคืองจึงทูลพระเจ้าสญชัยให้เนรเทศพระองค์ไปเขาวงกต
-
หน้า ๒๕๖–๒๖๗
เวสสันดรชาดก: ทานกัณฑ์
ก่อนออกจากพระนคร พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญสัตตสดกมหาทาน (บริจาคช้าง ม้า รถ ทาส ทาสี โคนม อย่างละ 700) พระนางมัทรีทูลขอตามเสด็จพร้อมสองพระกุมาร แล้วกราบลาพระชนกชนนี
-
หน้า ๒๖๗–๒๗๑
เวสสันดรชาดก: วนปเวสน์
สี่กษัตริย์เสด็จออกจากกรุงสีพีด้วยราชรถ ระหว่างทางพระราชทานม้าและรถแก่พราหมณ์จนต้องเสด็จดำเนินด้วยพระบาท ผ่านแคว้นเจตรัฐเข้าสู่ป่า ประทับ ณ อาศรมบนเขาวงกตที่เทพนิรมิตถวาย
-
หน้า ๒๗๑–๒๗๕
เวสสันดรชาดก: ชูชก
พราหมณ์เฒ่าชูชกแห่งกลิงครัฐได้นางอมิตตดาสาวมาเป็นภรรยา นางถูกหญิงชาวบ้านเยาะเย้ยจึงยุให้ชูชกไปทูลขอสองพระกุมารชาลี-กัณหามาเป็นทาสรับใช้ ชูชกออกเดินทางไปพบเจตบุตรพรานเฝ้าด่านป่า
-
หน้า ๒๗๖–๒๗๙
เวสสันดรชาดก: จุลพน
ชูชกลวงเจตบุตรพรานว่าตนเป็นราชทูตของพระเจ้าสญชัย เจตบุตรจึงถวายเสบียงและบอกทางเข้าป่าเล็ก (จุลพน) มุ่งสู่อาศรมของอจุตฤาษี
-
หน้า ๒๗๙–๒๘๕
เวสสันดรชาดก: มหาพน
ชูชกพบอจุตฤาษี ลวงถามทางเช่นเดิม อจุตฤาษีพรรณนาเส้นทางผ่านป่าใหญ่ (มหาพน) และความงามของเขาวงกตโดยละเอียด แล้วชี้ทางไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร
-
หน้า ๒๘๕–๒๙๓
เวสสันดรชาดก: กุมาร (ทารกบรรพ)
ชูชกเข้าเฝ้าทูลขอสองพระกุมาร พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญบุตรทานพระราชทานชาลีและกัณหาแก่ชูชก ชูชกผูกมัดเฆี่ยนตีลากสองกุมารไป สองกุมารคร่ำครวญอาลัยพระบิดาและพระมารดา
-
หน้า ๒๙๓–๓๐๑
เวสสันดรชาดก: มัทรี
เทวดาแปลงเป็นราชสีห์และเสือขวางทางมิให้พระนางมัทรีกลับทันเวลา เมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบสองพระโอรส พระนางออกตามหาคร่ำครวญทั่วป่าจนสิ้นสติ ครั้นฟื้น พระเวสสันดรตรัสบอกว่าได้พระราชทานลูกเป็นทานแล้ว พระนางทรงอนุโมทนา
-
หน้า ๓๐๑–๓๐๔
เวสสันดรชาดก: สักกบรรพ
ท้าวสักกะแปลงเพศเป็นพราหมณ์มาทูลขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญทารทาน (ให้ภรรยาเป็นทาน) ท้าวสักกะจึงถวายพระนางมัทรีคืนและประทานพร 8 ประการ
-
หน้า ๓๐๔–๓๑๑
เวสสันดรชาดก: มหาราช
ชูชกพาสองพระกุมารหลงทางไปถึงกรุงสีพี พระเจ้าสญชัยทรงไถ่พระนัดดาด้วยทรัพย์จำนวนมาก ชูชกบริโภคอาหารเกินขนาดถึงแก่ความตาย พระเจ้าสญชัยทรงจัดกระบวนทัพเสด็จไปรับพระเวสสันดรกลับพระนคร
-
หน้า ๓๑๑–๓๑๓
เวสสันดรชาดก: ฉกษัตริย์
กษัตริย์ทั้งหกพระองค์ (พระเวสสันดร พระนางมัทรี พระเจ้าสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา) ทรงพบกันพร้อมหน้าในป่า ต่างทรงวิสัญญีสลบด้วยกำลังความปีติ เกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมา
-
หน้า ๓๑๔–๓๑๘
เวสสันดรชาดก: นครกัณฑ์ (จบมหาเวสสันตรชาดก จบมหานิบาตชาดก จบเล่ม ๒๘)
พระเจ้าสญชัยทรงขอขมาและอภิเษกพระเวสสันดรขึ้นครองราชย์ เสด็จกลับกรุงเชตุดรโดยราชขบวน มหาชนรับเสด็จ ทรงปล่อยสัตว์และบำเพ็ญมหาทานต่อ จบด้วยพระเวสสันดรสวรรคตเสด็จสู่สวรรค์ จบมหาเวสสันตรชาดกและมหานิบาตชาดก
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐