ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก

ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๓๓ · ๔๐๘ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๖ ภัททาลิกวรรคที่ 42 อปทาน 10 เรื่องหลากหลายธีม ไม่เน้นหัวข้อเดียว มีทั้งการสร้างมณฑป กั้นเศวตฉัตร ถวายดอกไม้บูชา ถวายเนื้อผสมน้ำผึ้ง ถวายข้าวต้ม จุดประทีปบูชา และทำตั่งถวายสงฆ์โดยคนวรรณะจัณฑาล ไม่พบชื่อพระเถระที่มีชื่อเสียงทั่วไป
  2. หน้า ๑๗–๒๙ สกิงสัมมัชชกวรรคที่ 43 อปทานแรกตรงชื่อวรรค คือกวาดลานพระศรีมหาโพธิ์ครั้งเดียว ที่เหลือหลากหลาย เช่น ถวายผ้าผืนเดียว แต่งอาสนะถวาย ถวายดอกกระทุ่มแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า 7 องค์ ฟังธรรมครั้งเดียว ถวายข้าวใหม่ ถวายกะดึงทองที่สถูป และถวายกระโหลกน้ำเต้าตักน้ำ
  3. หน้า ๓๐–๓๗ เอกวิหาริวรรคที่ 44 อปทานแรกตรงชื่อวรรค คือฟังธรรมแล้วออกไปอยู่ป่าแต่ผู้เดียว ที่เหลือเป็นการถวายผลไม้/ของบูชาเล็กน้อย เช่น เป่าสังข์บูชาไม้โพธิ์ เลื่อมใสในปาฏิหาริย์พิณลอยตัว ถวายลูกสมอเป็นเภสัช และถวายชิ้นมะม่วงในอดีตชาติที่เป็นพญาช้าง
  4. หน้า ๓๘–๔๔ วิเภทกิวรรคที่ 45 อปทานแรกตรงชื่อวรรค คือถวายเมล็ดพืชสมอพิเภกแด่พระกกุสันธะ ที่เหลือเป็นกลุ่มถวายผลไม้/เมล็ดพืชป่า (พุทรา มะตูม ลูกรกฟ้า ดอกผักตบ ดอกมะกอก) สลับกับกลุ่มถวายสิ่งปลูกสร้าง/เครื่องใช้ (อาสนะทอง ตั่งรองเท้า ไพรทีที่โพธิพฤกษ์)
  5. หน้า ๔๕–๕๐ ชคติทายกวรรคที่ 46 อปทานแรกตรงชื่อวรรค คือพรวนดินโคนต้นโพธิ์พระธัมมทัสสี ที่เหลือหลากหลาย เช่น ถวายกำหางนกยูง ทำคบเพลิงบูชาไม้โพธิ์ ถวายการนวดเท้า กั้นร่มขาวถวาย ปิดท้ายด้วยกลุ่มถวายดอกไม้/ของหอมบูชาจิตกาธารเมื่อพระปทุมุตรพุทธเจ้าปรินิพพาน
  6. หน้า ๕๑–๕๗ สาลปุปผิวรรคที่ 47 อปทาน 10 เรื่องเรื่องดอกไม้/ของหอมบูชาที่จิตกาธาร สร้างสะพาน ถวายผลไม้ มีเรื่องเด่นคือพระสยัมปฏิภาณิยเถระผู้เปล่งวาจาสรรเสริญพระพุทธเจ้าเองโดยฉับพลัน และพระนิมิตตพยากรณิยเถระผู้เป็นอาจารย์ 5,400 ศิษย์ที่ทำนายการประสูติของพระพุทธเจ้าจากแผ่นดินไหว
  7. หน้า ๕๘–๖๕ นฬมาลิวรรคที่ 48 อปทาน 10 เรื่องของถวายเล็กน้อย (พวงมาลัยกก หญ้าคา ดอกบุนนาค ข้าวต้ม ผลไม้) เรื่องเด่นคือพระมณิปูชกเถระผู้ถวายเพชรพลอยหัวแด่พระปทุมุตระ และพระอุกกาสติกเถระผู้ถือคบเพลิงร้อยดวงรอบพระพุทธเจ้าโกสิกะ 7 วันจนได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  8. หน้า ๖๖–๘๓ ปังสุกูลวรรคที่ 49 ยืนยัน 10 อปทานเท่าวรรคอื่นแต่แต่ละเรื่องยาวกว่าปกติมาก เรื่องเด่นคือพระธัมมรุจิเถระผู้มีบุพกรรมซับซ้อน (ฆ่ามารดาแล้วตกนรกอเวจี เกิดเป็นปลายักษ์ แล้วเป็นมนุษย์บรรลุอรหัตต์เมื่ออายุ 7 ขวบ) และพระสาลมัณฑปิยเถระผู้สร้างมณฑปดอกสาละถวาย 7 วัน
  9. หน้า ๘๔–๙๓ กิงกณิปุปผวรรคที่ 50 (จบทสกะที่ 50) อปทาน 10 เรื่องบูชาดอกกิงกณิ ผ้าบังสุกุล รอยพระพุทธบาท เรื่องเด่นคือพระปุฬินถูปิยเถระผู้สร้างสถูปทรายบูชาทุกวันตลอดชีวิต วรรคนี้ปิดท้ายหน้าสรุปหมวดทสกะที่ 50 (10 วรรค 41-50 รวม 1,582 คาถา)
  10. หน้า ๙๔–๑๐๑ กณิการวรรคที่ 51 เปิดด้วยพระตีณิกณิการปุปผิยเถระ วิทยาธรผู้ถวายดอกกรรณิการ์ 3 ดอกแด่พระสุเมธพุทธเจ้า ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มถวายผลไม้ต่างชนิด (มะยม มะม่วง มะนาว/ส้มโอ ตาล มะพร้าว) แด่พระพุทธเจ้าองค์ต่างๆ
  11. หน้า ๑๐๒–๑๐๘ ผลทายกวรรคที่ 52 ต่อเนื่องธีมถวายผลไม้/ดอกไม้ (มะเกลือ มะขวิด ดอกเกด) มีพระโฆสสัญญกเถระ อดีตพรานที่ศรัทธาเพียงจากการฟังพระสุรเสียงพระพุทธเจ้าสิขี และพระสัพพผลทายกเถระ พราหมณ์วรุณผู้ถวายผลไม้เต็มตะกร้าแด่พระปทุมุตระและสงฆ์
  12. หน้า ๑๐๙–๑๑๙ ติณทายกวรรคที่ 53 เปิดด้วยการถวายหญ้า/กระท่อมหญ้า มีพระติณมุฏฐิทายกเถระอดีตพรานถวายหญ้ากำมือหนึ่งแล้วถูกสิงโตฆ่า และพระสรณคมนิยเถระผู้รับไตรสรณคมน์ขณะเรือจะจม ปิดท้ายด้วยพระสุคันธเถระผู้สรรเสริญพระพุทธเจ้ากัสสปะด้วยฉายานามนับสิบยาว 3 หน้าเต็ม
  13. หน้า ๑๒๐–๑๒๘ กัจจายนวรรคที่ 54 (1): มหากัจจายนะ วักกลิ และมหากัปปินะ พระมหากัจจายนเถระ ต้นเหตุแห่งเอตทัคคะด้านอธิบายธรรมโดยพิสดาร พระวักกลิเถระ ผู้เลิศทางศรัทธา ได้รับพระดำรัส "ผู้เห็นธรรมชื่อว่าเห็นเรา" และพระมหากัปปินะ อดีตราชาผู้ข้ามแม่น้ำด้วยสัจจวาจาแล้วบวชพร้อมบริวารหนึ่งพันคน
  14. หน้า ๑๒๙–๑๓๗ กัจจายนวรรคที่ 54 (2): ทัพพมัลลบุตร กุมารกัสสปะ และพาหิยะ พระทัพพมัลลบุตรเถระ เอตทัคคะด้านแต่งตั้งเสนาสนะ พระกุมารกัสสปเถระ เอตทัคคะด้านแสดงธรรมกถาวิจิตร (มารดาเป็นภิกษุณีตั้งครรภ์) และพระพาหิยเถระ ผู้รอดจากเรืออับปาง ฟังธรรมสุญญตาแล้วบรรลุอรหัตต์ทันทีก่อนถูกแม่วัวขวิดตาย
  15. หน้า ๑๓๘–๑๔๓ กัจจายนวรรคที่ 54 (3): มหาโกฏฐิตะ และอุรุเวลกัสสปะ พระมหาโกฏฐิตเถระ เอตทัคคะด้านปฏิสัมภิทา และพระอุรุเวลกัสสปเถระ หนึ่งในสามพี่น้องชฎิลบูชาไฟผู้เปลี่ยนใจมานับถือพระพุทธศาสนาหลังทรงแสดงปาฏิหาริย์ พร้อมศิษย์นับพัน
  16. หน้า ๑๔๔–๑๔๘ กัจจายนวรรคที่ 54 (4, จบ): ราธะ และโมฆราช พระราธเถระ ยาจกชราที่ไม่มีใครยอมบวชให้จนพระสารีบุตรระลึกถึงบุญคุณทัพพีข้าวแล้วบวชให้ และพระโมฆราชเถระ เจ้าชายเป็นโรคเรื้อน ศิษย์พราหมณ์พาวรี ทูลถามปัญหาจนได้คาถา "พิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของว่างเปล่า"
  17. หน้า ๑๔๙–๑๕๕ ภัททิยวรรคที่ 55 (1): ลกุณฏกภัททิยะ กังขาเรวตะ และสีวลี พระลกุณฏกภัททิยเถระ เอตทัคคะด้านเสียงไพเราะ พระกังขาเรวตเถระ เอตทัคคะด้านฌาน และพระสีวลีเถระ เอตทัคคะด้านลาภมาก (ผู้มีเรื่องเด่นคืออยู่ในครรภ์นานถึง 7 ปี)
  18. หน้า ๑๕๖–๑๖๔ ภัททิยวรรคที่ 55 (2): วังคีสะ นันทกะ และกาฬุทายี พระวังคีสเถระ เอตทัคคะด้านปฏิภาณ/กวี พระนันทกเถระ เอตทัคคะด้านโอวาทภิกษุณี และพระกาฬุทายีเถระ เอตทัคคะด้านทำสกุลให้เลื่อมใส ผู้เป็นสหายวัยเยาว์ที่พระเจ้าสุทโธทนะทรงส่งไปทูลเชิญพระพุทธเจ้ากลับกรุงกบิลพัสดุ์
  19. หน้า ๑๖๕–๑๗๐ ภัททิยวรรคที่ 55 (3): อภยะ โลมสติยะ และวนวัจฉะ พระอภยเถระ โอรสพระเจ้าพิมพิสาร พระโลมสติยเถระ ผู้เกี่ยวข้องกับภัทเทกรัตตสูตร และพระวนวัจฉเถระ ฤาษีผู้อยู่ป่าเป็นวัตร
  20. หน้า ๑๗๑–๑๗๔ ภัททิยวรรคที่ 55 (4, จบ): จูฬสุคันธะ (จบพุทธาปทาน ปัจเจกพุทธาปทาน และเถราปทานทั้งหมด) พระจูฬสุคันธเถระ ผู้มีกายหอม ปิดท้ายด้วยดัชนีสรุปวรรคและหน้าสรุปรวมยอด 5 วรรคสุดท้าย (กณิการ ผลทายก ติณทายก กัจจายนะ ภัททิยะ) พร้อมข้อความปิดท้ายว่า "จบพุทธาปทาน ปัจเจกพุทธาปทาน และเถราปทานแต่เท่านี้" อันเป็นจุดจบของอปทานฝ่ายพระภิกษุทั้งหมด
  21. หน้า ๑๗๕–๑๘๕ สุเมธาวรรคที่ 1 (เถรีอปทาน เริ่มต้น) เปิดต้นเถรีอปทานด้วยประโยค "ลำดับนี้จงสดับอปทานของพระเถรีต่อไป" เรื่องแรกคือสุเมธาเถริยาปทาน ยาวและพิสดารที่สุดในวรรค เล่าบุพจริยาหลายภพชาติร่วมกับพระเขมาและเพื่อนสหาย รวมถึงเป็นพระราชธิดาสหายกับธิดา 7 องค์ของพระเจ้ากิกีสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า อีก 9 เรื่องสั้นกว่าตามแบบแผนถวายของเล็กน้อย เช่น สายสะอิ้ง มณฑป ดอกอุบล ภิกษาหนึ่งทัพพี
  22. หน้า ๑๘๖–๑๙๒ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (1): 6 เรื่องเบ็ดเตล็ด หกอปทานเรื่องสั้นเปิดวรรค: รักษาอุโบสถครั้งเดียว ถวายดอกสน ถวายขนม ถวายอาสนะ จุดประทีป 5 ดวง และถวายดอกอ้อ ก่อนเข้าสู่กลุ่มเถรีเอตทัคคะผู้มีชื่อเสียง 4 องค์ในหน้าถัดไป
  23. หน้า ๑๙๓–๒๐๐ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (2): มหาปชาบดีโคตมีเถรี ตอนต้น เริ่มมหาปชาบดีโคตมีเถริยาปทาน พระมาตุจฉาของพระพุทธเจ้าและภิกษุณีรูปแรก ทรงตัดสินพระทัยปรินิพพานพร้อมภิกษุณี 500 องค์ กราบทูลลาพระพุทธเจ้า สนทนากับพระอานนท์ และสั่งสอนอุบาสิกาก่อนถึงวาระสุดท้าย
  24. หน้า ๒๐๑–๒๐๙ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (3): มหาปชาบดีโคตมีเถรี ตอนปลาย (จบ) พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้แสดงฤทธิ์ พระนางเล่าบุพกรรมสมัยพระปทุมุตระที่ถวายมหาทาน 7 วันและตั้งความปรารถนาเป็นเอตทัคคะฝ่ายรัตตัญญู ภิกษุณีอื่นแสดงฤทธิ์ ฉากปรินิพพานและถวายพระเพลิงอันยิ่งใหญ่
  25. หน้า ๒๑๐–๒๑๗ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (4): เขมาเถรี พระเขมาเถรี เอตทัคคะฝ่ายมีปัญญามาก อดีตมเหสีพระเจ้าพิมพิสารผู้ยึดติดความงาม ทรงเห็นนิมิตหญิงสาวกลายเป็นหญิงชราที่วัดเวฬุวัน (พระพุทธเจ้าทรงเนรมิต) จนสลดใจฟังมหานิทานสูตรแล้วบรรลุอรหัตตผล
  26. หน้า ๒๑๘–๒๒๔ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (5): อุบลวรรณาเถรี พระอุบลวรรณาเถรี เอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์ อดีตนางนาคกัญญาวิมลาผู้ถวายมหาทานแด่พระปทุมุตระ แสดงฤทธิ์อันมหัศจรรย์เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้า (กำน้ำมหาสมุทรในฝ่ามือ พลิกแผ่นดิน) และเอาชนะมารด้วยธรรมะ
  27. หน้า ๒๒๕–๒๒๘ เอกุโปสถวรรคที่ 2 (6, จบ): ปฏาจาราเถรี พระปฏาจาราเถรี เอตทัคคะฝ่ายทรงพระวินัย เรื่องราวโด่งดังคือสูญเสียสามี บุตรทั้งสอง และบิดามารดาพี่ชายในคราวเดียวกันจนสิ้นหวัง พระพุทธเจ้าทรงปลอบและแสดงธรรมเรื่องอนิจจังจนบรรลุโสดาปัตติผลแล้วอรหัตตผลในเวลาต่อมา
  28. หน้า ๒๒๙–๒๓๕ กุณฑลเกสวรรคที่ 3 (1): กุณฑลเกสี และกิสาโคตมี พระภัททากุณฑลเกสาเถรี เอตทัคคะฝ่ายตรัสรู้ไว อดีตหลอกผลักโจรสามีตกเหวก่อนบวช และพระกิสาโคตมีเถรี เอตทัคคะฝ่ายทรงจีวรเศร้าหมอง เรื่อง "เมล็ดพันธุ์ผักกาด" อันโด่งดังจากการเสียบุตรชาย
  29. หน้า ๒๓๖–๒๔๔ กุณฑลเกสวรรคที่ 3 (2): ธรรมทินนา สกุลา และนันทา พระธรรมทินนาเถรี เอตทัคคะฝ่ายธรรมกถึก อดีตภรรยาวิสาขอุบาสก พระสกุลาเถรี เอตทัคคะฝ่ายทิพยจักษุ และพระนันทาเถรี (รูปนันทา) เอตทัคคะฝ่ายฌาน พระขนิษฐาต่างมารดาของพระพุทธเจ้าผู้บรรลุธรรมหลังเห็นนิมิตความชราของหญิงงาม
  30. หน้า ๒๔๕–๒๕๒ กุณฑลเกสวรรคที่ 3 (3): โสณา และภัททกาปิลานี พระโสณาเถรี เอตทัคคะฝ่ายปรารภความเพียร มีบุตร 10 คนออกบวชตามสามีในวัยชรา และพระภัททกาปิลานีเถรี ภรรยาพระมหากัสสปะ ทั้งคู่เห็นทุกข์ของชีวิตคฤหัสถ์พร้อมกันจึงสละทรัพย์ออกบวชพร้อมกัน
  31. หน้า ๒๕๓–๒๕๙ กุณฑลเกสวรรคที่ 3 (4): ยโสธราเถรี พระยโสธราเถรี อดีตพระชายาของพระพุทธเจ้า พระมารดาของพระราหุล เรื่องยาวและวิจิตรที่สุดในวรรค เป็นฉากอำลาพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ 78 ปี แสดงฤทธิ์อภินิหารและย้อนเล่าบุพกรรมร่วมบำเพ็ญบารมีคู่กับพระโพธิสัตว์ตั้งแต่สมัยพระทีปังกรพุทธเจ้า
  32. หน้า ๒๖๐–๒๖๖ กุณฑลเกสวรรคที่ 3 (5, จบ): เถรี 10,000 และ 18,000 รูป อปทานหมู่ของคณะเจ้าหญิงศากยะที่ออกบวชตามพระนางยโสธรา แสดงฤทธิ์และกล่าวคาถาทูลลาปรินิพพานร่วมกัน ปิดท้ายวรรคที่ 3
  33. หน้า ๒๖๗–๒๘๕ ขัตติยกัญญาวรรคที่ 4 (จบเถรีอปทานและอปทานทั้งหมด) วรรคสุดท้ายของเถรีอปทาน รวมเรื่องเถรีขัตติยกัญญา 18,000 องค์และธิดาพราหมณ์ 84,000 องค์ที่ออกบวชพร้อมกัน ตามด้วยเรื่องเฉพาะบุคคล เช่น พระอัมพปาลีเถรี (อดีตนางคณิกาชื่อดังแห่งเวสาลี) และพระอัฑฒกาสีเถรี แสดงว่าไม่ว่าชาติกำเนิดสูงหรือต่ำก็บรรลุอรหัตตผลได้เสมอกัน ปิดท้ายด้วยคำว่า "จบอปทาน" อันเป็นจุดจบของคัมภีร์อปทานทั้งเล่ม (ทั้งเถรและเถรี)
  34. หน้า ๒๘๖–๒๙๔ พุทธวงศ์ (1): รัตนจงกรมกัณฑ์ พระพุทธเจ้าโคดมทรงเนรมิตที่จงกรมแก้วลอยกลางอากาศเหนือยอดเขาสิเนรุแสดงพุทธานุภาพ พระสารีบุตรนำภิกษุ 500 รูปเข้าเฝ้าทูลถามถึงที่มาแห่งบารมีและอภินิหารของพระองค์ เป็นฉากเปิดเรื่องก่อนพระพุทธเจ้าจะทรงย้อนเล่าอดีตชาติเป็นสุเมธดาบส
  35. หน้า ๒๙๕–๓๐๒ พุทธวงศ์ (2): สุเมธดาบสพบพระทีปังกรพุทธเจ้า สุเมธดาบสพราหมณ์ผู้สละทรัพย์สมบัติออกบวชแสวงหาความหลุดพ้น เมื่อทราบข่าวพระทีปังกรพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาจึงทอดร่างตนเองปูผมและหนังเสือลาดเปือกตมให้พระพุทธเจ้าและสงฆ์เหยียบข้าม ตั้งจิตปรารถนาพุทธภูมิแทนอรหัตตผล พระทีปังกรจึงทรงพยากรณ์ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโคดมในอนาคต
  36. หน้า ๓๐๓–๓๑๐ พุทธวงศ์ (3, จบทีปังกรพุทธวงศ์): บารมี 10 ทัศ และพระประวัติพระทีปังกร สุเมธดาบสพิจารณาค้นหาธรรมบ่มโพธิญาณ พบบารมี 10 ประการ (ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา) ทีละข้อพร้อมอุปมา แล้วตั้งสัตย์อธิษฐานบำเพ็ญให้ครบถ้วน ปิดท้ายด้วยพระประวัติพระทีปังกรพุทธเจ้าโดยละเอียด
  37. หน้า ๓๑๑–๓๓๐ พุทธวงศ์ (4): พระพุทธเจ้าที่ 2-9 (โกณฑัญญะ ถึง นารทะ) พระพุทธเจ้า 8 พระองค์ถัดมาตามสูตรซ้ำแบบแผนเดียวกัน (ธรรมจักร ธรรมาภิสมัย ประชุมสาวก พระประวัติ) จุดเด่นคือชาติกำเนิดของพระโพธิสัตว์ในแต่ละภพหลากหลายมาก ทั้งกษัตริย์ พราหมณ์ พญานาคราช ยักษ์ และราชสีห์ ก่อนได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์
  38. หน้า ๓๓๑–๓๔๘ พุทธวงศ์ (5): พระพุทธเจ้าที่ 10-17 (ปทุมุตระ ถึง ติสสะ) พระพุทธเจ้า 8 พระองค์ถัดมา (ปทุมุตระ สุเมธะ สุชาตะ ปิยทัสสี อัตถทัสสี ธรรมทัสสี สิทธัตถะ ติสสะ) ดำเนินตามสูตรแบบแผนเดียวกัน แต่ละพระองค์ปิดท้ายด้วยรายละเอียดพระประวัติมาตรฐาน (พระนคร พระชนก-ชนนี พระอัครสาวก พระชนมายุ)
  39. หน้า ๓๔๙–๓๖๓ พุทธวงศ์ (6): พระพุทธเจ้าที่ 18-24 (ปุสสะ ถึง กัสสปะ) พระพุทธเจ้า 7 พระองค์สุดท้ายก่อนพระโคดม (ปุสสะ วิปัสสี สิขี เวสสภู กกุสันธะ โกนาคมนะ กัสสปะ) พระกัสสปพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ก่อนพระโคดมโดยตรงมีบทที่ยาวและวิจิตรกว่าองค์อื่น พร้อมอุปมาธรรมะเป็นเครื่องประดับ-เครื่องรบชุดใหญ่
  40. หน้า ๓๖๔–๓๖๙ พุทธวงศ์ (7, จบ): โคตมพุทธวงศ์ พุทธปกิรณกกัณฑ์ และธาตุภาชนียกถา โคตมพุทธวงศ์เล่าด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 เสมือนพระพุทธเจ้าตรัสเล่าประวัติพระองค์เอง ครอบคลุมประสูติ ผนวช ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และพยากรณ์การปรินิพพานของพระองค์เอง ตามด้วยพุทธปกิรณกกัณฑ์ (ไล่เรียงสำมะโนกัปของพระพุทธเจ้าทั้งหมดย้อนไปถึงกัปก่อนพระทีปังกร) และธาตุภาชนียกถา (การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังปรินิพพานเป็น 8 ส่วนแก่แคว้นต่างๆ)
  41. หน้า ๓๗๐–๓๘๓ จริยาปิฎก (1): ทานบารมีนิทเทส 10 จริยาแสดงการบำเพ็ญทานบารมี ตั้งแต่อกิตติดาบสสละอาหารแม้ตนอดอยาก ไปจนถึงพระเจ้าสีวีราชควักดวงตาให้ยาจก และสสบัณฑิตกระโดดกองไฟถวายเนื้อตน จุดเด่นคือเวสสันตรจริยา เรื่องพระเวสสันดรผู้ยินดีให้ทานทุกสิ่งไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงพระโอรสธิดาและพระมเหสี เป็นทานบารมีขั้นสูงสุด
  42. หน้า ๓๘๔–๓๙๒ จริยาปิฎก (2): สีลบารมีนิทเทส 10 จริยาแสดงการรักษาศีลแม้เสี่ยงชีวิต เช่น พระยาช้างสีลวนาคและภูริทัตตนาคราชผู้ยอมให้มนุษย์ทรมานโดยไม่โกรธเคือง จัมเปยยกนาคราชผู้ถูกจับไปเล่นแต่ไม่ทำร้ายตอบ และสังขปาลนาคราชผู้ถูกพรานทำร้ายสาหัสแต่ไม่พ่นพิษตอบโต้ ล้วนรักษาศีลไว้ยิ่งกว่าชีวิตตนเอง
  43. หน้า ๓๙๓–๔๐๕ จริยาปิฎก (3): บารมีที่เหลืออีก 8 ประการ 15 จริยาครอบคลุมบารมีหลากหลาย (เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา) เรื่องเด่นคือมูคผักขจริยา (เตมิยกุมารแสร้งเป็นใบ้-หูหนวก-ง่อยเปลี้ย 16 ปีเพื่อหลีกเลี่ยงราชสมบัติ) มัจฉราชจริยา (พระยาปลาทำสัจกิริยาให้ฝนตก) และสุตโสมจริยา (พระเจ้าสุตโสมเสี่ยงชีวิตรักษาคำสัตย์)
  44. หน้า ๔๐๖–๔๐๘ จริยาปิฎก (4, จบ): สโมธานกถา บทสรุปปิดท้ายทั้งเล่ม อธิบายว่าการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์แบ่งเป็น 30 ทัศ (บารมี 10 ประการ x 3 ระดับ คือธรรมดา อุปบารมี ปรมัตถบารมี) โดยอ้างอิงโยงไปยังชาดกเรื่องต่างๆ จำนวนมาก รวมถึงเรื่องที่ไม่ได้เล่าไว้ในจริยาปิฎกเล่มนี้เอง (เช่น มโหสถ วิธูรบัณฑิต ช้างฉัททันต์) แสดงภาพรวมทั้งเส้นทางบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ จบด้วย "จบจริยาปิฎก" อันเป็นจุดจบของเล่ม 33