ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติ

ฉบับหลวง · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๓๖ · ๑๘๘ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๐ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๒๖ ธาตุกถา (1): มาติกา และนัยที่ 1 (สังคหาสังคหปทนิทเทส) เปิดคัมภีร์ที่สามของอภิธรรมปิฎกด้วยมาติกา 5 ชุด ที่สำคัญที่สุดคือนยมาติกา 14 นัย (วิธีวิเคราะห์ว่าธรรมใดสงเคราะห์ได้/ไม่ได้ ประกอบได้/ไม่ได้ กับขันธ์ อายตนะ ธาตุ) และอัพภันตรมาติกา 125 บท (รายการหมวดธรรมที่จะถูกนำไปวิเคราะห์) จากนั้นนัยที่ 1 นำหมวดธรรมทั้ง 125 บทมาวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าสงเคราะห์ได้/ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ จำนวนเท่าใด เป็นนัยที่ยาวที่สุดในคัมภีร์
  2. หน้า ๒๗–๔๙ ธาตุกถา (2): นัยที่ 2-6 นัยที่ 2-4 (สังคหิเตนอสังคหิตะ, อสังคหิเตนสังคหิตะ, สังคหิเตนสังคหิตะ) นำหมวดธรรมมาเทียบไขว้กันแบบสั้นกระชับ ตามด้วยนัยที่ 5 (อสังคหิเตนอสังคหิตะ) และนัยที่ 6 (สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส) ซึ่งเปลี่ยนเกณฑ์จากการสงเคราะห์เป็นการประกอบ (สัมปยุตต-วิปปยุตต)
  3. หน้า ๕๐–๖๕ ธาตุกถา (3): นัยที่ 7-10 นัยที่ 7-10 วนสี่รูปแบบไขว้กันของเกณฑ์สัมปยุตต-วิปปยุตต (ประกอบ×ไม่ประกอบ, ไม่ประกอบ×ประกอบ, ประกอบ×ประกอบ, ไม่ประกอบ×ไม่ประกอบ) นำรายการธรรมชุดเดิม (ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ ปฏิจจสมุปบาท โพธิปักขิยธรรม) มาทดสอบซ้ำในแต่ละรูปแบบ
  4. หน้า ๖๖–๘๖ ธาตุกถา (4, จบ): นัยที่ 11-14 นัยที่ 11-14 เป็นนัยผสมขั้นสุดท้าย นำเกณฑ์สังคหะและสัมปโยคมาผสานกัน โดยนัยที่ 14 (วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส) ยาวที่สุดในกลุ่มนี้ (11 หน้า) ปิดท้ายด้วยย่อหน้าสรุปธรรม 47 อย่างที่ได้จากวิธีสมุจเฉทและโมฆปุจฉกะ แล้วจบคัมภีร์ด้วย "ธาตุกถาปกรณ์ จบบริบูรณ์"
  5. หน้า ๘๗–๑๐๕ ปุคคลบัญญัติ (1): อุทเทสวาร บัญญัติ 5 อย่างแรก และปุคคลมาติกา เปิดคัมภีร์ที่สี่ด้วยอุทเทสวารระบุบัญญัติ 6 อย่าง (ขันธ์ อายตนะ ธาตุ สัจจะ อินทรีย์ บุคคล) โดย 5 อย่างแรกอธิบายสั้นมากเพียงแจกแจงจำนวน ก่อนเข้าสู่หัวใจคัมภีร์คือปุคคลบัญญัติ ซึ่งวางมาติกา (บัญชีรายชื่อ) ประเภทบุคคลตั้งแต่ 1 จำพวกถึง 10 จำพวก ครอบคลุมปุถุชนถึงพระอริยบุคคลระดับต่างๆ พร้อมอุปมาที่มีชื่อเสียง เช่น คนจมน้ำ 7 เหล่า และผู้ไปตามกระแส/ทวนกระแส
  6. หน้า ๑๐๖–๑๒๓ ปุคคลบัญญัติ (2): เอกกนิทเทส และทุกนิทเทส ขยายความบุคคล 1 จำพวก (ปุถุชน โคตรภูบุคคล อุภโตภาควิมุต ปัญญาวิมุต กายสักขี ทิฏฐิปัตตะ สัทธาวิมุต ธัมมานุสารี สัทธานุสารี และประเภทย่อยของโสดาบัน-อนาคามี) แล้วต่อด้วยบุคคล 2 จำพวกที่เป็นคู่ตรงข้ามเชิงคุณธรรม (มักโกรธ-ไม่มักโกรธ ริษยา-ตระหนี่ หิริ-โอตตัปปะ)
  7. หน้า ๑๒๔–๑๓๙ ปุคคลบัญญัติ (3): ติกนิทเทส ขยายความบุคคล 3 จำพวก ผสมทั้งไตรลักษณ์บุคคลตรงๆ และอุปมาโวหารที่มีชื่อเสียง เช่น จิตเหมือนแผลเรื้อรัง/ฟ้าแลบ/ฟ้าผ่า คนบอด/ตาข้างเดียว/ตาสองข้าง ผ้าป่าน/ผ้ากาสี และการจำแนกศีล-สมาธิ-ปัญญาบริบูรณ์ตามระดับพระอริยบุคคล
  8. หน้า ๑๔๐–๑๕๖ ปุคคลบัญญัติ (4): จตุกกนิทเทส ตอนต้น เริ่มขยายความบุคคล 4 จำพวก ด้วยอสัตบุรุษ-สัตบุรุษ และ 4 ประเภทผู้เรียนธรรม (อุคฆฏิตัญญู วิปัญจิตัญญู เนยยะ ปทปรมะ) ตามด้วยชุดอุปมาบุคคล 4 จำพวกผ่านสัตว์และสิ่งของ เช่น เมฆ หนู มะม่วง หม้อ ห้วงน้ำตื้น-ลึก โคถึก อสรพิษ และคนมืดมา-สว่างมา
  9. หน้า ๑๕๗–๑๗๓ ปุคคลบัญญัติ (5): จตุกกนิทเทส ตอนปลาย (จบ) ปิดท้ายจตุกกนิทเทสด้วยอุปมาต้นไม้มีแก่น-กระพี้ บทพรรณนากระบวนการบำเพ็ญเพียรสู่อรหัตต์แบบเต็มสูตรซ้ำหลายครั้ง และปิดท้ายด้วยสมณะ 4 ระดับ (ไม่หวั่นไหว บัวหลวง บัวขาว สุขุมาล) เทียบเท่าโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์
  10. หน้า ๑๗๔–๑๘๘ ปุคคลบัญญัติ (6, จบ): ปัญจก-ทสกนิทเทส ขยายความบุคคล 5-10 จำพวก ที่โดดเด่นคือนักรบอาชีพ 5 จำพวก (เทียบภิกษุตามความอดทนต่อสิ่งยั่วยวน) อุปมาห้วงน้ำ 7 จำพวกอันโด่งดัง (จากจมอยู่นั่นเองถึงข้ามฝั่งเป็นพราหมณ์) และปิดท้ายด้วยทสกนิทเทส (พระอริยะ 10 จำพวก แบ่งเป็นผู้สำเร็จในกามาวจรภูมิ 5 กับผู้ละกามาวจรภูมิแล้วจึงสำเร็จ 5) จบคัมภีร์ด้วย "ปุคคลปัญญัติปกรณ์ ฉภาณวาร จบ" อันเป็นจุดจบของเล่ม 36