ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับหลวง · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๙ · ๓๘๓ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๖ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
-
หน้า ๑–๓
เปิดเรื่อง: สุปปิยปริพาชกติเตียน พรหมทัตต์สรรเสริญ
ระหว่างเสด็จจากราชคฤห์สู่นาฬันทา สุปปิยปริพาชกติเตียนพระรัตนตรัยขณะศิษย์พรหมทัตตมาณพกลับสรรเสริญ พระพุทธเจ้าทรงสอนภิกษุถึงท่าทีที่ถูกต้องเมื่อถูกติหรือถูกชม
-
หน้า ๓–๑๐
จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล (พรหมชาลสูตร)
ทรงแสดงคุณธรรมขั้นต้นที่ปุถุชนสรรเสริญ ตั้งแต่เว้นปาณาติบาตจนถึงการงดเว้นเดรัจฉานวิชาต่างๆ อย่างละเอียด
-
หน้า ๑๑–๓๗
ทิฏฐิ ๖๒ (พรหมชาลสูตรหลัก)
ทรงแจกแจงความเห็นผิดของสมณพราหมณ์ ๖๒ ชนิดเกี่ยวกับอดีตและอนาคต เช่น สัสสตทิฏฐิ อุจเฉททิฏฐิ ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ
-
หน้า ๓๘–๔๔
บทสรุปทิฏฐิ ๖๒ และจบพรหมชาลสูตร
ทิฏฐิทั้งหมดเกิดจากผัสสะเป็นปัจจัยนำไปสู่ตัณหาและทุกข์ อุปมาข่ายจับปลาและพวงมะม่วงหลุดขั้ว ปิดท้ายด้วยชื่อธรรมบรรยาย "พรหมชาละ"
-
หน้า ๔๕–๔๙
เริ่มสามัญญผลสูตร: พระเจ้าอชาตศัตรูเข้าเฝ้า
ท้าวเธอเสด็จเข้าเฝ้าด้วยความหวาดระแวง ตรัสถามผลของความเป็นสมณะที่เห็นประจักษ์ และเล่าคำตอบของครูทั้ง ๖ ที่เคยทรงถามมาก่อน
-
หน้า ๔๙–๕๖
คำตอบของครูทั้ง ๖
ปูรณะกัสสป มักขลิโคศาล อชิตะเกสกัมพล ปกุธะกัจจายนะ นิครนถ์นาฏบุตร และสญชัยเวลัฏฐบุตร ต่างตอบคำถามไปคนละทาง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเปรียบว่า "ถามมะม่วง ตอบขนุนสำมะลอ"
-
หน้า ๕๖–๕๘
อุปมาทาสและชาวนา สามัญผลข้อต้น
พระพุทธเจ้าทรงเริ่มตอบเองด้วยอุปมาว่าทาสหรือชาวนาที่ออกบวชแล้วพระราชาเองก็ยังต้องไหว้ นี่คือสามัญผลที่เห็นประจักษ์ในเบื้องต้น
-
หน้า ๕๙–๖๗
จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล (สามัญญผลสูตร)
แจกแจงศีลของภิกษุอย่างละเอียด ตั้งแต่การไม่ฆ่าสัตว์ไปจนถึงการเว้นเดรัจฉานวิชา
-
หน้า ๖๗–๗๑
อินทรียสังวร สติสัมปชัญญะ สันโดษ และฌาน ๔
การสำรวมอินทรีย์หก สติในทุกอิริยาบถ ความสันโดษเปรียบเหมือนนกมีแต่ปีกเป็นภาระ การละนิวรณ์ ๕ และการบรรลุฌานทั้ง ๔
-
หน้า ๗๒–๗๘
วิชชา ๘ (สามัญญผลสูตร)
วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิ อิทธิวิธี ทิพยโสต เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ พร้อมอุปมาที่มีชื่อเสียงของแต่ละญาณ
-
หน้า ๗๘–๗๙
อชาตศัตรูสารภาพบาป จบสามัญญผลสูตร
ท้าวเธอสารภาพว่าปลงพระชนม์พระราชบิดา (พระเจ้าพิมพิสาร) แล้วประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นอุบาสก
-
หน้า ๘๐–๘๕
เริ่มอัมพัฏฐสูตร: การดูหมิ่นศากยวงศ์
อัมพัฏฐมาณพแสดงกิริยาไม่เคารพต่อพระพุทธเจ้าและด่าว่าศากยวงศ์ ถูกยักษ์วชิรปาณีขู่จนต้องตอบคำถาม
-
หน้า ๘๕–๙๒
กำเนิดศากยวงศ์และกัณหายนโคตร
พระพุทธเจ้าทรงเล่าที่มาศากยวงศ์จากพระเจ้าอุกกากราช และเปิดเผยว่าอัมพัฏฐะสืบเชื้อสายจากกัณหะ บุตรนางทาสีของศากยะเอง
-
หน้า ๙๒–๑๑๓
วิชชาจรณสัมปทาและศีล ๓ ระดับ (ซ้ำ)
ทรงชี้ว่าวิชชาและจรณะที่แท้จริงไม่เกี่ยวกับชาติหรือโคตร แล้วทรงแสดงศีลของภิกษุซ้ำอีกครั้งพร้อมทางเสื่อมวิชชาจรณะ ๔ ประการ
-
หน้า ๑๑๓–๑๑๗
มหาปุริสลักษณะ ๓๒ และจบอัมพัฏฐสูตร
ทรงบันดาลฤทธิ์ให้อัมพัฏฐะเห็นลักษณะ ๒ ข้อที่เคลือบแคลง โปกขรสาติพราหมณ์เข้าเฝ้าเอง ฟังธรรมจนได้ดวงตาเห็นธรรมและแสดงตนเป็นอุบาสก
-
หน้า ๑๑๘–๑๒๓
เริ่มโสณทัณฑสูตร
พระพุทธเจ้าเสด็จถึงนครจัมปา พราหมณ์โสณทัณฑะตัดสินใจเข้าเฝ้าทั้งที่พราหมณ์อื่นทัดทาน พร้อมพรรณนาพุทธคุณอย่างละเอียด
-
หน้า ๑๒๔–๑๒๘
องค์แห่งความเป็นพราหมณ์
โสณทัณฑะตอบว่าพราหมณ์ต้องมีองค์ ๕ (ชาติ มนต์ รูปงาม ศีล ปัญญา) แล้วค่อยๆ ตัดออกทีละอย่างจนเหลือเพียง "ศีล" กับ "ปัญญา" เท่านั้นที่ตัดไม่ได้
-
หน้า ๑๒๙–๑๔๓
ศีล ๓ ระดับและวิชชา ๘ (ซ้ำ)
ทรงแสดงเนื้อหาเดียวกับสามัญญผลสูตรให้พราหมณ์โสณทัณฑะฟัง
-
หน้า ๑๔๓–๑๔๔
จบโสณทัณฑสูตร
โสณทัณฑะขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ พร้อมขอแสดงความเคารพแบบย่อต่อหน้าบริษัทของตนเพราะเกรงเสียเกียรติยศ
-
หน้า ๑๔๕–๑๕๓
เริ่มกูฏทันตสูตร: มหายัญของกูฏทันตะ
พราหมณ์กูฏทันตะเตรียมฆ่าสัตว์นับพันบูชายัญ ตัดสินใจเข้าเฝ้าเพื่อทูลถามเรื่อง "ยัญสมบัติ ๓ มีบริวาร ๑๖"
-
หน้า ๑๕๓–๑๖๓
ยัญสมบัติ ๓ บริวาร ๑๖ และยัญที่ไม่เบียดเบียนสัตว์
เรื่องพระเจ้ามหาวิชิตราชผู้บูชามหายัญโดยไม่ฆ่าสัตว์ ไม่บังคับแรงงาน ทุกคนทำงานด้วยความสมัครใจ
-
หน้า ๑๖๓–๑๗๕
ลำดับยัญที่ประเสริฐยิ่งขึ้นไปและศีล ๓ ระดับ (ซ้ำ)
ไล่เรียงจากนิตยทาน การสร้างวิหาร การถึงไตรสรณะ ศีล ๕ จนถึงศีลของภิกษุ ล้วนประเสริฐกว่ามหายัญ
-
หน้า ๑๗๕–๑๘๒
ฌาน ๔ วิชชา ๘ และจบกูฏทันตสูตร
ยัญที่ประเสริฐสุดคืออาสวักขยญาณ กูฏทันตพราหมณ์ปล่อยสัตว์ที่เตรียมฆ่าบูชายัญทั้งหมดและแสดงตนเป็นอุบาสก
-
หน้า ๑๘๓–๑๙๒
เริ่มมหาลิสูตร: สมาธิเฉพาะส่วนกับมรรคผล ๔
เจ้ามหาลีทูลถามเรื่องสุนักขัตตะเห็นรูปทิพย์แต่ไม่ได้ยินเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าจุดหมายพรหมจรรย์ไม่ใช่สมาธิเพื่ออภิญญา แต่เพื่อมรรคผล ๔
-
หน้า ๑๙๒–๒๐๗
ย้อนเล่าที่โฆสิตาราม ศีล-สมาธิ-ปัญญา (ซ้ำ) จบมหาลิสูตร
ทรงเล่าย้อนถึงครั้งที่เคยแสดงธรรมแก่ปริพาชกมัณฑิยะและชาลิยะที่โกสัมพี โดยแสดงศีล ฌาน และวิชชา ๘ ซ้ำอีกครั้ง
-
หน้า ๒๐๘–๒๒๑
ชาลิยสูตร (ซ้ำเนื้อหามหาลิสูตรทั้งหมด)
ปริพาชกชาลิยะทูลถามปัญหาอภิปรัชญาเดียวกันว่า "ชีพกับสรีระเป็นอันเดียวกันหรือคนละอย่าง" ทรงแสดงเนื้อหาเดียวกับมหาลิสูตรซ้ำคำต่อคำ
-
หน้า ๒๒๒–๒๓๕
มหาสีหนาทสูตร: ตบะของอเจลกกัสสป
อเจลกกัสสปพรรณนาการบำเพ็ญตบะทรมานกายแบบต่างๆ อย่างละเอียด พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าตบะเหล่านี้ไม่ใช่ความบริสุทธิ์ที่แท้จริง
-
หน้า ๒๓๕–๒๔๙
สีลสัมปทา จิตตสัมปทา ปัญญาสัมปทา (ซ้ำ)
ทรงแสดงศีล-สมาธิ-ปัญญาซ้ำอีกครั้งโดยเรียกแต่ละข้อว่า "สัมปทา" แทนคำว่า "ศีล" ให้อเจลกกัสสปฟัง
-
หน้า ๒๔๙–๒๕๑
อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ จบมหาสีหนาทสูตร
พระพุทธเจ้าทรงประกาศความเป็นเลิศของพระองค์อย่างยอด (สีหนาท) อเจลกกัสสปเลื่อมใสขอบวชและบรรลุอรหัตผลไม่นานหลังจากนั้น
-
หน้า ๒๕๒–๒๕๔
เริ่มโปฏฐปาทสูตร: อภิสัญญานิโรธ
ขณะพระพุทธเจ้าเสด็จไปหาโปฏฐปาทปริพาชก มีการถกเถียงทิฏฐิ ๔ แบบเกี่ยวกับที่มาของสัญญา/จิตสำนึกที่ดับ
-
หน้า ๒๕๔–๒๖๘
ศีล ๓ ระดับ ฌาน ๔ อรูปฌาน (ซ้ำ) และการเข้าอภิสัญญานิโรธ
ทรงแสดงศีล-สมาธิซ้ำอีกครั้ง แล้วอธิบายขั้นตอนละเอียดที่ภิกษุเข้าถึงอภิสัญญานิโรธโดยลำดับ
-
หน้า ๒๖๘–๒๗๓
สัญญากับอัตตา และอัพยากตปัญหา
โปฏฐปาทะถามเรื่องอัตตา ๓ แบบ พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธพยากรณ์ปัญหาอภิปรัชญา ๑๐ ข้อเพราะไม่นำไปสู่นิพพาน
-
หน้า ๒๗๓–๒๘๒
ปาฏิหาริย์แห่งคำพูดและอัตตา ๓ ระดับ จบโปฏฐปาทสูตร
อุปมารักหญิงที่ไม่เคยเห็นและบันไดขึ้นปราสาทที่ไม่มีจริง วิพากษ์ความเชื่อที่ไร้หลักฐาน โปฏฐปาทะและจิตตหัตถิสารีบุตรขอถึงไตรสรณะ
-
หน้า ๒๘๓–๒๙๓
เริ่มสุภสูตร: อริยศีลขันธ์
หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน พระอานนท์แสดงศีลขันธ์อันเป็นอริยะแก่สุภมาณพโตเทยยบุตร
-
หน้า ๒๙๓–๓๐๐
อริยสมาธิขันธ์และอริยปัญญาขันธ์ (เริ่ม)
อินทรียสังวร สติสัมปชัญญะ สันโดษ นิวรณ์ ๕ รูปฌาน ๔ พร้อมอุปมาที่มีชื่อเสียง แล้วเริ่มวิชชา ๘
-
หน้า ๓๐๑–๓๐๕
อภิญญา ๖ ข้อสุดท้าย จบสุภสูตร
เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ สุภมาณพประกาศตนเป็นอุบาสก
-
หน้า ๓๐๖–๓๐๘
เกวัฏฏสูตร: ปาฏิหาริย์ ๓ ประการ
เกวัฏฏ์คฤหบดีบุตรทูลขอให้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์เรียกศรัทธา แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต ทรงยกย่องอนุสาสนีปาฏิหาริย์เหนือกว่า
-
หน้า ๓๐๘–๓๒๖
ศีล สมาธิ วิชชา ๘ (ซ้ำ)
ทรงแสดงศีล ฌาน ๔ และวิชชา ๘ ซ้ำอีกครั้งในบริบทเกวัฏฏสูตร
-
หน้า ๓๒๖–๓๒๙
นิทานภิกษุแสวงหาที่ดับมหาภูตรูป จบเกวัฏฏสูตร
ภิกษุเข้าฌานไปถามเทวดาไล่ตั้งแต่จาตุมหาราชิกาจนถึงมหาพรหม ทุกชั้นตอบไม่ได้ พระพุทธเจ้าประทานคำตอบว่าวิญญาณดับ นามรูปจึงดับไม่มีเหลือ
-
หน้า ๓๓๐–๓๓๕
เริ่มโลหิจจสูตร: ทิฏฐิผิดเรื่องไม่ควรสอนธรรม
โลหิจจพราหมณ์มีทิฏฐิว่าผู้บรรลุธรรมแล้วไม่ควรสอนผู้อื่น พระพุทธเจ้าทรงหักล้างด้วยอุปมาเจ้าเมืองหวงทรัพย์สมบัติไว้คนเดียว
-
หน้า ๓๓๕–๓๕๗
ศาสดา ๓ จำพวก ศีล-สมาธิ-วิชชา ๘ (ซ้ำ) จบโลหิจจสูตร
ทรงแสดงศาสดาที่ควรถูกท้วง ๓ จำพวก แล้วแสดงศีล-สมาธิ-ปัญญาซ้ำอีกครั้ง โลหิจจพราหมณ์กลับใจยอมรับผิดและประกาศตนเป็นอุบาสก
-
หน้า ๓๕๘–๓๖๓
เริ่มเตวิชชสูตร: พราหมณ์ไตรวิชชาไม่เคยเห็นพรหม
วาเสฏฐะและภารทวาชะทูลถามทางไปพรหมโลก พระพุทธเจ้าทรงไล่เรียงพิสูจน์ว่าไม่มีพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาคนใดเคยเห็นพรหมเลย
-
หน้า ๓๖๔–๓๗๐
อุปมาความไร้สาระของไตรวิชชา
อุปมารักหญิงที่ไม่เคยเห็น บันไดขึ้นปราสาทที่ไม่มีจริง และแม่น้ำอจิรวดี สรุปว่าไตรวิชชาเป็นเสมือนป่าใหญ่ ดงกันดาร ความพินาศของพราหมณ์
-
หน้า ๓๗๐–๓๗๘
จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล (ซ้ำ)
ทรงแสดงศีล ๓ ระดับอีกครั้งเป็นทางเริ่มต้นสู่พรหมโลกที่แท้จริง
-
หน้า ๓๗๘–๓๘๒
อินทรียสังวร นิวรณ์ ๕ และพรหมวิหาร ๔
สำรวมอินทรีย์ ละนิวรณ์ ๕ แล้วทรงชี้ว่าพรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) คือทางไปเกิดเป็นสหายพรหมที่แท้จริง
-
หน้า ๓๘๓
จบเตวิชชสูตรและจบสีลขันธวรรค
วาเสฏฐะและภารทวาชะแสดงตนเป็นอุบาสก ปิดท้ายด้วยรายชื่อพระสูตรทั้ง ๑๓ สูตรในวรรคนี้
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐