ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๒๗๕ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทำด้วยขนสัตว์ก็มีเป็นต้น มันมีกลิ่นสาบสัมผัสหยาบ แต่ก็เรียกว่า ผ้ากัมพล เหมือนกัน ต่อเมื่อใดพ่อค้านั้นโฆษณาว่าผ้ากัมพลสีแดงทำในแคว้นคันธาระ ละเอียดสดใส สัมผัสละมุน เมื่อนั้นถ้ามีเงินพอก็จะซื้อเอา มีไม่พอ ก็อยาก จะชม ฉันใด แม้เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้ เป็นทางเดียวดังนี้ ก็ยังไม่ปรากฏก่อนดอกว่า หนทางไหน ด้วยว่าแม้หนทาง ที่ไม่นำสัตว์ออกจากทุกข์มีประการต่าง ๆ ก็เรียกกันว่า หนทางเหมือนกัน แต่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เพื่อความหมดจดของสัตว์ทั้งหลายดังนี้ เป็นต้น ภิกษุทั้งหลายก็ทราบว่าหนทางนี้นำมาซึ่ง อุปัทวะ ๔ นำมาซึ่งคุณวิเศษ ๓ แล้วก็เกิดอุตสาหะ สำคัญเทศนานี้ว่า ควรเล่า ควรเรียน ควรทรงจำ ควรบอกกล่าว และจักสำคัญมรรคอันนี้ว่า ควรเจริญ เพราะฉะนั้น พระผู้มี พระภาคเจ้า เมื่อจะตรัสคุณ (ของเอกายนมรรค) จึงตรัสว่าเพื่อความหมดจด ของสัตว์ทั้งหลาย เป็นต้น.

อนึ่ง ข้ออุปมาว่าด้วยพ่อค้าผ้ากัมพลสีเหลือง อันมีค่าแสน นำมา เปรียบฉันใด ในข้อนี้ก็ควรนำข้ออุปมาว่าด้วยพ่อค้า ทองชมพูนุทสีสุก แก้วมณี กรองน้ำให้ใส แก้วมุกดาที่บริสุทธิ์ ผ้าขนสัตว์ และแก้วประพาฬเป็นต้น เอามาเปรียบฉันนั้น.

คำว่า ยทิทํ เป็นศัพท์นิบาต. ศัพท์นิบาตนั้น มีความดังนี้ว่า เหล่านี้ใด (เย อิเม). คำว่า จตฺตาโร (๔) เป็นศัพท์กำหนดจำนวน ด้วย จำนวนนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการกำหนดจำนวนสติปัฏฐานว่า ไม่ ต่ำกว่านั้น ไม่สูงกว่านั้น คำว่า สติปัฏฐานทั้งหลาย ได้แก่ สติปัฏฐาน ๓ คือ อารมณ์แห่งสติก็มี ความที่พระบรมศาสดาทรงล่วงเลยความยินร้ายและยินดีใน พระสาวกทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติ ๓ อย่างก็มี ตัวสติก็มี. อารมณ์แห่งสติ เรียกว่า สติปัฏฐาน ได้ในบาลีเป็นต้น (สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เราจักแสดงความเกิดและความดับไปแห่ง สติปัฏฐาน ๔ ท่านทั้งหลาย