หนึ่ง วงศ์ของพระอริยะ คือพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และสาวก ของพระพุทธเจ้าทั้งหมด ทั้งในอดีต อนาคต และปัจจุบัน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อริยวงศ์. ก็อริยวงศ์เหล่านี้นั้นแล พึงทราบว่าเป็นวงศ์ชั้นยอด เพราะรู้กันว่า เป็นวงศ์อันล้ำเลิศ พึงทราบว่า เป็นไปตลอดกาลนาน เพราะรู้จักกันมานาน พึงทราบว่าเป็นวงศ์ เพราะรู้ว่าเป็นวงศ์. ข้อว่า เป็นวงศ์เก่า ความว่า มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้. ข้อว่า ไม่กระจัดกระจาย ความว่าไม่เกลื่อนกล่น คือ ไม่ถูกนำออกไป. ข้อว่า อสงฺกิณฺณปุพฺพา ความว่า เป็นวงศ์ไม่เคยถูกนำออกไป เพราะอรรถว่า เป็นวงศ์ไม่เคย เกลื่อนกล่นแม้กับอดีตพุทธเจ้าทั้งหลาย จะเกลื่อนกล่นกับพระพุทธเจ้า
ทั้งหลายเหล่านี้ได้อย่างไร. ข้อว่า น สํกิยนฺติ ความว่า ถึงในบัดนี้ ก็มิได้
ถูกนำออกไป. ข้อว่า น สํกิยิสฺสนฺติ ความว่า แม้อันพระพุทธเจ้าใน
อนาคตทั้งหลาย ก็จักไม่นำออกไป. สมณะและพราหมณ์ ผู้เป็นวิญญูเหล่า ใดในโลก ก็ไม่ถูกสมณะและพราหมณ์ ผู้เป็นวิญญูชนเหล่านั้น สาปแช่ง นินทา ติเตียน.
ข้อว่า สนฺตุฏฺโ โหติ ความว่า เป็นผู้สันโดษด้วยอำนาจความ
สันโดษในปัจจัย. ข้อว่า อิตรีตเรน จีวเรน ความว่า ( เป็นผู้สันโดษ)
ด้วยบรรดาจีวรที่เนื้อหยาบ ละเอียด เศร้าหมอง ประณีต มั่นคง เก่า ชนิดใดชนิดหนึ่งหามิได้ โดยที่แท้ เป็นผู้สันโดษด้วยบรรดาจีวรตามที่ได้ เป็นต้น ชนิดใดชนิดหนึ่งตามแต่จะได้. ก็ในจีวรมีสันโดษ ๓ คือ สันโดษ ตามได้ สันโดษตามกำลัง สันโดษตามสมควร. แม้ในบิณฑบาตเป็นต้น ก็
นัยนั้นเสมอนกัน. กถาโดยพิสดารแห่งสันโดษเหล่านั้น พึงทราบตามนัย
ที่กล่าวแล้วในสามัญญผลสูตรนั่นแล. คำว่า เป็นผู้สันโดษด้วยจีวรตามที่ได้