ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๑ · หน้า ๕๑๑ · ข้อ 2418
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เป็น ยํ อนฺนปาเน. บทว่า โอหิเต ความว่า จัดแจงแต่งตั้งไว้แล้ว. พระนางสัมพุลาแสดงถึงเรือน อันมีข้าวและน้ำมากมายไว้ด้วยบทนี้.

นัยว่า พระนางสัมพุลานั้นมีความมุ่งหมายดังนี้ว่า นารีใดเป็นผู้ไม่มี บุตร อยู่คนเดียวในเรือน แม้มีข้าวน้ำไพบูลย์ มีเครื่องอาภรณ์เกลี้ยงเกลา ประดับตกแต่งด้วยนานาลังการ เพรียบพร้อมด้วยองค์คุณทุกอย่าง แต่ไม่เป็น ที่รักของสามี คอยแต่จะเบียดเบียน การที่หญิงนั้นเอาเถาวัลย์หรือเชือกผูก คอตายเสียดีกว่า จะอยู่ครอบครองเรือนนั้น.

บทว่า อนาฬิยา แปลว่า ไม่มีเครื่องประดับ. บทว่า กฏาทุติยา ได้แก่ มีแต่เสื่อลำแพนเป็นที่นอน. บทว่า เสยฺยา ความว่า แม้นางจะเป็น หญิงกำพร้า แต่เป็นที่รักใคร่ของสามี นางนี้แหละเป็นเยี่ยม. เมื่อพระนางสัมพุลา ทูลเหตุที่ตนซูบผอม แก่พระสัสสุรดาบสอย่างนี้ แล้ว พระสัสสุรดาบสจึงรับสั่งให้เชิญเสด็จพระราชามาตรัสว่า ดูก่อนพ่อ โสตถิเสน เมื่อเจ้าเป็นโรคเรื้อนเข้าไปอยู่ป่า นางสัมพุลาไปกับเจ้าเฝ้าปฏิบัติ บำรุง จนยังโรคของเจ้าให้หาย ด้วยกำลังแห่งความสัตย์ของตน ได้ช่วยกระทำ ให้เจ้าดำรงอยู่ในราชสมบัติ แต่เจ้ามิได้ใส่ใจถึงสถานที่ยืนที่นั่งของนางเลย เจ้าทำไม่เหมาะไม่ควร ขึ้นชื่อว่าการประทุษร้ายมิตรนั้น เป็นบาป เมื่อจะ พระราชทานโอวาท แก่พระราชโอรส จึงตรัสพระคาถา ความว่า

ภรรยาผู้เกื้อกูลต่อสามี เป็นหญิงหาได้แสนยาก

สามีผู้เกื้อกูลต่อภรรยา ก็หาได้แสนยาก ดูก่อนเจ้า

ผู้จอมชน มเหสีของเจ้าเป็นผู้เกื้อกูลเจ้าด้วย มีศีลด้วย

เพราะฉะนั้น เจ้าจงประพฤติธรรมต่อนางสัมพุลา.

พระคาถานั้น มีอรรถาธิบายว่า หญิงผู้มีความเกื้อกูล มีจิตอ่อนโยน ความเอื้อเอ็นดูต่อชายผู้สามีก็ดี ชายผู้สามีมีความเกื้อกูล รู้คุณความดีที่หญิง