ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๒ · หน้า ๑๑๓ · ข้อ 65
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จึงไม่ต้องให้พวกท่านไปนำอาหารอะไร ๆ มาเลย. บางพวกก็หลอกลวงว่า

พวกเราถือการนอนบนแผ่นดินเป็นวัตร. แต่สำหรับบางพวกก็ถือเอาการขัดฟอก

ธุลีเป็นเครื่องปิดบัง. บางพวกก็ถือการตั้งความเพียรด้วยการเดินกระโหย่งเท้า

เป็นวัตร, อธิบายว่า พวกเขาเหล่านั้น เมื่อเวลาเดินไปก็เขย่งตัวขึ้นแล้ว

กระโหย่งเท้าเดินไป. บางพวกปิดบังตัวด้วยการงดกินอาหารโดยปริยาย คือ

อดไป ๗ วันบ้าง ๑๐ วันบ้าง จึงบริโภคสักครั้งหนึ่งเป็นต้น. บางพวกเป็นผู้ ไม่ยอมดื่มน้ำ พากันกล่าวว่า พวกเราไม่ดื่มน้ำดอก. บทว่า อรหนฺโต วทานา ความว่า บุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีความประพฤติเลวทราม พากันเที่ยวพูดอยู่ว่า

พวกเราเป็นพระอรหันต์. บทว่า เอเต ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร ชนทั้ง

๕ คนเหล่านั้น หรือชนเหล่าอื่นที่ชื่อว่ามีทิฏฐิและคติเหมือนอย่างนี้ ชนเหล่านี้ แม้ทั้งหมด ชื่อว่า เป็นอสัตบุรุษ. บทว่า ยมาหุ ตัดบทเป็น เย อาหุ แปลว่า พวกคนที่กล่าวว่า. บทว่า สเจ หิ วิริยํ นาสฺส ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร หากว่าความเพียรที่เป็นไปทางกายและทางใจ อันสัมประยุต ด้วยญาณไม่พึงมีไซร้ บทว่า กมฺมํ ความว่า ถ้าแม้กรรมดีและกรรมชั่ว

ไม่พึงมีไซร้. บทว่า น ภเร ความว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พระราชา ไม่ควร

ทรงชุบเลี้ยงนายช่างไม้ หรือว่าพวกข้าราชการเหล่าอื่นไว้เลย. บทว่า นปิ ยนฺตานิ ความว่า แม้นายช่างไม้ ก็ไม่พึงทำยนต์ทั้งหลายมีปราสาท ๗ ชั้น

เป็นต้น. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะไม่มีความเพียรและการงาน.

บทว่า อุจฺฉิชฺเชยฺย ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร ถ้าว่าฝนไม่ตก น้ำค้าง ก็ไม่ตกตลอดกาลเพียงเท่านี้ ถัดจากนั้น โลกนี้ก็พึงขาดสูญ ดุจกาลเป็นที่ตั้ง แห่งกัป แต่ขึ้นชื่อว่า ความขาดสูญย่อมไม่มี โดยทำนองที่อุจเฉทวาทีอำมาตย์

กล่าวแล้ว. บทว่า ปาลยเต แปลว่า ย่อมเลี้ยง. พระมหาสัตว์กล่าวคาถา ๔