สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๖ · ๓๔๐ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๓ ปฏิจจสมุปปาทสูตร พระสูตรเปิดเล่มที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทสายเกิด คือ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี ไล่ไปจนถึงชรามรณะ และสายดับโดยลำดับเดียวกัน นับเป็นพระสูตรแกนหลักที่วางกรอบคำสอนทั้งเล่มและทั้งนิทานสังยุต
- หน้า ๓–๑๖ วิภังคสูตรถึงโคตมสูตร (พุทธวรรคที่ ๑) วิภังคสูตรขยายความปฏิจจสมุปบาทแต่ละองค์อย่างละเอียด ตามด้วยปฏิปทาสูตรว่าด้วยมิจฉา-สัมมาปฏิปทา จากนั้นเป็นชุดสูตรพระพุทธเจ้าในอดีต ๖ พระองค์ที่ทรงค้นพบปฏิจจสมุปบาทด้วยวิธีคิดแบบเดียวกัน ปิดท้ายด้วยโคตมสูตรซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสเล่าประสบการณ์ตรัสรู้ของพระองค์เอง
- หน้า ๑๗–๓๖ อาหารวรรคที่ ๒ ว่าด้วยอาหาร ๔ อย่างที่หล่อเลี้ยงสัตว์ สาวไปถึงตัณหาและปฏิจจสมุปบาท มีโมลิยผัคคุนสูตรสอนไม่ให้ถามคำถามตั้งสมมติฐานผิด กัจจานโคตตสูตรอันโด่งดังว่าด้วยสัมมาทิฏฐิสายกลาง อเจลกัสสปสูตรและติมพรุกขสูตรบทสนทนากับปริพาชกเรื่องทุกข์ พาลปัณฑิตสูตรเปรียบต่างคนพาลกับบัณฑิต และปัจจยสูตรปิดวรรคด้วยนิยามปฏิจจสมุปบาทอย่างเป็นทางการ
- หน้า ๓๗–๕๘ ทสพลวรรคที่ ๓ เปิดด้วยทสพลสูตร ๒ สูตรว่าด้วยทสพลญาณของตถาคต ตามด้วยอุปนิสสูตรอันสำคัญว่าด้วยธรรมที่อิงอาศัยกันเป็นลำดับจากทุกข์ไปจนถึงวิมุตติและขยญาณ อัญญติตถิยสูตรพระสารีบุตรตอบปัญหาลัทธิภายนอกว่าทุกข์เกิดเพราะผัสสะ ปัจจยสูตรและภิกขุสูตรอธิบายอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นปฏิปทาดับปัจจัยแต่ละข้อ ปิดท้ายด้วยสมณพราหมณสูตร ๒ สูตร
- หน้า ๕๙–๖๘ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ (ตอนต้น): ภูตสูตร-กฬารสูตร ภูตสูตร: พระพุทธเจ้าตรัสถามพระสารีบุตรเรื่องคาถาอชิตปัญหาในปารายนวรรค อธิบายความเป็นเสขะและผู้มีสังขาตธรรมผ่านการเห็นภูตะตามจริง กฬารสูตร: พระกฬารขัตติยะทูลเรื่องพระโมลิยผัคคุนะสึก จากนั้นพระสารีบุตรถูกซักถามการพยากรณ์อรหัตตผลโดยละเอียดตามลำดับปฏิจจสมุปบาท จบด้วยสีหนาทของพระสารีบุตรว่าตอบได้ไม่รู้จบ
- หน้า ๖๙–๘๒ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ (ตอนปลาย): ญาณวัตถุ-อวิชชาปัจจัย-เจตนา ญาณวัตถุสูตรและทุติยญาณวัตถุสูตร แสดงญาณวัตถุ ๔๔ และ ๗๗ ประการตามปัจจยาการ อวิชชาปัจจยสูตร ๒ สูตร ปฏิเสธคำถามที่ว่า 'ชราและมรณะเป็นของใคร' ด้วยมัชฌิมาปฏิปทา นตุมหสูตรว่ากายไม่ใช่ของเรา เจตนาสูตร ๓ สูตรว่าด้วยเจตนา ดำริ และความนึกคิด เป็นอารัมมณปัจจัยให้วิญญาณตั้งมั่นและเกิดภพใหม่
- หน้า ๘๓–๙๘ คหปติวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตร ๒ สูตร: ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีทรงแสดงภัยเวร ๕ ที่สงบแล้ว องค์แห่งโสดาปัตติผล ๔ และญายธรรมอันประเสริฐ ทุกขสูตร-โลกสูตรว่าด้วยความเกิด-ดับแห่งทุกข์และโลกผ่านอายตนะ ๖ ชาณุสโสณิสูตร โลกายติกสูตร ตอบพราหมณ์ด้วยมัชฌิมาปฏิปทาปฏิเสธทิฏฐิสุดโต่ง อริยสาวกสูตร ๒ สูตรว่าด้วยอริยสาวกผู้ไม่สงสัยในปฏิจจสมุปบาท
- หน้า ๙๙–๑๑๔ ทุกขวรรคที่ ๖ ปริวีมังสนสูตรว่าด้วยการพิจารณาเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ พร้อมอุปมาหม้อร้อนและคำถามปฏิเสธอัตตา อุปาทานสูตร สังโยชนสูตร ๒ สูตร มหารุกขสูตร ๒ สูตร และตรุณรุกขสูตร ใช้อุปมาไฟกองใหญ่ ประทีปน้ำมัน ต้นไม้ใหญ่/ต้นไม้อ่อนถูกตัดรากถอนโคน นามรูปสูตร วิญญาณสูตร นิทานสูตรปิดวรรคด้วยพระอานนท์กราบทูลว่าปฏิจจสมุปบาทดูง่าย แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าลึกซึ้งยิ่งนัก เหมือนขอดด้ายของช่างหูก
- หน้า ๑๑๕–๑๒๖ มหาวรรคที่ ๗ ตอนต้น: อัสสุตวาสูตร ๒ สูตร, ปุตตมังสสูตร, อัตถิราคสูตร เริ่มมหาวรรคที่ ๗ ด้วยอัสสุตวาสูตรทั้งสองสูตร สอนว่าจิตเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ากายเหมือนลิงจับกิ่งไม้ไปเรื่อยๆ ตามด้วยปุตตมังสสูตรอันโด่งดังซึ่งอุปมาอาหาร ๔ อย่างด้วยเรื่องสยดสยอง และอัตถิราคสูตรอธิบายการเวียนว่ายด้วยอุปมาแสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง
- หน้า ๑๒๖–๑๔๑ มหาวรรคที่ ๗ ตอนกลาง: นครสูตร, สัมมสสูตร, นฬกลาปิสูตร, โกสัมพิสูตร นครสูตรเล่าการตรัสรู้ปฏิจจสมุปบาทของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้ เปรียบเหมือนพบนครโบราณและทางเก่าคืออริยมรรคมีองค์ ๘ สัมมสสูตรสอนพิจารณาปัจจัยภายในด้วยอุปมาสุราเจือยาพิษ นฬกลาปิสูตรคือบทสนทนาพระสารีบุตร-มหาโกฏฐิตะ อุปมาไม้อ้อสองกำพิงกัน และโกสัมพิสูตรเล่าบทสนทนามุสิละ-ปวิฏฐะ-นารทะ-อานนท์
- หน้า ๑๔๒–๑๕๔ มหาวรรคที่ ๗ ตอนท้าย: อุปยันติสูตร, สุสิมปริพพาชกสูตร (จบวรรค) อุปยันติสูตรอุปมาน้ำขึ้นน้ำลงในมหาสมุทรกับความเกิดดับแห่งปัจจยาการ สุสิมปริพพาชกสูตรเป็นเรื่องยาวและสำคัญ ว่าด้วยปริพาชกสุสิมะที่บวชเพื่อขโมยธรรม ได้ฟังภิกษุอวดอรหัตตผลโดยไม่มีฤทธิ์หรืออภิญญา พระพุทธเจ้าตรัสว่า 'ธัมมฐิติญาณเกิดก่อน นิพพานญาณเกิดภายหลัง' แสดงถึงปัญญาวิมุตติ ปิดท้ายมหาวรรคที่ ๗
- หน้า ๑๕๕–๑๕๖ สมณพราหมณวรรคที่ ๘ วรรคสั้นแบบเปยยาล ๑๑ สูตร กล่าวซ้ำรูปแบบเดียวกันว่าสมณะหรือพราหมณ์ใดไม่รู้ชัดปัจจยาการแต่ละข้อ ไม่จัดว่าเป็นสมณะหรือพราหมณ์แท้จริง จบด้วยบัญชีสรุปวรรคของนิทานสังยุต
- หน้า ๑๕๗–๑๖๐ อันตรเปยยาลที่ ๙ (จบนิทานสังยุต) วรรคเปยยาลย่อ ๑๒ สูตร สอนว่าเมื่อไม่รู้เห็นปัจจยาการแต่ละข้อตามจริง พึงแสวงหาศาสดา ศึกษา เพียร ตั้งสติ ฯลฯ ปิดท้ายว่ารวมทั้งสิ้น ๑๓๒ สูตรตามแบบอริยสัจ ๔ เป็นการปิดนิทานสังยุตทั้งหมด
- หน้า ๑๖๑–๑๖๘ อภิสมยสังยุต (จบบริบูรณ์) สังยุตสั้นอิสระ ๑๑ สูตร ใช้อุปมาต่างๆ (ฝุ่นติดปลายเล็บเทียบแผ่นดิน, น้ำในสระโบกขรณี, แม่น้ำใหญ่บรรจบกัน, หยดน้ำในมหาสมุทร, ก้อนหินบนเขาหิมพานต์และเขาสิเนรุ) แสดงว่าทุกข์ที่ดับไปแล้วของพระโสดาบันมีมากกว่าทุกข์ที่เหลือมากมายมหาศาล จบสังยุตบริบูรณ์
- หน้า ๑๖๙–๑๗๙ ธาตุสังยุต ๑. นานัตตวรรค (ความต่างแห่งธาตุ) อธิบายความต่างแห่งธาตุ ๑๘ และธาตุภายนอก ๖ ที่เป็นเหตุให้เกิดความต่างแห่งผัสสะ เวทนา สัญญา สังกัปปะ ฉันทะ ปริฬาหะ ปริเยสนา และลาภะตามลำดับ มีทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายไม่เกิด รวม ๑๐ สูตร
- หน้า ๑๘๐–๑๘๕ ธาตุสังยุต ๒. ทุติยวรรค (ตอนต้น) - ธาตุ ๗ และเหตุแห่งวิตก สัตตธาตุสูตรแสดงธาตุ ๗ พร้อมเหตุที่ทำให้ปรากฏ สนิทานสูตรแสดงกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตกว่ามีเหตุจึงเกิด โดยอุปมาคบหญ้าไฟในป่าหญ้าแห้ง คิญชกาวสถสูตรพระกัจจานะทูลถามเรื่องทิฏฐิเกิดจากธาตุ
- หน้า ๑๘๖–๑๙๙ ธาตุสังยุต ๒. ทุติยวรรค (ตอนปลาย) - สัตว์คบค้าสมาคมกันโดยธาตุเดียวกัน จังกมสูตรอันโด่งดังที่พระพุทธเจ้าทรงชี้ลักษณะเด่นของพระสารีบุตร โมคคัลลานะ มหากัสสปะ อนุรุทธะ ปุณณมันตานีบุตร อุบาลี อานนท์ และเทวทัตขณะเดินจงกรม สคาถาสูตรมีคาถาปิดท้าย ตามด้วยชุดสูตรอัสสัทธสังสันทนสูตรและอื่นๆ
- หน้า ๒๐๐–๒๐๕ ธาตุสังยุต ๓. กัมมปถวรรค - สัตว์คบค้ากันโดยศีลและกรรมบถ ขยายหลักการ 'สัตว์คบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน' มาสู่ศีลธรรม ได้แก่ อสมาหิตสูตร ทุสสีลสูตร ปัญจสิกขาปทสูตร สัตตกัมมปถสูตร ทสกัมมปถสูตร อัฏฐังคิกสูตร และทสังคสูตร รวม ๗ สูตร ปิดท้ายวรรค
- หน้า ๒๐๖–๒๑๔ ธาตุสังยุต ๔. จตุตถวรรค - ธาตุ ๔ ปฐวี อาโป เตโช วาโย (จบสังยุต) แสดงธาตุ ๔ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ โดยปุพเพสัมโพธสูตรและอจริงสูตรทรงย้อนเล่าการพิจารณาคุณ โทษ เครื่องสลัดออกก่อนตรัสรู้ ปิดท้ายด้วยสมณพราหมณสูตร ๓ สูตร วรรคนี้ปิดท้ายธาตุสังยุตบริบูรณ์
- หน้า ๒๑๕–๒๒๔ อนมตัคคสังยุต ๑. ปฐมวรรค - สังสารวัฏไม่ปรากฏเบื้องต้นเบื้องปลาย เปิดสังยุตใหม่ด้วยอุปมาอันโด่งดังแสดงความยาวนานของสังสารวัฏ เช่น ติณกัฏฐสูตร ปฐวีสูตร อัสสุสูตร (น้ำตามากกว่ามหาสมุทร ๔) ขีรสูตร ปัพพตสูตรและสาสปสูตร คังคาสูตร ทัณฑสูตร และปุคคลสูตร (กระดูกกองเท่าภูเขาเวปุลละ) รวม ๑๐ สูตร
- หน้า ๒๒๕–๒๓๒ อนมตัคคสังยุต ๒. ทุติยวรรค (จบสังยุต) ทุคคตสูตรและสุขิตสูตรให้พิจารณาคนทุกข์-คนสุขว่าเราเคยเป็นเช่นนั้นมาแล้ว ติงสมัตตสูตรเล่าภิกษุชาวปาวา ๓๐ รูปบรรลุอรหัตตผลขณะฟังอุปมาโลหิตที่หลั่งไหลมากกว่าน้ำ ๔ มหาสมุทร ชุดสูตรสั้นว่าสัตว์ทุกผู้เคยเป็นมารดา บิดา พี่น้อง และเวปุลลปัพพตสูตร (ภูเขาเวปุลละในสมัยพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์) จบสังยุต
- หน้า ๒๓๓–๒๔๐ กัสสปสังยุต ตอนต้น: ความสันโดษและปฏิปทาของพระมหากัสสปะ เริ่มกัสสปสังยุตด้วยสันตุฏฐสูตร (สันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย) อโนตตัปปีสูตร จันทูปมาสูตร (อุปมาภิกษุผู้เข้าสู่ตระกูลดุจดวงจันทร์ ไม่ข้องไม่ยึดติด) และกุลูปกสูตร (ภิกษุเช่นไรควร/ไม่ควรเข้าสู่ตระกูล)
- หน้า ๒๔๑–๒๕๐ กัสสปสังยุต: ความชราและโอวาทสามสูตร ชิณณสูตร-พระพุทธเจ้าชวนพระมหากัสสปะผู้ชราให้ใช้คหบดีจีวรและพักในสำนัก แต่ท่านขอรักษาธุดงควัตรต่อเพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชน จากนั้นเป็นโอวาทสูตร ๓ สูตรที่ท่านบ่นว่าภิกษุยุคนั้นสอนยาก ไม่เคารพคำสอน พร้อมอุปมาดวงจันทร์ข้างขึ้นข้างแรม
- หน้า ๒๕๑–๒๖๔ กัสสปสังยุต ตอนปลาย (จบสังยุต) ฌานาภิญญสูตร-พระมหากัสสปะบรรลุฌาน ๔ อรูปสมาบัติ อภิญญา ๖ เสมอพระพุทธเจ้าทุกประการ อุปัสสยสูตร-ภิกษุณีถุลลติสสาตำหนิท่าน จีวรสูตร-เรื่องแลกจีวรกับพระพุทธเจ้าและประวัติการบวช ปรัมมรณสูตร-ปัญหาตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่ สัทธัมมัปปฏิรูปกสูตร-เหตุแห่งความเสื่อมและความตั้งมั่นของสัทธรรม จบสังยุต
- หน้า ๒๖๕–๒๗๓ ลาภสักการสังยุต ปฐมวรรค: อุปมาโทษของลาภสักการะ เริ่มลาภสักการสังยุต ว่าด้วยลาภ สักการะ ความสรรเสริญเป็นอันตรายต่อการบรรลุธรรม เต็มไปด้วยอุปมาโดดเด่น เช่น ปลากลืนเบ็ด เต่าติดเชือกพราน แกะขนยาวติดหนาม แมลงวันกินคูถ สายฟ้าและลูกศรอาบยาพิษไล่ตามพระเสขะ สุนัขจิ้งจอกเป็นโรคเรื้อน นกถูกลมบ้าหมูซัด ปิดท้ายด้วยสคาถกสูตร
- หน้า ๒๗๓–๒๗๕ ลาภสักการสังยุต ทุติยวรรค: ของล่อทดสอบใจ วรรคว่าด้วยของล่อทดสอบใจคน เริ่มจากถาดทองคำเต็มผงเงิน/ทอง ทองคำแท่ง ทองสิงคี แผ่นดินเต็มแร่ทองคำ ของกำนัลเล็กน้อย ชีวิต จนถึงนางงามประจำแคว้น แสดงว่าคนที่ไม่ยอมพูดเท็จเพราะสิ่งเหล่านี้ ก็ยังพูดเท็จได้เมื่อถูกลาภสักการะครอบงำจิต
- หน้า ๒๗๖–๒๘๒ ลาภสักการสังยุต ตติยวรรค: ลาภสักการะรุนแรงกว่ามาตุคาม ว่าด้วยลาภสักการะครอบงำจิตยิ่งกว่ามาตุคามหรือนางงามประจำแคว้น มีอุปมาอุบาสิกาสอนบุตรธิดาให้เป็นดุจพระสารีบุตร โมคคัลลานะ หรือเขมาภิกษุณี ฉวิสูตรและรัชชุสูตรเปรียบลาภสักการะดุจเชือกขนสัตว์ตัดผิวถึงเยื่อกระดูก ปิดท้ายภิกขุสูตร-แม้พระอรหันต์ก็ยังถูกลาภสักการะเป็นอันตราย
- หน้า ๒๘๓–๒๘๘ ลาภสักการสังยุต จตุตถวรรค (จบสังยุต) ว่าด้วยกรณีพระเทวทัตถูกลาภสักการะครอบงำจนทำลายสงฆ์และกุศลมูลขาดสูญ มีอจิรปักกันตสูตรที่มีคาถาอุปมาชื่อดัง 'ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย' และปัญจรถสตสูตรเรื่องอชาตศัตรูเสด็จเยี่ยมเทวทัตด้วยราชรถ ๕๐๐ คัน ปิดท้ายด้วยมาตุสูตรและปิตุสุตตาทิฉักกะ ๖ สูตรย่อ จบวรรค จบสังยุต
- หน้า ๒๘๙–๒๙๖ ราหุลสังยุต ปฐมวรรค พระพุทธเจ้าทรงสอนพระราหุลด้วยวิธีถาม-ตอบแบบอนัตตลักขณะผ่านอายตนะและขันธ์ ๑๐ สูตร ได้แก่ จักขุสูตร รูปสูตร วิญญาณสูตร สัมผัสสูตร เวทนาสูตร สัญญาสูตร สัญเจตนาสูตร ตัณหาสูตร ธาตุสูตร และขันธสูตร ล้วนแสดงความไม่เที่ยงเพื่อความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดและหลุดพ้น
- หน้า ๒๙๗–๓๐๒ ราหุลสังยุต ทุติยวรรค (จบสังยุต) ทวนสอนพระราหุลด้วยชุดพระสูตร ๑๐ สูตรแบบเดียวกับปฐมวรรค เพิ่มเติมด้วยอนุสยสูตรและอปคตสูตร ว่าด้วยการรู้เห็นขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริงจนใจปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัย จบวรรคและจบราหุลสังยุตบริบูรณ์
- หน้า ๓๐๓–๓๐๗ ลักขณสังยุต ปฐมวรรค พระมหาโมคคัลลานะเล่านิมิตเห็นเปรตต่างๆ ลอยในอากาศถูกฝูงแร้งกาเหยี่ยวจิกทึ้งแก่พระลักขณะ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันและเล่ากรรมเก่าของแต่ละเปรต เช่น อัฏฐิสูตร (เปรตโครงกระดูก อดีตคนฆ่าโค) เปสิสูตร ปิณฑสูตร นิจฉวิสูตร สูจิโลมสูตร ๒ สูตร และกุมภัณฑสูตร
- หน้า ๓๐๘–๓๑๒ ลักขณสังยุต ทุติยวรรค (จบสังยุต) ต่อเนื่องนิมิตเห็นเปรต ได้แก่ สสีสกสูตร คูถขาทสูตร (เปรตพราหมณ์ผู้เคยล้อเลียนสงฆ์ด้วยรางคูถ) นิจฉวิตถีสูตร โอกิลินีสูตร (มเหสีพระเจ้ากาลิงคะผู้หึงหวงเผาหญิงร่วมสามี) และชุดเปรตนักบวชชั่ว ๕ สูตรที่ถูกไฟไหม้สังฆาฏิ จบวรรคและจบลักขณสังยุตบริบูรณ์
- หน้า ๓๑๓–๓๒๔ โอปัมมสังยุต (ทั้งสังยุต) รวมอุปมาสั้นๆ ๑๒ สูตร เช่น กูฏสูตร (กลอนเรือนยอด-อวิชชาเป็นมูลอกุศล) นขสิขสูตร (ฝุ่นปลายเล็บ-สัตว์เกิดเป็นมนุษย์มีน้อย) กุลสูตรและโอกขาสูตร (อานิสงส์เมตตา) อาณิสูตร (อนาคตภิกษุไม่สนใจพระสูตรลึกซึ้ง) และสิคาลสูตร ๒ สูตร (อุปมาสุนัขจิ้งจอกแก่)
- หน้า ๓๒๕–๓๔๐ ภิกขุสังยุต (จบนิทานวรรค) สังยุตสุดท้ายของนิทานวรรค รวมเรื่องราวภิกษุปัจเจกบุคคล ๑๒ สูตร เช่น โกลิตสูตร อุปติสสสูตร (พระสารีบุตรไม่โศกแม้พระศาสดาปรินิพพาน) วิสาขสูตร นันทสูตร (พระนันทะแต่งตัวหรูถูกตักเตือน) เถรนามกสูตร (นิยามการอยู่ผู้เดียวที่แท้จริง) จบด้วยรวมพระสูตร นิทานวรรคที่ ๒ จบ และรวมสังยุตทั้ง ๑๐ ในนิทานวรรค
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐