สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๗ · ๔๐๘ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๐ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๖ นกุลปิตุสูตร: กายกระสับกระส่ายแต่จิตไม่กระสับกระส่าย หน้าเปิดเล่มด้วยขันธสังยุต นกุลปิตุวรรคที่ ๑ และนกุลปิตุสูตร สูตรแรกอันโด่งดัง ว่าด้วยนกุลปิตาคหบดีชราป่วยทูลขอโอวาท พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า 'กายกระสับกระส่ายแต่จิตไม่กระสับกระส่ายได้' จากนั้นพระสารีบุตรอธิบายขยายความเรื่องสักกายทิฏฐิ ๒๐ คือการยึดขันธ์ ๕ โดยความเป็นอัตตา
- หน้า ๖–๒๖ นกุลปิตุวรรคที่ ๑ (ต่อ): เทวทห หลิททิกานิ สมาธิ กาลัตตยสูตร ส่วนที่เหลือของนกุลปิตุวรรคที่ ๑ รวม ๑๐ สูตร ได้แก่ เทวทหสูตร หลิททิกานิสูตร ๒ สูตร สมาธิสูตร ปฏิสัลลานสูตร อุปาทาปริตัสสนาสูตร ๒ สูตร และกาลัตตยสูตร ๓ สูตร ว่าด้วยขันธ์ ๕ ในอดีต-อนาคต-ปัจจุบันที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จบวรรคที่หน้า ๒๖
- หน้า ๒๗–๓๓ อนิจจวรรคที่ ๒: ไตรลักษณ์แห่งขันธ์ อนิจจวรรคที่ ๒ ประกอบด้วยสูตรสั้น ๑๐ สูตรที่มีรูปแบบซ้ำกัน แสดงขันธ์ ๕ โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และแบบมีเหตุปัจจัย เช่น ยทนิจจสูตร สเหตุอนิจจสูตร จบด้วยอานันทสูตรที่ ๑๐ เป็นการปูพื้นฐานหลักไตรลักษณ์ของขันธ์
- หน้า ๓๔–๓๕ ภารสูตร: ขันธ์ ๕ คือภาระ ภารสูตร สูตรที่หนึ่งของภารวรรคที่ ๓ อันโด่งดัง พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าอุปาทานขันธ์ ๕ คือภาระ บุคคลคือผู้แบกภาระ ตัณหาคือการถือภาระ และความดับตัณหาไม่เหลือคือการวางภาระ ปิดท้ายด้วยพระคาถาที่รู้จักกันดี
- หน้า ๓๕–๔๕ ภารวรรคที่ ๓ (ต่อ): ปริญญา อภิชาน ฉันทราค อัสสาทสูตร ส่วนที่เหลือของภารวรรคที่ ๓ รวม ๑๐ สูตร ได้แก่ ปริญญาสูตร อภิชานสูตร ฉันทราคสูตร อัสสาทสูตร ๓ สูตร (คุณ โทษ เครื่องสลัดออกแห่งขันธ์ ที่พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาก่อนตรัสรู้) อภินันทนสูตร อุปปาทสูตร อฆมูลสูตร และปภังคุสูตร จบวรรคที่หน้า ๔๕
- หน้า ๔๖–๕๘ นตุมหากวรรคที่ ๔: สิ่งที่ไม่ใช่ของเธอทั้งหลาย นตุมหากวรรคที่ ๔ รวม ๑๐ สูตร เปิดด้วยนตุมหากสูตร ๒ สูตร ใช้อุปมาหญ้าไม้ในเชตวันที่ไม่ใช่อัตตา ตามด้วยอัญญตรภิกขุสูตร ๒ สูตร อานันทสูตร ๒ สูตร และอนุธัมมสูตร ๔ สูตร ว่าด้วยธรรมสมควรแก่ธรรมคือความเบื่อหน่าย เห็นไม่เที่ยง เห็นทุกข์ และเห็นอนัตตาในขันธ์ ๕
- หน้า ๕๙–๗๔ อัตตทีปวรรคที่ ๕ (จบมูลปัณณาสก์) วรรคปิดท้ายมูลปัณณาสก์ ประกอบด้วยอัตตทีปสูตร (มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ) ปฏิปทาสูตร อนิจจสูตร ๒ สูตร สมนุปัสสนาสูตร ขันธสูตร โสณสูตร ๒ สูตร และนันทิกขยสูตร ๒ สูตร ปิดท้ายด้วย 'มูลปัณณาสก์ จบบริบูรณ์'
- หน้า ๗๕–๑๐๒ อุปยวรรคที่ ๑ (เริ่มมัชฌิมปัณณาสก์) วรรคแรกของมัชฌิมปัณณาสก์ มีอุปยสูตร พีชสูตร (อุปมาด้วยพืช ๕ ชนิด) อุทานสูตร อุปาทานปริปวัตตนสูตร สัตตัฏฐานสูตร สัมมาสัมพุทธสูตร อนัตตลักขณสูตร (เทศนากัณฑ์ที่สองแก่ปัญจวัคคีย์ ทำให้บรรลุอรหัตตผลพร้อมกัน) มหาลิสูตร อาทิตตสูตร และนิรุตติปถสูตร
- หน้า ๑๐๓–๑๑๓ อรหันตวรรคที่ ๒ ชุดสูตรสนทนาสั้นระหว่างพระผู้มีพระภาคกับภิกษุแต่ละรูป ได้แก่ อุปาทิยมานสูตร มัญญมานสูตร อภินันทมานสูตร อนิจจสูตร ทุกขสูตร อนัตตสูตร อนัตตนิยสูตร รชนียสัณฐิตสูตร ราธสูตร และสุราธสูตร แต่ละสูตรจบลงด้วยภิกษุผู้ฟังธรรมโดยย่อบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๑๑๔–๑๒๐ ขัชชนียวรรค ตอนต้น (อัสสาทสูตร-สีหสูตร) รวมสูตรสั้นๆ คือ อัสสาทสูตรและสมุทยสูตร ๒ สูตร, อรหันตสูตร ๒ สูตร บรรยายลักษณะพระอรหันต์พร้อมคาถาสรรเสริญ, และสีหสูตร อุปมาพญาราชสีห์บันลือสีหนาทเปรียบกับพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องขันธ์ ๕ จนเทวดาผู้มีอายุยืนสะดุ้งกลัว
- หน้า ๑๒๐–๑๒๕ ขัชชนียสูตร สูตรเจ้าของชื่อวรรค อธิบายที่มาของคำว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และสอนว่าสัตว์ถูกขันธ์ ๕ เคี้ยวกินอยู่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ผู้พิจารณาเห็นไตรลักษณ์ย่อมหลุดพ้น จนเทวดาพรหมอินทร์นอบน้อม
- หน้า ๑๒๕–๑๓๔ ปิณโฑลยสูตร และ ปาลิเลยยสูตร ปิณโฑลยสูตร: พระพุทธเจ้าทรงขับไล่ภิกษุสงฆ์ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ ทรงสอนเรื่องภิกษุทุศีลบิณฑบาต อกุศลวิตก ๓. ปาลิเลยยสูตร: พระพุทธเจ้าเสด็จหลีกไปประทับพระองค์เดียว ณ ป่าปาลิเลยยกะ ทรงแสดงเหตุที่อาสวะสิ้นไปโดยลำดับผ่านมุมมองต่างๆ ต่อขันธ์ ๕
- หน้า ๑๓๔–๑๔๑ ปุณณมสูตร พระธรรมเทศนาคืนวันเพ็ญ ภิกษุรูปหนึ่งทูลถามปัญหา ๑๐ ข้อเรียงลำดับเรื่องอุปาทานขันธ์ ๕ มูลเหตุ ฉันทราคะ ความหมายของขันธ์ เหตุปัจจัยที่ทำให้ขันธ์ปรากฏ เหตุเกิด-ไม่เกิดสักกายทิฏฐิ คุณโทษเครื่องสลัดออก เป็นสูตรหลักคำสอนขันธ์ ๕ อย่างเป็นระบบ
- หน้า ๑๔๒–๑๕๓ เถรวรรค ตอนต้น (อานันทสูตร-ยมกสูตร) อานันทสูตร: พระอานนท์เล่าโอวาทพระปุณณมันตานีบุตร อุปมากระจกส่องหน้า. ติสสสูตร: พระติสสะซึมเศร้าท้อแท้ พระพุทธเจ้าทรงสอนอุปมาทาง ๒ แพร่ง. ยมกสูตร: พระสารีบุตรแก้ทิฏฐิผิดของพระยมกะที่เข้าใจว่าพระขีณาสพตายแล้วสูญ ด้วยอุปมาโจรปลอมตัวเป็นคนรับใช้ฆ่านาย
- หน้า ๑๕๓–๑๖๘ เถรวรรค ตอนกลาง (อนุราธสูตร-เขมกสูตร) อนุราธสูตร: ค้นหาตถาคตในขันธ์ ๕ ไม่ได้เลย ทรงบัญญัติแต่ทุกข์และความดับทุกข์. วักกลิสูตร: พระวักกลิอาพาธหนัก ตรัส 'ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา' ท่านปลงศัสตราปรินิพพาน มารค้นหาวิญญาณไม่พบ. อัสสชิสูตรและเขมกสูตร: ว่าด้วยเวทนาและมานะอย่างละเอียด 'เรามี' อุปมากลิ่นดอกไม้-ผ้าซัก
- หน้า ๑๖๙–๑๗๖ เถรวรรคที่ ๔ (ต่อ): เขมกสูตรจบ-ฉันนสูตร-ราหุลสูตร (จบวรรค) เขมกสูตรจบด้วยพระเถระ ๖๐ รูปบรรลุอรหัตต์ ตามด้วยฉันนสูตรที่พระอานนท์แสดงพระสูตรกัจจานโคตรแก่พระฉันนะจนบรรลุธรรม (สอนมัชฌิมาปฏิปทาไม่ยึดที่สุด 'มี-ไม่มี') และปิดท้ายด้วยราหุลสูตร-ทุติยราหุลสูตร ที่พระพุทธเจ้าสอนพระราหุลพิจารณาขันธ์ ๕ โดยความไม่ใช่ของเรา จบเถรวรรคที่ ๔
- หน้า ๑๗๗–๑๙๗ ปุปผวรรคที่ ๕ (จบมัชฌิมปัณณาสก์) หมวดอุปมาด้วยดอกไม้และสิ่งต่างๆ มีนทีสูตร ปุปผสูตร (ดอกบัวไม่ติดน้ำ) เผณปิณฑูปมสูตร (ขันธ์ ๕ เปรียบด้วยฟองน้ำ พยับแดด ต้นกล้วย มายากล) โคมยปิณฑสูตร (พระพุทธเจ้าเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัสสนะ) คัททูลพัทธสูตร ๒ สูตร (สุนัขถูกล่าม) วาสิชฏสูตร และอนิจจสัญญาสูตร ปิดท้ายมัชฌิมปัณณาสก์
- หน้า ๑๙๘–๒๐๗ อันตวรรคที่ ๑ (เริ่มจูฬปัณณาสก์) วรรคแรกของจุลปัณณาสก์ แสดงอุปาทานขันธ์ ๕ ผ่านกรอบอริยสัจ ๔ และการบรรลุธรรมขั้นต่างๆ ได้แก่ อันตสูตร ทุกขสูตร สักกายสูตร ปริญเญยยสูตร สมณสูตร ๒ สูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร และฉันทปหานสูตร ๒ สูตร
- หน้า ๒๐๘–๒๒๐ ธัมมกถิกวรรคที่ ๒ หมวดว่าด้วยพระธรรมกถึก มีอวิชชาสูตร วิชชาสูตร ธัมมกถิกสูตร ๒ สูตร (นิยามผู้เป็นธรรมกถึก) พันธนสูตร ปริปุจฉิตสูตร ๒ สูตร สัญโญชนิยสูตร อุปาทานิยสูตร สีลวันตสูตร-สุตวันตสูตร (บทสนทนาพระสารีบุตร-พระมหาโกฏฐิตะ) และกัปปสูตร ๒ สูตร
- หน้า ๒๒๑–๒๓๐ อวิชชาวรรคที่ ๓ บทสนทนาเชิงแม่บทระหว่างพระสารีบุตรกับพระมหาโกฏฐิตะ นิยามอวิชชา-วิชชาผ่านมุมมองต่างๆ ของขันธ์ ๕ ได้แก่ สมุทยธัมมสูตร ๓ สูตร อัสสาทสูตร ๒ สูตร สมุทยสูตร ๒ สูตร และโกฏฐิตสูตร ๓ สูตร จบวรรคที่หน้า ๒๓๐
- หน้า ๒๓๑–๒๓๘ กุกกุฬวรรค: ขันธ์ ๕ เป็นของร้อน รวม ๑๔ สูตรสั้นรูปแบบซ้ำ เริ่มด้วยกุกกุฬสูตร (ขันธ์ ๕ เป็นของร้อน พึงเบื่อหน่าย) ตามด้วยชุดสูตรว่าด้วยการละฉันทะ/ราคะ/ฉันทราคะในขันธ์ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ปิดท้ายด้วยนิพพิทาพหุลสูตร
- หน้า ๒๓๙–๒๕๒ ทิฏฐิวรรค: มูลเหตุแห่งทิฏฐิต่างๆ ในขันธ์ ๕ (จบขันธสังยุต) ๑๐ สูตรว่าด้วยเงื่อนไขที่ทำให้เกิดทิฏฐิต่างๆ อาศัยขันธ์ ๕ ที่ไม่เที่ยง ได้แก่ อัชฌัตตสูตร เอตังมมสูตร โสอัตตาสูตร มิจฉาทิฏฐิสูตร สักกายทิฏฐิสูตร อัตตานุทิฏฐิสูตร อภินิเวสสูตร ๒ สูตร และอานันทสูตร จบวรรคและจบขันธสังยุตทั้งหมด (อุปริปัณณาสก์จบบริบูรณ์ รวม ๕ วรรค เรียกตติยปัณณาสก์)
- หน้า ๒๕๓–๒๖๑ ราธสังยุต ปฐมวรรค: มาร สัตว์ และขันธ์ที่ควรกำหนดรู้ ๑๐ สูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบพระราธะ เริ่มด้วยมารสูตร (ขันธ์ ๕ เป็นมาร) สัตตสูตร (อุปมาเด็กเล่นเรือนฝุ่น) ภวเนตติสูตร ปริญเญยยสูตร สมณสูตร ๒ สูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร และฉันทราคสูตร ๒ สูตร (อุปมาต้นตาลถูกตัดราก)
- หน้า ๒๖๒–๒๖๘ ราธสังยุต ทุติยวรรค: มาร-ธรรมของมาร-ไตรลักษณ์ในขันธ์ ๕ ๑๒ สูตรสั้นรูปแบบเดียวกัน ตรัสตอบพระราธะสั้นๆ ว่าขันธ์ ๕ เป็นมาร เป็นธรรมของมาร ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความสิ้นไป เสื่อมไป เกิดขึ้น และดับไปเป็นธรรมดา
- หน้า ๒๖๙–๒๗๓ ราธสังยุต อายาจนวรรค: เธอพึงละฉันทราคะในขันธ์ ๕ ๑๒ สูตรรูปแบบเดียวกับวรรคก่อนแต่เปลี่ยนบทสรุปเป็นคำเชิญชวนให้ละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในขันธ์ ๕ แต่ละแง่มุม ตามคำขอของพระราธะที่ทูลขอฟังธรรมโดยย่อ
- หน้า ๒๗๔–๒๗๗ ราธสังยุต อุปนิสินนวรรค: จบราธสังยุต ๑๒ สูตรสุดท้ายของราธสังยุต รูปแบบเดียวกับสองวรรคก่อน ว่าด้วยการละฉันทะราคะฉันทราคะในขันธ์ ๕ ที่เป็นมาร ไม่เที่ยง ทุกข์ อนัตตา จบวรรคและจบราธสังยุตทั้งหมด (รวม ๔ วรรค)
- หน้า ๒๗๘–๓๐๓ ทิฏฐิสังยุต ๑. โสตาปัตติวรรค เปิดสังยุตใหม่ว่าด้วยทิฏฐิ ชุด ๑๘ สูตรว่าด้วยมิจฉาทิฏฐิสำคัญ เช่น วาตสูตร (ทิฏฐิว่าลมไม่พัด แม่น้ำไม่ไหล) นัตถิทินนสูตร (ปฏิเสธผลกรรม แบบอชิตะเกสกัมพล) กโรโตสูตร (ทำเองก็ไม่บาป แบบปูรณะกัสสปะ) เหตุสูตรและมหาทิฏฐิสูตร (แบบมักขลิโคสาล) สัสสตทิฏฐิสูตร แต่ละทิฏฐิถูกวิเคราะห์ด้วยขันธ์ ๕ ว่าไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ปิดวรรคที่หน้า ๓๐๓
- หน้า ๓๐๔–๓๑๑ ทิฏฐิสังยุต ๒. ทุติยคมนวรรค ทวนทิฏฐิ ๑๘ ข้อเดิมแบบย่อผ่านมุมมอง 'ทุกข์' เป็นฐานยึดถือ และเพิ่มสูตรใหม่ ๘ สูตร ว่าด้วยทิฏฐิเรื่องอัตตาหลังตาย เช่น รูปีอัตตาสูตร อรูปีอัตตาสูตร เอกันตสุขีสูตร รวมเป็น ๒๖ สูตรในวรรคนี้
- หน้า ๓๑๒–๓๑๔ ทิฏฐิสังยุต ๓. ตติยคมนวรรค ย่อทิฏฐิ ๒๖ ข้อเดิมอีกครั้ง แสดงเต็มเฉพาะนวาตสูตรที่ ๑ และอทุกขมสุขีสูตรที่ ๒๖ นอกนั้นให้ขยายความตามแบบทุติยคมนวรรค ถ้อยคำวินิจฉัยเปลี่ยนเป็น 'สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ เพราะถือมั่นสิ่งนั้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น'
- หน้า ๓๑๕–๓๑๙ ทิฏฐิสังยุต ๔. จตุตถคมนวรรค ทวนทิฏฐิ ๒๖ ข้อเป็นครั้งสุดท้าย แต่เปลี่ยนบทสรุปจากความเป็นโสดาบันเป็นคำสอนอนัตตาเต็มรูปแบบ นำสู่ความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น ปิดท้ายด้วยหมายเหตุสรุปว่าวรรค ๒-๔ แต่ละวรรคมี ๒๖ สูตร จบทิฏฐิสังยุต
- หน้า ๓๒๐–๓๒๗ โอกกันตสังยุต ๑๐ สูตรแสดงอายตนะ อารมณ์ วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์ว่าไม่เที่ยงแปรผัน ผู้เชื่อมั่นเรียกสัทธานุสารี ผู้รู้แจ้งด้วยปัญญาเรียกธัมมานุสารี ก้าวลงสู่ความเป็นโสดาบัน
- หน้า ๓๒๘–๓๓๔ อุปปาทสังยุต ๑๐ สูตรคู่ขนานกับโอกกันตสังยุต แต่แสดงในแง่ 'ความเกิดขึ้น...คือความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ความตั้งอยู่แห่งโรค ความปรากฏแห่งชราและมรณะ' และ 'ความดับ...คือความดับแห่งทุกข์' เชื่อมอายตนะ-ขันธ์เข้ากับหลักทุกข์และโรค
- หน้า ๓๓๕–๓๔๑ กิเลสสังยุต ๑๐ สูตรแสดงว่า 'ฉันทราคะ' ในอายตนะ อารมณ์ วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์ เป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต เมื่อละได้จิตย่อมน้อมไปในเนกขัมมะควรแก่การรู้ยิ่ง จบสังยุต
- หน้า ๓๔๒–๓๔๙ สารีปุตตสังยุต พระอานนท์ถามพระสารีบุตรถึงวิหารธรรมหลังกลับจากบิณฑบาต พระสารีบุตรตอบด้วยรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ โดยไม่ยึดถือว่าตนเข้า/ออกจากฌาน ปิดท้ายด้วยสุจิมุขีสูตร ที่ปริพาชิกาถามเรื่องมารยาทฉัน นำสู่คำสอนเรื่องมิจฉาชีพ ๔ แบบ
- หน้า ๓๕๐–๓๕๗ นาคสังยุต ว่าด้วยกำเนิดพญานาค ๔ ประเภท (อัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ โอปปาติกะ) ความประณีตต่างกัน เหตุที่นาคบางพวกรักษาอุโบสถศีลและสละกาย และเหตุที่มนุษย์บำเพ็ญกุศล/ให้ทานแล้วปรารถนาไปเกิดร่วมกับนาคแต่ละจำพวก รวม ๕๐ สูตร
- หน้า ๓๕๘–๓๖๒ สุปัณณสังยุต ว่าด้วยกำเนิดครุฑ ๔ ประเภทเช่นเดียวกับนาค ครุฑแต่ละประเภทฉุดคร่านาคประเภทใดได้บ้าง และสูตรว่าด้วยเหตุที่ทำให้ไปเกิดร่วมกับครุฑทั้งจากความปรารถนาและจากการให้ทาน รวม ๔๖ สูตร
- หน้า ๓๖๓–๓๖๘ คันธัพพกายสังยุต ว่าด้วยเทพผู้สิงสถิตตามส่วนต่างๆ ของต้นไม้มีกลิ่นหอม (ราก แก่น กระพี้ เปลือก สะเก็ด ใบ ดอก ผล รส กลิ่น) เหตุที่คนสุจริตปรารถนาและให้ทานเพื่อไปเกิดร่วมกับเทพเหล่านี้ รวม ๑๑๒ สูตร
- หน้า ๓๖๙–๓๗๔ วลาหกสังยุต ว่าด้วยเทพพวกวลาหก ๕ จำพวก (สีต อุณห อัพภ วาต วัสส) ผู้บันดาลความหนาว ร้อน หมอก ลม และฝน เหตุที่คนไปเกิดร่วมกับเทพเหล่านี้ด้วยสุจริตและการให้ทาน
- หน้า ๓๗๕–๓๘๔ วัจฉโคตตสังยุต ปริพาชกวัจฉโคตรทูลถามเหตุที่ทำให้เกิดทิฏฐิ ๑๐ ประการ (โลกเที่ยง/ไม่เที่ยง มีที่สุด/ไม่มีที่สุด ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่ ฯลฯ) พระพุทธองค์ตรัสว่าเกิดจากความไม่รู้ ไม่เห็นในขันธ์ ๕ ขยายเป็น ๕๕ สูตร
- หน้า ๓๘๕–๔๐๘ ฌานสังยุต (จบขันธวารวรรค) ว่าด้วยบุคคลผู้ได้ฌาน ๔ จำพวก จำแนกตามความฉลาด/ไม่ฉลาดในคู่ธรรมของสมาธิ (ตั้งจิตมั่น เข้า ตั้งอยู่ ออก ความพร้อม อารมณ์ โคจร อภินิหาร) เปรียบด้วยลำดับนมส้ม-เนยใส ขยายเป็น ๕๕ สูตร ปิดท้ายด้วย 'ฌานสังยุต จบ' และ 'ขันธวารวรรคที่ ๓ จบ' พร้อมรายชื่อสังยุตทั้ง ๑๓ เป็นการจบเล่มอย่างสมบูรณ์
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐