สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๗ · ๔๐๘ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๐ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๖ นกุลปิตุสูตร: กายกระสับกระส่ายแต่จิตไม่กระสับกระส่าย หน้าเปิดเล่มด้วยขันธสังยุต นกุลปิตุวรรคที่ ๑ และนกุลปิตุสูตร สูตรแรกอันโด่งดัง ว่าด้วยนกุลปิตาคหบดีชราป่วยทูลขอโอวาท พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า 'กายกระสับกระส่ายแต่จิตไม่กระสับกระส่ายได้' จากนั้นพระสารีบุตรอธิบายขยายความเรื่องสักกายทิฏฐิ ๒๐ คือการยึดขันธ์ ๕ โดยความเป็นอัตตา
  2. หน้า ๖–๒๖ นกุลปิตุวรรคที่ ๑ (ต่อ): เทวทห หลิททิกานิ สมาธิ กาลัตตยสูตร ส่วนที่เหลือของนกุลปิตุวรรคที่ ๑ รวม ๑๐ สูตร ได้แก่ เทวทหสูตร หลิททิกานิสูตร ๒ สูตร สมาธิสูตร ปฏิสัลลานสูตร อุปาทาปริตัสสนาสูตร ๒ สูตร และกาลัตตยสูตร ๓ สูตร ว่าด้วยขันธ์ ๕ ในอดีต-อนาคต-ปัจจุบันที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จบวรรคที่หน้า ๒๖
  3. หน้า ๒๗–๓๓ อนิจจวรรคที่ ๒: ไตรลักษณ์แห่งขันธ์ อนิจจวรรคที่ ๒ ประกอบด้วยสูตรสั้น ๑๐ สูตรที่มีรูปแบบซ้ำกัน แสดงขันธ์ ๕ โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และแบบมีเหตุปัจจัย เช่น ยทนิจจสูตร สเหตุอนิจจสูตร จบด้วยอานันทสูตรที่ ๑๐ เป็นการปูพื้นฐานหลักไตรลักษณ์ของขันธ์
  4. หน้า ๓๔–๓๕ ภารสูตร: ขันธ์ ๕ คือภาระ ภารสูตร สูตรที่หนึ่งของภารวรรคที่ ๓ อันโด่งดัง พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าอุปาทานขันธ์ ๕ คือภาระ บุคคลคือผู้แบกภาระ ตัณหาคือการถือภาระ และความดับตัณหาไม่เหลือคือการวางภาระ ปิดท้ายด้วยพระคาถาที่รู้จักกันดี
  5. หน้า ๓๕–๔๕ ภารวรรคที่ ๓ (ต่อ): ปริญญา อภิชาน ฉันทราค อัสสาทสูตร ส่วนที่เหลือของภารวรรคที่ ๓ รวม ๑๐ สูตร ได้แก่ ปริญญาสูตร อภิชานสูตร ฉันทราคสูตร อัสสาทสูตร ๓ สูตร (คุณ โทษ เครื่องสลัดออกแห่งขันธ์ ที่พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาก่อนตรัสรู้) อภินันทนสูตร อุปปาทสูตร อฆมูลสูตร และปภังคุสูตร จบวรรคที่หน้า ๔๕
  6. หน้า ๔๖–๕๘ นตุมหากวรรคที่ ๔: สิ่งที่ไม่ใช่ของเธอทั้งหลาย นตุมหากวรรคที่ ๔ รวม ๑๐ สูตร เปิดด้วยนตุมหากสูตร ๒ สูตร ใช้อุปมาหญ้าไม้ในเชตวันที่ไม่ใช่อัตตา ตามด้วยอัญญตรภิกขุสูตร ๒ สูตร อานันทสูตร ๒ สูตร และอนุธัมมสูตร ๔ สูตร ว่าด้วยธรรมสมควรแก่ธรรมคือความเบื่อหน่าย เห็นไม่เที่ยง เห็นทุกข์ และเห็นอนัตตาในขันธ์ ๕
  7. หน้า ๕๙–๗๔ อัตตทีปวรรคที่ ๕ (จบมูลปัณณาสก์) วรรคปิดท้ายมูลปัณณาสก์ ประกอบด้วยอัตตทีปสูตร (มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ) ปฏิปทาสูตร อนิจจสูตร ๒ สูตร สมนุปัสสนาสูตร ขันธสูตร โสณสูตร ๒ สูตร และนันทิกขยสูตร ๒ สูตร ปิดท้ายด้วย 'มูลปัณณาสก์ จบบริบูรณ์'
  8. หน้า ๗๕–๑๐๒ อุปยวรรคที่ ๑ (เริ่มมัชฌิมปัณณาสก์) วรรคแรกของมัชฌิมปัณณาสก์ มีอุปยสูตร พีชสูตร (อุปมาด้วยพืช ๕ ชนิด) อุทานสูตร อุปาทานปริปวัตตนสูตร สัตตัฏฐานสูตร สัมมาสัมพุทธสูตร อนัตตลักขณสูตร (เทศนากัณฑ์ที่สองแก่ปัญจวัคคีย์ ทำให้บรรลุอรหัตตผลพร้อมกัน) มหาลิสูตร อาทิตตสูตร และนิรุตติปถสูตร
  9. หน้า ๑๐๓–๑๑๓ อรหันตวรรคที่ ๒ ชุดสูตรสนทนาสั้นระหว่างพระผู้มีพระภาคกับภิกษุแต่ละรูป ได้แก่ อุปาทิยมานสูตร มัญญมานสูตร อภินันทมานสูตร อนิจจสูตร ทุกขสูตร อนัตตสูตร อนัตตนิยสูตร รชนียสัณฐิตสูตร ราธสูตร และสุราธสูตร แต่ละสูตรจบลงด้วยภิกษุผู้ฟังธรรมโดยย่อบรรลุอรหัตตผล
  10. หน้า ๑๑๔–๑๒๐ ขัชชนียวรรค ตอนต้น (อัสสาทสูตร-สีหสูตร) รวมสูตรสั้นๆ คือ อัสสาทสูตรและสมุทยสูตร ๒ สูตร, อรหันตสูตร ๒ สูตร บรรยายลักษณะพระอรหันต์พร้อมคาถาสรรเสริญ, และสีหสูตร อุปมาพญาราชสีห์บันลือสีหนาทเปรียบกับพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องขันธ์ ๕ จนเทวดาผู้มีอายุยืนสะดุ้งกลัว
  11. หน้า ๑๒๐–๑๒๕ ขัชชนียสูตร สูตรเจ้าของชื่อวรรค อธิบายที่มาของคำว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และสอนว่าสัตว์ถูกขันธ์ ๕ เคี้ยวกินอยู่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ผู้พิจารณาเห็นไตรลักษณ์ย่อมหลุดพ้น จนเทวดาพรหมอินทร์นอบน้อม
  12. หน้า ๑๒๕–๑๓๔ ปิณโฑลยสูตร และ ปาลิเลยยสูตร ปิณโฑลยสูตร: พระพุทธเจ้าทรงขับไล่ภิกษุสงฆ์ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ ทรงสอนเรื่องภิกษุทุศีลบิณฑบาต อกุศลวิตก ๓. ปาลิเลยยสูตร: พระพุทธเจ้าเสด็จหลีกไปประทับพระองค์เดียว ณ ป่าปาลิเลยยกะ ทรงแสดงเหตุที่อาสวะสิ้นไปโดยลำดับผ่านมุมมองต่างๆ ต่อขันธ์ ๕
  13. หน้า ๑๓๔–๑๔๑ ปุณณมสูตร พระธรรมเทศนาคืนวันเพ็ญ ภิกษุรูปหนึ่งทูลถามปัญหา ๑๐ ข้อเรียงลำดับเรื่องอุปาทานขันธ์ ๕ มูลเหตุ ฉันทราคะ ความหมายของขันธ์ เหตุปัจจัยที่ทำให้ขันธ์ปรากฏ เหตุเกิด-ไม่เกิดสักกายทิฏฐิ คุณโทษเครื่องสลัดออก เป็นสูตรหลักคำสอนขันธ์ ๕ อย่างเป็นระบบ
  14. หน้า ๑๔๒–๑๕๓ เถรวรรค ตอนต้น (อานันทสูตร-ยมกสูตร) อานันทสูตร: พระอานนท์เล่าโอวาทพระปุณณมันตานีบุตร อุปมากระจกส่องหน้า. ติสสสูตร: พระติสสะซึมเศร้าท้อแท้ พระพุทธเจ้าทรงสอนอุปมาทาง ๒ แพร่ง. ยมกสูตร: พระสารีบุตรแก้ทิฏฐิผิดของพระยมกะที่เข้าใจว่าพระขีณาสพตายแล้วสูญ ด้วยอุปมาโจรปลอมตัวเป็นคนรับใช้ฆ่านาย
  15. หน้า ๑๕๓–๑๖๘ เถรวรรค ตอนกลาง (อนุราธสูตร-เขมกสูตร) อนุราธสูตร: ค้นหาตถาคตในขันธ์ ๕ ไม่ได้เลย ทรงบัญญัติแต่ทุกข์และความดับทุกข์. วักกลิสูตร: พระวักกลิอาพาธหนัก ตรัส 'ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา' ท่านปลงศัสตราปรินิพพาน มารค้นหาวิญญาณไม่พบ. อัสสชิสูตรและเขมกสูตร: ว่าด้วยเวทนาและมานะอย่างละเอียด 'เรามี' อุปมากลิ่นดอกไม้-ผ้าซัก
  16. หน้า ๑๖๙–๑๗๖ เถรวรรคที่ ๔ (ต่อ): เขมกสูตรจบ-ฉันนสูตร-ราหุลสูตร (จบวรรค) เขมกสูตรจบด้วยพระเถระ ๖๐ รูปบรรลุอรหัตต์ ตามด้วยฉันนสูตรที่พระอานนท์แสดงพระสูตรกัจจานโคตรแก่พระฉันนะจนบรรลุธรรม (สอนมัชฌิมาปฏิปทาไม่ยึดที่สุด 'มี-ไม่มี') และปิดท้ายด้วยราหุลสูตร-ทุติยราหุลสูตร ที่พระพุทธเจ้าสอนพระราหุลพิจารณาขันธ์ ๕ โดยความไม่ใช่ของเรา จบเถรวรรคที่ ๔
  17. หน้า ๑๗๗–๑๙๗ ปุปผวรรคที่ ๕ (จบมัชฌิมปัณณาสก์) หมวดอุปมาด้วยดอกไม้และสิ่งต่างๆ มีนทีสูตร ปุปผสูตร (ดอกบัวไม่ติดน้ำ) เผณปิณฑูปมสูตร (ขันธ์ ๕ เปรียบด้วยฟองน้ำ พยับแดด ต้นกล้วย มายากล) โคมยปิณฑสูตร (พระพุทธเจ้าเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัสสนะ) คัททูลพัทธสูตร ๒ สูตร (สุนัขถูกล่าม) วาสิชฏสูตร และอนิจจสัญญาสูตร ปิดท้ายมัชฌิมปัณณาสก์
  18. หน้า ๑๙๘–๒๐๗ อันตวรรคที่ ๑ (เริ่มจูฬปัณณาสก์) วรรคแรกของจุลปัณณาสก์ แสดงอุปาทานขันธ์ ๕ ผ่านกรอบอริยสัจ ๔ และการบรรลุธรรมขั้นต่างๆ ได้แก่ อันตสูตร ทุกขสูตร สักกายสูตร ปริญเญยยสูตร สมณสูตร ๒ สูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร และฉันทปหานสูตร ๒ สูตร
  19. หน้า ๒๐๘–๒๒๐ ธัมมกถิกวรรคที่ ๒ หมวดว่าด้วยพระธรรมกถึก มีอวิชชาสูตร วิชชาสูตร ธัมมกถิกสูตร ๒ สูตร (นิยามผู้เป็นธรรมกถึก) พันธนสูตร ปริปุจฉิตสูตร ๒ สูตร สัญโญชนิยสูตร อุปาทานิยสูตร สีลวันตสูตร-สุตวันตสูตร (บทสนทนาพระสารีบุตร-พระมหาโกฏฐิตะ) และกัปปสูตร ๒ สูตร
  20. หน้า ๒๒๑–๒๓๐ อวิชชาวรรคที่ ๓ บทสนทนาเชิงแม่บทระหว่างพระสารีบุตรกับพระมหาโกฏฐิตะ นิยามอวิชชา-วิชชาผ่านมุมมองต่างๆ ของขันธ์ ๕ ได้แก่ สมุทยธัมมสูตร ๓ สูตร อัสสาทสูตร ๒ สูตร สมุทยสูตร ๒ สูตร และโกฏฐิตสูตร ๓ สูตร จบวรรคที่หน้า ๒๓๐
  21. หน้า ๒๓๑–๒๓๘ กุกกุฬวรรค: ขันธ์ ๕ เป็นของร้อน รวม ๑๔ สูตรสั้นรูปแบบซ้ำ เริ่มด้วยกุกกุฬสูตร (ขันธ์ ๕ เป็นของร้อน พึงเบื่อหน่าย) ตามด้วยชุดสูตรว่าด้วยการละฉันทะ/ราคะ/ฉันทราคะในขันธ์ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ปิดท้ายด้วยนิพพิทาพหุลสูตร
  22. หน้า ๒๓๙–๒๕๒ ทิฏฐิวรรค: มูลเหตุแห่งทิฏฐิต่างๆ ในขันธ์ ๕ (จบขันธสังยุต) ๑๐ สูตรว่าด้วยเงื่อนไขที่ทำให้เกิดทิฏฐิต่างๆ อาศัยขันธ์ ๕ ที่ไม่เที่ยง ได้แก่ อัชฌัตตสูตร เอตังมมสูตร โสอัตตาสูตร มิจฉาทิฏฐิสูตร สักกายทิฏฐิสูตร อัตตานุทิฏฐิสูตร อภินิเวสสูตร ๒ สูตร และอานันทสูตร จบวรรคและจบขันธสังยุตทั้งหมด (อุปริปัณณาสก์จบบริบูรณ์ รวม ๕ วรรค เรียกตติยปัณณาสก์)
  23. หน้า ๒๕๓–๒๖๑ ราธสังยุต ปฐมวรรค: มาร สัตว์ และขันธ์ที่ควรกำหนดรู้ ๑๐ สูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบพระราธะ เริ่มด้วยมารสูตร (ขันธ์ ๕ เป็นมาร) สัตตสูตร (อุปมาเด็กเล่นเรือนฝุ่น) ภวเนตติสูตร ปริญเญยยสูตร สมณสูตร ๒ สูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร และฉันทราคสูตร ๒ สูตร (อุปมาต้นตาลถูกตัดราก)
  24. หน้า ๒๖๒–๒๖๘ ราธสังยุต ทุติยวรรค: มาร-ธรรมของมาร-ไตรลักษณ์ในขันธ์ ๕ ๑๒ สูตรสั้นรูปแบบเดียวกัน ตรัสตอบพระราธะสั้นๆ ว่าขันธ์ ๕ เป็นมาร เป็นธรรมของมาร ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความสิ้นไป เสื่อมไป เกิดขึ้น และดับไปเป็นธรรมดา
  25. หน้า ๒๖๙–๒๗๓ ราธสังยุต อายาจนวรรค: เธอพึงละฉันทราคะในขันธ์ ๕ ๑๒ สูตรรูปแบบเดียวกับวรรคก่อนแต่เปลี่ยนบทสรุปเป็นคำเชิญชวนให้ละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในขันธ์ ๕ แต่ละแง่มุม ตามคำขอของพระราธะที่ทูลขอฟังธรรมโดยย่อ
  26. หน้า ๒๗๔–๒๗๗ ราธสังยุต อุปนิสินนวรรค: จบราธสังยุต ๑๒ สูตรสุดท้ายของราธสังยุต รูปแบบเดียวกับสองวรรคก่อน ว่าด้วยการละฉันทะราคะฉันทราคะในขันธ์ ๕ ที่เป็นมาร ไม่เที่ยง ทุกข์ อนัตตา จบวรรคและจบราธสังยุตทั้งหมด (รวม ๔ วรรค)
  27. หน้า ๒๗๘–๓๐๓ ทิฏฐิสังยุต ๑. โสตาปัตติวรรค เปิดสังยุตใหม่ว่าด้วยทิฏฐิ ชุด ๑๘ สูตรว่าด้วยมิจฉาทิฏฐิสำคัญ เช่น วาตสูตร (ทิฏฐิว่าลมไม่พัด แม่น้ำไม่ไหล) นัตถิทินนสูตร (ปฏิเสธผลกรรม แบบอชิตะเกสกัมพล) กโรโตสูตร (ทำเองก็ไม่บาป แบบปูรณะกัสสปะ) เหตุสูตรและมหาทิฏฐิสูตร (แบบมักขลิโคสาล) สัสสตทิฏฐิสูตร แต่ละทิฏฐิถูกวิเคราะห์ด้วยขันธ์ ๕ ว่าไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ปิดวรรคที่หน้า ๓๐๓
  28. หน้า ๓๐๔–๓๑๑ ทิฏฐิสังยุต ๒. ทุติยคมนวรรค ทวนทิฏฐิ ๑๘ ข้อเดิมแบบย่อผ่านมุมมอง 'ทุกข์' เป็นฐานยึดถือ และเพิ่มสูตรใหม่ ๘ สูตร ว่าด้วยทิฏฐิเรื่องอัตตาหลังตาย เช่น รูปีอัตตาสูตร อรูปีอัตตาสูตร เอกันตสุขีสูตร รวมเป็น ๒๖ สูตรในวรรคนี้
  29. หน้า ๓๑๒–๓๑๔ ทิฏฐิสังยุต ๓. ตติยคมนวรรค ย่อทิฏฐิ ๒๖ ข้อเดิมอีกครั้ง แสดงเต็มเฉพาะนวาตสูตรที่ ๑ และอทุกขมสุขีสูตรที่ ๒๖ นอกนั้นให้ขยายความตามแบบทุติยคมนวรรค ถ้อยคำวินิจฉัยเปลี่ยนเป็น 'สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ เพราะถือมั่นสิ่งนั้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น'
  30. หน้า ๓๑๕–๓๑๙ ทิฏฐิสังยุต ๔. จตุตถคมนวรรค ทวนทิฏฐิ ๒๖ ข้อเป็นครั้งสุดท้าย แต่เปลี่ยนบทสรุปจากความเป็นโสดาบันเป็นคำสอนอนัตตาเต็มรูปแบบ นำสู่ความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น ปิดท้ายด้วยหมายเหตุสรุปว่าวรรค ๒-๔ แต่ละวรรคมี ๒๖ สูตร จบทิฏฐิสังยุต
  31. หน้า ๓๒๐–๓๒๗ โอกกันตสังยุต ๑๐ สูตรแสดงอายตนะ อารมณ์ วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์ว่าไม่เที่ยงแปรผัน ผู้เชื่อมั่นเรียกสัทธานุสารี ผู้รู้แจ้งด้วยปัญญาเรียกธัมมานุสารี ก้าวลงสู่ความเป็นโสดาบัน
  32. หน้า ๓๒๘–๓๓๔ อุปปาทสังยุต ๑๐ สูตรคู่ขนานกับโอกกันตสังยุต แต่แสดงในแง่ 'ความเกิดขึ้น...คือความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ความตั้งอยู่แห่งโรค ความปรากฏแห่งชราและมรณะ' และ 'ความดับ...คือความดับแห่งทุกข์' เชื่อมอายตนะ-ขันธ์เข้ากับหลักทุกข์และโรค
  33. หน้า ๓๓๕–๓๔๑ กิเลสสังยุต ๑๐ สูตรแสดงว่า 'ฉันทราคะ' ในอายตนะ อารมณ์ วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์ เป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต เมื่อละได้จิตย่อมน้อมไปในเนกขัมมะควรแก่การรู้ยิ่ง จบสังยุต
  34. หน้า ๓๔๒–๓๔๙ สารีปุตตสังยุต พระอานนท์ถามพระสารีบุตรถึงวิหารธรรมหลังกลับจากบิณฑบาต พระสารีบุตรตอบด้วยรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ โดยไม่ยึดถือว่าตนเข้า/ออกจากฌาน ปิดท้ายด้วยสุจิมุขีสูตร ที่ปริพาชิกาถามเรื่องมารยาทฉัน นำสู่คำสอนเรื่องมิจฉาชีพ ๔ แบบ
  35. หน้า ๓๕๐–๓๕๗ นาคสังยุต ว่าด้วยกำเนิดพญานาค ๔ ประเภท (อัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ โอปปาติกะ) ความประณีตต่างกัน เหตุที่นาคบางพวกรักษาอุโบสถศีลและสละกาย และเหตุที่มนุษย์บำเพ็ญกุศล/ให้ทานแล้วปรารถนาไปเกิดร่วมกับนาคแต่ละจำพวก รวม ๕๐ สูตร
  36. หน้า ๓๕๘–๓๖๒ สุปัณณสังยุต ว่าด้วยกำเนิดครุฑ ๔ ประเภทเช่นเดียวกับนาค ครุฑแต่ละประเภทฉุดคร่านาคประเภทใดได้บ้าง และสูตรว่าด้วยเหตุที่ทำให้ไปเกิดร่วมกับครุฑทั้งจากความปรารถนาและจากการให้ทาน รวม ๔๖ สูตร
  37. หน้า ๓๖๓–๓๖๘ คันธัพพกายสังยุต ว่าด้วยเทพผู้สิงสถิตตามส่วนต่างๆ ของต้นไม้มีกลิ่นหอม (ราก แก่น กระพี้ เปลือก สะเก็ด ใบ ดอก ผล รส กลิ่น) เหตุที่คนสุจริตปรารถนาและให้ทานเพื่อไปเกิดร่วมกับเทพเหล่านี้ รวม ๑๑๒ สูตร
  38. หน้า ๓๖๙–๓๗๔ วลาหกสังยุต ว่าด้วยเทพพวกวลาหก ๕ จำพวก (สีต อุณห อัพภ วาต วัสส) ผู้บันดาลความหนาว ร้อน หมอก ลม และฝน เหตุที่คนไปเกิดร่วมกับเทพเหล่านี้ด้วยสุจริตและการให้ทาน
  39. หน้า ๓๗๕–๓๘๔ วัจฉโคตตสังยุต ปริพาชกวัจฉโคตรทูลถามเหตุที่ทำให้เกิดทิฏฐิ ๑๐ ประการ (โลกเที่ยง/ไม่เที่ยง มีที่สุด/ไม่มีที่สุด ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่ ฯลฯ) พระพุทธองค์ตรัสว่าเกิดจากความไม่รู้ ไม่เห็นในขันธ์ ๕ ขยายเป็น ๕๕ สูตร
  40. หน้า ๓๘๕–๔๐๘ ฌานสังยุต (จบขันธวารวรรค) ว่าด้วยบุคคลผู้ได้ฌาน ๔ จำพวก จำแนกตามความฉลาด/ไม่ฉลาดในคู่ธรรมของสมาธิ (ตั้งจิตมั่น เข้า ตั้งอยู่ ออก ความพร้อม อารมณ์ โคจร อภินิหาร) เปรียบด้วยลำดับนมส้ม-เนยใส ขยายเป็น ๕๕ สูตร ปิดท้ายด้วย 'ฌานสังยุต จบ' และ 'ขันธวารวรรคที่ ๓ จบ' พร้อมรายชื่อสังยุตทั้ง ๑๓ เป็นการจบเล่มอย่างสมบูรณ์