สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๘ · ๔๙๖ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๐ สฬายตนสังยุต ๑. อนิจจวรรค วรรคแรกเปิดเล่มด้วยสูตร ๑๒ สูตรที่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกันแสดงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาของอายตนะภายในและภายนอก รวมทั้งฉบับที่ขยายไปถึงอดีตและอนาคต
  2. หน้า ๑๑–๒๑ สฬายตนสังยุต ๒. ยมกวรรค วรรคที่ประกอบด้วยพระสูตรเป็นคู่ๆ ๑๐ สูตร ว่าด้วยพระดำริก่อนตรัสรู้เรื่องคุณ โทษ เครื่องสลัดออกของอายตนะ การแสวงหาคุณของอายตนะ และผู้เพลิดเพลินอายตนะชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์
  3. หน้า ๒๒–๓๗ สฬายตนสังยุต ๓. สัพพวรรค วรรคสำคัญเปิดด้วยสัพพสูตร นิยามคำว่า 'สิ่งทั้งปวง' ว่าคืออายตนะ ๑๒ อันเป็นหลักคำสอนพื้นฐาน ตามด้วยปหานสูตร และอาทิตตสูตร (พระธรรมเทศนาเรื่องไฟไหม้อันโด่งดัง แสดงแก่ภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปที่ตำบลคยาสีสะ ทุกรูปบรรลุอรหัตตผลทันที)
  4. หน้า ๓๘–๔๐ สฬายตนสังยุต ๔. ชาติธัมมวรรค วรรคสั้นแบบย่อ (เพยยาล) รวม ๑๐ สูตร ใช้สูตรสำเร็จเดียวกันแสดงว่าอายตนะทั้งปวงมีความเกิด แก่ เจ็บไข้ ตาย เศร้าโศก สิ้นไป เสื่อมไป เกิดขึ้น และดับไปเป็นธรรมดา
  5. หน้า ๔๑–๔๔ สฬายตนสังยุต ๕. สัพพอนิจจวรรค (จบปฐมปัณณาสก์) วรรคปิดท้ายปฐมปัณณาสก์ รวม ๑๐ สูตรแบบย่อ แสดงว่าอายตนะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ควรรู้ยิ่ง ควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้ง จบด้วย 'ปฐมปัณณาสกในสฬายตนวรรค จบบริบูรณ์'
  6. หน้า ๔๕–๕๒ อวิชชาวรรค (ทุติยปัณณาสก์ วรรคที่ ๑) วรรคแรกของทุติยปัณณาสก์ เป็นชุดคำถาม-คำตอบว่าเมื่อรู้เห็นอายตนะโดยความไม่เที่ยง/อนัตตาอย่างไรจึงจะละหรือถอนอวิชชา สังโยชน์ อาสวะ และอนุสัยได้ รวมทั้งสัพพุปาทานปริญญาสูตรและสัพพุปาทานปริยาทานสูตร
  7. หน้า ๕๓–๖๕ มิคชาลวรรค (ทุติยปัณณาสก์ วรรคที่ ๒) เปิดด้วยมิคชาลสูตร ๒ สูตร นิยามว่า 'อยู่ผู้เดียว' ที่แท้จริงคือไม่มีตัณหาแม้อยู่ท่ามกลางผู้คน ตามด้วยสมิทธิปัญหาสูตร ๔ สูตร และอุปเสนอาสีวิสสูตรอันโด่งดัง (พระอุปเสนะถูกงูพิษกัดแต่จิตไม่หวั่นไหวเพราะไม่ยึดขันธ์ว่าเป็นตน กายจึงเรี่ยรายดุจกำแกลบ) และอุปวาณสันทิฏฐิกสูตร
  8. หน้า ๖๖–๗๖ คิลานวรรค เปิดวรรคด้วยปฐม-ทุติยคิลานสูตร (พระพุทธเจ้าเสด็จเยี่ยมภิกษุใหม่อาพาธหนัก สอนอนิจจัง ทุกข อนัตตาแห่งอายตนะ) ตามด้วยราธสูตร ๓ สูตร อวิชชาปหานสูตร ๒ สูตร และผัคคุนปัญหาสูตร
  9. หน้า ๗๗–๘๔ ฉันนวรรค (ตอนต้น) ปโลกธัมมสูตรและสุญญตโลกสูตร (พระอานนท์ทูลถามนิยามคำว่า 'โลก') แล้วเข้าสู่ฉันนสูตรอันสำคัญ: พระฉันนะอาพาธหนักปรารถนานำศัสตรามาปลงชีวิต พระสารีบุตรและพระมหาจุนทะไปเยี่ยมสอนอนัตตา สุดท้ายท่านนำศัสตรามา แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรถูกติเตียนเพราะไม่ยึดถือขันธ์ว่าเป็นตน
  10. หน้า ๘๔–๙๖ ฉันนวรรค (ตอนปลาย) ปุณณสูตรอันโด่งดัง: พระปุณณะขอโอวาทย่อแล้วอาสาไปเผยแผ่ธรรมที่สุนาปรันตชนบทอันดุร้าย ยืนยันความอดทนแม้ถูกด่า ทำร้าย จนถึงถูกฆ่า สุดท้ายบรรลุอรหัตต์ ตามด้วยพาหิยสูตร เอชาสูตร ๒ สูตร และทวยสูตร ๒ สูตร
  11. หน้า ๙๗–๑๐๕ ฉฬวรรค (ตอนต้น) อทันตอคุตตสูตร (ผัสสายตนะที่ไม่ฝึกนำทุกข์มาให้ ที่ฝึกดีนำสุขมาให้) ตามด้วยมาลุกยปุตตสูตรอันโด่งดัง: พระเถระชราขอโอวาทย่อ พระพุทธเจ้าสอนหลัก 'เห็นสักว่าเห็น ฟังสักว่าฟัง' ท่านมาลุกยบุตรบรรลุอรหัตต์หลังจากนั้น
  12. หน้า ๑๐๖–๑๑๖ ฉฬวรรค (ตอนปลาย, จบทุติยปัณณาสก์) ปริหานธัมมสูตร ปมาทวิหารีสูตร สังวรสูตร สมาธิสูตร ปฏิสัลลานสูตร นตุมหากสูตร ๒ สูตร (สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา พร้อมอุปมาหญ้าใบไม้ในเชตวัน) และอุทกสูตร (วิจารณ์คำอวดอ้างเท็จของอุทกดาบสรามบุตร) วรรคจบและทุติยปัณณาสก์จบบริบูรณ์
  13. หน้า ๑๑๗–๑๒๗ โยคักเขมิวรรค (ตติยปัณณาสก์ วรรคที่ ๑) วรรคแรกของตติยปัณณาสก์ มี ๑๐ สูตรสั้น เช่น โยคักเขมิสูตร อุปาทายสูตร ทุกขสมุทยสูตรและโลกสมุทยสูตร (ปฏิจจสมุปบาทผ่านอายตนะ ๖) และอุปัสสุติสูตร (ภิกษุแอบฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสขณะทรงหลีกเร้น)
  14. หน้า ๑๒๘–๑๔๙ โลกกามคุณวรรค ปฐม-ทุติยมารปาสสูตร (บ่วงมาร) โลกันตคมนสูตรอันมีชื่อเสียง (พระอานนท์จำแนกพุทธดำรัสย่อเรื่องที่สุดแห่งโลก) กามคุณสูตร สักกปัญหสูตรและปัญจสิขสูตร และราหุโลวาทสูตรอันเลื่องชื่อ (พระราหุลบรรลุอรหัตต์)
  15. หน้า ๑๕๐–๑๖๗ คหปติวรรค เวสาลีสูตร วัชชีสูตร นาฬันทสูตร ภารทวาชสูตร (พระปิณโฑลภารทวาชะสนทนากับพระเจ้าอุเทน) โสณสูตร โฆสิตสูตร หาลิททกานิสูตรและโลหิจจสูตร (พระมหากัจจานะโปรดมาณพและโลหิจจพราหมณ์) นกุลปิตุสูตร และเวรหัญจานิสูตร
  16. หน้า ๑๖๘–๑๗๘ เทวทหวรรคที่ ๔ เทวทหสูตร ขณสูตรว่าด้วยลาภที่ได้ขณะประพฤติพรหมจรรย์ ปฐมรูปาราม-ทุติยรูปารามสูตรว่าด้วยเทวดามนุษย์ยินดีในรูปจึงเป็นทุกข์ ปฐมนตุมหก-ทุติยนตุมหกสูตรสอนละสิ่งที่ไม่ใช่ของตน และชุดอัชฌัตต/พาหิรอนิจจ-ทุกข-อนัตตเหตุสูตร ปิดท้ายวรรคที่ ๔
  17. หน้า ๑๗๙–๑๙๒ นวปุราณวรรคที่ ๕ (จบตติยปัณณาสก์) กัมมนิโรธสูตรอธิบายกรรมเก่า(อายตนะภายใน)-กรรมใหม่-ความดับกรรม-มรรคมีองค์๘เป็นปฏิปทาดับกรรม ตามด้วยนิพพานสัปปายปฏิปทาสูตร ๔ สูตร อันเตวาสิกสูตร กิมัตถิยพรหมจริยสูตร และธัมมกถิกปุจฉาสูตร ปิดท้ายด้วยการจบตติยปัณณาสก์แห่งสฬายตนวรรคโดยสมบูรณ์
  18. หน้า ๑๙๓–๒๐๑ นันทิกขยวรรคที่ ๑ (เริ่มจตุตถปัณณาสก์) เปิดปัณณาสก์ที่ ๔ ด้วยอัชฌัตต/พาหิรนันทิกขยสูตรว่าด้วยความสิ้นเพลิดเพลินราคะเมื่อเห็นอายตนะไม่เที่ยง ชีวกัมพวนสมาธิสูตรและปฏิสัลลานสูตร โกฏฐิกอนิจจ-ทุกข-อนัตตสูตร ปิดท้ายด้วยมิจฉาทิฏฐิ-สักกายทิฏฐิ-อัตตานุทิฏฐิปหานสูตร
  19. หน้า ๒๐๒–๒๑๖ สัฏฐิเปยยาลวรรคที่ ๒ (พระสูตรย่อ ๖๐ สูตร) ชุดพระสูตรย่อ ๖๐ สูตรรูปแบบซ้ำสูตรสั้นมาก สอนละฉันทะ-ราคะ-ฉันทราคะในอายตนะภายในและภายนอกที่ไม่เที่ยง/เป็นทุกข์/เป็นอนัตตา และแยกตามกาลอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน
  20. หน้า ๒๑๗–๒๓๕ สมุททวรรคที่ ๓ ปฐมสมุทท-ทุติยสมุททสูตรอุปมาอายตนะเป็นสมุทรที่มีคลื่นวังวนสัตว์ร้ายผีเสื้อน้ำ พาฬิสิโกปมสูตรอุปมาอารมณ์ ๖ เป็นเบ็ดของมาร ขีรรุกโขปมสูตร โกฏฐิกสูตรและกามภูสูตรอุปมาโคดำโคขาวผูกเชือกเดียวกันอธิบายฉันทราคะ อุทายิสูตร อาทิตตปริยายสูตร และปฐม-ทุติยหัตถปาโทปมสูตร
  21. หน้า ๒๓๖–๒๕๑ อาสีวิสวรรคที่ ๔ (ตอนต้น) เปิดวรรคด้วยอาสีวิโสปมสูตร อุปมาอันโด่งดัง (อสรพิษ ๔ ตัว=มหาภูตรูป นักฆ่า ๕=อุปาทานขันธ์ สายลับที่ ๖=นันทิราคะ หมู่บ้านร้าง=อายตนะภายใน ห้วงน้ำใหญ่=โอฆะ แพ=มรรคมีองค์ ๘) ตามด้วยรโถปมสูตร กุมโมปมสูตร ปฐม-ทุติยทารุกขันโธปมสูตร และอวัสสุตปริยายสูตร
  22. หน้า ๒๕๑–๒๖๙ อาสีวิสวรรคที่ ๔ (ตอนจบ, จบสฬายตนสังยุต) ทุกขธัมมสูตร กิงสุโกปมสูตรอันโด่งดัง (อุปมาต้นทองกวาวที่ภิกษุแต่ละรูปเห็นต่างกันตามทางปฏิบัติ) วีโณปมสูตร ฉัปปาณโกปมสูตรอันโด่งดัง (สัตว์ ๖ ชนิดผูกเชือกเดียวกันฉุดไปคนละทาง=อายตนะ ๖ หลักคือกายคตาสติ) และยวกลาปิสูตร วรรคจบและปิดท้ายทั้งจตุตถปัณณาสก์และสฬายตนสังยุตทั้งหมด
  23. หน้า ๒๗๐–๒๘๓ เวทนาสังยุต ๑. สคาถวรรค เปิดสังยุตใหม่ว่าด้วยเวทนา ๓ (สุข ทุกข์ อทุกขมสุข) ด้วยสูตรสั้นมีคาถา ๑๐ สูตร ได้แก่ สมาธิสูตร สุขสูตร ปหานสูตร ปาตาลสูตร สัลลสูตรอันโด่งดัง (อุปมาลูกศร ๒ ดอก ปุถุชนเสวยทั้งกายและใจ อริยสาวกเสวยเพียงกาย) ปฐม-ทุติยเคลัญญสูตร (พระพุทธเจ้าเสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลสงฆ์) และผัสสมูลกสูตร
  24. หน้า ๒๘๔–๓๐๐ เวทนาสังยุต ๒. รโหคตวรรค หมวดว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ในที่สงัด เริ่มด้วยรโหคตสูตร (ความดับแห่งสังขารตามลำดับฌาน ๙ ขั้น) จุดเด่นคือปัญจกังคสูตร บทสนทนาช่างไม้ปัญจกังคะกับพระอุทายี และพระพุทธพจน์แสดงสุขประณีตขึ้นตามลำดับฌานจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ
  25. หน้า ๓๐๑–๓๑๓ เวทนาสังยุต ๓. อัฏฐสตปริยายวรรค (จบเวทนาสังยุต) เริ่มด้วยสีวกสูตร (หักล้างว่าเวทนาทั้งหมดเกิดจากกรรมเก่า ชี้ ๘ สมุฏฐาน) อัฏฐสตสูตร (จำแนกเวทนา ๒/๓/๕/๖/๑๘/๓๖/๑๐๘ ประการ) ปิดท้ายด้วยนิรามิสสูตรว่าด้วยปีติ สุข อุเบกขา วิโมกข์ ทั้งมีและไม่มีอามิส วรรคและเวทนาสังยุตทั้งหมดจบที่หน้านี้
  26. หน้า ๓๑๓–๓๒๑ มาตุคามสังยุต ๑. ปฐมเปยยาลวรรค เริ่มมาตุคามสังยุตว่าด้วยองค์ ๕ ที่ทำให้มาตุคามน่าพอใจ/ไม่น่าพอใจสำหรับบุรุษและตรงข้าม ความทุกข์ส่วนตัวของมาตุคาม ๕ ประการ และชุดสูตรกับพระอนุรุทธะว่าด้วยธรรม ๕ ประการฝ่ายเสียที่ทำให้มาตุคามไปเกิดในอบาย
  27. หน้า ๓๒๒–๓๒๖ มาตุคามสังยุต ๒. ทุติยเปยยาลวรรค คู่ตรงข้ามของวรรคก่อน แสดงธรรม ๕ ประการฝ่ายดีที่ทำให้มาตุคามไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้แก่ ไม่โกรธ ไม่ริษยา ไม่ตระหนี่ ไม่ประพฤตินอกใจ มีศีล และปัญจสีลสูตรว่าด้วยศีล ๕
  28. หน้า ๓๒๗–๓๓๔ มาตุคามสังยุต ๓. พลวรรค (จบมาตุคามสังยุต) ว่าด้วยกำลัง ๕ ของมาตุคาม (รูป ทรัพย์ ญาติ บุตร ศีล) มีวิสารทสูตร ปสัยหสูตร อภิภุยยสูตร เอกสูตรว่าด้วยกำลังความเป็นใหญ่ของบุรุษที่ชนะกำลังทั้ง ๕ ได้ และวัฑฒีสูตรปิดท้ายด้วยวัฑฒิธรรม ๕ ของอริยสาวิกา ปิดมาตุคามสังยุตทั้งหมด
  29. หน้า ๓๓๕–๓๔๗ ชัมพุขาทกสังยุต ชัมพุขาทกปริพาชกตั้งคำถามต่อพระสารีบุตรทีละหัวข้อธรรม ๑๖ สูตร ได้แก่ นิพพาน อรหัต ธรรมวาที กิจแห่งพรหมจรรย์ เวทนา อาสวะ อวิชชา ตัณหา โอฆะ อุปาทาน ภพ ทุกข์ สักกายะ แต่ละสูตรพระสารีบุตรตอบด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ เสมอ
  30. หน้า ๓๔๘–๓๔๙ สามัณฑกสังยุต สามัณฑกปริพาชกถามพระสารีบุตรด้วยชุดคำถามแบบเดียวกับชัมพุขาทกสังยุตทุกประการ เริ่มด้วยสามัณฑกสูตรถามเรื่องนิพพาน และทุกกรสูตร เป็นสังยุตสั้นเพียง ๒ หน้า
  31. หน้า ๓๕๐–๓๖๙ โมคคัลลานสังยุต พระมหาโมคคัลลานะเล่าประสบการณ์ภาวนาแก่ภิกษุทั้งหลาย ตั้งแต่ปฐมฌานถึงจตุตถฌาน อรูปฌานทั้ง ๔ และอนิมิตตเจโตสมาธิ พระผู้มีพระภาคเสด็จมาหาด้วยฤทธิ์เพื่อตักเตือนให้ตั้งจิตมั่น ต่อมามีสักกสูตรและจันทนสูตร ว่าด้วยท้าวสักกะและเทพบุตรหลายองค์
  32. หน้า ๓๗๐–๓๗๙ จิตตสังยุต (ตอนต้น) จิตตคหบดี คฤหัสถ์ผู้เชี่ยวชาญแสดงธรรม เริ่มปรากฏในสัญโญชนสูตร ด้วยอุปมาโคดำโคขาวผูกติดกัน แสดงว่าสังโยชน์ไม่ได้อยู่ที่อายตนะแต่อยู่ที่ฉันทราคะ ตามด้วยปฐม-ทุติยอิสิทัตตสูตร และมหกปาฏิหาริยสูตร
  33. หน้า ๓๘๐–๓๙๓ จิตตสังยุต (ตอนปลาย, จบสังยุต) จิตตคหบดีอธิบายอุปมา 'รถ' ว่าหมายถึงกายที่ประกอบด้วยศีล วิมุตติ สติ ทุติยกามภูสูตรอธิบายกายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร โคทัตตสูตร นิคัณฐนาฏปุตตสูตร อเจลกัสสปสูตร และคิลานทัสสนสูตร ฉากมรณกาลของจิตตคหบดีที่ปฏิเสธคำแนะนำของเทวดาให้ปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แล้วสั่งสอนญาติก่อนถึงแก่กรรม จบสังยุต
  34. หน้า ๓๙๔–๔๐๓ คามณิสังยุต: จัณฑสูตร-อสิพันธกปุตตสูตร คามณิสังยุต วรรคว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านต่างๆ เริ่มด้วยจัณฑสูตร ตาลปุตตสูตรและโยธาชีวสูตร (นักฟ้อนรำและนักรบผู้เชื่อผิดว่าตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดา แต่พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าจะตกนรกเพราะมิจฉาทิฏฐิ) หัตถาโรหสูตรและอัสสาโรหสูตร และอสิพันธกปุตตสูตร
  35. หน้า ๔๐๔–๔๑๔ คามณิสังยุต: เขตตูปมสูตร-กุลสูตร เขตตูปมสูตร อุปมาการแสดงธรรมกับการหว่านพืชในนา ๓ ชนิด สังขธมสูตร หักล้างคำสอนนิครนถ์นาฏบุตรเรื่องกรรมมาก-น้อย ด้วยอุปมาคนเป่าสังข์แผ่เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา และกุลสูตร แจกแจงเหตุปัจจัย ๘ ประการที่ทำให้ตระกูลคับแค้น
  36. หน้า ๔๑๕–๔๑๙ คามณิสังยุต: มณิจูฬกสูตร-คันธภกสูตร มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยข้อห้ามสมณศากยบุตรรับทองและเงิน และคันธภกสูตร ว่าด้วยเหตุเกิดทุกข์-ดับทุกข์ในปัจจุบันขณะ โดยชี้ว่าความเศร้าโศกทั้งปวงมีฉันทะเป็นรากเหง้า
  37. หน้า ๔๑๙–๔๓๐ คามณิสังยุต: ราสิยสูตร ผู้ใหญ่บ้านราสิยะทูลถามเรื่องพระพุทธเจ้าทรงตำหนิตบะทุกชนิด พระองค์ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทาและอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่ตรัสรู้แล้ว จากนั้นจำแนกกามโภคีบุคคล ๓ จำพวก พร้อมเกณฑ์ควรติเตียน-สรรเสริญละเอียด
  38. หน้า ๔๓๐–๔๔๗ คามณิสังยุต: ปาฏลิยสูตร (จบสังยุต) ผู้ใหญ่บ้านปาฏลิยะทูลถามเรื่องข่าวลือว่าพระพุทธเจ้า 'ทรงรู้จักมารยา' พระองค์ทรงยอมรับและอุปมาว่าคำสรรเสริญ-สาปแช่งของมหาชนไม่อาจเปลี่ยนผลกรรมได้ ตามด้วยเรื่องศาสดา ๔ ทิฏฐิต่างกัน และธรรมสมาธิ จบด้วยรวมพระสูตร ๑๓ สูตรปิดคามณิสังยุต
  39. หน้า ๔๔๘–๔๕๒ อสังขตสังยุต ๑. ปฐมวรรค พระพุทธเจ้าทรงแสดงอสังขตธรรม (ความสิ้นราคะ โทสะ โมหะ) และหนทางที่นำไปสู่อสังขตธรรม ๑๑ หมวด ได้แก่ กายคตาสติ สมถะและวิปัสสนา สมาธิ ๓ แบบ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และอริยมรรคมีองค์ ๘
  40. หน้า ๔๕๓–๔๖๕ อสังขตสังยุต ๒. ทุติยวรรค (จบสังยุต) แสดงอสังขตธรรมและทางถึงอสังขตธรรมซ้ำในรูปแบบสูตรสั้น ๓๓ สูตร โดยใช้คำไวพจน์แทนนิพพานหลากหลาย เช่น อนตธรรม อนาสวธรรม สัจจธรรม อมตธรรม นิพพาน วิราคธรรม มุตติธรรม ทีปธรรม เลณธรรม ตาณธรรม สรณธรรม และปรายนธรรม จบวรรคและจบอสังขตสังยุตโดยบริบูรณ์
  41. หน้า ๔๖๖–๔๗๒ อัพยากตสังยุต: เขมาสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสถามเขมาภิกษุณีเรื่อง ๔ ฐานะหลังตายของตถาคต นางตอบว่าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ และอุปมาด้วยมหาสมุทรที่ลึกล้ำประมาณไม่ได้ ต่อมาพระองค์ทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องเดียวกัน ได้คำตอบตรงกันทุกถ้อยคำ
  42. หน้า ๔๗๓–๔๗๗ อัพยากตสังยุต: อนุราธสูตร พวกอัญเดียรถีย์ถามพระอนุราธะเรื่อง ๔ ฐานะหลังตาย ท่านตอบโดยปฏิเสธทั้ง ๔ ฐานะ ถูกครหาว่าโง่เขลา จึงไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงสอนว่าไม่อาจค้นหาตถาคตได้ในขันธ์ ๕ ทั้งในหรือแยกจากขันธ์ และตรัสสรุปว่าทรงบัญญัติเพียงทุกข์และความดับทุกข์เท่านั้น
  43. หน้า ๔๗๘–๔๙๐ อัพยากตสังยุต: สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ๔ สูตร, โมคคัลลานสูตร, วัจฉโคตตสูตร ชุดบทสนทนาสั้นระหว่างพระสารีบุตรกับพระมหาโกฏฐิตะ อธิบายเหตุที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาหลังตาย ตามด้วยโมคคัลลานสูตรและวัจฉโคตตสูตรที่วัจฉโคตรปริพาชกถามเรื่องทิฏฐิ ๑๐ ประการ ได้คำตอบตรงกันเพราะไม่ยึดขันธ์ว่าเป็นอัตตา
  44. หน้า ๔๙๑–๔๙๖ อัพยากตสังยุต: กุตูหลสาลาสูตร, อานันทสูตร, สภิยกัจจานสูตร (จบสฬายตนวรรค) กุตูหลสาลาสูตร วัจฉโคตรทูลถามเรื่องครูทั้ง ๖ พยากรณ์ภพหน้าของสาวก พระพุทธเจ้าทรงอุปมาด้วยไฟกับเชื้อ อานันทสูตรทรงนิ่งไม่ตอบว่าอัตตามีหรือไม่มี สภิยกัจจานสูตรปิดท้ายด้วยประเด็นเดียวกัน จบอัพยากตสังยุตและจบสฬายตนวรรคทั้งวรรค (รวม ๑๐ สังยุต) อย่างสมบูรณ์