ท่านถูกข้าพเจ้าถามว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่า ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ’ ก็ตอบว่า ‘แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่า เกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ นี้พระผู้มีพระภาคก็ไม่ทรงพยากรณ์’ ท่าน กัจจานะ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พระสมณโคดมไม่ทรงพยากรณ์ปัญหานั้น”
“วัจฉะ เหตุและปัจจัยใดเพื่อการบัญญัติว่า ‘ตถาคตมีรูปหรือไม่มีรูป ตถาคต มีสัญญาหรือไม่มีสัญญา หรือตถาคตมีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เหตุและ ปัจจัยนั้นก็ผิดทุกสิ่งโดยอาการทั้งหมดทุกอย่างไม่เหลือโดยประการทั้งปวง บุคคล เมื่อจะบัญญัติตถาคตนั้นว่า ‘ตถาคตมีรูปหรือไม่มีรูป ตถาคตมีสัญญาหรือไม่มี สัญญา หรือตถาคตมีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่’ พึงบัญญัติด้วยอะไร”
“ท่านกัจจานะ ท่านบวชมานานเท่าไร”
“ไม่นานดอก ผู้มีอายุ ๓ พรรษา”
“ผู้มีอายุ การพยากรณ์เท่านี้ของท่านผู้ที่กล่าวแก้ได้โดยเวลาถึงเท่านี้ก็มากอยู่ เมื่อคำพยากรณ์ไพเราะอย่างนี้แล้ว ก็ไม่จำต้องพูดอะไรกันอีก”
สภิยกัจจานสูตรที่ ๑๑ จบ
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตวรรคนี้ คือ
๑. เขมาสูตร
๒. อนุราธสูตร
๓. ปฐมสารีปุตตโกฏฐิตสูตร
๔. ทุติยสารีปุตตโกฏฐิตสูตร
๕. ตติยสารีปุตตโกฏฐิตสูตร
๖. จตุตถสารีปุตตโกฏฐิตสูตร
๗. โมคคัลลานสูตร
๘. วัจฉโคตตสูตร
๙. กุตูหลสาลาสูตร
๑๐. อานันทสูตร
๑๑. สภิยกัจจานสูตร