อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๓ · ๕๖๔ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๓ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๖ ๑. ธนวรรค (หมวดว่าด้วยอริยทรัพย์) วรรคเปิดเล่มว่าด้วยอริยทรัพย์และคุณธรรม ๗ ประการ มีปฐม-ทุติยปิยสูตรว่าด้วยธรรมที่ทำให้ภิกษุเป็นที่รักหรือไม่เป็นที่รักของเพื่อนพรหมจารี สังขิตต-วิตถตพลสูตรว่าด้วยพละ ๗ (ศรัทธา วิริยะ หิริ โอตตัปปะ สติ สมาธิ ปัญญา) สังขิตต-วิตถตธนสูตรและอุคคสูตรว่าด้วยอริยทรัพย์ ๗ ที่ไฟ น้ำ โจรแย่งชิงไม่ได้ สัญโญชนสูตรและปหานสูตรว่าด้วยสังโยชน์ ๗ ประการ และมัจฉริยสูตรปิดวรรค
- หน้า ๑๗–๓๐ ๒. อนุสยวรรค (หมวดว่าด้วยอนุสัย) ว่าด้วยอนุสัย ๗ (กิเลสนอนเนื่อง) ในปฐม-ทุติยอนุสยสูตร กุลสูตรว่าด้วยตระกูลที่ภิกษุควร/ไม่ควรเข้าไปหา ปุคคลสูตรว่าด้วยบุคคล ๗ จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา อุทกูปมาสูตรอุปมาบุคคล ๗ จำพวกเหมือนคนตกน้ำ สูตรว่าด้วยผู้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง-ทุกข์-อนัตตา-นิพพานเป็นสุข และนิททสวัตถุสูตรปิดวรรค
- หน้า ๓๑–๓๖ สารันททสูตร-วัสสการสูตร: อปริหานิยธรรมของแคว้นวัชชี สองสูตรเชื่อมโยงกันว่าด้วยอปริหานิยธรรม ๗ ประการของแคว้นวัชชี ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่เจ้าลิจฉวี ณ สารันททเจดีย์ เขตกรุงเวสาลี ต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรูทรงมีพระประสงค์จะยกทัพปราบแคว้นวัชชี จึงส่งวัสสการพราหมณ์มาทูลถาม พระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ทวนอปริหานิยธรรมทีละข้อ ทำให้วัสสการพราหมณ์สรุปว่าไม่ควรทำสงครามกับแคว้นวัชชี นอกจากใช้การทูตหรือทำให้แตกสามัคคี
- หน้า ๓๗–๔๘ อปริหานิยธรรม ๗ ของภิกษุและอุบาสก (วัชชิสัตตกวรรค ต่อ) อปริหานิยธรรม ๗ ประการอีกหลายชุดที่ทรงแสดงแก่ภิกษุ ได้แก่ปฐม-ตติยสัตตกสูตร (การประชุมสงฆ์ การไม่ชอบงาน-พูดคุย-นอนหลับ-คลุกคลี ศรัทธา-หิริ-โอตตัปปะ-พหูสูต-เพียร-สติ-ปัญญา) โพชฌังคสูตรว่าด้วยโพชฌงค์ ๗ สัญญาสูตรว่าด้วยสัญญา ๗ ประการ ปฐม-ทุติยปริหานิสูตรว่าด้วยธรรมเสื่อมของภิกษุเสขะและอุบาสก และวิปัตติสูตร-ปราภวสูตรว่าด้วยวิบัติ-สมบัติ ความเสื่อม-เจริญของอุบาสก
- หน้า ๔๙–๖๗ ๔. เทวตาวรรค (หมวดว่าด้วยเทวดา) วรรคที่ ๔ เริ่มด้วยเทวดามาทูลอปริหานิยธรรม ๗ ประการแก่ภิกษุ ได้แก่ความเคารพในพระศาสดา ธรรม สงฆ์ สิกขา สมาธิ ความไม่ประมาท และปฏิสันถาร ในอัปปมาทคารวสูตร หิรีคารวสูตร ปฐม-ทุติยโสวจัสสตาสูตร (มีพระสารีบุตรอธิบายความพิสดาร) ตามด้วยปฐม-ทุติยมิตตสูตร (คุณสมบัติมิตรแท้ ๗ ประการที่ควรคบแม้ถูกขับไล่) ปฐม-ทุติยปฏิสัมภิทาสูตร ปฐม-ทุติยวสสูตร (ความฉลาดในสมาธิที่ทำให้จิตอยู่ในอำนาจ) และปฐม-ทุติยนิททสสูตร (ที่มาของคำว่า 'นิททสภิกษุ') จบวรรคพร้อมรายชื่อสูตรที่ล้นไปหน้า ๖๗
- หน้า ๖๗–๙๖ ๕. มหายัญญวรรค วรรคว่าด้วยมหายัญ เริ่มด้วยสัตตวิญญาณัฏฐิติสูตร (ภูมิที่ตั้งวิญญาณ ๗) และสมาธิปริกขารสูตร ตามด้วยปฐม-ทุติยอัคคิสูตร (ไฟ ๗ กอง และเรื่องอุคคตสรีรพราหมณ์เลิกฆ่าสัตว์บูชายัญ) ปฐม-ทุติยสัญญาสูตร เมถุนสูตร (เมถุนสังโยค ๗ นิยามพรหมจรรย์ที่ไม่บริสุทธิ์) สังโยคสูตร ทานมหัปผลสูตร และปิดท้ายด้วยนันทมาตาสูตรอันโด่งดัง (อุบาสิกาผู้บรรลุอนาคามีสนทนากับท้าวเวสวัณ)
- หน้า ๙๗–๑๓๐ ๖. อัพยากตวรรค วรรคว่าด้วยเรื่องที่ไม่พยากรณ์ เริ่มด้วยอัพยากตสูตรและปุริสคติสูตร (คติของบุรุษ ๗ กับอุปมาสะเก็ดเหล็กที่ตีจากแผ่นเหล็กร้อน) ติสสพรหมสูตร (พระมหาโมคคัลลานะสนทนากับติสสพรหมเรื่องญาณหยั่งรู้ผู้สิ้นอุปาทานขันธ์) สีหเสนาปติสูตร อรักเขยยสูตร (ฐานะที่ตถาคตไม่ต้องรักษา) กิมิลสูตร สัตตธัมมสูตร จปลายมานสูตร (ทรงสอนพระมหาโมคคัลลานะแก้ความง่วง) เมตตสูตร ภริยาสูตร (ภรรยา ๗ จำพวก) และโกธนสูตร ปิดท้ายด้วยอุทานคาถาสรุปวรรค
- หน้า ๑๓๑–๑๗๐ ๗. มหาวรรค (สัตตกนิบาต) มหาวรรคที่ ๗ รวม ๑๐ สูตรว่าด้วยธรรม ๗ ประการหลากหลายเรื่อง เช่น หิริโอตตัปปสูตร สัตตสุริยสูตร (ดวงอาทิตย์ ๗ ดวงทำลายโลก) นคโรปมสูตร (สัทธรรมเปรียบเครื่องป้องกันนคร) ธัมมัญญูสูตร ปาริฉัตตกสูตร สักกัจจสูตร ภาวนาสูตร อัคคิกขันโธปมสูตร (อุปมากองไฟกับภิกษุทุศีล) สุเนตตสูตร และอรกสูตร (ชีวิตมนุษย์เปรียบด้วยน้ำค้าง) หมายเหตุ: colophon ต้นฉบับ มจร. พิมพ์ผิดเป็น 'มหาวรรคที่ ๑๐ จบ' แต่โครงสร้างจริงคือวรรคที่ ๗
- หน้า ๑๗๑–๑๘๐ ๘. วินยวรรค วินยวรรคที่ ๘ ว่าด้วยคุณสมบัติพระวินัยธร ๘ สูตรแรกใช้สูตรธรรม ๗ ประการซ้ำกันโดยเปลี่ยนข้อที่ ๕-๖ (ปฐม-จตุตถวินยธรสูตร) ปิดท้ายด้วยสัตถุสาสนสูตร (พระอุบาลีทูลถามหลักตัดสินธรรมวินัย) และอธิกรณสมถสูตร (วิธีระงับอธิกรณ์ ๗ อย่าง)
- หน้า ๑๘๑–๑๘๔ ๙. สมณวรรค สมณวรรคที่ ๙ ว่าด้วยความหมายของคำเรียกผู้ทำลาย/ระงับ/ลอย/ล้าง/รู้/กำจัด/ห่างไกลจากกิเลส ๗ ประการ (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ราคะ โทสะ โมหะ มานะ) ได้แก่ ภิกขุ สมณะ พราหมณ์ โสตติกะ นหาตกะ เวทคู อริยะ อรหันต์ ปิดท้ายด้วยอสัทธัมมสูตรและสัทธัมมสูตร
- หน้า ๑๘๕–๑๘๘ ๑๐. อาหุเนยยวรรค อาหุเนยยวรรคที่ ๑๐ (วรรคสุดท้ายก่อนปิดสัตตกนิบาต) ว่าด้วยบุคคล ๗ จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา จำแนกตามการพิจารณาความไม่เที่ยง/ทุกข์/อนัตตาในอายตนะ ๖ ผัสสะ เวทนา สัญญา ตัณหา วิตก วิจาร และขันธ์ ๕ สรุปรวมได้ ๕๒๘ สูตรย่อย
- หน้า ๑๘๙–๑๙๒ ราคเปยยาล (ปิดท้ายสัตตกนิบาต) ราคเปยยาล หมวดย่อปิดท้ายสัตตกนิบาต ว่าด้วยธรรม ๗ ประการที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ ละ และสละคืนราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอื่นๆ อีกหลายสิบข้อ (โกธะ อุปนาหะ มักขะ ฯลฯ) จบด้วย 'ราคเปยยาล จบ' ซึ่งเป็นจุดปิดสัตตกนิบาตทั้งหมด
- หน้า ๑๙๓–๒๑๘ เมตตาวรรคที่ ๑ (เปิดอัฏฐกนิบาต ปฐมปัณณาสก์) เมตตาวรรคที่ ๑ เปิดอัฏฐกนิบาต (ปฐมปัณณาสก์) ประกอบด้วย ๑๐ สูตร: เมตตาสูตร (อานิสงส์เมตตาเจโตวิมุตติ ๘) ปัญญาสูตร อัปปิยสูตร ๒ สูตร โลกธรรมสูตร ๒ สูตร เทวทัตตวิปัตติสูตร (พระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ ครอบงำจนไปนรก) อุตตรวิปัตติสูตร นันทสูตร และการัณฑวสูตร (สมณะหยากเยื่อ)
- หน้า ๒๑๙–๒๒๕ ๒. มหาวรรค (อัฏฐกนิบาต): เวรัญชสูตร เวรัญชสูตร พราหมณ์เวรัญชากล่าวหาพระพุทธเจ้า ๘ ข้อ ทรงแก้ข้อกล่าวหาอย่างแยบคาย แล้วแสดงการตรัสรู้วิชชา ๓ ในราตรีตรัสรู้ (อุปมาลูกไก่เจาะกระเปาะไข่) จบด้วยเวรัญชพราหมณ์ประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
- หน้า ๒๒๖–๒๓๔ สีหสูตร สีหเสนาบดีแม่ทัพแห่งแคว้นวัชชี สาวกนิครนถ์ ตัดสินใจเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลังลังเลถึง ๓ ครั้ง พระองค์ทรงแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการที่มีต่อพระองค์ สีหเสนาบดีจึงประกาศตนเป็นอุบาสกถึง ๓ ครั้งและจัดภัตตาหารถวาย แม้พวกนิครนถ์จะป่าวประกาศตำหนิเรื่องการฆ่าสัตว์เลี้ยงเพื่อเลี้ยงพระ
- หน้า ๒๓๕–๒๔๐ อัสสาชานิยสูตร-อัสสขฬุงกสูตร อุปมาม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ๘ ประการ เทียบกับภิกษุผู้ควรแก่ทักษิณา และอุปมาม้ากระจอก ๘ จำพวกกับข้อเสีย ๘ ประการ เทียบกับภิกษุ ๘ จำพวกที่มีปฏิกิริยาไม่ดีเมื่อถูกโจทด้วยอาบัติ เช่น ปฏิเสธ โต้กลับ หรือลาสิกขา
- หน้า ๒๔๑–๒๔๓ มลสูตร-ทูเตยยสูตร มลทิน ๘ ประการที่ทำให้สิ่งต่างๆ เศร้าหมอง เช่น มนตร์เสื่อมเพราะไม่ท่องบ่น เรือนเสื่อมเพราะไม่ขยัน โดยอวิชชาเป็นมลทินที่ยิ่งกว่าสิ่งใด และธรรม ๘ ประการที่ทำให้ภิกษุควรทำหน้าที่ทูตได้ เช่น รู้จักฟัง พูดให้เข้าใจ ไม่ก่อการทะเลาะ โดยยกพระสารีบุตรเป็นตัวอย่าง
- หน้า ๒๔๔–๒๔๕ ปฐมพันธนสูตร-ทุติยพันธนสูตร อาการ ๘ อย่างที่สตรีผูกใจบุรุษไว้ได้ และอาการ ๘ อย่างที่บุรุษผูกใจสตรีไว้ได้ ได้แก่ รูป รอยยิ้ม วาจา มารยาท ดอกไม้ผลไม้ กลิ่น รส และผัสสะ โดยสรุปว่าผัสสะเป็นเครื่องผูกที่แน่นที่สุด
- หน้า ๒๔๖–๒๕๑ ปหาราทสูตร ท้าวปหาราทะจอมอสูรทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องความน่าอัศจรรย์ในมหาสมุทร ๘ ประการ พระองค์ทรงเทียบเคียงกับธรรมที่น่าอัศจรรย์ ๘ ประการในธรรมวินัยนี้ เช่น การศึกษาไปตามลำดับ ความมั่นคงในสิกขาบท การขับผู้ทุศีลออกจากหมู่ นิพพานไม่พร่องไม่เต็ม รสเดียวคือวิมุตติ
- หน้า ๒๕๒–๒๕๖ อุโปสถสูตร (ปิดมหาวรรคที่ ๒) พระพุทธเจ้าทรงนิ่งไม่ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงถึง ๓ ครั้งเพราะบริษัทไม่บริสุทธิ์ พระมหาโมคคัลลานะตรวจดูด้วยใจจนพบภิกษุทุศีลและจับแขนฉุดออกจากที่ประชุม จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงมอบหน้าที่สวดปาติโมกข์แก่สงฆ์ต่อไป พร้อมตรัสอุปมาความน่าอัศจรรย์ ๘ ประการของมหาสมุทรกับธรรมวินัยซ้ำอีกครั้ง เป็นสูตรปิดท้ายมหาวรรคที่ ๒
- หน้า ๒๕๗–๒๖๓ ๓. คหปติวรรค (ตอนต้น): ปฐม-ทุติยอุคคสูตร เปิดคหปติวรรคด้วยเรื่องคหบดีชื่ออุคคะ ๒ ท่าน (ชาวเวสาลีและชาวบ้านหัตถิคาม) ผู้มีธรรมที่น่าอัศจรรย์ ๘ ประการเหมือนกัน เช่น เลื่อมใสทันทีที่เห็นพระพุทธเจ้า บรรลุโสดาปัตติผลทันที มอบภรรยาสาวให้เป็นทานโดยไม่หวั่นไหว และไม่มีสังโยชน์เบื้องต่ำเหลืออยู่
- หน้า ๒๖๔–๒๖๘ ปฐม-ทุติยหัตถกสูตร หัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวี ผู้มีธรรมที่น่าอัศจรรย์ ๗ ประการ (ภายหลังเพิ่มเป็น ๘ ด้วยความมักน้อย) และมีชื่อเสียงในการสงเคราะห์บริวารกว่า ๕๐๐ คนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา
- หน้า ๒๖๘–๒๗๑ มหานามสูตร-ชีวกสูตร เจ้าศากยะมหานามะและหมอชีวกโกมารภัจทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องความเป็นอุบาสก ความเป็นผู้มีศีล และการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนอย่างเดียวหรือทั้งตนและผู้อื่น พระองค์ทรงตอบด้วยไตรสรณะ ศีล ๕ และหลักศรัทธา ศีล จาคะ การเห็นภิกษุ ฟังธรรม ทรงจำ พิจารณา และปฏิบัติธรรม
- หน้า ๒๗๒–๒๗๔ ปฐม-ทุติยพลสูตร กำลัง ๘ ประการของสิ่งต่างๆ ในโลก เช่น เด็กมีการร้องไห้เป็นกำลัง มาตุคามมีความโกรธเป็นกำลัง สมณพราหมณ์มีขันติเป็นกำลัง จากนั้นพระสารีบุตรกราบทูลกำลัง ๘ ประการของภิกษุขีณาสพที่อาศัยปฏิญญาความสิ้นอาสวะ เช่น เห็นสังขารไม่เที่ยง เห็นกามเหมือนหลุมถ่านเพลิง
- หน้า ๒๗๔–๒๗๘ อักขณสูตร ขณะและกาลที่ไม่เหมาะแก่การประพฤติพรหมจรรย์ ๘ ประการ เช่น เกิดในนรก ดิรัจฉาน เปรตวิสัย เทวโลกที่มีอายุยืน ปัจจันตชนบท มีมิจฉาทิฏฐิ หรือมีปัญญาทราม แม้พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นแล้วก็ตาม ตรงข้ามกับขณะเดียวที่เหมาะสม พร้อมคาถาอันมีชื่อเสียงเตือนไม่ให้ปล่อยขณะให้ล่วงเลยไป
- หน้า ๒๗๘–๒๘๖ อนุรุทธมหาวิตักกสูตร (ปิดคหปติวรรคที่ ๓) พระอนุรุทธะทรงตรึกมหาปุริสวิตก ๗ ประการขณะหลีกเร้นอยู่ พระพุทธเจ้าเสด็จมาปรากฏด้วยฤทธิ์ทันที ทรงอนุโมทนาและเพิ่มข้อที่ ๘ คือความยินดีในนิปปปัญจธรรม พร้อมอธิบายด้วยอุปมาผ้าบังสุกุล อาหารบิณฑบาต โคนไม้ และยาดองน้ำมูตรเน่า พระอนุรุทธะบรรลุอรหัตตผลในพรรษานั้น ปิดท้ายคหปติวรรคที่ ๓
- หน้า ๒๘๗–๓๐๒ ๔. ทานวรรค ทานวรรคที่ ๔ ว่าด้วยทานในหลายแง่มุม ได้แก่ ปฐม-ทุติยทานสูตร (แรงจูงใจในการให้ทาน ๘ แบบ) ทานวัตถุสูตร เขตตสูตร (เปรียบนาดี-นาไม่ดีกับผู้รับทานที่มีมิจฉาทิฏฐิ/สัมมาทิฏฐิ) ทานูปปัตติสูตร ปุญญกิริยาวัตถุสูตร (ทาน ศีล ภาวนา) สัปปุริสทานสูตรและสัปปุริสสูตร อภิสันทสูตร (ห้วงบุญกุศล ๘) และทุจจริตวิปากสูตร
- หน้า ๓๐๓–๓๓๑ ๕. อุโปสถวรรค อุโปสถวรรคที่ ๕ ว่าด้วยอุโบสถศีลองค์ ๘ เริ่มจากสังขิตตุโปสถสูตรและวิตถตุโปสถสูตร (อธิบายโดยย่อ-พิสดาร พร้อมอานิสงส์เทียบราชสมบัติ ๑๖ แคว้นและอายุเทวดาแต่ละชั้น) ตามด้วยวิสาขาสูตร วาเสฏฐสูตร โพชฌาสูตร ที่ทรงแสดงแก่อุบาสก-อุบาสิกา จากนั้นเป็นอนุรุทธสูตร ทุติยวิสาขาสูตร นกุลมาตาสูตร และปฐม-ทุติยอิธโลกิกสูตร วรรคปิดท้ายด้วยรายชื่อสูตรที่ต่อเนื่องไปถึงหน้า ๓๓๑ อันเป็นจุดเริ่มทุติยปัณณาสก์
- หน้า ๓๓๑–๓๕๔ ทุติยปัณณาสก์ ๑. โคตมีวรรค เริ่มทุติยปัณณาสก์ด้วยโคตมีวรรค เปิดด้วยโคตมีสูตร เหตุการณ์สำคัญที่พระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอบวชภิกษุณีถึง ๓ ครั้งแต่ถูกห้าม จนพระอานนท์ช่วยทูลขอ พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติครุธรรม ๘ ประการเป็นเงื่อนไขอุปสมบทภิกษุณี พร้อมตรัสว่าพระสัทธรรมจะดำรงอยู่เพียง ๕๐๐ ปี ตามด้วยโอวาทสูตร สังขิตตสูตร และทีฆชาณุสูตร (ทิฏฐธัมมิกัตถะ ๔: อุฏฐานสัมปทา อารักขสัมปทา กัลยาณมิตตตา สมชีวิตา) และปุคคลสูตรว่าด้วยอริยบุคคล ๘ จำพวก
- หน้า ๓๕๕–๓๗๘ ๒. ภูมิจาลวรรค รวมสูตรสั้นหลายเรื่อง ได้แก่ อิจฉาสูตร คยาสีสสูตร (ญาณทัสสนะเรื่องเทวดาก่อนตรัสรู้) อภิภายตนสูตรและวิโมกขสูตร (อภิภายตนะ ๘ วิโมกข์ ๘) ปริสาสูตร (บริษัท ๘) และปิดวรรคด้วยภูมิจาลสูตร พระสูตรสำคัญ กล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ เขตเวสาลี ประกาศปรินิพพานในอีก ๓ เดือน เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และตรัสเหตุปัจจัย ๘ ประการแห่งแผ่นดินไหว
- หน้า ๓๗๙–๔๐๔ ๓. ยมกวรรค ปฐม-ทุติยสัทธาสูตร (ธรรม ๘ ของภิกษุผู้บริบูรณ์รอบด้าน) ปฐม-ทุติยมรณัสสติสูตร (เปรียบเทียบภิกษุ ๘ รูปเจริญมรณัสสติต่างระดับ) ปฐม-ทุติยสัมปทาสูตร อิจฉาสูตร อลังสูตร ปริหานสูตร (ธรรมเป็นเหตุเสื่อมและไม่เสื่อมของพระเสขะ) และกุสีตารัมภวัตถุสูตร (เหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ คู่กับเหตุปรารภความเพียร ๘) จบวรรคด้วยคาถารวมพระสูตร
- หน้า ๔๐๕–๔๒๐ ๔. สติวรรค หมวดว่าด้วยสติสัมปชัญญะ เริ่มด้วยสติสัมปชัญญสูตรแสดงลำดับธรรมที่อิงอาศัยกัน ปุณณิยสูตร มูลกสูตรว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง โจรสูตรเปรียบองค์ประกอบของมหาโจร สมณสูตรว่าด้วยพระนามพระพุทธเจ้า ยสสูตรเรื่องพระนาคิตะกับคำตรัส 'เราไม่ติดยศ' และสูตรว่าด้วยการคว่ำ-หงายบาตร การลงและระงับปฏิสารณียกรรม
- หน้า ๔๒๑ ๕. สามัญญวรรค (ปิดทุติยปัณณาสก์ อัฏฐกนิบาต) วรรคสั้นในรูปแบบเปยยาล (ย่อ) ระบุเพียงรายพระนามอุบาสิกา ๒๖ ท่าน เช่น โพชฌาอุบาสิกา สิริมาอุบาสิกา วิสาขามิคารมาตา ขุชชุตตราอุบาสิกา และนกุลมาตาคหปตานี ให้เข้าใจว่ามีเนื้อความธรรมเดียวกับวรรคก่อนหน้า จบด้วยการปิดท้าย 'ทุติยปัณณาสก์ จบ'
- หน้า ๔๒๒–๔๒๔ ราคเปยยาล (ปิดท้ายอัฏฐกนิบาต) หมวดเปยยาลว่าด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้น ละ เสื่อม คลาย ดับ สละ และสละคืนราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอื่นอีกหลายประการ (โกธะ อุปนาหะ มักขะ ฯลฯ) เป็นสูตรปิดท้ายอัฏฐกนิบาตทั้งหมด ก่อนขึ้นนวกนิบาตทันทีในหน้า ๔๒๕
- หน้า ๔๒๕–๔๕๐ นวกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ๑. สัมโพธิวรรค เริ่มต้นนวกนิบาต (หมวด ๙) ด้วยสัมโพธิสูตรว่าด้วยเหตุแห่งการเจริญธรรมฝ่ายสัมโพธิ นิสสยสูตร เมฆิยสูตรเรื่องพระเมฆิยะถูกอกุศลวิตกรุมเร้าเมื่อไปเจริญเพียรลำพัง นันทกสูตรว่าด้วยอานิสงส์การฟังธรรมตามกาล พลสูตรว่าด้วยพละ ๔ เสวนาสูตร สุตวาสูตรและสัชฌสูตร (ฐานะที่พระขีณาสพไม่อาจล่วงละเมิด) ปุคคลสูตร และอาหุเนยยสูตร ปิดท้ายด้วยปุคคลสูตรและอาหุเนยยสูตร แสดงบุคคล ๙ จำพวกผู้ควรแก่ทักษิณา
- หน้า ๔๕๑–๔๗๔ ๒. สีหนาทวรรค วรรคว่าด้วยการบันลือสีหนาท เริ่มด้วยสีหนาทสูตรที่พระสารีบุตรเปรียบจิตตนเสมอด้วยแผ่นดิน น้ำ ไฟ ลม เมื่อถูกกล่าวหา ตามด้วยสอุปาทิเสสสูตร โกฏฐิตสูตร สมิทธิสูตร คัณฑสูตร สัญญาสูตร กุลสูตร นวังคุโปสถสูตร (อุโบสถศีลองค์ ๙) เทวตาสูตร และปิดท้ายด้วยเวลามสูตรเรื่องเวลามพราหมณ์ผู้ให้มหาทานเทียบกับอานิสงส์การเจริญอนิจจสัญญา
- หน้า ๔๗๕–๔๙๔ ๓. สัตตาวาสวรรค วรรคว่าด้วยภพเป็นที่อยู่แห่งสัตว์ ประกอบด้วยติฐานสูตร อัสสขฬุงกสูตร (เปรียบเทียบม้าและคนกระจอก-ดี-อาชาไนย) ตัณหามูลกสูตร สัตตาวาสสูตร ปัญญาสูตร สิลายูปสูตร (จิตหลุดพ้นเปรียบเสาหิน กล่าวถึงคำสอนพระเทวทัต) ปฐมเวรสูตร-ทุติยเวรสูตร (ภัยเวร ๕ และองค์แห่งโสดาบัน ๔) อาฆาตวัตถุสูตร-อาฆาตปฏิวินยสูตร และอนุปุพพนิโรธสูตร
- หน้า ๔๙๕–๕๓๒ ๔. มหาวรรค (นวกนิบาต) วรรคว่าด้วยเรื่องใหญ่ เริ่มด้วยอนุปุพพวิหารสูตรและอนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร แสดงฌานสมาบัติ ๙ ตามลำดับ ตามด้วยนิพพานสุขสูตรที่พระสารีบุตรอธิบายว่านิพพานเป็นสุขแม้ไม่มีเวทนา คาวีอุปมาสูตร ฌานสูตร อานันทสูตร โลกายติกสูตร (ที่สุดโลกอยู่ที่ฌาน) เทวาสุรสังคามสูตร นาคสูตร (อุปมาพญาช้างหลีกโขลง) และตปุสสสูตร (พระพุทธเจ้าทรงเล่าประสบการณ์บรรลุฌาน ๙ ขั้นก่อนตรัสรู้) จบวรรคที่หน้า ๕๓๒
- หน้า ๕๓๓–๕๔๒ ๕. สามัญญวรรค (ปิดปฐมปัณณาสก์ นวกนิบาต) พระอุทายีทูลถามพระอานนท์เรื่องความหมายของคำต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ โดยอธิบายผ่านอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ขั้น ได้แก่ สัมพาธสูตร กายสักขีสูตร ปัญญาวิมุตตสูตร อุภโตภาควิมุตตสูตร สันทิฏฐิกธัมมสูตร นิพพานสูตร ปรินิพพานสูตร ตทังคนิพพานสูตร และทิฏฐธัมมนิพพานสูตร รวม ๑๐ สูตร เป็นวรรคสุดท้ายของปฐมปัณณาสก์
- หน้า ๕๔๓–๕๔๗ ทุติยปัณณาสก์ ๑. เขมวรรค วรรคแรกของทุติยปัณณาสก์ พระอุทายีถามพระอานนท์ถึงเหตุที่ตรัสเรียกภาวะต่างๆ ว่า เขมะ เขมปัตตะ อมตะ อมตปัตตะ อภยะ อภยปัตตะ ปัสสัทธิ อนุปุพพปัสสัทธิ นิโรธ และอนุปุพพนิโรธ โดยอธิบายผ่านฌาน ๙ ขั้นเช่นเดิม ปิดท้ายด้วยอภัพพสูตร ว่าด้วยธรรม ๙ ประการที่ต้องละจึงจะบรรลุอรหัตตผลได้ รวม ๑๑ สูตร
- หน้า ๕๔๘–๕๕๘ ๒. สติปัฏฐานวรรค ว่าด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อละธรรมฝ่ายอกุศล ๑๐ หมวด ได้แก่ เหตุท้อแท้ในสิกขา นิวรณ์ กามคุณ อุปาทานขันธ์ โอรัมภาคิยสังโยชน์ คติ มัจฉริยะ อุทธัมภาคิยสังโยชน์ เจโตขีล (กิเลสตรึงจิตดุจตะปู) และเจตโสวินิพันธ (กิเลสเครื่องผูกใจ) อย่างละ ๕ ประการ รวม ๑๐ สูตรรูปแบบซ้ำ
- หน้า ๕๕๙–๕๖๒ ๓. สัมมัปปธานวรรค และ ๔. อิทธิปาทวรรค สองวรรคสั้นที่ซ้ำโครงสร้างเดียวกับสติปัฏฐานวรรค เพียงเปลี่ยนธรรมที่ใช้ละอกุศล ๑๐ หมวด จากสติปัฏฐาน ๔ เป็นสัมมัปปธาน ๔ (ความเพียรชอบ) และอิทธิบาท ๔ (ฐานแห่งความสำเร็จ) ตามลำดับ ข้อความส่วนใหญ่ย่อด้วยคำว่า 'พึงขยายเหมือนในสติปัฏฐานวรรค'
- หน้า ๕๖๓–๕๖๔ ราคเปยยาล (ปิดนวกนิบาต และปิดเล่ม ๒๓) บทเปยยาล (ย่อความซ้ำ) ปิดท้ายนวกนิบาตและปิดท้ายเล่ม ๒๓ ว่าด้วยธรรม ๙ ประการ (อสุภสัญญา มรณสัญญา ฯลฯ และฌาน ๙ ขั้น) ที่พึงเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้น ละ ฯลฯ ราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอื่นรวม ๑๖ ตัว จบด้วยประโยคปิดมาตรฐานของพระสูตร ยืนยันความสมบูรณ์ไม่ถูกตัดขาด
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐