ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๙ · ๖๒๐ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๖ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๒๗ ๑. กามสุตตนิทเทส (อธิบายกามสูตร) พระสารีบุตรเถระอธิบายกามสูตรว่าด้วยกาม ๒ อย่าง คือ วัตถุกามและกิเลสกาม ชี้โทษของการติดในกามด้วยอุปมาลูกศรแทงและน้ำไหลเข้าเรือรั่ว อธิบายวิธีละกามโดยการข่มไว้ (ด้วยอนุสสติและฌานสมาบัติ) และโดยการตัดขาด (ด้วยอริยมรรค ๔) ปิดท้ายด้วยอุปมาการวิดน้ำออกจากเรือเพื่อข้ามโอฆะถึงฝั่งคือนิพพาน
- หน้า ๒๘–๗๓ ๒. คุหัฏฐกสุตตนิทเทส (อธิบายคุหัฏฐกสูตร) อธิบายอุปมาอันเป็นเอกลักษณ์: กาย = ถ้ำ (คูหา) ที่นรชนติดข้องอยู่ ถูกกิเลสปิดบัง ไกลจากวิเวก ๓ (กายวิเวก จิตตวิเวก อุปธิวิเวก) กล่าวถึงหมู่สัตว์ผู้ดิ้นรนเพราะตัณหาและทิฏฐิเปรียบเหมือนฝูงปลาในน้ำน้อย สอนให้นักปราชญ์กำหนดรู้ผัสสะและสัญญาด้วยปริญญา ๓ ถอนลูกศร ๗ ชนิด และจำแนกมุนี ๖ จำพวกกับโมเนยยธรรม ๓ ทาง
- หน้า ๗๔–๑๐๐ ๓. ทุฏฐัฏฐกสุตตนิทเทส (อธิบายทุฏฐัฏฐกสูตร) ว่าด้วยเดียรถีย์ผู้มีใจชั่วกล่าวร้ายพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ด้วยเรื่องไม่จริง (พาดพิงเหตุการณ์นางสุนทรีปริพาชิกา) แต่มุนีไม่หวั่นไหว อธิบายเรื่องเจ้าลัทธิผู้ยึดติดทิฏฐิของตน การอวดอ้างศีลวัตรของตนโดยไม่มีใครถาม (รวมถึงธุดงค์ ๘ ข้อ) และปิดท้ายด้วยพระอรหันต์ผู้ละความหลอกลวงและมานะได้แล้วจึงไม่มีความถือมั่นในทิฏฐิใดๆ อีก
- หน้า ๑๐๑–๑๒๓ ๔. สุทธัฏฐกสุตตนิทเทส (อธิบายสุทธัฏฐกสูตร) วิจารณ์ทิฏฐิที่ถือว่าความหมดจดเกิดจากการเห็น (ทิฏฐิสุทธิ) ขยายความถึงความเชื่อโชคลางเรื่องมงคล-อัปมงคลจากการเห็นรูปและได้ยินเสียงของสมณพราหมณ์ต่างๆ ความหมดจดด้วยศีลและวัตร วิจารณ์การเปลี่ยนศาสดา/ลัทธิไปเรื่อยๆ เหมือนลิงจับกิ่งไม้ อธิบายคุณสมบัติของ 'เวทคู' ผู้รู้แจ้งปฏิจจสมุปบาทและอริยสัจ ๔ ปิดท้ายด้วยคาถาเสนามาร ๑๐ กองตามปธานสูตร
- หน้า ๑๒๓–๑๔๑ ๕. ปรมัฏฐกสุตตนิทเทส (อธิบายปรมัฏฐกสูตร) สังฆียเดียรถีย์ผู้ยกทิฏฐิของตนเป็นสูงสุดและดูหมิ่นทิฏฐิผู้อื่นเป็นรากของการวิวาท อธิบาย 2 ชนิดของ 'ประโยชน์' ที่เจ้าลัทธิเห็นในทิฏฐิของตน เหตุที่ท่านผู้รู้เรียกความยึดติดครูอาจารย์/ทิฏฐิว่าเป็น 'เครื่องผูก' เหตุที่ภิกษุไม่ควรจัดอันดับตนเสมอ/เลิศ/ด้อยด้วยทิฏฐิหรือศีล ปิดท้ายด้วยพระอรหันต์ผู้ละสักกายทิฏฐิ ไม่ฝักฝ่ายวิวาท ถึงฝั่งนิพพาน
- หน้า ๑๔๒–๑๖๘ ๖. ชราสุตตนิทเทส (อธิบายชราสูตร) เริ่มด้วยคำสอนอันโด่งดังว่าชีวิตนี้น้อยนัก มนุษย์ย่อมตายภายใน ๑๐๐ ปี พร้อมวิเคราะห์ว่าเหตุใดชีวิตจึงน้อย (ทั้งด้วยขณะและด้วยคุณค่า) พร้อมคาถาความไม่เที่ยงหลายบท กล่าวถึงความเศร้าโศกเมื่อสูญเสียสิ่งที่เป็นของตน อุปมาสิ่งของหลงเหลือเพียงชื่อหลังความตาย ปิดท้ายด้วยอุปมาน้ำค้างบนใบบัวสำหรับมุนีผู้ไม่ยึดติดและพระอรหันต์ผู้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา
- หน้า ๑๖๘–๑๙๔ ๗. ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส (อธิบายติสสเมตเตยยสูตร) พระติสสเมตเตยยะทูลถามโทษของเมถุนธรรมเพื่อศึกษาวิเวก นิยามเมถุนธรรมและวิเวก ๓ (กายวิเวก จิตตวิเวก อุปธิวิเวก) โดยไล่ระดับตามอริยบุคคล ๔ อธิบายว่าภิกษุผู้เที่ยวไปผู้เดียวแล้วสึกไปเสพเมถุนธรรมจะเสื่อมยศเสื่อมเกียรติ ถูกลงทัณฑ์ ๓๒ ประการ กล่าวถึงสิกขา ๓ (อธิสีล อธิจิต อธิปัญญา) ปิดท้ายด้วยมุนีผู้ว่างจากกิเลส ข้ามโอฆะได้แล้ว
- หน้า ๑๙๕–๒๑๖ ๘. ปสูรสุตตนิทเทส (อธิบายปสูรสูตร) ว่าด้วยปริพาชกปสูระ สมณพราหมณ์ต่างกล่าวอ้างความหมดจดเฉพาะลัทธิตน โต้เถียงวิวาทกันเพราะทิฏฐิ อยากได้ความสรรเสริญ แพ้-ชนะในท่ามกลางบริษัท อุปมาผู้แพ้วาทะเหมือนยานที่ไม่ได้ฝึก และความลำพองตนเป็นภูมิสำหรับย่ำยีตน ปิดท้ายด้วยการพรรณนาพระพุทธญาณอย่างพิสดาร เปรียบพระญาณกับมหาสมุทรที่ปลาทุกชนิดอาศัยอยู่ได้ ไม่มีผู้ใดเทียมทัน
- หน้า ๒๑๗–๒๔๕ ๙. มาคันทิยสุตตนิทเทส (อธิบายมาคันทิยสูตร) พระพุทธเจ้าปฏิเสธธิดามาร (ตัณหา อรดี ราคา) และร่างกายอันเต็มด้วยของโสโครก มาคันทิยพราหมณ์ทูลถามเรื่องอิตถีรัตนะและทิฏฐิ/ศีล/วัตรของพระองค์ ตรัสว่าความหมดจดมิได้มีเพราะทิฏฐิ สุตะ ญาณ ศีล วัตรอย่างเดียว แต่ก็มิใช่ไม่มีเพราะสิ่งเหล่านี้เลย มีเรื่องแทรกคือหาลินทกานิคหบดีถามท่านพระมหากัจจายนะขยายความคาถา ปิดท้ายด้วยอุปมาดอกบัวไม่แปดเปื้อนน้ำและโคลนตม และความถือตัว ๓ อย่างอันเป็นเหตุแห่งวิวาท
- หน้า ๒๔๖–๒๙๖ ๑๐. ปุราเภทสุตตนิทเทส (อธิบายปุราเภทสูตร) พระพุทธเนรมิตทูลถามลักษณะทัสสนะ ศีล และความสงบของพระอรหันต์ก่อนดับขันธ์ อธิบายนิรุกติ 'ภควา' โดยพิสดาร ลักษณะพระอรหันต์: ไม่ติดอดีต ไม่มุ่งหวังอนาคต ไม่โกรธ (พร้อมเหตุแห่งความโกรธ ๑๐ อย่างและลำดับขั้นความรุนแรง) ไม่โอ้อวด ไม่คะนอง ไม่หลอกลวง ไม่ตระหนี่ ไม่ยินดีในกามคุณ ๕ มีอุเบกขามีองค์ ๖ กล่าวถึงกิเลสเครื่องร้อยรัด ๔ อย่างและตัณหาชื่อวิสัตติกา
- หน้า ๒๙๗–๓๓๗ ๑๑. กลหวิวาทสุตตนิทเทส (อธิบายกลหวิวาทสูตร) บทสนทนาสืบสาวเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท: การทะเลาะวิวาทเกิดจาก 'สิ่งที่เป็นที่รัก' สิ่งที่เป็นที่รักเกิดจากความพอใจ ความพอใจเกิดจากการตัดสินความพอใจ/ไม่พอใจ จนถึงผัสสะและนามรูปเป็นต้นตอ อธิบายการดับรูปด้วยอรูปฌาน ๔ วิจารณ์เจ้าลัทธิผู้อ้างความหมดจดในอรูปสมาบัติหรือในทิฏฐิอุจเฉท ปิดท้ายด้วยมุนีผู้รู้จักทิฏฐิที่เจ้าลัทธิอาศัย จึงหลุดพ้นไม่ถือ ไม่วิวาท ไม่กลับมาเกิดในภพน้อยภพใหญ่
- หน้า ๓๓๘–๓๖๑ ๑๒. จูฬวิยูหสุตตนิทเทส (อธิบายจูฬวิยูหสูตร) เจ้าลัทธิต่างยึดถือทิฏฐิของตนในบรรดาทิฏฐิ ๖๒ อ้างตนว่าฉลาดและกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามเป็นคนพาล พระพุทธเจ้าชี้ว่าผู้ไม่ยอมรับธรรมของผู้อื่นคือคนพาลด้วยกันทั้งหมด สัจจะมีอย่างเดียวเท่านั้น (คือนิพพาน/อริยมรรคมีองค์ ๘) ไม่มีสัจจะที่สอง เจ้าลัทธิอาศัยรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน ศีล วัตร แสดงอาการดูหมิ่นผู้อื่นด้วยความเมาถือตัว ปิดท้ายด้วยอริยสาวกผู้ละทิฏฐิที่ตกลงใจทั้งมวลได้ ไม่ก่อการมุ่งร้ายในโลก
- หน้า ๓๖๒–๔๐๔ ๑๓. มหาวิยูหสุตตนิทเทส (อธิบายมหาวิยูหสูตร) สืบสาวว่าสมณพราหมณ์ผู้ยึดทิฏฐิจะถูกนินทาหรือสรรเสริญ ตรัสว่าผลแห่งการวิวาทมีเพียง ๒ อย่าง (ชนะ-แพ้) ไม่นำสู่ความสงบ ภูมิแห่งการไม่วิวาทคือนิพพานอันเกษมเท่านั้นที่ควรแสวงหา อธิบายพราหมณ์แท้ผู้ลอยธรรม ๗ ประการ วิจารณ์การอ้างความหมดจดด้วยอภิญญาต่างๆ ว่าไม่มีประโยชน์แท้จริง อธิบายมุนีผู้สลัดกิเลสเครื่องร้อยรัด ๔ อย่าง กำจัดเสนามาร ๙ กอง ปลงภาระ ๓ อย่าง และเริ่มอธิบายโมเนยยธรรม ๓ ประการ
- หน้า ๔๐๕–๔๗๙ ๑๔. ตุวฏกสุตตนิทเทส (อธิบายตุวฏกสูตร) พระพุทธเนรมิตทูลถามพระพุทธเจ้าว่าภิกษุเห็นอย่างไรจึงไม่ถือมั่นในโลก อธิบายวิเวก ๓ พระพุทธเจ้าตอบเรื่องขจัดตัณหา-มานะด้วยมันตา สงบกิเลสภายใน พระจักษุ ๕ ชนิดของพระพุทธเจ้า มลทินภายใน ๓ (โลภ โทสะ โมหะ) ข้อปฏิบัติภิกษุ: ไม่มีตาลอกแลก ไม่ติดรส ไม่สะสมปัจจัย ๔ เว้นการทำนายฝัน/ทำนายลักษณะ/ดูฤกษ์ยาม ไม่ค้าขาย ไม่โอ้อวด จบด้วยคาถาสรุปเรื่องผู้ครอบงำไม่ถูกครอบงำ เห็นธรรมประจักษ์แก่ตน
- หน้า ๔๘๐–๕๓๔ ๑๕. อัตตทัณฑสุตตนิทเทส (อธิบายอัตตทัณฑสูตร) ความกลัวเกิดจากโทษ(กรรม)ของตน พรรณนาโทษทัณฑ์ทางโลกและนรก (มหานรก ๔ ประตู) อย่างละเอียดสยดสยอง อุปมาสัตว์ดิ้นรนเหมือนปลาในบ่อน้ำน้อย โลกไม่มีแก่นสาร ลูกศร ๗ ชนิด (ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ โสกะ วิจิกิจฉา) ที่ปักตรึงสัตว์ให้วิ่งพล่านในสังสารวัฏ คุณสมบัติของมุนี: สัตย์จริง ไม่หลอกลวง ไม่โกรธ ไม่ยึดถือรูป ปิดท้ายด้วยคาถา 'มุนีไม่ก้าวล่วงสัจจะ...เราเรียกว่า ผู้สงบ' นิพพานเปรียบดังฝั่ง/บก
- หน้า ๕๓๕–๖๒๐ ๑๖. สารีปุตตสุตตนิทเทส (อธิบายสารีปุตตสูตร, สูตรสุดท้ายของอัฏฐกวรรค) พระสารีบุตรเถระสรรเสริญพระสุรเสียงของพระพุทธเจ้า (๘ ประการ) และทรงเป็น 'ผู้นำหมู่' พระจักษุ ๕ ชนิดของพระพุทธเจ้าโดยละเอียด เหตุที่ทรงเป็น 'เอกบุรุษ' ผู้ไม่มีใครเสมอ อธิบายการหลอกลวงของภิกษุ ๓ อย่าง ตอบคำถามพระสารีบุตรเรื่องการฝึกภิกษุ: อยู่ที่นั่งร้าง โคนไม้ ป่าช้า ไม่หวั่นไหวต่อภัยที่ปรากฏและไม่ปรากฏ (สัตว์ร้าย โจร กิเลส) หลีกเลี่ยงมายา ความคะนอง จบด้วยจิตหลุดพ้น ๑๒ ขั้น และโคลงปิดท้าย 'สารีปุตตสุตตนิทเทสที่ ๑๖ จบ / นิทเทสแห่งพระสูตร ๑๖ นิทเทส ในอัฏฐกวรรค จบบริบูรณ์' ที่หน้า ๖๒๐ ปิดฉากมหาน
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐