ยมก ภาค ๑
ฉบับ มจร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๓๘ · ๘๕๔ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๕๕ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๙ มูลยมก - อุทเทสวาร เปิดเล่ม (พระอภิธรรมปิฎก ยมก ภาค ๑) ด้วยมูลยมก หมวดที่ ๑ ของยมก ๑๐ หมวด ตั้งคำถามคู่ (อนุโลม/ปฏิโลม) ยังไม่เฉลย ว่าด้วย ๔ บท (กุศล อกุศล อัพยากฤต นาม) เทียบกับ 'มูล' ของแต่ละบท ผ่านนยจตุกกะ ๔ นัย แล้วขยายไปยังไวพจน์อีก ๙ คำ (เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย สมุทัย) จบ 'อุทเทสวาร จบ' หน้า ๙
- หน้า ๑๐–๒๖ มูลยมก - นิทเทสวาร (ปิดมูลยมก) เฉลยคำถามชุดเดียวกับอุทเทสวาร ระบุข้อยกเว้นสำคัญ เช่น กุศลมูล/อกุศลมูลมีเพียง ๓ อย่างเท่านั้น, รูปที่มีกุศล/อกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันแต่ไม่เป็นกุศล/อกุศล, และอกุศลที่เป็นอเหตุกะ vs สเหตุกะ จบ 'นิทเทสวาร จบ' หน้า ๒๖ ซึ่งเป็นจุดจบมูลยมกทั้งหมดโดยปริยาย
- หน้า ๒๗–๓๓ ขันธยมก - ปัณณัตติวารอุทเทส เริ่มขันธยมก หมวดที่ ๒ บัญญัติขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ตั้งคำถามคู่ยังไม่เฉลย ๔ แบบ: ปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธขันธวาร สุทธขันธมูลจักกวาร ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะ ช่องโหว่ข้อมูล: หน้า ๓๓ ในฐานข้อมูลมีเนื้อหาซ้ำกับหน้า ๒๙-๓๐ คำต่อคำ ทำให้เนื้อหาจริงช่วงท้ายของหมวดนี้ขาดหายไปจากแหล่ง มจร.
- หน้า ๓๔–๕๔ ขันธยมก - ปัณณัตติวารนิทเทส เฉลยคำถามชุดเดียวกับปัณณัตติวารอุทเทส ทั้ง ๔ วาร ชี้ข้อยกเว้นเชิงบัญญัติสำคัญ เช่น ปิยรูป/สาตรูปเป็นรูปแต่ไม่เป็นรูปขันธ์, ทิฏฐิสัญญาเป็นสัญญาแต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
- หน้า ๕๕–๖๕ ขันธยมก - ปวัตติวาร อุปปาทวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เปลี่ยนจากการวิเคราะห์เชิงบัญญัติสู่การวิเคราะห์การเกิดขึ้นตามกาลเวลา ใช้คู่รูปขันธ์-เวทนาขันธ์เป็นตัวอย่างหลัก ผ่านโครงสร้างอนุโลม/ปัจจนีก × บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส ครอบคลุมปัจจุบัน อดีต และอนาคต อ้างอิงภูมิเฉพาะ เช่น อสัญญสัตตภูมิ ปัญจโวการภูมิ อรูปภูมิ สุทธาวาสภูมิ
- หน้า ๖๖–๗๔ ขันธยมก - อุปปาทวาร: วารผสมกาล ๓ คู่ (ปิดอุปปาทวาร) เทียบข้ามกาล 'กำลังเกิด-เคยเกิด', 'กำลังเกิด-จักเกิด', 'เคยเกิด-จักเกิด' ครบอนุโลม/ปัจจนีก × บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส ปิดวารการเกิดทั้งหมด [ช่องโหว่ข้อมูล: เนื้อหาขาดกลางคำที่รอยต่อหน้า ๗๑-๗๒]
- หน้า ๗๕–๘๑ ขันธยมก - ปวัตติวาร นิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เริ่มวารใหม่ว่าด้วยการ 'ดับ' แทนการ 'เกิด' โครงสร้างเดียวกับอุปปาทวารทุกประการ
- หน้า ๘๑–๙๒ ขันธยมก - นิโรธวาร: วารผสมกาล ๓ คู่ (ปิดนิโรธวาร) เทียบข้ามกาลของการดับ ครบอนุโลม/ปัจจนีก × บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส ปิดวารการดับทั้งหมด [ช่องโหว่ข้อมูล: ข้อทั้งข้อ {๒๑๗} หายไปที่รอยต่อหน้า ๙๑-๙๒]
- หน้า ๙๓–๑๐๓ ขันธยมก - ปวัตติวาร อุปปาทนิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เกิดคู่กับดับข้ามขันธ์คนละชนิด ทุกคำตอบเป็น 'ไม่ใช่' แสดงว่าขันธ์เกิด-ขันธ์ดับพร้อมกันในบุคคลเดียวไม่ได้ [ช่องโหว่ข้อมูล: ข้อ {๒๓๔} หายที่ ๙๗-๙๘, ประโยคอ้างอิงขาดที่ ๑๐๓-๑๐๔]
- หน้า ๑๐๔–๑๑๐ ขันธยมก - อุปปาทนิโรธวาร: วารผสมกาล ๓ คู่ (ปิดอุปปาทนิโรธวาร+ปวัตติวาร) เทียบข้ามกาลของเกิด-ดับผสม ปิดท้ายด้วย 'อุปปาทนิโรธวาร จบ' [ช่องโหว่ข้อมูล: ข้อ {๒๕๕} หายที่ ๑๐๔-๑๐๕, ข้อ {๒๗๐} หายที่ ๑๐๙-๑๑๐]
- หน้า ๑๑๑–๑๑๔ ขันธยมก - ปริญญาวาร (ปิดขันธยมก) คู่ถาม-ตอบสั้นกระชับว่าด้วยผู้ 'กำหนดรู้' ขันธ์ครบ ๖ มิติกาล ยกเว้นกรณีพระอรหันต์และผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค จบ 'ปริญญาวาร จบ' ปิดขันธยมกทั้งหมด (หมวดที่ ๒/๑๐)
- หน้า ๑๑๕–๑๒๑ อายตนยมก - ปัณณัตติวารอุทเทส เริ่มยมกที่ ๓ ว่าด้วยอายตนะ ๑๒ (จักขายตนะ...ธัมมายตนะ) ตั้งคำถามคู่ยังไม่เฉลย ๔ วาระย่อย: ปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธายตนวาร สุทธายตนมูลจักกวาร ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะ
- หน้า ๑๒๒–๑๓๓ อายตนยมก - ปัณณัตติวารนิทเทส เฉลยคำตอบชุดเดียวกัน แสดงข้อยกเว้นแยกสมมติ-ปรมัตถ์ เช่น ทิพพจักขุ/ปัญญาจักขุเป็นจักขุแต่ไม่เป็นจักขายตนะ, ทิพพโสตะ/ตัณหาโสตะเป็นโสตะแต่ไม่เป็นโสตายตนะ, สีลคันธะ/สมาธิคันธะ/ปัญญาคันธะเป็นคันธะแต่ไม่เป็นคันธายตนะ
- หน้า ๑๓๔–๑๖๑ อายตนยมก - ปวัตติวาร อุปปาทวาร: ปัจจุปปันนวาร+อตีตวาร วิเคราะห์การเกิดของอายตนะตัวแทน ๔ (จักขุ ฆานะ รูป มนะ) ครบ ๖ มุม (อนุโลม/ปัจจนีก × บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส) ในกาลปัจจุบันและอดีต คำตอบอิงข้อเท็จจริงเรื่องภูมิ เช่น รูปาวจรภูมิไม่มีฆานะ, อสัญญสัตตภูมิไม่มีจิต, อรูปภูมิไม่มีรูป [ช่องโหว่ข้อมูล: คำถามสุดท้ายของปัจจนีกะปทโสธนวารขาดที่ ๑๑๖-๑๑๗]
- หน้า ๑๖๑–๑๙๙ อายตนยมก - อุปปาทวาร: อนาคตวาร+ปัจจุปปันนาตีตวาร+ปัจจุปปันนานาคตวาร อนาคตวารอิงแนวคิดปัจฉิมภวิกบุคคล(ผู้อยู่ภพสุดท้ายก่อนปรินิพพาน)เป็นเงื่อนไขหลัก จากนั้นเทียบข้ามกาลปัจจุบัน-อดีตและปัจจุบัน-อนาคต [ช่องโหว่ข้อมูล: คำตอบข้อ{๓๖๗}ขาดตอนกลางที่ ๑๕๙-๑๖๐]
- หน้า ๑๙๙–๒๒๔ อายตนยมก - อุปปาทวาร: อตีตานาคตวาร (ปิดอุปปาทวาร) เทียบ 'เคยเกิด' กับ 'จักเกิด' ปิดท้ายด้วย 'อุปปาทวาร จบ' หน้า ๒๒๔ ปิดวาระใหญ่ทั้งหมดว่าด้วยการเกิด ข้อยกเว้นหลักคือปัจฉิมภวิกบุคคลและผู้จักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน [หมายเหตุ: ระเบียนที่ดูขาดหลายจุดจริงเป็นการย่อโดยตั้งใจของผู้แต่งเอง ยืนยันจากหมายเหตุ 'พึงขยายให้พิสดาร' ที่หน้า ๒๒๙]
- หน้า ๒๒๔–๒๕๙ อายตนยมก - ปวัตติวาร นิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคต/ปัจจุปปันนาตีตวาร เปิด '๒.นิโรธวาร' ทันทีในหน้าที่ปิดอุปปาทวาร วิเคราะห์การ 'ดับ' ของอายตนะแทนการเกิด โครงสร้างขนานกับอุปปาทวารทุกประการ
- หน้า ๒๖๐–๒๘๙ อายตนยมก - นิโรธวาร: ปัจจุปปันนานาคต+อตีตานาคตวาร (ปิดนิโรธวาร) เทียบข้ามกาลของการดับ ปิดท้ายวาระใหญ่นิโรธวารทั้งหมด [ช่องโหว่ข้อมูลที่ต้องสงสัย: คำถาม ปฏิ. ค้างไว้ที่หน้า ๒๗๕ แล้วหน้า ๒๗๖ กระโดดขึ้นหัวข้อใหม่โดยไม่มีคำตอบ วิ. เลย]
- หน้า ๒๙๐–๓๑๒ อายตนยมก - ปวัตติวาร อุปปาทนิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร หมวดใหญ่ใหม่ เปลี่ยนจากคู่ 'ดับ' อย่างเดียวมาเป็นคู่ 'กำลังเกิด' กับ 'กำลังดับ' พร้อมกัน คำตอบเป็น 'ไม่ใช่' เสมอ เพราะขณะเกิดกับขณะดับเป็นคนละขณะจิต อนาคตวารแนะนำ 'ปัจฉิมภวิกบุคคล' เป็นข้อยกเว้นหลัก
- หน้า ๓๑๒–๓๒๘ อายตนยมก - อุปปาทนิโรธวาร: ปัจจุปปันนานาคต+อตีตานาคตวาร (ปิดวาร) เทียบข้ามกาลผสมของเกิด-ดับ ปิดท้าย 'อุปปาทนิโรธวาร จบ' ปิดหมวดปวัตติวารทั้งหมดของอายตนยมก
- หน้า ๓๒๙–๓๓๒ อายตนยมก - ปริญญาวาร (ปิดอายตนยมก) เปลี่ยนจากเกิด/ดับมาเป็น 'กำหนดรู้' ครบ ๖ วารกาล ข้อยกเว้นสำคัญ: อรหันตบุคคล ผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ปุถุชนผู้จักไม่ได้มรรค จบ 'ปริญญาวาร จบ' ปิดอายตนยมกทั้งหมด (หมวดที่ ๓/๑๐)
- หน้า ๓๓๓–๓๓๘ ธาตุยมก - ปัณณัตติวารอุทเทส หมวดใหม่: บัญชีธาตุ ๑๘ (จักขุธาตุ...ธัมมธาตุ) ตามด้วย ๔ รูปแบบคำถามแบบย่อไม่มีคำตอบเต็ม (ปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธธาตุวาร สุทธธาตุมูลจักกวาร)
- หน้า ๓๓๘–๓๔๙ ธาตุยมก - ปัณณัตติวารนิทเทส ขยายคำถามเดิมให้มีคำตอบเต็ม พร้อมข้อยกเว้นเชิงภาษาโวหาร เช่น ทิพพจักขุ/ปัญญาจักขุเป็นจักขุแต่ไม่เป็นจักขุธาตุ, สีลคันธะ/สมาธิคันธะ/ปัญญาคันธะเป็นคันธะแต่ไม่เป็นคันธธาตุ, อรรถรส/ธรรมรส/วิมุตติรสเป็นรสะแต่ไม่เป็นรสธาตุ
- หน้า ๓๔๙–๓๕๑ ธาตุยมก - ปวัตติวาร+ปริญญาวาร (ย่อ, ปิดธาตุยมก) ปุจฉาเรื่องการ 'กำลังเกิด' ของธาตุคู่แบบย่อ แล้วขมวดสั้นด้วยปริญญาวาร ปิดยมกทั้งหมดด้วยข้อความ 'ธาตุยมกบริบูรณ์โดยการละข้อความไว้' (ผู้แต่งข้ามรายละเอียดปวัตติวารที่เหลือเพราะซ้ำแบบอายตนยมก)
- หน้า ๓๕๒–๓๕๗ สัจจยมก - ปัณณัตติวารอุทเทส เปิดยมกใหม่ด้วยนิยามอริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ตามด้วยปุจฉาพื้นฐานแบบคู่ ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะ (ปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธสัจจวาร สุทธสัจจมูลจักกวาร)
- หน้า ๓๕๗–๓๖๖ สัจจยมก - ปัณณัตติวารนิทเทส ขยายความคำถามชุดเดิมให้มีคำตอบเต็ม เช่น เว้นกายิกทุกข์-เจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือไม่เป็นทุกข์ [ช่องโหว่ข้อมูล: กลุ่มจุดขาดหายเล็กน้อย ๙ จุดที่รอยต่อหน้าในช่วง ๓๔๓-๓๖๓ ส่วนใหญ่เป็นวลีปิดท้ายหรือเลขกำกับข้อที่หายไปก่อนขึ้นหน้าใหม่]
- หน้า ๓๖๖–๓๗๙ สัจจยมก - ปวัตติวาร อุปปาทวาร: ปัจจุปปันน/อตีตวาร ทุกข์-สมุทัย-มัคคสัจ 'กำลังเกิด'/'เคยเกิด' พร้อมกันของบุคคลใดหรือไม่ ผ่าน ๓ มิติ (บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส) และปัจจนีกะคู่ขนาน ใช้เงื่อนไขขณะจิต/ภูมิเป็นตัวแยกกรณี
- หน้า ๓๘๐–๓๙๔ สัจจยมก - อุปปาทวาร: อนาคต+ปัจจุปปันนาตีต+ปัจจุปปันนานาคตวาร ใช้เงื่อนไข 'บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด' และ 'บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค' เป็นจุดแยกกรณีหลัก เทียบข้ามกาลปัจจุบัน-อดีตและปัจจุบัน-อนาคต
- หน้า ๓๙๕–๓๙๙ สัจจยมก - อุปปาทวาร: อตีตานาคตวาร (ปิดอุปปาทวาร) เทียบ 'เคยเกิด' กับ 'จักเกิด' ปิดท้ายอุปปาทวารทั้งหมดด้วย 'อุปปาทวาร จบ' ก่อนเข้าสู่นิโรธวาร
- หน้า ๓๙๙–๔๑๓ สัจจยมก - ปวัตติวาร นิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เปิดหมวดใหม่ว่าด้วยความดับของสัจจะ คู่ทุกข-สมุทยส่วนใหญ่สมมาตรแต่มีข้อยกเว้นที่ขณะจุติ/ภังคขณะของจิตต่างดวง; คู่สมุทย-มัคคตอบปฏิเสธตรงไปตรงมาเพราะตัณหาและมรรคไม่ดับพร้อมกัน [ช่องโหว่ข้อมูล: ประโยคหมายเหตุขาดกลางที่ ๔๐๒-๔๐๓]
- หน้า ๔๑๓–๔๒๖ สัจจยมก - นิโรธวาร: ปัจจุปปันนาตีต/ปัจจุปปันนานาคต/อตีตานาคตวาร (ปิดนิโรธวาร) ทดสอบคู่ประโยค 'กำลังดับ' เทียบ 'เคยดับ'/'จักดับ' ปิดท้าย 'นิโรธวาร จบ' หน้า ๔๒๖ [ช่องโหว่ข้อมูล: หัวข้อย่อย 'อนุโลมโอกาส' {๙๗๓} หายทั้งหมดที่ ๔๒๒-๔๒๓]
- หน้า ๔๒๖–๔๔๑ สัจจยมก - ปวัตติวาร อุปปาทนิโรธวาร (ปิดวาร) เปิดหมวดใหม่ทดสอบว่าขณะสภาวธรรมหนึ่ง 'กำลังเกิด' อีกสภาวธรรม 'กำลังดับ' พร้อมกันหรือไม่ (ส่วนใหญ่ตอบ 'ไม่ใช่' เพราะเกิด-ดับเป็นคนละขณะจิต) ครบ ๖ มิติกาล ปิดท้าย 'อุปปาทนิโรธวาร จบ' หน้า ๔๔๑
- หน้า ๔๔๒–๔๔๕ สัจจยมก - ปริญญาวาร (ปิดสัจจยมก) หมวดสุดท้ายของสัจจยมก เปลี่ยนคู่คำถามจากเกิด-ดับเป็นการปฏิบัติธรรม: 'กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ' คู่กับ 'กำลังละสมุทยสัจ' ครบ ๖ กาล ไม่มีมิติโอกาส/ปุคคโลกาส จบ 'ปริญญาวาร จบ' ปิดสัจจยมกทั้งหมด (หมวดที่ ๕/๑๐)
- หน้า ๔๔๖–๔๔๘ สังขารยมก - ปัณณัตติวารอุทเทส ขึ้นหมวดใหญ่ใหม่ นิยามสังขาร ๓: กายสังขาร (ลมอัสสาสปัสสาสะ) วจีสังขาร (วิตกวิจาร) จิตตสังขาร (สัญญา-เวทนา-เจตสิกที่เหลือ) ตามด้วยตารางคำถามแบบย่อ ๓ ชุด
- หน้า ๔๔๘–๔๕๔ สังขารยมก - ปัณณัตติวารนิทเทส ขยายคำถามชุดเดิมให้มีคำตอบเต็ม เช่น 'กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม' ตอบ 'ไม่ใช่' เพราะกายสังขารคือธรรมนามธรรม (ลมหายใจ) ไม่ใช่รูปกาย จบ 'ปัณณัตติวารนิทเทส จบ' หน้า ๔๕๔
- หน้า ๔๕๔–๔๖๘ สังขารยมก - ปวัตติวาร อุปปาทวาร: ปัจจุปปันน/อตีตวาร วิเคราะห์การเกิดจริงของสังขาร ๓ คู่กัน ผูกกับฌานและภูมิอย่างละเอียด เช่น กายสังขารไม่เกิดในทุติย-ตติยฌานและอรูปภูมิ, วจีสังขารไม่เกิดตั้งแต่ทุติยฌานขึ้นไป, จิตตสังขารเกิดกว้างที่สุดครอบคลุมทุกภูมิที่มีจิต
- หน้า ๔๖๘–๔๘๔ สังขารยมก - อุปปาทวาร: อนาคต/ผสมกาล (ปิดอุปปาทวาร) วิเคราะห์การเกิดในอนาคตและเทียบข้ามกาล กล่าวถึงปัจฉิมจิต(จิตดวงสุดท้ายก่อนปรินิพพาน)เป็นเกณฑ์สำคัญซ้ำหลายครั้ง ปิดท้าย 'อุปปาทวาร จบ' หน้า ๔๘๔
- หน้า ๔๘๔–๔๙๕ สังขารยมก - ปวัตติวาร นิโรธวาร: ปัจจุปปันน/อตีต/อนาคตวาร เริ่มหัวข้อ '๒.นิโรธวาร' ทันทีในหน้าเดียวกับที่ปิดอุปปาทวาร วิเคราะห์การ 'ดับ' ของสังขารสามแทนการเกิด โครงสร้างขนานกับอุปปาทวารทุกประการ
- หน้า ๔๙๕–๕๑๑ สังขารยมก - นิโรธวาร: ผสมกาล (ปิดนิโรธวาร) เทียบข้ามกาลของการดับ [หมายเหตุ: ไม่พบข้อความปิดวาร 'นิโรธวาร จบ' อย่างชัดเจนก่อนเปลี่ยนหัวข้อเป็นอุปปาทนิโรธวารที่หน้า ๕๑๑ ต่างจากรูปแบบมาตรฐานอื่น]
- หน้า ๕๑๑–๕๒๗ สังขารยมก - ปวัตติวาร อุปปาทนิโรธวาร (ปิดวาร) ทดสอบคู่ 'กำลังเกิด' เทียบ 'กำลังดับ' ข้ามกัน คำตอบเป็น 'ไม่ใช่' เกือบทั้งหมดเพราะเกิด-ดับไม่เกิดพร้อมกัน กล่าวถึงปัจฉิมจิตเป็นเกณฑ์แบ่งขอบเขตในวารอนาคต ปิดท้าย 'อุปปาทนิโรธวาร จบ' หน้า ๕๒๗
- หน้า ๕๒๘ สังขารยมก - ปริญญาวาร (ปิดสังขารยมก) หัวข้อว่าด้วยการกำหนดรู้กายสังขาร-วจีสังขาร สั้นมาก จบ 'ปริญญาวาร จบ' ซึ่งปิดสังขารยมกทั้งบท (หมวดที่ ๖/๑๐)
- หน้า ๕๒๙–๕๓๐ อนุสยยมก - เริ่มต้น + อุปปัตติฏฐานวาร เริ่มยมกใหม่ (หมวดที่ ๗/๑๐) ว่าด้วยอนุสัย ๗ (กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย) พร้อมคำแปลบาลี-ไทยกำกับ จากนั้นวาร ๑.อุปปัตติฏฐานวาร ระบุที่ตั้ง(เวทนา/ธาตุ)ที่อนุสัยแต่ละตัวนอนเนื่องอยู่
- หน้า ๕๓๐–๕๖๑ อนุสยยมก - มหาวาร ๑.อนุสยวาร: อนุโลม (บุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส) วิเคราะห์คู่อนุสัยที่นอนเนื่องแบบยืนยัน ไล่มูลกนัย ๑-๖ ทั้งระดับบุคคล โอกาส(เวทนา/ธาตุ) และผสมทั้งสอง มักอ้างพระอนาคามี/พระอรหันต์/ปุถุชนเป็นข้อยกเว้น
- หน้า ๕๖๒–๕๙๓ อนุสยยมก - อนุสยวาร: ปฏิโลม (ปิดวาร) สลับเป็นฝ่ายปฏิเสธ (ไม่นอนเนื่อง) วิเคราะห์คู่อนุสัยแบบเดียวกัน ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส จบ 'ปฏิโลมในอนุสยวาร จบ' หน้า ๕๙๓
- หน้า ๕๙๔–๖๒๓ อนุสยยมก - ๒.สานุสยวาร: อนุโลม (ยังมีอนุสัย) เปลี่ยนกรอบคำถามเป็นเชิงบวก 'ยังมีอนุสัย' ทดสอบว่าบุคคลที่ยังมีอนุสัยหนึ่งจำเป็นต้องยังมีอนุสัยคู่อื่นหรือไม่ ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส จบ 'อนุโลมในสานุสยวาร จบ' หน้า ๖๒๓
- หน้า ๖๒๓–๖๕๖ อนุสยยมก - สานุสยวาร: ปฏิโลม (ปิดวาร) พลิกขั้วกลับเป็นปฏิเสธ 'ไม่มีอนุสัย' ทดสอบว่าบุคคลไม่มีอนุสัยหนึ่งไม่มีอนุสัยคู่อื่นด้วยหรือไม่ อรหันต์ไม่มีอนุสัยใดเลยเสมอ จบ 'สานุสยวาร จบ' หน้า ๖๕๖ ปิดวรรคใหญ่ที่ ๒
- หน้า ๖๕๖–๖๘๐ อนุสยยมก - ๓.ปชหนวาร: อนุโลม (การละอนุสัย) เปิดวรรคใหญ่ที่ ๓ ว่าด้วยการละอนุสัย ถามเชิงบวก 'ผู้ใดละอนุสัย A ผู้นั้นก็ละอนุสัย B ด้วยหรือไม่' คำตอบส่วนใหญ่เป็น 'ไม่ใช่' หรือ 'ละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกัน' สะท้อนว่าอนุสัยแต่ละคู่ถูกละคนละขั้นมรรค จบ 'อนุโลมในปชหนวาร จบ' หน้า ๖๘๐
- หน้า ๖๘๐–๗๑๖ อนุสยยมก - ปชหนวาร: ปฏิโลม (ปิดวาร) ฝ่ายปฏิเสธ 'ผู้ใดไม่ใช่ละอนุสัย A ผู้นั้นก็ไม่ใช่ละอนุสัย B หรือไม่' อ้างอิงบุคคลละเอียดตามมรรคที่กำลังบรรลุ (ผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค/อนาคามิมรรค, บุคคลที่ ๘) จบ 'ปฏิโลมในปชหนวาร จบ' หน้า ๗๑๖ ปิดวรรคใหญ่ที่ ๓
- หน้า ๗๑๖–๗๔๐ อนุสยยมก - ๔.ปริญญาวาร: อนุโลม (การกำหนดรู้อนุสัย) เปิดวรรคใหม่ว่าด้วยการ 'กำหนดรู้' อนุสัย ถามเชิงบวกว่าผู้กำหนดรู้อนุสัยหนึ่งกำหนดรู้อนุสัยคู่อื่นด้วยหรือไม่ ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส คำตอบมีลักษณะตรงไปตรงมาชัดกว่าปชหนวาร จบ 'อนุโลมในปริญญาวาร จบ' หน้า ๗๔๐
- หน้า ๗๔๐–๗๗๘ อนุสยยมก - ปริญญาวาร: ปฏิโลม (ปิดวาร) ฝ่ายปฏิเสธของการกำหนดรู้ ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส มีสูตรตอบ 'ไม่ควรกล่าวว่า...ได้แล้ว หรือ ไม่ได้แล้ว' เมื่อคู่อนุสัยที่เทียบกันเกิดในภูมิที่แยกขาดจากกัน จบ 'ปฏิโลมในปริญญาวาร จบ' หน้า ๗๗๘ ปิดวรรคใหญ่ที่ ๔
- หน้า ๗๗๙–๘๐๖ อนุสยยมก - ๕.ปหีนวาร: อนุโลม (การละได้แล้ว) เปิดวรรคใหม่ '๕.ปหีนวาร' ว่าด้วยการ 'ละได้แล้ว' ถามเชิงบวก อ้างอิงพระอนาคามีและพระอรหันต์เป็นจุดแบ่งหลัก (เช่น อนาคามีละกามราคานุสัย/ปฏิฆานุสัยได้ แต่ยังไม่ละมานานุสัย/อวิชชานุสัยซึ่งอรหันต์เท่านั้นละได้) ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส
- หน้า ๘๐๗–๘๓๖ อนุสยยมก - ปหีนวาร: ปฏิโลม (ปิดวาร) ฝ่ายปฏิเสธของการละ ครบบุคคล/โอกาส/ปุคคโลกาส จบด้วยคำปิดสามชั้น 'ฉักกมูลกนัย จบ / ปฏิโลมในปหีนวาร จบ / ปหีนวาร จบ' หน้า ๘๓๖ ปิดวรรคใหญ่ที่ ๕
- หน้า ๘๓๖–๘๓๗ อนุสยยมก - ๖.อุปปัชชหนวาร วรรคสั้นมาก มีเพียง ๒ สูตรตัวอย่าง ถามเรื่อง 'การเกิดขึ้น' (ตรงข้ามการละ) ของอนุสัยคู่ต่างๆ ทั้งยืนยันและปฏิเสธ ปิดด้วยคำสั่งย่อ '(พึงขยายความให้พิสดาร)' แล้วปิดวาร 'อุปปัชชนวาร จบ'
- หน้า ๘๓๗–๘๔๕ อนุสยยมก - ๗.ธาตุปุจฉาวาร เปลี่ยนหัวข้อทั้งหมดเป็นคำถามเชิงนับจำนวน: 'บุคคลจุติจาก/ไม่จุติจากธาตุหนึ่ง แล้วอุบัติ/ไม่อุบัติในธาตุหนึ่ง มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร' ครอบคลุม ๙ มูลกนัยตามคู่ธาตุ (กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ และผสม) เป็นชุดคำถามล้วน ยังไม่มีคำตอบตัวเลข
- หน้า ๘๔๕–๘๕๔ อนุสยยมก - ๗.ธาตุวิสัชชนาวาร (ปิดอนุสยยมกและปิดเล่ม ๓๘) ให้คำตอบเชิงตัวเลขของคำถามในธาตุปุจฉาวาร ครบ ๙ มูลกนัยเดียวกัน คำตอบเป็นรูปแบบ 'บางคนมีอนุสัย ๗/๕/๓ นอนเนื่อง' หรือ 'เป็นไปไม่ได้' (เช่น จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ) หน้า ๘๕๔ (หน้าสุดท้ายของเล่ม) จบด้วยคำปิดสามชั้น 'นกามนรูปธาตุมูลกนัย จบ / ธาตุวิสัชชนาวาร จบ / อนุสยยมกที่ ๗ จบ' ปิดยมกทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ — ยืนยันว่าเล่ม ๓๘ (ภาค ๑) ครอบคลุมยมกที่ ๑-๗ จบครบไม่มีการตัดขาด ส่วนยมกที่ ๘-๑๐ (จิตตยมก ธัมมยมก อินทรียยมก) จะอยู่ในเล่ม ๓๙ (ภาค ๒)
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐
หน้า ๖๕๑–๗๐๐
หน้า ๗๐๑–๗๕๐
หน้า ๗๕๑–๘๐๐
หน้า ๘๐๑–๘๕๐