ปริวาร

ฉบับ มจร. · พระวินัยปิฎก · เล่มที่ ๘ · ๗๒๑ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๗๙ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๘ ปาราชิกกัณฑ์ ถาม-ตอบทบทวนที่มาบัญญัติปาราชิก ๔ สิกขาบท (สถานที่ บุคคล มูลเหตุ ประเภทอาบัติ สมุฏฐาน อธิกรณ์ สมถะ อานิสงส์ ๑๐ ประการ) พร้อมรายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบต่อกันมาจากชมพูทวีปถึงเกาะลังกา
  2. หน้า ๙–๒๐ สังฆาทิเสสกัณฑ์ ถาม-ตอบทบทวนที่มาบัญญัติสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบทในรูปแบบเดียวกับปาราชิกกัณฑ์ ปิดท้ายด้วยรายชื่อสรุปสิกขาบททั้งหมด
  3. หน้า ๒๑–๒๘ อนิยตกัณฑ์ ถาม-ตอบทบทวนที่มาบัญญัติอนิยต ๒ สิกขาบท ว่าด้วยการนั่งในที่ลับตาและลับหูกับมาตุคามสองต่อสอง
  4. หน้า ๒๙–๔๕ นิสสัคคิยกัณฑ์ ถาม-ตอบทบทวนที่มาบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท แบ่งเป็นกฐินวรรค โกสิยวรรค และปัตตวรรค ว่าด้วยจีวร สันถัต บาตร เภสัช และการรับเงินทอง
  5. หน้า ๔๖–๖๗ ปาจิตติยกัณฑ์: มุสาวาทวรรคถึงโอวาทวรรค ถาม-ตอบทบทวนที่มาบัญญัติปาจิตตีย์ตั้งแต่มุสาวาทวรรค (การพูดเท็จ เสียดสี ส่อเสียด) ภูตคามวรรค (การพรากต้นไม้ เสนาสนะ) จนถึงโอวาทวรรคว่าด้วยความเกี่ยวข้องกับภิกษุณี (เข้าไปสั่งสอนถึงสำนัก ให้/เย็บจีวร เดินทางร่วมกัน นั่งในที่ลับ)
  6. หน้า ๖๘–๗๓ ปาจิตติยกัณฑ์: อเจลกวรรค ทบทวนสิกขาบท ๑๐ ข้อว่าด้วยการให้ของแก่นักบวชเปลือย การนั่งแทรกแซง/นั่งในที่ลับกับมาตุคาม การไม่บอกลาแล้วเที่ยวสัญจรในตระกูล และข้อห้ามเกี่ยวกับกองทัพ เช่น ไปดูกองทัพ พักแรมในกองทัพ และไปสนามรบ
  7. หน้า ๗๔–๗๘ ปาจิตติยกัณฑ์: สุราปานวรรค(สุราเมรยวรรค) ทบทวนสิกขาบท ๑๐ ข้อว่าด้วยการดื่มสุราเมรัย ใช้นิ้วจี้ เล่นน้ำ ไม่เอื้อเฟื้อ ทำให้ตกใจ ก่อไฟผิง อาบน้ำก่อนกำหนด ทำจีวรใหม่ให้เสียสี วิกัปจีวร และการซ่อนบริขารของภิกษุอื่น
  8. หน้า ๗๙–๘๓ ปาจิตติยกัณฑ์: สัปปาณกวรรค ทบทวนสิกขาบท ๑๐ ข้อว่าด้วยการจงใจปลงชีวิตสัตว์ การบริโภคน้ำมีสัตว์มีชีวิต การรื้อฟื้นอธิกรณ์ การปกปิดอาบัติชั่วหยาบ การอุปสมบทผู้มีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี และกรณีพระอริฏฐะผู้มีทิฏฐิบาปกับพวกภิกษุที่คบหาหรือปลอบโยนสมณุทเทสที่ถูกนาสนะ
  9. หน้า ๘๔–๙๐ ปาจิตติยกัณฑ์: สหธัมมิกวรรค ทบทวนสิกขาบท ๑๒ ข้อว่าด้วยการไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือนโดยชอบธรรม การดูหมิ่นพระวินัย การทำร้าย/ขู่ทำร้ายภิกษุ การใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล การแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน และการน้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อบุคคล
  10. หน้า ๙๑–๙๕ ปาจิตติยกัณฑ์: ราชวรรค และจบปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท ทบทวนสิกขาบท ๑๐ ข้อสุดท้ายของปาจิตติยกัณฑ์ ว่าด้วยการเข้าพระราชฐานชั้นใน การเก็บรัตนะ การเข้าบ้านเวลาวิกาล กล่องเข็ม เตียงตั่ง ผ้ารองนั่ง ผ้าปิดฝี ผ้าอาบน้ำฝน และจีวรขนาดเท่าสุคตจีวร
  11. หน้า ๙๖–๙๘ ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ปิดท้ายปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบทพร้อมสรุปรายชื่อวรรคทั้ง ๙ แล้วทบทวนที่มาปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท ว่าด้วยการรับอามิสจากภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ การไม่ห้ามภิกษุณีบงการทายก และการรับอาหารในที่ไม่ได้รับนิมนต์หรือแจ้งไว้ก่อน
  12. หน้า ๙๙–๑๑๑ เสขิยกัณฑ์: ปริมัณฑลวรรคถึงกพฬวรรค เริ่มทบทวนเสขิยวัตรว่าด้วยมารยาทการนุ่งห่ม การไม่เปิดกาย/คะนองมือเท้า/มองเหม่อ และการไม่หัวเราะหรือตะโกนเสียงดังในละแวกบ้าน (ปริมัณฑลวรรค-อุชชัคฆิกวรรค) ต่อด้วยมารยาทการรับและฉันบิณฑบาตโดยเคารพ ไม่เท้าสะเอวหรือคลุมศีรษะ ไม่ขยุ้มข้าวหรือทำคำข้าวใหญ่เกิน (ขัมภกตวรรค-ปิณฑปาตวรรค-กพฬวรรค)
  13. หน้า ๑๑๒–๑๒๑ เสขิยกัณฑ์: สุรุสุรุวรรคและปาทุกวรรค และบัญชีสรุปสิกขาบท-วรรค ทบทวนมารยาทขณะฉันไม่ให้เกิดเสียงดัง เช่น ไม่ดื่มเสียงซู้ด ไม่เลียมือหรือริมฝีปาก ไม่ขอดบาตร (สุรุสุรุวรรค) ต่อด้วยข้อห้ามแสดงธรรมแก่ผู้ไม่เคารพ เช่น ผู้กั้นร่ม ถือไม้พลอง ถือศัสตรา สวมรองเท้า หรืออยู่บนยานพาหนะ (ปาทุกวรรค สิกขาบทที่ ๘-๑๕) ปิดท้ายกัตถปัญญัตติวารของมหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร พร้อมบัญชีสรุปสิกขาบททั้ง ๗๕ ข้อและวรรคทั้ง ๗ ในเสขิยกัณฑ์
  14. หน้า ๑๒๒–๑๓๓ กตาปัตติวาร: ปาราชิก สังฆาทิเสส และนิสสัคคิยกัณฑ์ เริ่มวาระใหม่ว่าด้วยจำนวนและระดับความหนักเบาของอาบัติ (ปาราชิก ถุลลัจจัย สังฆาทิเสส นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ทุกกฏ) แยกตามสิกขาบทปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ และนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ข้อ
  15. หน้า ๑๓๔–๑๕๔ กตาปัตติวาร: ปาจิตติยกัณฑ์ (ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท) วิเคราะห์ระดับอาบัติของปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบทครบทั้ง ๙ วรรค ตั้งแต่มุสาวาทวรรคถึงราชวรรค ส่วนใหญ่แบ่งเป็นทุกกฏขณะพยายามและปาจิตตีย์เมื่อสำเร็จการล่วงละเมิด
  16. หน้า ๑๕๕–๑๖๖ กตาปัตติวาร (จบ): ปาฏิเทสนียกัณฑ์และเสขิยกัณฑ์ วิเคราะห์ระดับอาบัติของปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท และเสขิยวัตร ๗๕ ข้อครบทั้ง ๗ วรรค ปิดท้ายวาระที่ ๒ กตาปัตติวารของภิกขุวิภังค์
  17. หน้า ๑๖๗–๑๗๔ วิปัตติวารถึงสมุจจยวาร: จัดหมวดวิบัติ กองอาบัติ สมุฏฐาน อธิกรณ์ และสมถะ ทบทวนแบบย่อ(ฯลฯ)ว่าอาบัติแต่ละสิกขาบทจัดเป็นวิบัติ ๔ กองอาบัติ ๗ สมุฏฐาน ๖ อธิกรณ์ ๔ และระงับด้วยสมถะใด โดยยกตัวอย่างเฉพาะสิกขาบทแรกและสุดท้าย แล้วสรุปรวมทุกแง่มุมในสมุจจยวาร ปิดท้าย ๗ ใน ๘ วาระแรกของภิกขุวิภังค์
  18. หน้า ๑๗๕–๑๗๘ กัตถปัญญัตติวาร: ปาราชิกกัณฑ์ (ภิกษุ) ถาม-ตอบทบทวนสถานที่ทรงบัญญัติ บุคคลที่ทรงปรารภ มูลเหตุ และองค์ประกอบทางวินัย (พระบัญญัติ วิบัติ กองอาบัติ สมุฏฐาน) ของปาราชิก ๔ สิกขาบทของภิกษุ พร้อมรายนามพระเถระผู้สืบทอดพระวินัย
  19. หน้า ๑๗๙–๑๘๗ กัตถปัญญัตติวาร: สังฆาทิเสสกัณฑ์เป็นต้น ถึง เสขิยกัณฑ์ (ภิกษุ) ถาม-ตอบสถานที่บัญญัติของสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบทครบทุกข้อ (ปรารภพระอุทายี พระฉันนะ พระเทวทัตเป็นต้น) จากนั้นย่อด้วย ฯลฯ ข้ามไปยังตัวอย่างเสขิยกัณฑ์สิกขาบทที่ ๑๕ เป็นตัวแทนวรรคสุดท้าย
  20. หน้า ๑๘๘–๒๐๑ กตาปัตติวาร ถึง สมุจจยวาร (วาระที่ ๒-๘ ของภิกษุ) ทบทวนจำนวนอาบัติ ระดับวิบัติ กองอาบัติ สมุฏฐาน อธิกรณ์ และสมถะที่ระงับของแต่ละสิกขาบท โดยยกปาราชิกสิกขาบทที่๑และเสขิยกัณฑ์สิกขาบทที่๑๕เป็นตัวอย่างซ้ำในทุกวาระ จบด้วยสมุจจยวารและปัจจยวาร ๘ ของภิกษุ
  21. หน้า ๒๐๒–๒๐๘ ภิกขุนีวิภังค์ โสฬสมหาวาร ตอน ๒: กัตถปัญญัตติวาร - ปาราชิกกัณฑ์ (ภิกษุณี) เริ่มทบทวนพระวินัยฝ่ายภิกษุณี ถาม-ตอบสถานที่บัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕-๘ ของภิกษุณี ปรารภภิกษุณีสุนทรีนันทาและถุลลนันทาเป็นส่วนใหญ่ จบด้วยรายชื่อสรุปปาราชิก ๘ สิกขาบท
  22. หน้า ๒๐๙–๒๑๕ กัตถปัญญัตติวาร: สังฆาทิเสสกัณฑ์ (ภิกษุณี) ถาม-ตอบสถานที่บัญญัติสังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบทของภิกษุณี ปรารภภิกษุณีถุลลนันทาและจัณฑกาลีเป็นส่วนใหญ่ เช่น การก่อคดีพิพาท บวชให้โจร รับโภชนะจากชายผู้กำหนัด และการอยู่คลุกคลีกัน
  23. หน้า ๒๑๖–๒๒๓ กัตถปัญญัตติวาร: นิสสัคคิยกัณฑ์ (ภิกษุณี) จบสรุปสังฆาทิเสสภิกษุณี แล้วถาม-ตอบสถานที่บัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑๒ สิกขาบทของภิกษุณี ปรารภภิกษุณีถุลลนันทาเป็นส่วนใหญ่ เรื่องการสะสมบาตร แลกเปลี่ยนจีวร-บริขาร และการขอผ้าเกินราคา
  24. หน้า ๒๒๔–๒๓๒ กัตถปัญญัตติวาร: ปาจิตติยกัณฑ์ (ภิกษุณี) - ลสุณวรรคถึงฉัตตุปาหนวรรค (๙๖ สิกขาบท) จบสรุปนิสสัคคิยกัณฑ์ภิกษุณี แล้วถาม-ตอบสถานที่บัญญัติปาจิตตีย์ภิกษุณี วรรคที่๑ ลสุณวรรค (๑๐ สิกขาบท เช่น ฉันกระเทียม ถอนขนที่แคบ ดูการฟ้อนรำ) และวรรคที่๒-๙ (รัตตันธการวรรคถึงฉัตตุปาหนวรรค) ครบ ๙๖ สิกขาบท ปรารภภิกษุณีจัณฑกาลี ถุลลนันทา และพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์เป็นส่วนใหญ่
  25. หน้า ๒๓๓–๒๗๑ ปัจจยวารภิกษุณี: ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๒-๙ (ต่อ) ทบทวนที่มา (สถานที่บัญญัติ บุคคลผู้ปรารภ มูลเหตุ) ของสิกขาบทปาจิตตีย์ภิกษุณีที่เหลือทั้งหมด ตั้งแต่ท้ายรัตตันธการวรรคจนจบฉัตตุปาหนวรรค (วรรคที่ ๒-๙) ครบ ๙๖ สิกขาบท ปรารภภิกษุณีจัณฑกาลี ถุลลนันทา และพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์เป็นส่วนใหญ่
  26. หน้า ๒๗๒–๒๘๐ รวมหัวข้อปาจิตติยกัณฑ์และปัจจยวารปาฏิเทสนียกัณฑ์ สรุปรายชื่อหัวข้อสิกขาบทปาจิตตีย์ภิกษุณีทั้ง ๙๖ ข้อครบ ๙ วรรคแบบย่อ จากนั้นทบทวนที่มาของปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท (ล้วนปรารภภิกษุณีฉัพพัคคีย์ผู้ออกปากขอของฉันต่างๆ) ปิดท้ายปัจจยวารภิกขุนีวิภังค์ทั้งหมด
  27. หน้า ๒๘๑–๒๙๐ กตาปัตติวารภิกษุณี: ปาราชิก สังฆาทิเสส นิสสัคคิยะ และเริ่มปาจิตตีย์ เริ่มกตาปัตติวารภิกษุณี วิเคราะห์ระดับความหนักเบาของอาบัติ (ทุกกฏ-ถุลลัจจัย-ปาราชิก/สังฆาทิเสส/นิสสัคคิยปาจิตตีย์/ปาจิตตีย์) ของแต่ละสิกขาบท ครอบคลุมปาราชิก ๘ สังฆาทิเสส ๑๐ นิสสัคคิยะ และเริ่มปาจิตตีย์ (ลสุณวรรค)
  28. หน้า ๒๙๑–๓๑๐ ภิกขุนีวิภังค์: ขุททกสิกขาบทและปาฏิเทสนียกัณฑ์ ทบทวนสิกขาบทปาจิตตีย์ย่อยของภิกษุณีตั้งแต่รัตตันธการวรรคถึงฉัตตุปาหนวรรค (วรรคที่ ๒-๙) และปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท พร้อมวิเคราะห์ขั้นตอนการต้องอาบัติของแต่ละสิกขาบท เช่น การยืนเคียงคู่กับชาย การอาบน้ำเปลือยกาย และการบวชให้สตรีมีครรภ์หรือกุมารีอายุต่ำกว่าเกณฑ์
  29. หน้า ๓๑๑–๓๑๗ กตาปัตติวารและปัจจยวารภิกษุณี (รอบแรก) วิเคราะห์วิบัติ การจัดเข้ากองอาบัติ สมุฏฐาน อธิกรณ์ และสมถะที่ระงับ โดยยกปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ (ยินดีการถูกต้องกาย) และปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ (ขอนมเปรี้ยว) ของภิกษุณีเป็นตัวอย่างครบทุกวาระ
  30. หน้า ๓๑๘–๓๒๘ กัตถปัญญัตติวาร: ที่มาสิกขาบทปาราชิกและสังฆาทิเสสภิกษุณี ถาม-ตอบว่าทรงบัญญัติสิกขาบทปาราชิก ๘ และสังฆาทิเสส ๑๐ ของภิกษุณี ณ ที่ใด ทรงปรารภภิกษุณีรูปใด (ส่วนใหญ่คือถุลลนันทาและสุนทรีนันทา) พร้อมรายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบต่อกันมาจนถึงเกาะลังกา
  31. หน้า ๓๒๙–๓๔๑ กตาปัตติวารและปัจจยวารภิกษุณี (รอบสอง) ทบทวนจำนวนอาบัติ วิบัติ กองอาบัติ สมุฏฐาน อธิกรณ์ และสมถะของสิกขาบทปาราชิกและสังฆาทิเสสภิกษุณีอีกครั้งโดยละเอียด ปิดท้ายด้วยข้อความ "๘ ปัจจยวาร จบ"
  32. หน้า ๓๔๒–๓๔๘ สมุฏฐานสีสสังเขป: คาถาสรุปและบัญชีสิกขาบทตามสมุฏฐาน คาถาสรรเสริญคัมภีร์ปริวารและพระวินัยปิฎก ตามด้วยบัญชีสมุฏฐาน ๑๓ ประเภท เริ่มจัดกลุ่มสิกขาบททั้งหมด ๗๖ ข้อเข้าปฐมปาราชิกสมุฏฐาน และ ๗๐ ข้อเข้าทุติยปาราชิกสมุฏฐาน
  33. หน้า ๓๔๙–๓๖๐ สมุฏฐานวาร: บัญชีสิกขาบทตามสมุฏฐาน ๑๓ ประเภท (ต่อ) ทบทวนรายชื่อสิกขาบทที่จัดกลุ่มตามบ่อเกิดอาบัติ (สมุฏฐาน) ตั้งแต่สัญจริตตสมุฏฐานไปจนถึงอนนุญญาตสมุฏฐาน ครบทั้ง ๑๓ สมุฏฐาน พร้อมสรุปจำนวนสิกขาบทและทางเกิดอาบัติ (กาย วาจา จิต) ของแต่ละหมวด
  34. หน้า ๓๖๑–๓๖๔ กติปุจฉาวาร: บัญชีนับจำนวนอาบัติและหมวดธรรม ถาม-ตอบนับจำนวนหมวดธรรมสำคัญในพระวินัย ได้แก่ อาบัติ ๕ และ ๗ กองอาบัติ วินีตวัตถุ ความไม่เคารพและความเคารพ ๖ วิบัติ ๔ และสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖
  35. หน้า ๓๖๕–๓๖๗ มูลเหตุแห่งวิวาทและการโจท ๖ ประการ อธิบายรายละเอียดมูลเหตุแห่งการวิวาทและมูลเหตุแห่งการโจทกันในสงฆ์อย่างละ ๖ ประการ เช่น ความมักโกรธ ริษยา และการยึดมั่นทิฏฐิของตน ด้วยถ้อยคำแบบเดียวกันซ้ำในทั้งสองหัวข้อ
  36. หน้า ๓๖๘–๓๗๐ สาราณียธรรม สังฆเภท อธิกรณ์ และสมถะ แสดงสาราณียธรรม ๖ ประการอันเป็นเหตุแห่งความสามัคคีในสงฆ์ สังฆเภท ๑๘ ประการอันเป็นเหตุทำความแตกร้าว พร้อมสรุปอธิกรณ์ ๔ และสมถะ ๗
  37. หน้า ๓๗๑–๓๗๔ ฉอาปัตติสมุฏฐานวาร: อาบัติที่เกิดจากสมุฏฐานแต่ละข้อ คาถาสรุปหัวข้อประจำวารทั้ง ๑๗ บท แล้วเข้าสู่ฉอาปัตติสมุฏฐานวาร ถาม-ตอบว่าสมุฏฐานแห่งอาบัติแต่ละข้อในทั้ง ๖ สมุฏฐานก่อให้เกิดอาบัติชนิดใดได้บ้าง
  38. หน้า ๓๗๕–๓๘๐ กตาปัตติวาร: จำนวนอาบัติในแต่ละสมุฏฐาน วิเคราะห์ละเอียดว่าสมุฏฐานแห่งอาบัติแต่ละข้อทำให้ภิกษุต้องอาบัติกี่อย่าง จัดเป็นวิบัติ กองอาบัติ อธิกรณ์ และระงับด้วยสมถะใดบ้าง
  39. หน้า ๓๘๑–๓๘๓ อาปัตติสมุฏฐานคาถา คำถาม-คำตอบในรูปคาถาทบทวนจำนวนอาบัติที่เกิดจากสมุฏฐานทางกาย ทางวาจา และทางจิต ทั้งแบบเดี่ยวและแบบผสมกัน
  40. หน้า ๓๘๔–๓๙๑ วิปัตติปัจจยวารและอธิกรณปัจจยวาร วิเคราะห์อาบัติที่เกิดขึ้นเพราะวิบัติ ๔ อย่าง (สีล อาจาร ทิฏฐิ อาชีวะ) เป็นปัจจัย และเพราะอธิกรณ์ ๔ อย่างเป็นปัจจัย พร้อมจัดเข้ากองอาบัติและสมถะที่ระงับ
  41. หน้า ๓๙๒–๓๙๖ อธิกรณปริยายวารและสาธารณวาร อธิบายรายละเอียดของอธิกรณ์ ๔ อย่าง (หัวหน้า ฐาน วัตถุ ภูมิ เหตุ มูล) เป็นรายข้อ และสาธารณวารแสดงว่าสมถะใดทั่วไปหรือไม่ทั่วไปแก่อธิกรณ์แต่ละชนิด
  42. หน้า ๓๙๗–๔๐๖ วาระว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสมถะและอธิกรณ์ ชุดวาระเชิงตรรกะจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างสมถะทั้ง ๗ กับกันเองและกับอธิกรณ์ ๔ (ตัพภาคิยวาร วินยวาร กุสลวาร ยัตถวาร สมถวาร สังสัฏฐวาร สัมมติวาร) จนถึงวีสติวารว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสมถะ ๗ กับอธิกรณ์ ๔ ในทุกกรณีที่เป็นไปได้
  43. หน้า ๔๐๗–๔๑๙ สมถเภท (จบ): วีสติวารว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสมถะ ๗ กับอธิกรณ์ ๔ ถาม-ตอบไล่นับและแจกแจงว่าอธิกรณ์แต่ละประเภท (วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์) ระงับหรือไม่ระงับด้วยสมถะใดในจำนวน ๗ อย่าง ทั้งแบบเดี่ยวและแบบผสมทุกกรณี รวมถึงอธิบายว่าอธิกรณ์หนึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดอธิกรณ์อื่นได้อย่างไรพร้อมอุปมา ปิดท้ายด้วยรายชื่อวาระทั้งหมดในหมวดสมถเภท
  44. หน้า ๔๒๐–๔๒๖ ขันธกปุจฉาวาร และเอกกวาร (เริ่มเอกุตตริกนัย) ถาม-ตอบเป็นคาถาทบทวนขันธกะทั้ง ๒๒ หมวดตั้งแต่อุปสัมปทาขันธกะถึงฐปนขันธกะว่าแต่ละหมวดมีบทบัญญัติปรับอาบัติกี่อย่าง จากนั้นเริ่มเอกุตตริกนัยด้วยเอกกวาร (หมวด ๑) ไล่รายการธรรมที่พึงรู้เป็นคู่ตรงข้ามจำนวนมาก เช่น อาบัติ-อนาบัติ บัญญัติ-อนุบัญญัติ โจทก์-จำเลย
  45. หน้า ๔๒๗–๔๓๖ ทุกวาร (หมวด ๒) แห่งเอกุตตริกนัย ไล่รายการหมวดธรรม ๒ อย่างจำนวนมากในพระวินัย เช่น อาบัติที่เป็นสัญญาวิโมกข์ ประเภทอุโบสถ-ปวารณา-กรรม ปาราชิกถึงทุพภาสิตของภิกษุ-ภิกษุณี บุคคลที่ควร/ไม่ควรอุปสมบทหรือให้นิสัย ปริวาส-มานัต และบุคคลโง่เขลา-บัณฑิตที่ทำให้อาสวะเจริญหรือไม่เจริญ
  46. หน้า ๔๓๗–๔๕๐ ติกวาร (หมวด ๓) แห่งเอกุตตริกนัย ไล่รายการหมวดธรรม ๓ อย่างจำนวนมาก เช่น อาบัติที่ต้องเฉพาะสมัยพุทธกาล วัตถุแห่งการโจท บัญญัติ ๓ ประเภท อุโบสถ-ปวารณา ๓ อย่าง องค์ประกอบสำหรับลงตัชชนียกรรม นิยสกรรม ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม และอุกเขปนียกรรมต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติภิกษุอลัชชี
  47. หน้า ๔๕๑–๔๖๔ จตุกกวาร (หมวด ๔) และเริ่มปัญจกวาร (หมวด ๕) แห่งเอกุตตริกนัย ไล่รายการหมวดธรรม ๔ อย่าง เช่น การต้องและออกจากอาบัติในลักษณะต่างๆ โวหารอารยชน-อนารยชน กรรม ๔ วิบัติ ๔ อธิกรณ์ ๔ อคติ ๔ และองค์ของภิกษุที่ควร/ไม่ควรถามหรือตอบวินัย จากนั้นเริ่มหมวด ๕ ด้วยกองอาบัติ อนันตริยกรรม และความเสื่อม-ความถึงพร้อม ๕ ประการ
  48. หน้า ๔๖๕–๔๗๘ ปัญจกวาร (หมวด ๕) ตอนจบ: องค์คุณพระวินัยธร ภิกษุอยู่ป่า และวิสุทธิ ๕ ทบทวนบัญชีธรรมหมวด ๕ ต่อเนื่องจากส่วนก่อนหน้า ครอบคลุมผ้าบังสุกุล อวหาร องค์คุณพระวินัยธรผู้ฉลาด/โง่เขลาหลายชุด ภิกษุผู้ถืออยู่ป่า องค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสัย กรรมที่น่า/ไม่น่าเลื่อมใส พืชและผลไม้ และวิสุทธิ ๕ แบบ ปิดท้ายด้วย "๕ หมวดล้วนที่กล่าวแล้ว จบ"
  49. หน้า ๔๗๘–๔๙๖ เอกุตตริกนัย หมวด ๖-๑๑: ฉักกวารถึงเอกาทสกวาร บัญชีนับจำนวนธรรมเป็นหมวดต่อเนื่องตั้งแต่หมวด ๖ (องค์พระอุปัชฌาย์) หมวด ๗ (องค์พระวินัยธรผู้ได้ฌาน ๔ และวิชชา ๓) หมวด ๘ หมวด ๙ หมวด ๑๐ (องค์พระวินัยธรและอุพพาหิกาสมมติ) จนถึงหมวด ๑๑ (อานิสงส์เมตตา ๑๑) ปิดท้ายซีรีส์เอกุตตริกะทั้งหมด
  50. หน้า ๔๙๖–๕๐๕ อาทิมัชฌันตปุจฉาวิสัชชนาและอัตถวสปกรณ์ คำถาม-คำตอบว่าด้วยเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกรรมสงฆ์ต่างๆ เช่น อุโบสถ ปวารณา ตัชชนียกรรม จนถึงการสมมติต่างๆ ตามด้วยอัตถวสปกรณ์ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการในการบัญญัติสิกขาบท ปิดท้าย "มหาวรรค จบ"
  51. หน้า ๕๐๕–๕๑๙ คาถาสังคณิกะ: จำนวนสิกขาบท ๓๕๐ ใน ๗ เมือง และวิเคราะห์ศัพท์อาบัติ บทสนทนาโต้ตอบเป็นคาถาระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระอุบาลีว่าด้วยจำนวนสิกขาบททั้งหมด ๓๕๐ ข้อที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร ตามด้วยวิบัติ ๔ เฉทนกสิกขาบท อสาธารณสิกขาบทของภิกษุ-ภิกษุณี และวิเคราะห์ศัพท์ (นิรุตติ) ของอาบัติแต่ละประเภทตั้งแต่ปาราชิกถึงเสขิยะ
  52. หน้า ๕๑๙–๕๒๒ อธิกรณเภท: ประเภทและมูลเหตุแห่งอธิกรณ์ เริ่มต้นหมวดอธิกรณเภทว่าด้วยอธิกรณ์ ๔ อย่าง การรื้อฟื้นอธิกรณ์ ๑๒ อย่างและองค์ของบุคคลผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ได้ ต่อด้วยคำถาม-คำตอบเรื่องนิทานและมูลเหตุแห่งอธิกรณ์แต่ละชนิด
  53. หน้า ๕๒๓–๕๓๘ อธิกรณเภท: มูลเหตุ สมุฏฐาน และความสัมพันธ์ของอธิกรณ์ ๔-สมถะ ๗ ถาม-ตอบเชิงเทคนิคว่าด้วยมูลเหตุ ๓๓ และสมุฏฐาน ๓๓ ของอธิกรณ์ ๔ อาบัติที่มีอธิกรณ์เป็นปัจจัย และความสัมพันธ์แบบไขว้ระหว่างอธิกรณ์ ๔ กับสมถะ ๗ (สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ฯลฯ) ปิดท้ายด้วย "อธิกรณเภท จบ"
  54. หน้า ๕๓๙–๕๔๙ อปรคาถาสังคณิกะและโจทนากัณฑ์: หลักการโจทที่เป็นธรรม พระอุบาลีทูลถามเป็นคาถาและร้อยแก้วเรื่องอลัชชี-ลัชชีบุคคล ผู้โจทก์เป็นธรรม/ไม่เป็นธรรม และข้อซักถามที่ภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์พึงถามโจทก์ ปิดท้ายด้วยอุปมาโจทก์ผู้ไม่รู้หลักเกณฑ์ต่างๆ ว่า "ย่อมเผาตน" ซ้ำหลายบท จบด้วย "โจทนากัณฑ์ จบ"
  55. หน้า ๕๕๐–๕๕๓ จูฬสงคราม: ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ มารยาทและความเป็นกลางที่ภิกษุผู้เข้าสงฆ์เพื่อวินิจฉัยอธิกรณ์พึงถือปฏิบัติ ทั้งการวางตัวในที่ประชุมและการซักถามโดยไม่ลำเอียง จบด้วย "จูฬสงคราม จบ"
  56. หน้า ๕๕๔–๕๗๐ มหาสงคราม: ความรู้ ๑๐ ประการและอคติ ๔ ของผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ รายละเอียดสิ่งที่ผู้วินิจฉัยอธิกรณ์พึงรู้ ๑๐ ประการ (วัตถุ วิบัติ อาบัติ นิทาน ฯลฯ) และอคติ ๔ (ลำเอียงเพราะชอบ ชัง หลง กลัว) ทั้งฝ่ายลำเอียงและไม่ลำเอียง พร้อมข้อซักถามกรณีงดปวารณาและการจำแนกคำถามเรื่องที่เห็น-ได้ยิน-สงสัย จบด้วย "มหาสงคราม จบ"
  57. หน้า ๕๗๑–๕๘๐ กฐินเภท: เงื่อนไขกฐินเป็นอันกรานหรือไม่เป็นอันกราน จำแนกอาการที่กฐินไม่เป็นอันกราน ๒๔ อย่างและเป็นอันกราน ๑๗ อย่าง พร้อมธรรมที่เกิดพร้อมกับการกรานกฐิน ปัจจัยของบุพพกรณ์ต่างๆ องค์ ๘ ของภิกษุผู้ควร/ไม่ควรกรานกฐิน และภิกษุ ๓ พวกที่กรานกฐินขึ้นหรือไม่ขึ้น
  58. หน้า ๕๘๑–๕๘๘ กฐินเภท (ต่อ): การกรานกฐินและการเดาะกฐิน ทบทวนเงื่อนไขวัตถุ/กาล/การกระทำที่ทำให้กฐินขึ้นหรือไม่ขึ้น วิธีกรานกฐินโดยละเอียด และการเดาะกฐิน ๘ แบบผ่านบทสนทนาถาม-ตอบระหว่างพระมหากัสสปะกับพระอุบาลีเรื่องปลิโพธ ปิดท้ายด้วยหัวข้อประจำเรื่อง
  59. หน้า ๕๘๙–๕๙๕ อุปาลิปัญจกะ ๑. อนิสสิตวรรค พระอุบาลีทูลถามองค์ธรรมหมวด ๕ ว่าด้วยภิกษุผู้ต้อง/ไม่ต้องถือนิสัย ภิกษุที่ไม่พึง/พึงให้อุปสมบท-ให้นิสัย-ใช้สามเณรอุปัฏฐาก และองค์ ๕ หลายนัยของภิกษุที่สงฆ์พึงลงโทษ
  60. หน้า ๕๙๖–๖๐๐ ๒. นัปปฏิปัสสัมภนวรรค องค์ ๕ หลายนัยของภิกษุที่สงฆ์ไม่ควรระงับกรรม คุณสมบัติที่ภิกษุผู้เข้าสงครามพึงตั้งไว้ในตนก่อนเข้าหาสงฆ์ และอานิสงส์ในการเรียนวินัย ๕ ประการ
  61. หน้า ๖๐๑–๖๐๗ ๓. โวหารวรรค องค์ ๕ หลายนัยของภิกษุที่ควร/ไม่ควรพูดในสงฆ์ โดยพิจารณาความรู้เรื่องอาบัติ อธิกรณ์ กรรม ญัตติ ความลำเอียง ๔ และความฉลาดในพระสูตร-วินัย-ธรรม
  62. หน้า ๖๐๘–๖๑๕ ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค (ตอนต้น) การเปิดเผยความเห็นที่ชอบ/ไม่ชอบธรรม การรับประเคนและของที่เป็นเดนที่ใช้ได้/ไม่ได้ การห้ามภัตร ปฏิญญาตกรณะ องค์ภิกษุที่ควร/ไม่ควรทำโอกาสหรือสนทนาวินัย เหตุถามปัญหา การอวดอ้างมรรคผล และวิสุทธิ ๕ แบบ
  63. หน้า ๖๑๖–๖๒๕ ๕. อัตตาทานวรรค โภชนะ ๕ ปิดท้ายวรรคก่อน แล้วเข้าสู่คุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณาในตนก่อนโจทผู้อื่น คุณสมบัติที่พึงตั้งไว้ในตน องค์ภิกษุที่ควร/ไม่ควรทำโอกาส องค์แห่งอธิกรณ์ที่ควรรับ และองค์ภิกษุที่ควร/ไม่ควรถูกซักถาม
  64. หน้า ๖๒๖–๖๒๗ ๖. ธุดงควรรค จำแนกภิกษุผู้ถือธุดงค์แต่ละข้อ (อยู่ป่า เที่ยวบิณฑบาต ผ้าบังสุกุล ฯลฯ จนถึงฉันเฉพาะในบาตร) เป็น ๕ จำพวกตามแรงจูงใจ ตั้งแต่โง่เขลาจนถึงมักน้อยสันโดษที่แท้จริง
  65. หน้า ๖๒๘–๖๓๒ ๗. มุสาวาทวรรค ระดับความหนักเบาของมุสาวาท ๕ ระดับ องค์ภิกษุที่งดอุโบสถ/ปวารณาอย่างมีเหตุผล องค์ภิกษุที่ควรถูกซักถาม อาการที่ภิกษุต้องอาบัติ เวร ๕ เจตนางดเว้นจากเวร ความเสื่อม ๕ และสัมปทา ๕
  66. หน้า ๖๓๓–๖๓๘ ๘. ภิกขุโนวาทวรรค (เริ่ม) องค์ ๕ ของภิกษุที่ภิกษุณีสงฆ์พึงลงโทษและองค์ ๕ ของภิกษุณีที่สงฆ์พึงลงโทษ (เช่น เปิดกาย ชักชวนคฤหัสถ์คบหารัก) องค์ภิกษุที่ควร/ไม่ควรให้หรือรับให้โอวาทภิกษุณี และองค์ภิกษุที่ควร/ไม่ควรสนทนาด้วย
  67. หน้า ๖๓๙–๖๔๖ ภิกขุโนวาทวรรค (จบ) และอุพพาหิกวรรค: องค์ภิกษุผู้ควร/ไม่ควรแต่งตั้งด้วยอุพพาหิกา และผู้โง่เขลา-ฉลาด จบวรรคที่ ๘ ว่าด้วยภิกษุผู้ควรสนทนากับภิกษุณี แล้วเข้าสู่วรรคที่ ๙ ทบทวนองค์ ๕ ของภิกษุที่สงฆ์ควร/ไม่ควรแต่งตั้งด้วยอุพพาหิกาสมมติหลายนัย และองค์ของภิกษุผู้โง่เขลาหรือฉลาดในพระสูตร พระวินัย วัตถุ อาบัติ และอธิกรณ์
  68. หน้า ๖๔๗–๖๕๓ อธิกรณวูปสมวรรค: องค์ภิกษุผู้ควร/ไม่ควรระงับอธิกรณ์ และสังฆราชี-สังฆเภท ทบทวนองค์ ๕ ของภิกษุผู้ควรและไม่ควรระงับอธิกรณ์หลายนัย (รู้อาบัติ ไม่ลำเอียง ฉลาดในวินัย หนักในสงฆ์-สัทธรรม ฯลฯ) จากนั้นอธิบายอาการที่สงฆ์แตกกัน ๕ อย่าง และความแตกต่างระหว่างสังฆราชีกับสังฆเภทผ่านตัวอย่างวัตร ๕ ประเภท
  69. หน้า ๖๕๔–๖๖๐ สังฆเภทกวรรคและทุติยสังฆเภทกวรรค: องค์ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์มีโทษและไม่มีโทษ ไล่เรียงองค์ ๕ ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์อย่างละเอียดครบ ๒๐ นัย (อำพรางความเห็น ความเห็นชอบ ความพอใจ และสัญญา ผ่านกรรม อุทเทส ชี้แจง สวดประกาศ จับสลาก) ที่ทำให้ต้องไปเกิดในอบายชั่วกัป แล้วสลับด้านแสดงองค์ ๕ ที่ไม่มีโทษเช่นนั้นในทุติยสังฆเภทกวรรค
  70. หน้า ๖๖๑–๖๖๔ อาวาสิกวรรค: องค์ภิกษุผู้เก็บของสงฆ์ ผู้แจกภัตร และผู้ใช้สามเณร ทบทวนองค์ ๕ ของภิกษุผู้อยู่ประจำอาวาส ผู้ชี้แจงพระวินัยชอบ/ไม่ชอบธรรม ผู้แจกภัตร ผู้แต่งตั้งเสนาสนะ ผู้รักษาคลังพัสดุ และผู้ใช้สามเณร ว่าองค์ใดทำให้เก็บของสงฆ์แล้ว "เหมือนถูกโยนลงนรก" หรือ "เหมือนถูกส่งขึ้นสวรรค์"
  71. หน้า ๖๖๕–๖๖๙ กฐินัตถารวรรค: อานิสงส์กรานกฐิน บุคคลควร/ไม่ควรไหว้ และปิดท้ายอุปาลิปัญจกะ แสดงอานิสงส์กรานกฐิน ๕ ประการ โทษและอานิสงส์ของการนอนมีสติ/ลืมสติ รายชื่อบุคคล ๕ จำพวกที่ไม่ควรไหว้และควรไหว้หลายนัย และธรรม ๕ ที่ภิกษุอ่อนกว่าพึงตั้งไว้เมื่อไหว้เท้าภิกษุแก่กว่า ปิดท้ายด้วยรายชื่อสรุปทั้ง ๑๔ วรรคของอุปาลิปัญจกะ
  72. หน้า ๖๗๐–๖๗๗ อัตถาปัตติสมุฏฐาน: บ่อเกิดอาบัติของแต่ละสิกขาบท วิเคราะห์ว่าอาบัติแต่ละสิกขาบท (ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ เสขิยวัตรบางข้อ) เกิดจากสมุฏฐานทางกาย วาจา หรือจิตกี่ทาง แล้วสรุปรวมสมุฏฐานของสิกขาบทตามหมวดใหญ่ (ปาราชิก สังฆาทิเสส อนิยต นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ เสขิยะ)
  73. หน้า ๖๗๘–๖๙๓ ทุติยคาถาสังคณิกะ: คาถาถาม-ตอบนับจำนวนหมวดธรรมในพระวินัย ชุดคาถาถาม-ตอบสั้นๆ นับจำนวนข้อธรรมและอาบัติหมวดต่างๆ ในพระวินัยอีกครั้ง เช่น อาบัติทางกาย-วาจา บุคคลไม่ควรไหว้ ภิกษุอยู่ปริวาส กรรมที่ชอบ/ไม่ชอบธรรมในเรื่องพระนครจัมปา และจำนวนสิกขาบทครบทุกหมวด (ปาราชิก ๘ สังฆาทิเสส ๒๓ ปาจิตตีย์ ๑๘๘ ฯลฯ นับรวมภิกษุและภิกษุณี)
  74. หน้า ๖๙๔–๖๙๖ เสทโมจนคาถา (คาถาเค้นเหงื่อ): ปริศนาธรรมเชิงตรรกะ (เริ่ม) คาถาปริศนาธรรมพิสดารเริ่มต้น เช่น เหตุใดภิกษุไม่อยู่ปราศจากภิกษุณีจึงไม่ต้องอาบัติ เหตุใดภิกษุไหว้ผู้แก่กว่าจึงต้องอาบัติ และเริ่มปัญหาปาราชิกาทิ เช่น สตรีอยู่ในห้องภิกษุอยู่นอกห้องไม่มีช่องแต่ภิกษุต้องปาราชิกได้อย่างไร
  75. หน้า ๖๙๗–๗๐๐ เสทโมจนคาถา (จบ) และหัวข้อประจำเรื่อง ปริศนาธรรมเชิงตรรกะพิสดารต่อจากหน้าก่อน ถามตอบกรณีแปลกเช่นการฆ่ามารดาบิดาไม่ต้องอนันตริยกรรม และปัญหาเกี่ยวกับอาบัติปาจิตตีย์ต่างๆ จบด้วยคาถาอุทเทส (หัวข้อประจำเรื่อง) สรุปคำสำคัญทั้งหมด
  76. หน้า ๗๐๑–๗๐๙ ปัญจวรรค: กรรมวรรคที่ ๑ (กรรม ๔ และความวิบัติของกรรม) เริ่มปัญจวรรคด้วยกรรมวรรค อธิบายกรรม (สังฆกรรม) ๔ อย่าง และความวิบัติของกรรม ๕ ประการ คือ วัตถุ ญัตติ อนุสาวนา สีมา บริษัท พร้อมตัวอย่างการอุปสมบทบุคคลต้องห้าม แล้วซ้ำวนกลับมาอธิบายอีกรอบ และแจกแจงฐานะของอปโลกนกรรม ญัตติกรรม ญัตติทุติยกรรม
  77. หน้า ๗๑๐–๗๑๓ จบกรรมวรรค, อัตถวสวรรค และปัญญัตตวรรค จบฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรมและกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ปิดกรรมวรรคที่ ๑ จากนั้นอัตถวสวรรคแจกแจงเหตุผล ๒ ประการ (คู่ละ ๙ คู่) ที่ทรงบัญญัติสิกขาบท และปัญญัตตวรรคไล่รายชื่อสิ่งที่ทรงบัญญัติ เช่น ปาติโมกข์ กรรมต่างๆ
  78. หน้า ๗๑๔–๗๑๖ ๔. อปัญญัตเตปัญญัตตวรรค หมวดว่าด้วยการทรงบัญญัติเพิ่มเติมในเมื่อยังมิได้บัญญัติ ยกกรณีติณวัตถารกะเป็นตัวอย่าง แล้วไล่เหตุผล ๒ ประการซ้ำ ๙ คู่ (เพื่อยอมรับว่าดี ผาสุกสงฆ์ ปิดกั้นอาสวะ เวร โทษ ภัย อกุศลธรรม ฯลฯ) เช่นเดียวกับอัตถวสวรรคก่อนหน้า
  79. หน้า ๗๑๗–๗๒๑ ๕. นวสังคหวรรค และปริโยสานคาถา — บทปิดท้ายคัมภีร์ปริวารและพระวินัยปิฎก แจกแจงสังคหะ ๙ อย่าง (วัตถุ วิบัติ อาบัติ นิทาน บุคคล ขันธ์ สมุฏฐาน อธิกรณ์ สมถะ) วิธีระงับอธิกรณ์ และการจับคู่วัตถุ-โคตร-ชื่อ-อาบัติของอาบัติแต่ละประเภท เช่น เมถุนธรรม-ปาราชิก จบด้วยคาถาหัวข้อประจำวรรคสรุปคำศัพท์ทั้งหมดในปัญจวรรค ปิดท้ายด้วยปริโยสานคาถาสรรเสริญคุณค่าคัมภีร์ปริวาร เป็นบทปิดท้ายพระวินัยปิฎกทั้งหมด