[๑๑๑๘] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมดับไป แต่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตก และวิจาร ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๑๙] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไป หรือ?
กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.
[๑๑๒๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ฯลฯ
คำว่า ยสฺส (แห่งสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี เป็น เช่นเดียวกัน.
[๑๑๒๑] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อม ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้า นิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะ ปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.