พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่ละ ภวราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว
[๑๔๑๕] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น บุคคล ทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคา นุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น นั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ มานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย และ ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.