มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๑๙ · ข้อ 17
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า อภิวาเทตฺวา คือ เป็นผู้เสมือนเข้าไปในระหว่างพระพุทธ- รัศมีหนาทึบประกอบด้วยวรรณะ ๖ ประการ แล้วดำลงในน้ำครั่งใสสะอาด หรือเสมือนคลี่ผ้าซึ่งมีสีดังสีทองคลุมลงบนศีรษะ หรือสวมศีรษะด้วยเครื่อง ประดับทำด้วยดอกจำปาซึ่งถึงพร้อมด้วยสีและกลิ่น หรือว่า เสมือนพระจันทร์ วันเพ็ญซึ่งโคจรเข้าไปยังเชิงภูเขาสิเนรุ ฉะนั้น แล้วถวายบังคมพระบาทของ พระผู้มีพระภาคเจ้า อันประกอบด้วยพระสิริ ดังดอกจำปาสีสดกำลังบาน อัน

ประดับด้วยจักรลักษณะ. บทว่า เอกมนฺตํ นิสีทิ คือ นั่งในโอกาสหนึ่งอัน

เว้นโทษของการนั่ง ๖ ประการ.

บทว่า ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหึภูตํ คือเหลียวดูภิกษุสงฆ์นั่งนิ่งเงียบ. เพราะ ณ ที่นั้นภิกษุแม้รูปหนึ่งก็มิได้มีความรำคาญด้วยมือและเท้า. ภิกษุทุกรูปมิได้ คุยกัน ด้วยความเคารพแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า และเพราะตนได้รับการศึกษา แล้วเป็นอย่าง ดี โดยที่สุดไม่ทำแม้เสียงไอ แม้กายก็ไม่ไหว แม้ใจก็ไม่ ฟุ้งซ่าน ดุจเสาเขื่อนที่ฝั่งไว้อย่างดี ดุจน้ำในมหาสมุทรสงบเงียบในที่ที่ไม่มี ลม นั่งล้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าดุจรัตตวลาหกล้อมยอดภูเขาสิเนรุฉะนั้น. ปีติ และโสมนัสอันยิ่งใหญ่ได้เกิดแก่ปริพาชกเพราะเห็นบริษัทสงบเงียบอย่างนั้น. ก็แลปริพาชกไม่อาจสงบปีติโสมนัสอันเกิดแล้วในภายในหทัยให้เงียบอยู่ได้จึง เปล่งวาจาอันน่ารัก กล่าวคำมีอาทิว่า อจฺฉริยํ โภ โคตม น่าอัศจรรย์พระ-

โคดมผู้เจริญ. ชื่อว่า อัจฉริยะ น่าอัศจรรย์เพราะย่อมไม่มีเป็นนิจดุจคนตาบอด

ขึ้นภูเขาได้ฉะนั้น พึงทราบว่า นี้เป็นตันตินัย (แบบแผน, ประเพณี) ไว้ก่อน.

ส่วนอรรถกถานัยพึงทราบดังต่อไปนี้. ชื่อว่า อจฺฉริยํ เพราะประกอบ

แก่นิ้วมือ. อธิบายว่า ควรประกอบการดีดนิ้วมือ. ชื่อว่า อพฺภูติ เพราะไม่เคย

มีมาก่อน. แม้ทั้งสองบทก็อย่างเดียวกัน. บทว่า อพฺภูติ นี้เป็นชื่อของการนำ

มาซึ่งความพิศวง. ส่วนบทว่า อจฺฉริยํ นี้นั้นมี ๒ อย่างคือ ครหอัจฉริยะ

(อัศจรรย์ในการติเตียน) ๑ ปสังสาอัจฉริยะ (อัศจรรย์ในการสรรเสริญ) ๑.