มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๔๓๑ · ข้อ 239
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๑๐. อรรถกถากีฏาคิริสูตร

กีฏาคิริสูตร มีบทเริ่มต้นว่า เอวมฺเม สุตํ ข้าพเจ้าได้สดับมา อย่างนี้.

ในบรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาสีสุ ในชนบทมีชื่ออย่างนี้. ในบท ว่า เอวํ ตุมฺเหปิ ภิกฺขเว นี้ มีความดังต่อไปนี้ แม้พวกเธอเห็นอานิสงส์ ๕ อย่างเหล่านี้ ก็จงฉันอาหารเว้นการฉันในราตรีเสีย. ด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงให้เว้นการฉัน ๒ อย่างเหล่านี้ คือ การฉันในเวลา วิกาลในกลางคืน ๑ การฉันในเวลาวิกาลในกลางวัน ๑ ในคราวเดียวกัน. ใน สมัยหนึ่ง ทรงให้เว้นการฉันในเวลาวิกาลในกลางวันเสียเท่านั้น. ครั้นกาลเวลา ล่วงไปพระองค์ทรงให้เว้นการฉันในเวลาวิกาลในกลางคืนเสีย จึงตรัสอย่างนี้.

เพราะเหตุไร. เพราะการฉัน ๒ คราวเหล่านี้ เป็นการสะสม หมกมุ่น ในวัฏฏะ

มิได้แล่นออกไปได้ดุจน้ำไหลลงแม่น้ำ กุลบุตรผู้ละเอียดอ่อนเจริญเพราะบริโภค อาหารดีในเรือนแม้ที่สงบเงียบ เว้นการบริโภค ๒ ครั้งในคราวเดียวกันเท่านั้น

ย่อมลำบาก. เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงมิได้ทรงให้เว้นในคราวเดียว

กัน. ทรงให้เว้นการบริโภคในเวลาวิกาลในกลางวัน ในภัททาลิสูตร ใน

สูตรนี้ ทรงให้เว้นการบริโภคในเวลาวิกาลในกลางคืน. ก็เมื่อให้ละ ทรงคุกคาม

หรือทรงข่ม. พระองค์ทรงแสดงอานิสงส์อย่างนี้ว่า พวกเธอจักรู้คุณคือความ

เป็นผู้มีอาพาธน้อย เพราะการละการบริโภคเหล่านั้นเป็นปัจจัย แล้วจึงทรงให้

เว้นเสีย. บทว่า กีฏาคิรี เป็นชื่อของนิคมนั้น. บทว่า อสฺสชิปุนพฺพสุกา

คือพระอัสสชิ และพระปนัพพสุกะ ในบรรดาภิกษุฉัพพัคคีย์ ๖ รูป ท่าน

ทั้งสองเป็นคณาจารย์. ชนทั้ง ๖ เหล่านี้ คือ ปัณฑุกะ ๑ โลหิตกะ ๑