เอาเท้าเหยียบ เอามือดึงขึ้นแล้วรีดทีหลัง. จีวรนั้นแห้งแล้วด้วยแสงแดด
ก็มีประมาณเท่าเดิมนั่นแล. ภิกษุนั้นก็กระทำอย่างนั้นซ้ำอีก เพราะเหตุ
นั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ จึงกล่าวว่า ดึงขึ้นแล้วรีดเป็นหลายครั้ง. พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งที่พระคันธกุฎีนั่นแล ทอดพระเนตรเห็น ภิกษุนั้นลำบากอยู่อย่างนั้น จึงเสด็จออกประดุจเสด็จไปสู่เสนาสนจาริก
ได้เสด็จไปในที่นั้น. เพราะเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ จึงกล่าวว่า
อทฺทสา โข ภควา เป็นต้น.
บทว่า เอกาทสมาเส ได้แก่ ตลอด ๑ เดือนที่เหลือ เว้นเดือน กัตติกาหลัง หนึ่งเดือน.
บทว่า สตฺตมาเส ได้แก่ ๗ เดือนที่เหลือ เว้น ๕ เดือน คือ เดือนกัตติกานั้นด้วย ๔ เดือนฤดูฝนด้วย.
[แก้อรรถสิกขาบทวิภังค์ว่าด้วยความหวังจะได้จีวร]
หลายบทว่า กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ มีความว่า จีวรที่ทายก อุทิศถวายแก่สงฆ์ว่า นี้เป็นอกาลจีวร หรือที่ทายกถวายแก่บุคคลผู้เดียว ว่า ข้าพเจ้าถวายจีวรนี้แก่ท่าน ดังนี้.
บทว่า สงฺฆโต วา มีความว่า จีวรเกิดขึ้นจากสงฆ์ด้วยอำนาจ แห่งส่วนที่ถึงแก่ตนก็ดี.
บทว่า คณโต วา มีความว่า พวกทายกย่อมถวายแก่คณะอย่างนี้ ว่า พวกข้าพเจ้าถวายจีวรนี้แก่คณะแห่งภิกษุผู้เรียนพระสูตร, ถวายจีวรนี้ แก่คณะแห่งภิกษุผู้เรียนพระอภิธรรม, จีวรพึงเกิดขึ้นจากคณะนั้นด้วย อำนาจเเห่งส่วนที่ถึงแก่ตนก็ดี.