บทว่า อสุภนิมิตฺตํ ได้แก่ ธรรมมีอสุภะเป็นอารมณ์ อันต่างด้วย อุทธุมาตกอสุภกัมมัฏฐานเป็นต้น การทำไว้ในใจถึงอุบาย การทำไว้ในใจ ถึงทาง การทำไว้ในใจถึงความเกิด ชื่อว่า โยนิโสมนสิการ ในบทว่า โยนิโส มนสิการพหุลีกาโร นี้.
อนึ่ง ธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อละกามฉันทะ คือการเรียนเอา อสุภนิมิต ๑ การตามประกอบในอสุภภาวนา ๑ ความมีทวารอันคุ้มครองใน อินทรีย์ ๑ ความรู้จักประมาณในโภชนะ ๑ ความมีเพื่อนเป็นคนดี ๑ เรื่องที่เป็น สัปปายะ ๑ เพราะว่าเมื่อเรียนเอาอสุภนิมิต ๑๐ อย่างก็ดี เมื่อเจริญอสุภนิมิต ๑ อย่างก็ดี ผู้มีทวารอันตนคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ก็ดี ผู้รู้จักประมาณใน โภชนะโดยเว้นคำข้าว ๔-๕ คำไว้โอกาสดื่มน้ำเป็นปกติก็ดี ก็ละกามฉันทะ
ได้. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
ภิกษุควรเว้น คำข้าว ๔ - ๕ คำไว้
ดื่มน้ำ ก็พอสำหรับภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว
เพื่ออยู่ผาสุก.
เมื่อคบหากัลยาณมิตร ผู้ยินดีในอสุภภาวนาเช่นพระติสสะผู้บำเพ็ญอสุภ- กัมมัฏฐาน ก็ละกามฉันทะได้. แม้ในการกล่าวคำเป็นสัปปายะในอสุภนิมิต ๑๐ ในอิริยาบถมีการยืนและการนั่งเป็นต้น ก็ละได้เหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อละกามฉันทะดังนี้. ส่วน กามฉันทะที่ละได้ด้วยธรรม ๖ ประการเหล่านี้ ย่อมไม่เกิดขึ้นต่อไป ด้วย. อรหัตมรรค.
อัปปนาก็ดี อุปจาระก็ดี ก็ควรในบทที่กล่าวว่า เมตตา ในบทว่า เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ นี้. อัปปนาอย่างเดียวชื่อว่า เจโตวิมุตฺติ. โยนิโส