สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๑ · หน้า ๒๓๕ · ข้อ 1354
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

การเท่านั้น เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกเท่านั้นในเรื่องนี้. คำว่า อสฺสุธา ในบทว่า นาสฺสุธา นี้ เป็นคำลงแทรกเข้ามาในอรรถเพียงทำให้เต็มบท หรือในอรรถ ห้ามข้อความอย่างอื่น ความก็คือ ไม่มีใครๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย.

ที่ชื่อว่า เกลื่อนกล่นด้วยอาการเป็นอเนก ก็เพราะการขวนขวาย ประกอบการเจริญอสุภะนั้นเกลื่อนกล่นด้วยเหตุเป็นอเนก มีสีและสัณฐานเป็น

ต้น. มีคำอธิบายว่า ระคนปนเปไปด้วยอาการเป็นอเนก คือ เจือคละไปด้วย

การณ์เป็นอเนก. นั้นคืออะไร คือ การขวนขวายประกอบการเจริญอสุภะ.

คำว่า ขวนขวายประกอบการเจริญอสุภะอันเกลื่อนกล่นด้วยอาการเป็น อเนกนั้นอยู่ คือ เป็นผู้ประกอบแล้วประกอบเล่าอยู่. คำว่า อึดอัด คือ เป็น ทุกข์ เพราะกายนั้น. คำว่า ระอา คือ รู้สึกละอายอยู่. คำว่า เกลียด คือ

ยังความเกลียดชังให้เกิดขึ้นอยู่. คำว่า แสวงหาศาสตราสำหรับปลงชีวิต

คือแสวงหาศัสตราเครื่องนำเอาชีวิตไป ภิกษุเหล่านั้น ไม่ใช่แต่แสวงหาศัสตรา มาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปลงตนจากชีวิตด้วย ก็แลพวกภิกษุได้เข้าไปหา แม้นายมิคลัณฑิกผู้แต่งตัวคล้ายสมณะแล้ว พูดว่า คุณ ! ดีละขอคุณช่วย

ปลงชีวิตพวกอาตมาทีเถิด. ก็ในที่นี้ พวกอริยะไม่ได้ทำปาณาติบาตเลย ไม่ได้

ชักชวน ไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปตามด้วย. แต่ปุถุชนได้ทำทุกอย่าง.

คำว่า เสด็จออกจากการหลีกเร้น (พักผ่อน) คือเมื่อได้ทรงทราบ ความที่พวกภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว ก็ทรงออกจาก ความอยู่ผู้เดียวนั้น แม้ทรงทราบอยู่ ก็เหมือนไม่ทรงทราบ เพื่อให้ถ้อยคำ ตั้งขึ้นพร้อม จึงตรัสเรียกท่านพระอานนท์ ว่า ดูก่อนอานนท์ เพราะเหตุไร หนอ ภิกษุสงฆ์ จึงดูเหมือนเบาบางไป. ความว่า อานนท์ ก่อนแต่นี้ พวกภิกษุเป็นอันมากพากันมาสู่ที่บำรุงด้วยกัน ถือเอาอุเทศ และการสอบถาม อาราม ดูคล้ายกะว่าโชติช่วงเป็นอันเดียวกัน แต่บัดนี้ โดยล่วงไปแห่งเวลา