ก็เมื่อพระศาสดาทรงเสด็จออกจาริกไปในกุรุรัฐ ทรงบรรลุ ถึงถุลลโกฏฐิตนิคมโดยลำดับ กุลบุตรชื่อรัฐปาลฟังพระธรรมเทศนา ของพระศาสดา ได้ศรัทธาให้มารดาบิดาอนุญาตแล้ว เข้าเฝ้า พระทศพล บวชแล้วในสำนักของพระเถระรูปหนึ่ง ตามพระบัญชา ของพระศาสดาตั้งแต่วันที่ท่านบวชแล้ว เศรษฐีคหบดีเห็นภิกษุ ทั้งหลายไปยังที่ประตูนิเวศน์ของตนย่อมด่าบริภาษาว่า มีงานอะไร ของท่านในเรือนนี้ (เรา) มีบุตรน้อยคนเดียวเท่านั้น พวกท่านก็ มานำเขาไปเสีย บัดนี้จะทำอะไรอีกล่ะ. พระศาสดาประทับอยู่ที่
ถุลลโกฏฐิคามกึ่งเดือนแล้วเสด็จมายังกรุงสาวัตถีอีก. ครั้งนั้น
พระรัฐปาลกระทำกิจในโยนิโสมนสิการ เจริญวิปัสสนาบรรลุ พระอรหัตแล้ว ท่านทูลขออนุญาตพระศาสดาแล้วไปยังถุลลโกฏฐิต- นิคมเพื่อเยี่ยมบิดามารดา เที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับตรอกใน นิคมนั้น ได้ขนมกุมมาสบูดที่ค้างคืนในนิเวศน์ของบิดา เกิดอสุภ- สัญญาในเหล่าหญิงที่แต่งตัวแล้วจึงยืนขึ้นแสดงธรรม เหาะไปแล้ว ประดุจศรเพลิงที่พ้นแล้วจากแล่ง ไปยังมิคาจิรอุทยานของพระเจ้า โกรพย ลงนั่งแผ่นศิลาอันเป็นมงคล แสดงธรรมอันประดับแล้ว ด้วยความเลื่อมใส ๔ ประการแด่พระราชาผู้เสด็จมาเยี่ยม จาริก
ไปโดยลำดับกลับมาเฝ้าพระศาสดาอีก. เรื่องนี้ตั้งขึ้นแล้วด้วย
อาการอย่างนี้. ต่อมาภายหลังพระศาสดาประทับนั่งท่ามกลาง
พระอริยสงฆ์ ทรงสถาปนาพระเถระไว้ในตำแหน่งเป็นยอดของเหล่า กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธาในศาสนานี้แล.