ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๘ · หน้า ๑๒๑ · ข้อ 15
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

และวันอัฏฐมี อธิบายว่า วัน ๑๓ ค่ำ วันแรมคำหนึ่ง วัน ๗ ค่ำ และ วัน ๙ ค่ำ. บทว่า อฏฺงฺคสุสมาคตํ ได้แก่ มาพร้อมด้วยดี ประกอบ พร้อมด้วยองค์ ๘ มี ปาณาติปาตา เวรมณี เป็นต้น.

บทว่า อุปวสิสฺสํ แปลว่าเข้าอยู่ จริงอยู่คำนี้เป็นคำแสดงอนาคต

ลงในอรรถแห่งอดีต. แต่เกจิอาจารย์สวดว่า อุปวสึ อย่างเดียว. บทว่า

สทา ได้แก่ ในวันอุโบสถทั้งหมด พร้อมทั้งวันปาฏิหาริยปักษ์. บทว่า สีเลสุ ได้แก่ ในวันอุโบสถศีลที่พึงทำให้สำเร็จ. จริงอยู่คำนี้เป็นสัตตมี- วิภัตติ ใช้ในอรรถที่ทำให้สำเร็จผล. บทว่า สํวุตา ได้แก่ สำรวมทาง

กายวาจาจิต. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สทา แปลว่า ทุกเวลา. บทว่า

สีเลสุ ได้แก่ นิจศีล. บทว่า สํวุตา ได้แก่ สำรวมทางกายวาจา.

บัดนี้ เพื่อจะแสดงนิจศีลนั้น อุตตราเทพธิดาจึงกล่าวว่า เว้นขาด

จากปาณาติบาตเป็นต้น. ในคำนั้น ปาณะโดยโวหารสมมติ ได้แก่สัตว์ โดย

ปรมัตถ์ ได้แก่ ชีวิตินทรีย์. การทำสัตว์ให้ตกล่วงไป การฆ่าสัตว์ การ ทำลายสัตว์ ชื่อว่า ปาณาติบาต. โดยอรรถ ได้แก่ เจตนาฆ่าของผู้มีความ สำคัญในสัตว์มีชีวิตว่ามีชีวิต ซึ่งเป็นสมุฏฐานของความพยายามเด็ดชีวิ- ตินทรีย์ เป็นไปทางกายทวารวจีทวาร ทวารใดทวารหนึ่ง. เว้น อธิบายว่า งดหันกลับจากปาณาติบาตนั้น.

ในบทว่า มุสาวาทา วจีประโยคหรือกายประโยคที่หักรานประโยชน์ ของผู้มุ่งจะให้คลาดเคลื่อน ชื่อว่ามุสา. เจตนาที่เป็นสมุฏฐานของกาย- ประโยคและวจีประโยคที่ทำให้คลาดเคลื่อนต่อผู้อื่น ด้วยประสงค์จะให้ คลาดเคลื่อน ซึ่งว่ามุสาวาท. อีกนัยหนึ่ง บทว่า มุสา ได้แก่ เรื่องที่ไม่ จริง ไม่แท้. บทว่า วาโท ได้แก่ เจตนาของผู้ประสงค์จะให้เขารู้เรื่องที่