ได้แก่ อยู่รักษาอุโบสถตลอดวันหนึ่ง.
บทว่า อุทกมทาสึ ได้แก่ ดีฉันได้ถวายน้ำใช้ น้ำฉันสำหรับบ้วน ปากและสาหรับดื่ม.
บทว่า จณฺฑิเก ได้แก่ ดุร้าย. บทว่า อนุสฺสุยฺยิกา ได้แก่
เว้นจากความริษยา. บทว่า ปรกฺกมฺมการี ได้แก่ รับจ้างทำการงานแก่
ผู้อื่น. บทว่า อตฺเถน ได้แก่ กิจที่เป็นประโยชน์. บทว่า สํวิภาคินี
สกสฺส ภาคสฺส ได้แก่ มีปกติแจกส่วนที่ตนได้แก่ผู้อื่น.
บทว่า ขีโรทกํ ได้แก่ ข้าวสุกเจือด้วยนมสด. หรือข้าวสุกกับนม
สด. บทว่า ติมฺพรูสกํ ได้แก่ ผลมะพลับ. มะพลับเป็นไม้เถาชนิดหนึ่ง
คล้ายแตงโม. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ผลแตงโมนั้น คือ ติมพรุสกะ.
บทว่า กกฺการิกํ ได้แก่ ฟักทอง อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ได้แก่
แตงกวา. บทว่า หตฺถปฺปตาปกํ ได้แก่ เชิงกราน. บทว่า อมฺพกญฺชิกํ
ได้แก่ น้ำผักดอง. บทว่า โทณินิมฺมชฺชนึ ได้แก่ แป้งคลุกงาคั่ว. บทว่า วิธูปนํ ได้แก่ พัดสี่เหลี่ยม. บทว่า ตาลปณฺณํ ได้แก่ พัดกลมทำด้วย
ใบตาล. บทว่า โมรหตฺถํ ได้แก่ พัดไล่ยุงทำด้วยหางนกยูง. บทว่า
สฺวาคตํ วต เม ความว่า ข้าพเจ้ามาในที่นี้ ดีแท้ ดีเหลือเกิน. บทว่า อชฺช สุปภาตํ สุหุฏฺิตํ ได้แก่ วันนี้ฤกษ์งามยานดีได้เกิดแก่ข้าพเจ้าใน กลางคืน แม้ลุกจากที่นอนก็มีฤกษ์ดี คือลุกขึ้นด้วยดี. ถามว่า เพราะ เหตุไร พระมหาสัตว์จึงกล่าวอย่างนั้น. ตอบว่า เพราะเหตุที่ได้เห็นเทพ- ธิดาเหล่านั้น.
บทว่า ธมฺมํ สุตฺวา ความว่า ได้ฟังธรรมอันเป็นกุศลที่พวกท่าน ทำไว้ โดยเห็นประจักษ์ถึงผลกรรม. บทว่า กาหามิ แปลว่า จักกระทำ.