ไหนหนอ แผ่เมตตาจิตไปในเขาเพิ่มยิ่งขึ้น จึงเรียกว่า มานี่เถิด
เด็กน้อย. เขามาไหว้พระเถระแล้วยืนอยู่ ลำดับนั้น พระเถระ
ถามเขาว่า เจ้าเป็นชาวบ้านไหน พ่อแม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน ?
เขาตอบว่า ท่านขอรับ กระผมไร้ที่พึ่ง พ่อแม่ของกระผม พูดว่า เพราะกระผมทำให้ท่านต้องลำบาก จึงทิ้งกระผมหนีไป.
พระเถระถามว่า เออก็เจ้าจักบวชไหมละ ?
เขาตอบว่า ท่านขอรับ กระผมอยากบวชนัก แต่คนกำพร้า อย่างกระผมใครจักบวชให้.
พระเถระกล่าวว่า เราจักบวชให้.
เขากล่าวว่า สาธุ ท่านขอรับ โปรดอนุเคราะห์ให้กระผม
บวชเถิด. พระเถระจึงให้ของเคี้ยว ของบริโภคแก่เขาแล้วพาไป
วิหาร อาบน้ำให้เอง ให้บรรพชา จนอายุครบจึงให้อุปสมบท ใน ตอนแก่ท่านมีชื่อว่า "โลสกติสสเถระ" เป็นพระไม่มีบุญ มี
ลาภน้อย. เล่ากันว่า แม้ในคราวอสทิสทาน ท่านก็ไม่เคยได้ฉัน
เต็มท้อง ได้ขบฉันเพียงพอจะสืบต่อชีวิตไปได้เท่านั้น เพราะเมื่อ ใครใส่บาตรท่านเพียงข้าวต้มกระบวยเดียว บาตรก็ปรากฏเหมือน เต็มเสมอขอบแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น คนทั้งหลายก็สำคัญว่า บาตร ของภิกษุรูปนี้เต็มแล้ว เลยถวายองค์หลัง ๆ. บางอาจารย์กล่าว ว่า ในเวลาถวายยาคูในบาตรของท่าน ข้าวยาคูในภาชนะของ คนทั้งหลาย ก็หายไป ดังนี้ก็มี. แม้ในปัจจัยอื่นมีของควรเคี้ยว เป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. โดยสมัยต่อมาท่านเจริญวิปัสสนา