ตนประกอบด้วยองค์ ๔ ประการเห็นปานนี้. ด้วยบทว่า เอเต เม จตุโร วเร นี้ พระมหาสัตว์กล่าวว่า ขอพระองค์ได้ทรงโปรดประทานพร ๔ ประการ มีอย่าให้มีความโกรธเป็นต้นเหล่านั้น แก่ข้าพระองค์เถิด.
ถามว่า ก็พระมหาสัตว์ไม่ทราบหรือว่า ใคร ๆ ไม่อาจรับพรใน สำนักของท้าวสักกะ แล้วขจัดความโกรธเป็นต้นได้ด้วยพร.
ตอบว่า ไม่ทราบหามิได้ แต่ที่รับพรเพราะคิดว่า เมื่อท้าวสักกะ ประทานพร การพูดว่า ข้าพเจ้าไม่รับไม่สมควร และเพื่อจะตัดความ สงสัย ของท้าวสักกะนั้น จึงรับพร.
ลำดับนั้น ท้าวสักกะทรงดำริว่า กัณหบัณฑิตเมื่อจะรับพร ก็ รับแต่พรที่หาโทษมิได้ทั้งนั้น เราจักถามถึงคุณและโทษในพรเหล่านี้กะ พระฤาษีก่อน ครานั้น เมื่อพระองค์จะถามพระฤาษี จึงตรัสพระคาถา ที่ ๕ ว่า :-
ดูก่อนท่านพราหมณ์ ท่านเห็นโทษใน
ความโกรธ ในโทสะ ในโลภะ และในสิเนหา
เป็นอย่างไรหรือ ? ข้าพเจ้าขอถามความนั้น
ขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้าเถิด.
พึงทราบความแห่งเรื่องนั้นว่า ดูก่อนท่านพราหมณ์ ท่านเห็น โทษในความโกรธ ในโทสะ ในโลภะ หรือในสิเนหาอย่างไรหรือหนอ ?