ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๗ · หน้า ๔๒๑ · ข้อ 519
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๕๑๙] คำว่า รุปฺปนฺติ ในอุเทศว่า รุปฺปนฺติ รุเปสุ ชนา ปมตฺตา ดังนี้ ความว่า เดือนร้อน กำเริบ ลำบาก ถูกเบียดเบียน ถูกฆ่า หวาด- เสียว ถึงโทมนัส คือ เดือดร้อน กําเริบ ลําบาก ถูกเบียดเบียน ถูกฆ่า หวาดเสียว ถึงโทมนัส เพราะโรคนัยน์ตา เพราะโรคในหู ฯ ล ฯ เพราะ สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลาน เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า ย่อมเดือนร้อนในเพราะรูปทั้งหลาย.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อจักษุเสื่อม เสีย เสื่อมไปรอบ เป็นไปต่าง ๆ ปราศไป อันตรธานไป ชนทั้งหลายก็เดือดร้อน ฯ ล ฯ เมื่อหู จมูก ลิ้น กาย ฯ ล ฯ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สกุล คณะ อาวาส ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัช- บริขาร เสื่อมเสีย เสื่อมไปรอบ เป็นไปต่าง ๆ ปราศไป อันตรธานไป ชนทั้งหลายก็เดือดร้อน ฯ ล ฯ แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อว่า ย่อม เดือดร้อนในเพราะรูปทั้งหลาย.

คำว่า ชนทั้งหลาย คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา และมนุษย์.

ความประมาทในคำว่า ผู้ประมาท ดังนี้ ควรกล่าว ความปล่อย ความตามเพิ่ม ความปล่อยจิตไปในกายทุจริตก็ดี ในวจีทุจริตก็ดี ในมโน- ทุจริตก็ดี ในเบญจกามคุณก็ดี หรือความไม่ทำเนืองๆ ความทำหยุด ๆ ความประพฤติย่อหย่อน ความปลงฉันทะ ความทอดธุระ ความไม่ส้องเสพ ความไม่เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งใจ ความไม่ประกอบเนือง ๆ ในการเจริญธรรมทั้งหลายฝ่ายกุศล ชื่อว่าความประมาท ความประมาท กิริยาที่ประมาท ความเป็นผู้ประมาท เห็นปานนี้ ตรัสว่า ความประมาท