ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๗ · หน้า ๗๐๑ · ข้อ 821
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คาถาที่ ๙

๑๙ ) นาโคว ยูถานิ วิวชฺชยิตฺวา

สญฺชาตกฺขนฺโธ ปทุมี อุฬาโร

ยถาภิรนฺตํ วิหเร อรญฺเ

เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.

พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า ละแล้วซึ่งหมู่ทั้งหลาย มี

ขันธ์เกิดดีแล้ว มีธรรมดังดอกบัว เป็นผู้ยิ่ง ย่อมอยู่ในป่า

ตามอภิรมย์ เหมือนนาค ละแล้วซึ่งโขลงทั้งหลาย พึง

เป็นผู้เดียวเที่ยวไปเหมือนนอแรดฉะนั้น.

คาถาที่ ๙ ปรากฏแล้วโดยความของบทนั่นแล. ในคาถานี้โยชนา

อธิบายไว้ดังนี้. คาถานั้นปรากฏโดยข้อยุติ ไม่ใช่ปรากฏโดยฟังตามกันมา.

ช้างนี้ชื่อว่า นาค เพราะไม่มาสู่สถานที่ยังไม่ได้ฝึก เพราะฝึกใยศีล ที่พวกมนุษย์พอใจ หรือเพราะเป็นสัตว์มีกายใหญ่ฉันใด แม้พระปัจเจก- สัมพุทธเจ้าก็ฉันนั้น ชื่อว่า นาค เพราะไม่มาสู่สถานที่ยังมิได้ฝึก เพราะ มีสรีระใหญ่ เพราะฝึกแล้วในศีลทั้งหลายที่พระอริยะพอใจ เพราะไม่ กระทำบาป และไม่กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก หรือเพราะเหตุที่ตนมี

สรีระคือคุณใหญ่. ช้างนี้ละโขลงแล้ว อยู่ในป่าตามความพอใจ ด้วยความ

สุขอันเกิดจากการเที่ยวไปผู้เดียว พึงเที่ยวไปผู้เดียวในป่าเหมือนนอแรด ฉะนั้น ฉันใด แม้เราก็ฉันนั้น ละหมู่คณะแล้ว อยู่ในป่าตามความพอใจ ด้วยความสุขเกิดแต่ฌาน อันเป็นความสุขที่มีแต่ความยินดียิ่งส่วนเดียว ปรารถนาความสุขตามแต่ตนจะพึงจะหาได้ อยู่ในป่านั้น พึงเที่ยวไป ผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น.