มหาวรรค ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗ · หน้า ๓๖ · ข้อ 22
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทรงเปล่งพระอุทาน

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความข้อนี้แล้ว จึงทรงเปล่ง พระอุทานนี้ ในเวลานั้น ว่าดังนี้:-

อารยชนเห็นโทษในโลก ทราบธรรมที่

ปราศจากอุปธิแล้ว ฉะนั้น จึงไม่ยินดีในบาป

เพราะคนสะอาดย่อมไม่ยินดีในบาป.

กราบทูลอาณัติกพจน์ของพระอุปัชฌายะ ๕ ประการ

[๒๒] ลำดับนั้น ท่านพระโสณะคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลัง โปรดปรานเรา เวลานี้ควรกราบทูลถ้อยคำที่พระอุปัชฌายะของเราสั่งมา ดังนี้ แล้วลุกจากที่นั่ง ห่มจีวรเฉวียงบ่า หมอบลงที่พระบาทยุคลของพระผู้มี พระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า แล้วได้กราบทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระ- พุทธเจ้าข้า ท่านพระมหากัจจานะอุปัชฌายะของข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายบังคม พระยุคลบาทของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า และสั่งให้ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูล อย่างนี้ว่า:-

๑. พระพุทธเจ้าข้า อวันตีทุกขิณาบถ มีภิกษุน้อยรูป ข้าพระพุทธ-

เจ้าได้จัดหาภิกษุสงฆ์แต่นั้น ๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรคได้ยากลำบากนับ แต่วันที่ข้าพระพุทธเจ้าบรรพชาล่วงไป ๓ ปี จึงได้อุปสมบท ถ้ากระไร เฉพาะ ในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าพึงทรงอนุญาตอุปสมบท ด้วยคณะ สงฆ์น้อยรูปกว่านี้ได้.

๒. พระพุทธเจ้าข้า พื้นดินในอวันตีทักขิณาบถ มีดินสีดำมาก

ขรุขระ ดื่มดาษด้วยระแหงกีบโค ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักิขิณาบถ ขอ พระผู้มีพระภาคเจ้าพึงทรงอนุญาตครองเท้าหลายชั้น.