ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๓ · หน้า ๒๘๐ · ข้อ 2
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สมัยนั้น ภิกษุเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นเสขะยังไม่

บรรลุพระอรหัต ละภพมนุษย์ไป ภิกษุเหล่านั้น ย่อม

ถูกครหา.

ปาพจน์คือพระศาสนา อันพระอรหันต์ผู้คงที่ ผู้

เป็นขีณาสพ ไร้มลทิน ทำให้บานเต็มที่แล้ว ย่อม

งดงามทุกเมื่อ.

พระทีปังกรศาสดา ทรงมีพระนครชื่อว่ารัมมวดี

พระชนกเป็นกษัตริย์พระนามว่า พระเจ้าสุเทวะ พระ-

ชนนีพระนามว่า พระนางสุเมธา.

พระชินเจ้า ทรงครอบครองอคารสถานอยู่หมื่น

ปี ทรงมีปราสาท ๓ หลัง คือ หังสา โกญจา และมยุรา

ทรงมีพระสนมนารี สามแสน ล้วนประดับกาย

สวยงามพระมเหสีนั้นพระนามว่าปทุมา พระราชโอรส

พระนามว่า อุสภขันธกุมาร.

พระองค์ทอดพระเนตรเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว

เสด็จออกทรงผนวชด้วยพระยานคือ พระยาช้างต้น

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม จึงทรงเป็นพระชิน-

เจ้า.

ครั้นทรงประพฤติปธานจริยา ได้ตรัสรู้พระสัม-

โพธิญาณเป็นพระมหามุนีทีปังกรพุทธเจ้าสมพระทัย

แล้ว ผู้อันพระพรหมทรงอาราธนาแล้ว.

พระมหาวีระ ชินพุทธเจ้า ทรงประกาศพระ-

ธรรมจักรแล้ว ประทับอยู่ ณ นันทาราม ประทับนั่ง

ที่ควงไม้ซึก ทรงการทำการทรมานเดียรถีย์แล้ว.