ธรรมชาติที่ชื่อว่า มิจฉาทิฏฐิ เพราะอรรถว่า เห็นผิดโดยความ
ไม่ถือเอาตามความเป็นจริง. มิจฉาทิฏฐินั้นมีความเห็นวิปริตเป็นลักษณะโดย
นัยเป็นอาทิว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล ดังนี้ ชื่อว่า มีโทษน้อย และ มีโทษมาก เหมือนสัมผัปปลาปะ อีกอย่างหนึ่ง อนิยตฉาทิฏฐิมีโทษน้อย
นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมาก. องค์ของมิจฉาทิฏฐิมี ๒ อย่าง คือ วตฺถุโน จ
คหิตาการวิปรีตตา (เรื่องทั้งหลายวิปริตจากอาการที่ถือเอา) ๑. ยถา จ ตํ คณฺหาติ ตถาภาเวน ตสฺสูปฏฺานํ (ความปรากฏแห่งเรื่องนั้นโดยความ ไม่เป็นจริงตามที่ยึดถือ) ๑. บรรดามิจฉาทิฏฐิเหล่านั้น กรรมบถย่อมแตกไป เพราะนัตถิกทิฏฐิ อเหตุกทิฏฐิ และอกิริยทิฏฐิเท่านั้น กรรมบถย่อมไม่แตกไป เพราะทิฏฐิอื่น ๆ.
ว่าด้วยอกกุศอกุศลกรรมบถ ๕ ประเภท
พึงทราบวินิจฉัยอกุศลกรรมบถ ๑๐ แม้เหล่านี้ โดยอาการ ๕ คือ โดยธรรม (ธมฺมโต) โดยโกฏฐาส (โกฏฺาสโต) โดยอารมณ์ (อารมฺ- มณโต) โดยเวทนา (เวทนาโต) โดยมูล (มูลโต).
บรรดาอาการ ๕ เหล่านั้น คำว่า โดยธรรม ความว่า ก็บรรดา อกุศลกรรมบถ ๑๐ เหล่านั้น อกุศลกรรมบถ ๗ โดยลำดับ (คือกายทุจริต ๓ วจีทุจริต ๔) เป็นธรรมคือเจตนาเท่านั้น อกุศลกรรมบถ ๓ มีอภิชฌาเป็นต้น เป็นธรรมที่สัมปยุตกับเจตนา.
คำว่า โดยโกฏฐาส ได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๘ ที่ไม่เป็นมูล คือ อกุศลกรรมบถ ๗ โดยลำดับ และมิจฉาทิฏฐิ ๑. อภิชฌาและพยาบาทเป็น กรรมบถด้วย เป็นมูลด้วย. จริงอยู่ อภิชฌา คือ โลภะเพ่งถึงมูล ย่อมเป็น อกุศลมูล พยาบาท คือ โทสะ ย่อมเป็นอกุศลมูล.