มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ.
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณา เห็นจักษุ ฯ ล ฯ เพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัสย่อมเกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯ ล ฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯ ล ฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯ ล ฯ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๓๘๑] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม- ธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย
คือ วิบากขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วย อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
[๑๓๘๒] ๒. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก- ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
๓. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
๑๒. อาเสวนปัจจัย
[๑๓๘๓] ๑. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย