[๑๐๙๕] ๑. ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนา เกิดขึ้น.
[๑๐๙๖] ๒. ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่ สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุต ด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น.
[๑๐๙๗] ๓. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุขมสุขเวทนา อาศัยธรรม ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น.
[๑๐๙๘] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุต ด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนวิปากปัจจัย. . . เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยสุขสหคตกายวิญญาณ เกิด ขึ้น, ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
[๑๐๙๙] ๑. ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่ สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกขสหคตกายวิญญาณ เกิด ขึ้น, ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
[๑๑๐๐] ๒. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรม ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย