มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๒ · หน้า ๑๑๐ · ข้อ 113
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๔. เมื่อเสวยสุขเวทนาที่มีอามิส๑ ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวยสุขเวทนาที่มี

อามิส’

๕. เมื่อเสวยสุขเวทนาที่ไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวยสุขเวทนาที่ไม่

มีอามิส’

๖. เมื่อเสวยทุกขเวทนาที่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวยทุกขเวทนาที่มี

อามิส’

๗. เมื่อเสวยทุกขเวทนาที่ไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวยทุกขเวทนา

ที่ไม่มีอามิส’

๘. เมื่อเสวยอทุกขมสุขเวทนาที่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวยอทุกขม-

สุขเวทนาที่มีอามิส’

๙. เมื่อเสวยอทุกขมสุขเวทนาที่ไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า ‘เราเสวย

อทุกขมสุขเวทนาที่ไม่มีอามิส’

ด้วยวิธีนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายภายใน๒อยู่ พิจารณาเห็น เวทนาในเวทนาทั้งหลายภายนอก๓อยู่ หรือพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายทั้ง ภายในทั้งภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุเกิดในเวทนาทั้งหลายอยู่ พิจารณา เห็นธรรมเป็นเหตุดับในเวทนาทั้งหลายอยู่ หรือพิจารณาเห็นทั้งธรรมเป็นเหตุเกิด ทั้งธรรมเป็นเหตุดับในเวทนาทั้งหลายอยู่

หรือว่า ภิกษุนั้นมีสติปรากฏอยู่เฉพาะหน้าว่า ‘เวทนามีอยู่’ ก็เพียงเพื่ออาศัย เจริญญาณ เจริญสติเท่านั้น ไม่อาศัย(ตัณหาและทิฏฐิ)อยู่ ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร ๆ ในโลก ภิกษุจึงชื่อว่าพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ อย่างนี้แล

เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จบ

หัวข้อ (สรุปโดย AI) มหาสติปัฏฐานสูตร ตอนที่ ๒ (เวทนานุปัสสนา)
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า