สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๑๙ · ๖๕๘ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๗๙ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๕ มัคคสังยุต ๑. อวิชชาวรรค วรรคเปิดเล่มด้วยมัคคสังยุต แสดงอวิชชาเป็นประธานแห่งอกุศลธรรมนำไปสู่มิจฉามรรค ส่วนวิชชานำไปสู่สัมมามรรค (อวิชชาสูตร) ตามด้วยอุปัฑฒสูตรและสารีปุตตสูตรว่าความมีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งหมด ชาณุสโสณิพราหมณสูตรเปรียบมรรคมีองค์ ๘ เป็นยานอันประเสริฐ วิภังคสูตรให้นิยามมาตรฐานขององค์มรรคแต่ละข้อ
- หน้า ๑๖–๒๓ ๒. วิหารวรรค ว่าด้วยวิหารธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงอยู่หลังตรัสรู้ ทรงหลีกเร้นครึ่งเดือนและ ๓ เดือนแล้วตรัสถึงความเสวยอารมณ์ที่เกิดจากมิจฉา-สัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัย ตามด้วยเสกขสูตร ปฐม-ทุติยอุปปาทสูตร ปฐม-ทุติยปริสุทธสูตร ปิดท้ายด้วยบทสนทนาพระอานนท์-พระภัททะที่กุกกุฏาราม นิยามพรหมจรรย์และอพรหมจรรย์
- หน้า ๒๔–๓๐ ๓. มิจฉัตตวรรค แสดงคู่ตรงข้ามมิจฉัตตธรรม-สัมมัตตธรรม และอกุศลธรรม-กุศลธรรม ปฐม-ทุติยปฏิปทาสูตร ปฐม-ทุติยอสัปปุริสสูตร กุมภสูตรเปรียบจิตกับหม้อที่มีหรือไม่มีเครื่องรองรับ สมาธิสูตร เวทนาสูตรและอุตติยสูตร
- หน้า ๓๑–๓๘ ๔. ปฏิปัตติวรรค ว่าด้วยการปฏิบัติผิด-ชอบ วิรัทธสูตรว่าผู้พลาดมรรคย่อมพลาดทางพ้นทุกข์ ปารังคมสูตรมีคาถาชื่อดังว่าผู้ถึงฝั่งโน้นมีน้อย ตามด้วยคู่สูตรสามัญญะ พรหมัญญะ และพรหมจรรย์ นิยามมรรคมีองค์ ๘ ว่าเป็นความเป็นสมณะ ความเป็นพรหม และพรหมจรรย์
- หน้า ๓๙–๔๒ ๕. อัญญติตถิยเปยยาลวรรค สอนคำตอบสำเร็จรูปสำหรับตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชกที่ถามเหตุผลของการประพฤติพรหมจรรย์ เริ่มจากราควิราคสูตรว่าเพื่อสำรอกราคะ ตามด้วยสังโยชนัปปหานาทิสุตตฉักกะ ๖ สูตร ปิดท้ายด้วยอนุปาทาปรินิพพานสูตร ทุกสูตรตอบว่าคือมรรคมีองค์ ๘
- หน้า ๔๓–๔๗ ๖. สุริยเปยยาลวรรค ใช้อุปมาแสงอรุณขึ้นก่อนดวงอาทิตย์เป็นบุพนิมิตแห่งมรรคมีองค์ ๘ ธรรมที่เป็นบุพนิมิตได้แก่ กัลยาณมิตตตา สีลสัมปทา ฉันทสัมปทา อัตตสัมปทา ทิฏฐิสัมปทา อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการสัมปทา ทำซ้ำเป็นชุด ๑๔ สูตร
- หน้า ๔๘–๕๒ ๗. เอกธัมมเปยยาลวรรค กล่าวถึงธรรมอันเป็นเอกที่มีอุปการะมากเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่กัลยาณมิตตตาและสัมปทาธรรมทั้ง ๗ ประการ ในรูปแบบเปยยาลซ้ำ ๑๔ สูตรเช่นเดียวกับวรรคก่อน
- หน้า ๕๓–๕๗ ๘. ทุติยเอกธัมมเปยยาลวรรค ซ้ำโครงสร้างวรรคก่อนหน้าโดยเปลี่ยนถ้อยคำเป็น 'เราไม่พิจารณาเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้มรรคที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดแล้วเจริญเต็มที่' เท่ากับกัลยาณมิตตตาและสัมปทาธรรมทั้ง ๗ ประการ รวม ๑๔ สูตรแบบเปยยาล
- หน้า ๕๘–๖๑ ๙. คังคาเปยยาลวรรค ใช้อุปมาแม่น้ำใหญ่ ๕ สาย (คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี) ไหลไปสู่ทิศปราจีนและสู่สมุทร เปรียบกับภิกษุผู้เจริญมรรคมีองค์ ๘ ย่อมน้อมไปสู่นิพพาน ทำซ้ำเป็นชุด ๑๒ สูตร
- หน้า ๖๒–๗๑ ๑๐. ทุติยคังคาเปยยาลวรรค ซ้ำอุปมาแม่น้ำ ๕ สายไหลสู่ทิศปราจีนและมหาสมุทรเช่นเดิม แต่ขยายบทสรุปอริยมรรคด้วยวลีต่างกัน ๓ ชุด คือ 'มีการกำจัดราคะโทสะโมหะเป็นที่สุด' 'หยั่งลงสู่อมตะ' และ 'น้อมไปสู่นิพพาน' รวม ๓๖ สูตรย่อย
- หน้า ๗๒–๗๗ ๑๑. อัปปมาทวรรค ว่าด้วยความไม่ประมาทเป็นรากฐานของกุศลธรรมทั้งปวง มีอุปมาที่มีชื่อเสียงหลายเรื่อง เช่น ตถาคตสูตร ปทสูตร (รอยเท้าช้างเลิศกว่ารอยเท้าสัตว์อื่น) กูฏสูตร มูลสูตร สารสูตร วัสสิกสูตร ราชาสูตร และจันทิมสูตร-สุริยสูตร
- หน้า ๗๘–๙๐ ๑๒. พลกรณียวรรค อุปมาว่าการงานที่ใช้กำลังต้องอาศัยแผ่นดิน ภิกษุก็ต้องอาศัยศีลเจริญอริยมรรค มีพีชสูตร นาคสูตร รุกขสูตร กุมภสูตร สูกสูตร อากาสสูตร เมฆสูตรทั้งสอง นาวาสูตร อาคันตุกสูตร (สิ่งที่ควรกำหนดรู้ ละ ทำให้แจ้ง เจริญ) และนทีสูตร (แม่น้ำคงคาไม่อาจทดกลับ)
- หน้า ๙๑–๑๐๐ ๑๓. เอสนาวรรค ชุดพระสูตรสั้นแบบสูตรเดี่ยวว่าด้วยหมวดธรรมฝ่ายกิเลสที่ควรรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้นไป และละด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ เอสนา ๓ วิธา ๓ อาสวะ ๓ ภพ ๓ สภาวทุกข์ ๓ ขีล ๓ มลทิน ๓ ทุกข์ ๓ เวทนา ๓ ตัณหา ๓ และตสินา ๓
- หน้า ๑๐๑–๑๐๘ ๑๔. โอฆวรรค (ปิดมัคคสังยุต) ชุดสูตรสั้นว่าด้วยหมวดกิเลสที่ควรเจริญอริยมรรคเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้นไป และละ ได้แก่ โอฆะ ๔ โยคะ ๔ อุปาทาน ๔ คันถะ ๔ อนุสัย ๗ กามคุณ ๕ นิวรณ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕ โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ และอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ปิดท้ายด้วยรายชื่อวรรคทั้ง ๑๔ วรรคของมัคคสังยุต
- หน้า ๑๐๙–๑๒๕ โพชฌังคสังยุต ปัพพตวรรคที่ ๑ เริ่มสังยุตใหม่ว่าด้วยโพชฌงค์ ๗ มีหิมวันตสูตร (พญานาคโตในหิมพานต์ อุปมาภิกษุอาศัยศีลเจริญโพชฌงค์) กายสูตร (อาหารของนิวรณ์และโพชฌงค์) สีลสูตร (ลำดับการเกิดโพชฌงค์ ๗ และอานิสงส์ ๗ ประการ) วัตถสูตร กุณฑลิยสูตร กูฏาคารสูตร อุปวาณสูตร และปฐม-ทุติยอุปปันนสูตร
- หน้า ๑๒๖–๑๓๔ คิลานวรรคที่ ๒ วรรคว่าด้วยผู้อาพาธ เริ่มด้วยปาณสูตรและสุริยูปมสูตร ตามด้วยปฐม-ทุติย-ตติยคิลานสูตรอันมีชื่อเสียง คือพระพุทธเจ้าทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ แก่พระมหากัสสปะและพระมหาโมคคัลลานะยามอาพาธหนัก และให้พระมหาจุนทะแสดงถวายพระองค์เองยามทรงประชวร (ต้นเรื่องโพชฌังคปริตร) ปิดท้ายด้วยปารังคมสูตร วิรัทธสูตร และนิพพิทาสูตร
- หน้า ๑๓๕–๑๔๔ อุทายิวรรคที่ ๓ วรรคว่าด้วยพระอุทายี มีโพธายสูตร โพชฌังคเทสนาสูตร ฐานิยสูตร อโยนิโสมนสิการสูตร อปริหานิยสูตร ตัณหักขยสูตร ตัณหานิโรธสูตร นิพเพธภาคิยสูตร เอกธัมมสูตร ปิดท้ายด้วยอุทายิสูตรที่พระอุทายีกราบทูลเล่าประสบการณ์การบรรลุธรรมของตน
- หน้า ๑๔๕–๑๕๔ นีวรณวรรคที่ ๔ วรรคว่าด้วยนิวรณ์ มีปฐม-ทุติยกุสลสูตร อุปักกิเลสสูตร (อุปมาสิ่งเศร้าหมองของทองกับความเศร้าหมองของจิต) อนุปักกิเลสสูตร โยนิโสมนสิการสูตร วุฑฒิสูตร อาวรณนีวรณสูตร รุกขสูตร (อุปมาต้นไม้ใหญ่ถูกกาฝากทำให้ล้ม) นีวรณสูตร (อุปมาคนตาบอด)
- หน้า ๑๕๕–๑๖๑ จักกวัตติวรรคที่ ๕ วรรคว่าด้วยพระเจ้าจักรพรรดิ มีวิธาสูตร จักกวัตติสูตร (อุปมาแก้ว ๗ ประการของพระเจ้าจักรพรรดิ เทียบกับแก้วคือโพชฌงค์ ๗ ของพระตถาคต) มารสูตร ทุปปัญญสูตร ปัญญวันตสูตร ทลิททสูตร อทลิททสูตร อาทิจจสูตร อัชฌัตติกังคสูตร พาหิรังคสูตร
- หน้า ๑๖๒–๑๗๑ โพชฌังคสากัจฉวรรคที่ ๖ (ตอนต้น) วรรคว่าด้วยการสนทนาเรื่องโพชฌงค์ เริ่มด้วยอาหารสูตร (อาหารและสิ่งไม่ใช่อาหารของนิวรณ์และโพชฌงค์อย่างละเอียด) ปริยายสูตร (นิวรณ์ ๕ กลายเป็น ๑๐ และโพชฌงค์ ๗ กลายเป็น ๑๔ โดยแยกภายใน-ภายนอก) เนื้อหาสนทนากับอัญเดียรถีย์ปริพาชกที่ตอบไม่ได้
- หน้า ๑๗๑–๑๗๔ อัคคิสูตรที่ ๓ ทรงอุปมาด้วยไฟว่า เมื่อจิตหดหู่ไม่ควรเจริญปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ (เหมือนใส่เชื้อเปียกดับไฟ) แต่ควรเจริญธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติสัมโพชฌงค์แทน ส่วนเมื่อจิตฟุ้งซ่านให้ทำตรงกันข้าม และตรัสว่าสติจำเป็นในทุกกรณี
- หน้า ๑๗๔–๑๘๐ เมตตาสหคตสูตรที่ ๔ ทรงแสดงการเจริญโพชฌงค์ ๗ ที่ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาตามลำดับ พร้อมอธิบายคติสูงสุดของเจโตวิมุตติแต่ละแบบ คือ เมตตาเจโตวิมุตติมีสุภวิโมกข์เป็นอย่างยิ่ง กรุณามีอากาสานัญจายตนะ มุทิตามีวิญญาณัญจายตนะ และอุเบกขามีอากิญจัญญายตนะเป็นอย่างยิ่ง
- หน้า ๑๘๐–๑๘๖ สังคารวสูตรที่ ๕ สังคารวพราหมณ์ทูลถามเหตุที่มนตร์ไม่แจ่มแจ้ง พระพุทธเจ้าตรัสอุปมาด้วยภาชนะน้ำ ๕ แบบ (ระคนสี ร้อนเดือด มีสาหร่ายปกคลุม ถูกลมพัดไหว ขุ่นมัวมืด) แทนนิวรณ์ ๕ ที่ทำให้มองไม่เห็นตามจริง และภาชนะน้ำใสสะอาดแทนภาวะปลอดนิวรณ์ที่มีโพชฌงค์ ๗ จบลงด้วยสังคารวพราหมณ์ประกาศตนเป็นอุบาสก
- หน้า ๑๘๖–๑๘๘ อภยสูตรที่ ๖ (จบวรรค) อภัยราชกุมารทูลถามค้านคำสอนของปูรณกัสสปะที่ว่าความไม่รู้ไม่มีเหตุปัจจัย พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่านิวรณ์ ๕ เป็นเหตุแห่งความไม่รู้ ส่วนโพชฌงค์ ๗ เป็นเหตุแห่งความรู้ อภัยราชกุมารเลื่อมใสและกล่าวว่าความเหนื่อยล้าจากการขึ้นเขาคิชฌกูฏระงับไป จบโพชฌังคสากัจฉวรรคที่ ๖
- หน้า ๑๘๙–๑๙๔ อานาปานวรรคที่ ๗ แสดงการเจริญโพชฌงค์ ๗ ที่ประกอบด้วยสัญญาต่างๆ ได้แก่ อัฏฐิกสัญญา ปุฬวกสัญญา วินีลกสัญญา วิจฉิททกสัญญา อุทธุมาตกสัญญา (สัญญาซากศพแบบต่างๆ) เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และอานาปานสติ แต่ละสัญญามีสูตรย่อยเรื่องผลมาก ประโยชน์มาก เกษมจากโยคะ ความสังเวช และความอยู่ผาสุก
- หน้า ๑๙๕–๑๙๘ นิโรธวรรคที่ ๘ แสดงโพชฌงค์ ๗ ที่ประกอบด้วยสัญญาฝ่ายวิปัสสนา ได้แก่ อสุภสัญญา มรณสัญญา อาหาเรปฏิกูลสัญญา อนภิรติสัญญา อนิจจสัญญา ทุกขสัญญา อนัตตสัญญา ปหานสัญญา วิราคสัญญา และนิโรธสัญญา โดยนิโรธสัญญาสูตรสุดท้ายขยายความละเอียดเรื่องผลและอานิสงส์เต็มรูปแบบ
- หน้า ๑๙๙–๒๐๔ คังคาเปยยาลวรรคที่ ๙ ถึงโอฆวรรคที่ ๑๓ กลุ่มวรรคเปยยาล ๕ วรรค: คังคาเปยยาลวรรค (อุปมาแม่น้ำคงคาไหลสู่นิพพาน) อัปปมาทวรรค (ตถาคตเลิศกว่าสัตว์) พลกรณียวรรค (อุปมาการงานที่ต้องอาศัยกำลัง) เอสนาวรรค (การแสวงหากาม ภพ พรหมจรรย์) และโอฆวรรค (โอฆะ ๔ และอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕) ล้วนสรุปว่าภิกษุพึงเจริญโพชฌงค์ ๗ เพื่อบรรลุนิพพาน
- หน้า ๒๐๕–๒๐๙ ปุนคังคาเปยยาลวรรคที่ ๑๔ ถึงปุนโอฆวรรคที่ ๑๘ (จบโพชฌังคสังยุต) วรรคเปยยาลชุดที่สอง ซ้ำเนื้อหาวรรคที่ ๙-๑๓ โดยขยายด้วยอำนาจราคะและการกำจัดราคะ โทสะ โมหะ ปิดท้ายด้วยข้อความว่าพึงขยายโพชฌังคสังยุตให้พิสดารเหมือนมัคคสังยุต และจบโพชฌังคสังยุตที่ ๒
- หน้า ๒๑๐–๒๑๖ สติปัฏฐานสังยุต อัมพปาลิวรรคที่ ๑ ตอนต้น เริ่มสังยุตใหม่ว่าด้วยสติปัฏฐาน ๔ ณ อัมพปาลีวัน เมืองเวสาลี ประกอบด้วยอัมพปาลิสูตร (ทางเอกเพื่อความหมดจด) สติสูตร (นิยามสติและสัมปชัญญะ) ภิกขุสูตร สาลสูตร (สอนภิกษุใหม่-เสขะ-อเสขะ) และอกุสลราสิสูตร (นิวรณ์คือกองอกุศล สติปัฏฐานคือกองกุศล)
- หน้า ๒๑๗–๒๒๑ อุปมาเหยี่ยว ลิงติดตัง พ่อครัว สามสูตรอุปมาเรื่องการรักษาสติปัฏฐานเป็น 'แดนโคจรของตน' ได้แก่ สกุณัคฆิสูตร (เหยี่ยวจับนกมูลไถนอกถิ่น) มักกฏสูตร (ลิงติดตังของนายพราน ๕ จุด) และสูทสูตร (พ่อครัวฉลาด-เขลา สังเกตรสอาหาร) ล้วนสอนว่าการออกนอกแดนสติปัฏฐานไปสู่กามคุณ ๕ ทำให้มารได้ช่อง
- หน้า ๒๒๑–๒๒๘ คิลานสูตรและภิกขุนูปัสสยสูตร (จบวรรค ๑) คิลานสูตร: พระพุทธเจ้าทรงประชวรหนักที่เวฬุวคาม เขตเวสาลี ตรัสแก่พระอานนท์ว่า 'จงมีตนเป็นเกาะ มีธรรมเป็นเกาะ' ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ พร้อมอุปมาร่างกายเหมือนเกวียนเก่าซ่อมด้วยหนัง ภิกขุนูปัสสยสูตร: พระอานนท์สอนภิกษุณีเรื่องสติปัฏฐานอย่างละเอียด จบด้วยพุทธพจน์ 'โคนไม้ เรือนว่าง' อันโด่งดัง
- หน้า ๒๒๙–๒๔๔ นาฬันทวรรคที่ ๒ วรรคสำคัญว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่เมืองนาลันทาและใกล้เคียง มีมหาปุริสสูตร นาลันทสูตร(สารีบุตรบันลือสีหนาท) จุนทสูตรและอุกกเจลสูตร(การปรินิพพานของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ) พาหิยสูตร อุตติยสูตร อริยสูตร พรหมสูตร เสทกสูตร(อุปมานักไต่ราว) และชนปทกัลยาณีสูตร(อุปมาถ้วยน้ำมัน)
- หน้า ๒๔๕–๒๕๔ สีลัฏฐิติวรรคที่ ๓ พระอานนท์และพระภัททะสนทนากันเรื่องศีลที่เป็นกุศลและเหตุที่พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นานหรือเสื่อม ล้วนสัมพันธ์กับสติปัฏฐาน ๔ มีพราหมณ์มาถามปัญหาเดียวกัน พระสารีบุตรสนทนากับพระอนุรุทธะเรื่องเสขะ/อเสขะและอภิญญา ปิดท้ายด้วยสิริวัฑฒสูตรและมานทินนสูตร คหบดีป่วยหนักบรรลุอนาคามีด้วยสติปัฏฐาน
- หน้า ๒๕๕–๒๖๔ อนนุสสุตวรรคที่ ๔ สูตรสั้นแบบสูตรสำเร็จรูปต่อเนื่องว่าด้วยแง่มุมต่าง ๆ ของสติปัฏฐาน เช่น ธรรมที่ไม่เคยฟังมาก่อน ความคลายกำหนัด การพลาด/ปรารภมรรค การถึงฝั่งโน้น สติสัมปชัญญะ การละฉันทะ การกำหนดรู้ ปิดท้ายด้วยวิภังคสูตรซึ่งอธิบายนิยาม การเจริญ และปฏิปทาของสติปัฏฐานอย่างละเอียด
- หน้า ๒๖๕–๒๗๔ อมตวรรคที่ ๕ สูตรสั้นสูตรสำเร็จรูปต่อเนื่อง เช่น อมตสูตร สมุทยสูตร มัคคสูตร(ทางเดียว-เรื่องสหัมบดีพรหม) สติสูตร กุสลราสิสูตร(กองกุศลคือสติปัฏฐาน) ปาติโมกขสังวรสูตร ทุจจริตสูตร มิตตสูตร เวทนาสูตร และอาสวสูตร ล้วนแสดงสติปัฏฐานเป็นข้อปฏิบัติหลักเพื่อบรรลุนิพพาน
- หน้า ๒๗๕–๒๗๖ คังคาเปยยาลวรรคที่ ๖ หมวดสูตรย่อแบบเปยยาล อุปมาแม่น้ำคงคาไหลสู่ทิศปราจีน/ทะเลอย่างต่อเนื่อง เปรียบกับสติปัฏฐานที่โน้มน้อมไปสู่นิพพาน รวม ๑๒ สูตรแบบย่อความ
- หน้า ๒๗๗ อัปปมาทวรรคที่ ๗ หมวดสูตรย่อ อุปมาความไม่ประมาทด้วยสติปัฏฐาน เช่น รอยเท้าสัตว์ ยอดเรือน รากไม้ แก่นไม้ ดอกมะลิ พระราชา พระจันทร์ พระอาทิตย์ ผ้า รวม ๑๐ สูตรแบบย่อความ
- หน้า ๒๗๘ พลกรณียวรรคที่ ๘ หมวดสูตรย่อ อุปมาการงานที่ต้องทำด้วยกำลัง เช่น เมล็ดพืช นาค ต้นไม้ หม้อ เสี้ยน อากาศ เมฆ เรือ แขก แม่น้ำ ล้วนอุปมาความเพียรเจริญสติปัฏฐาน รวม ๑๒ สูตรแบบย่อความ
- หน้า ๒๗๙ เอสนาวรรคที่ ๙ หมวดสูตรย่อ ว่าด้วยการแสวงหา ๓ ประการ(กาม ภพ พรหมจรรย์)และหัวข้อธรรมอื่น เช่น อาสวะ ภพ ทุกขตา เสี้ยน มลทิน ความอึดอัด เวทนา ตัณหา ที่พึงละด้วยสติปัฏฐาน รวม ๑๑ สูตรแบบย่อความ
- หน้า ๒๘๐–๒๘๑ โอฆวรรคที่ ๑๐ (ปิดสติปัฏฐานสังยุต) หมวดสูตรย่อปิดท้ายสติปัฏฐานสังยุตทั้งสังยุต ว่าด้วยโอฆะ โยคะ อุปาทาน คันถะ อนุสัย กามคุณ นิวรณ์ อุปาทานขันธ์ โอรัมภาคิยสังโยชน์ และอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ที่พึงละด้วยสติปัฏฐาน ๔ ปิดท้ายด้วยข้อความกำกับให้ขยายความสติปัฏฐานสังยุตให้พิสดารเหมือนมัคคสังยุต
- หน้า ๒๘๒–๒๙๑ อินทริยสังยุต ๑. สุทธิกวรรค เปิดอินทริยสังยุตด้วยสุทธิกสูตรแสดงอินทรีย์ ๕ (สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ตามด้วยปฐม-ทุติยโสตาปันนสูตร ปฐม-ทุติยอรหันตสูตร ปฐม-ทุติยสมณพราหมณสูตร ทัฏฐัพพสูตร (ชี้ที่ตั้งของแต่ละอินทรีย์) และปฐม-ทุติยวิภังคสูตร
- หน้า ๒๙๒–๓๐๑ ๒. มุทุตรวรรค ว่าด้วยอินทรีย์ที่อ่อนกว่า เริ่มจากปฏิลาภสูตร ตามด้วยสังขิตตสูตร ๓ สูตรและวิตถารสูตร ๓ สูตรซึ่งไล่ลำดับบุคคลตามความสมบูรณ์ของอินทรีย์ ตั้งแต่พระอรหันต์ลงไปจนถึงโสดาบันผู้สัทธานุสารี ปิดท้ายด้วยปฏิปันนสูตร สัมปันนสูตร และอาสวักขยสูตร
- หน้า ๓๐๒–๓๐๙ ๓. ฉฬินทริยวรรค ว่าด้วยอินทรีย์ ๖ เริ่มด้วยปุนัพภวสูตร (พระพุทธเจ้าทรงเล่าการตรัสรู้ของพระองค์เอง) ชีวิตินทริยสูตร อัญญินทริยสูตร เอกพีชีสูตร (บันไดอริยบุคคลละเอียด) สุทธสูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร สัมมัทธสูตร และสมณพราหมณสูตร ๒ สูตร
- หน้า ๓๑๐–๓๒๑ ๔. สุขินทริยวรรค ว่าด้วยเวทนินทรีย์ ๕ (สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา) มีสุทธิกสูตร โสตาปันนสูตร อรหันตสูตร วิภังคสูตร ๓ สูตร กัฏโฐปมสูตร (อุปมาไม้สีกันเกิดไฟ) และอุปปฏิปาฏิกสูตรซึ่งแสดงว่าเวทนินทรีย์แต่ละคู่ดับไม่เหลือในฌานขั้นใด
- หน้า ๓๒๒–๓๓๔ ๕. ชราวรรค วรรคที่มีสูตรเชิงเรื่องเล่าโดดเด่นหลายสูตร เริ่มด้วยชราธัมมสูตร (พระอานนท์นวดพระวรกายพระพุทธเจ้าผู้ทรงชรา) อุณณาภพราหมณสูตร (บทสนทนาไล่เรียงที่พึ่งของอินทรีย์จนถึงนิพพาน) สาเกตสูตร ปุพพโกฏฐกสูตร ปุพพารามสูตร ๔ สูตร ปิณโฑลภารทวาชสูตร และอาปณสูตร
- หน้า ๓๓๕–๓๔๔ ๖. สูกรขตวรรค ชุดอุปมายืนยันความเป็นเลิศของปัญญินทรีย์ในโพธิปักขิยธรรม ได้แก่ สาลสูตร มัลลกสูตร เสขสูตร ปทสูตร (อุปมารอยเท้าช้าง) สารสูตร (อุปมาแก่นจันทน์แดง) ปติฏฐิตสูตร สหัมปติพรหมสูตร (ท้าวสหัมบดีพรหมทูลยืนยันธรรม) สูกรขตสูตร (บทสนทนาที่ถ้ำสุกรขาตา) ปิดท้ายด้วยปฐม-ทุติยอุปปาทสูตร
- หน้า ๓๔๕–๓๕๑ โพธิปักขิยวรรค วรรคปิดท้ายส่วนเนื้อหาหลักของอินทริยสังยุต ประกอบด้วยสัญโญชนสูตร อนุสยสูตร ปริญญาสูตร และอาสวักขยสูตรที่แสดงอินทรีย์ ๕ เพื่อละสังโยชน์ ถอนอนุสัย กำหนดรู้อัทธานะ และสิ้นอาสวะ ตามด้วยปฐม-ทุติยผลสูตร และอุปมาด้วยต้นไม้ ๔ สูตร
- หน้า ๓๕๒–๓๕๙ เปยยาลวรรคท้ายอินทริยสังยุต (วรรคที่ ๘-๑๗, จบสังยุต) ชุดวรรคสั้นซ้ำรูปแบบเดิม ใช้อุปมาแม่น้ำคงคาไหลสู่ทิศปราจีนแสดงอินทรีย์ ๕ ที่น้อมไปสู่นิพพาน ตามด้วยวรรคอัปปมาท พลกรณีย และเอสนาที่เพียงระบุรายชื่อสูตรให้ขยายความเอง และโอฆวรรคที่แสดงอินทรีย์ ๕ เพื่อละอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ปิดท้ายอินทริยสังยุตทั้งหมด
- หน้า ๓๖๐–๓๖๘ สัมมัปปธานสังยุต: คังคาเปยยาลวรรคถึงโอฆวรรค (จบสังยุต) เปิดสังยุตใหม่ว่าด้วยสัมมัปปธาน ๔ (เพียร ๔ อย่าง: ป้องกัน ละ เจริญ รักษากุศล) ใช้โครงสร้างวรรคเดียวกับอินทริยสังยุต คือคังคาเปยยาลวรรคเต็มรูปแบบ อัปปมาทวรรคเพียงระบุรายชื่อ พลกรณียวรรคและเอสนาวรรคแสดงเนื้อหาเต็ม และโอฆวรรคว่าด้วยการละอุทธัมภาคิยสังโยชน์
- หน้า ๓๖๙–๓๗๖ พลสังยุต: คังคาเปยยาลวรรคถึงโอฆวรรค (จบสังยุต) สังยุตว่าด้วยพละ ๕ (สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ) เนื้อหาซ้ำรูปแบบเดียวกับอินทริยสังยุตทุกประการ เพียงเปลี่ยนคำจาก 'อินทรีย์' เป็น 'พละ' มีคังคาเปยยาลวรรค อัปปมาท พลกรณีย เอสนา และโอฆวรรค
- หน้า ๓๗๗–๓๙๐ อิทธิปาทสังยุต วรรคที่ ๑ ปาวาลวรรค เปิดสังยุตใหม่ว่าด้วยอิทธิบาท ๔ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) มีสูตรสั้นๆ เช่นวิรัทธสูตร อริยสูตร นิพพิทาสูตร พุทธสูตรว่าเหตุที่ตถาคตได้พระนามอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และปิดวรรคด้วยเจติยสูตรอันโด่งดังที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ กรุงเวสาลี ประกาศแก่พระอานนท์และมารว่าจะปรินิพพานใน ๓ เดือน เกิดแผ่นดินไหวใหญ่
- หน้า ๓๙๑–๔๑๑ ปาสาทกัมปนวรรค ปุพพสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงย้อนเล่าพระดำริก่อนตรัสรู้เรื่องเหตุปัจจัยแห่งอิทธิบาท ๔ พร้อมพรรณนาอภิญญา ๖ อย่างละเอียด มหัปผลสูตร ฉันทสมาธิสูตร โมคคัลลานสูตร (พระโมคคัลลานะเขย่าปราสาทนางวิสาขาด้วยนิ้วเท้า) อุณณาภพราหมณสูตร (พระอานนท์แก้ปฏิทรรศน์เรื่องละฉันทะด้วยฉันทะ) และวิภังคสูตรจำแนกอิทธิบาทอย่างละเอียด
- หน้า ๔๑๒–๔๒๔ อโยคุฬวรรค มัคคสูตรทวนพระดำริก่อนตรัสรู้เรื่องมรรคแห่งอิทธิบาท อโยคุฬสูตร (พระวรกายเบาดุจก้อนเหล็กถูกไฟเผาทั้งวัน เสด็จพรหมโลกด้วยฤทธิ์) ภิกขุสูตร สุทธิกสูตร ปฐม-ทุติยผลสูตร (อานิสงส์ ๗ ประการ) ปฐม-ทุติยอานันทสูตร ปฐม-ทุติยภิกขุสูตร โมคคัลลานสูตร และตถาคตสูตร
- หน้า ๔๒๕–๔๒๘ คังคาเปยยาลวรรคและวรรคย่อ ปิดอิทธิปาทสังยุต คังคาเปยยาลวรรคเปรียบอิทธิบาท ๔ กับแม่น้ำคงคาที่น้อมสู่นิพพาน ตามด้วยวรรคย่อแบบย่อ (อัปปมาทวรรค พลกรณียวรรค เอสนาวรรค) สุดท้ายโอฆวรรคว่าด้วยอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ที่พึงละด้วยอิทธิบาท ๔ ปิดอิทธิปาทสังยุต
- หน้า ๔๒๙–๔๔๑ อนุรุทธสังยุต วรรคที่ ๑ รโหคตวรรค พระอนุรุทธะหลีกเร้นพิจารณาสติปัฏฐาน ๔ สนทนากับพระมหาโมคคัลลานะผู้เหาะมาปรากฏตรงหน้า สุตนุสูตรและกัณฏกีสูตร ๓ สูตร (สนทนากับพระสารีบุตรเรื่องเสขะ-อเสขะ) ตัณหากขยสูตร สลฬาคารสูตร (อุปมาทดแม่น้ำคงคาไม่ได้ฉันใด ชักชวนภิกษุผู้เจริญสติปัฏฐานให้สึกก็ไม่ได้ฉันนั้น) อัมพปาลิวนสูตร และพาฬหคิลานสูตร
- หน้า ๔๔๒–๔๔๗ อนุรุทธสังยุต วรรคที่ ๒ ทุติยวรรค (จบสังยุต) พระอนุรุทธะแสดงอภิญญาต่างๆ ที่เกิดจากสติปัฏฐาน ๔ ทีละสูตร ๑๔ สูตร ได้แก่ ระลึกได้ ๑,๐๐๐ กัป แสดงฤทธิ์ หูทิพย์ เจโตปริยญาณ รู้ฐานะ-อฐานะ รู้วิบากกรรม รู้ปฏิปทาสู่ภูมิต่างๆ รู้ธาตุและอัธยาศัยสัตว์ต่างกัน รู้อินทรีย์แก่อ่อน รู้ฌานวิโมกข์ ระลึกชาติก่อน ตาทิพย์ และสิ้นอาสวะ
- หน้า ๔๔๘–๔๕๒ ฌานสังยุต: คังคาเปยยาลวรรค วรรคย่อ และโอฆวรรค (จบสังยุต) เปิดฌานสังยุตด้วยคังคาเปยยาลวรรค เปรียบฌาน ๔ กับแม่น้ำคงคาที่น้อมสู่นิพพาน ตามด้วยวรรคย่อแบบย่อ (อัปปมาทวรรค พลกรณียวรรค เอสนาวรรค) และปิดท้ายด้วยโอฆวรรคว่าด้วยอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ที่พึงละด้วยฌาน ๔ ปิดฌานสังยุต
- หน้า ๔๕๓–๔๖๘ อานาปานสังยุต เอกธัมมวรรคที่ ๑ วรรคหลักว่าด้วยอานาปานสติ ๑๖ ขั้น เริ่มจากเอกธัมมสูตรที่แสดงขั้นตอนเต็มรูปแบบ ตามด้วยโพชฌังคสูตร สุทธิกสูตร ปฐม-ทุติยผลสูตร อริฏฐสูตร มหากัปปินสูตร ปทีโปปมสูตร (อุปมาด้วยประทีป) เวสาลีสูตร (วิกฤตภิกษุฆ่าตัวตายหลังเจริญอสุภกัมมัฏฐาน) และกิมิลสูตร
- หน้า ๔๖๙–๔๘๗ อานาปานสังยุต ทุติยวรรคที่ ๒ (จบสังยุต) อิจฉานังคลสูตร (พระพุทธเจ้าทรงหลีกเร้น ๓ เดือนด้วยอานาปานสติสมาธิ) กังเขยยสูตร ปฐม-ทุติยอานันทสูตร และปฐม-ทุติยภิกขุสูตร (สายธรรมอานาปานสติ→สติปัฏฐาน๔→โพชฌงค์๗→วิชชาวิมุตติ) ปิดท้ายด้วยสูตรสั้นว่าด้วยการละสังโยชน์ ถอนอนุสัย กำหนดรู้อัทธานะ และความสิ้นอาสวะ
- หน้า ๔๘๘–๕๐๐ โสตาปัตติสังยุต เวฬุทวารวรรคที่ ๑ (ตอนต้น) จักกวัตติราชสูตร (เทียบการครองทวีป ๔ กับองค์ ๔ แห่งโสดาบัน) พรหมจริโยคธสูตร ทีฆาวุอุปาสกสูตร (สอนธรรมแก่อุบาสกป่วยหนักใกล้ตาย) ปฐม-ทุติยสารีปุตตสูตร และถปติสูตร (ช่างไม้อิสิทัตตะ-ปุราณะผู้ศรัทธามั่นคง)
- หน้า ๕๐๐–๕๐๘ โสตาปัตติสังยุต เวฬุทวารวรรคที่ ๑ (ตอนปลาย, จบวรรค) เวฬุทวาเรยยสูตร คำสอนจริยธรรมแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา อธิบายศีล ๕ ผ่านการพิจารณาตนเอง จบด้วยการถึงไตรสรณะ ตามด้วยปฐม-ทุติย-ตติยคิญชกาวสถสูตร (ธรรมบรรยายชื่อธรรมาทาส พยากรณ์คติของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาที่ล่วงลับ)
- หน้า ๕๐๙–๕๒๑ ๒. ราชการามวรรค ราชการามวรรคที่ ๒ ว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่ราชการาม เขตกรุงสาวัตถี มีสหัสสภิกขุนีสังฆสูตร พราหมณสูตร อานันทเถรสูตร ทุคคติภยสูตร ปฐม-ทุติยมิตตามัจจสูตร (ชักชวนญาติมิตรตั้งมั่นในองค์เครื่องบรรลุโสดา) และปฐม-ทุติย-ตติยเทวจาริกสูตร
- หน้า ๕๒๒–๕๔๗ ๓. สรณานิวรรค สรณานิวรรคที่ ๓ ว่าด้วยเจ้าศากยะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ มีปฐม-ทุติยมหานามสูตร (มหานามะกลัวตายกลางฝูงชน) โคธสักกสูตร ปฐม-ทุติยสรณานิสักกสูตร (กรณีเจ้าสรณานิดื่มสุราแต่ได้รับพยากรณ์เป็นโสดาบัน) ปฐม-ทุติยอนาถปิณฑิกสูตร (พระสารีบุตร-พระอานนท์เยี่ยมอนาถบิณฑิกะยามป่วยหนัก) และปฐม-ทุติยภยเวรูปสันตสูตร
- หน้า ๕๔๘–๕๕๙ ๔. ปุญญาภิสันทวรรค ปุญญาภิสันทวรรคที่ ๔ ว่าด้วยห้วงบุญกุศล มีปฐม-ทุติย-ตติยปุญญาภิสันทสูตร ปฐม-ทุติยเทวปทสูตร เทวสภาคสูตร มหานามสูตร (นิยามอุบาสกผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา) วัสสสูตร กาฬิโคธสูตร และนันทิยสักกสูตร
- หน้า ๕๖๐–๕๖๙ ๕. สคาถกปุญญาภิสันทวรรค หมวดว่าด้วยห้วงบุญกุศลที่มีคาถาปนท้าย เปรียบห้วงบุญของอริยสาวกผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยและมีศีลกับห้วงน้ำในมหาสมุทรที่ประมาณมิได้ (ปฐม-ทุติย-ตติยอภิสันทสูตร) ตามด้วยผู้มีทรัพย์มาก (มหัทธนสูตร) องค์คุณพระโสดาบันล้วน (สุทธกสูตร) และองค์เครื่องบรรลุโสดา ๔ (อังคสูตร)
- หน้า ๕๗๐–๕๗๘ ๖. สัปปัญญวรรค หมวดว่าด้วยผู้มีปัญญา เปิดด้วยคาถาสรุปองค์คุณพระโสดาบัน (สคาถกสูตร) เรื่องพระอรหันต์มีน้อยกว่าอนาคามี สกทาคามี โสดาบัน ธัมมทินนอุบาสกกับอุบาสก ๕๐๐ คนบรรลุโสดาปัตติผล วิธีปลอบใจอุบาสกป่วยหนัก (คิลานสูตร) และธรรม ๔ ที่เป็นไปเพื่อแจ้งมรรคผล ๔ และเพื่อปัญญา
- หน้า ๕๗๙–๕๘๒ ๗. มหาปัญญวรรค (จบโสตาปัตติสังยุต) หมวดว่าด้วยธรรม ๔ (สัปปุริสสังเสวะ สัทธัมมัสสวนะ โยนิโสมนสิการ ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ) ที่เจริญแล้วเป็นไปเพื่อความมีปัญญาในลักษณะต่างๆ ทั้งปัญญามาก แน่น ไพบูลย์ ลึกซึ้ง หาประมาณมิได้ ดุจแผ่นดิน หลากหลาย เร็ว ฉับพลัน กล้า และชำแรกกิเลส (นิพเพธิกปัญญาสูตร)
- หน้า ๕๘๓–๕๙๑ สัจจสังยุต ๑. สมาธิวรรค เปิดสัจจสังยุตว่าด้วยอริยสัจ ๔ สอนให้เจริญสมาธิและหลีกเร้นเพื่อรู้ชัดอริยสัจ กุลบุตรบวชและสมณพราหมณ์ตรัสรู้ก็เพื่อรู้แจ้งอริยสัจ ๔ ห้ามตรึกคิดเรื่องไร้ประโยชน์เช่นกามวิตก ทิฏฐิ ๑๐ การทุ่มเถียง หรือติรัจฉานกถา ให้ตรึกคิดถึงอริยสัจ ๔ แทน
- หน้า ๕๙๒–๕๙๖ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระสูตรปฐมเทศนาที่ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสที่สุด ๒ ประการที่ไม่ควรเสพและมัชฌิมาปฏิปทา (มรรคมีองค์ ๘) ทรงแสดงอริยสัจ ๔ พร้อมญาณทัสสนะ ๓ รอบ ๑๒ อาการ จบลงด้วยท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมเป็น "อัญญาโกณฑัญญะ" และเทวดาทั้งหลายกระจายข่าวพระธรรมจักรทั่วหมื่นโลกธาตุ
- หน้า ๕๙๖–๖๐๔ ๒. ธัมมจักกัปปวัตตนวรรค (ส่วนที่เหลือ) หลังธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตรัสว่าตถาคตในอดีตก็ตรัสรู้อริยสัจ ๔ เช่นกัน ทรงแจกแจงอริยสัจด้วยขันธ์ ๕ และอายตนะภายใน ๖ ภิกษุทรงจำอริยสัจถูกต้อง นิยามอวิชชา-วิชชาว่าคือความไม่รู้/รู้อริยสัจ ๔ และปิดท้ายว่าอริยสัจเป็นของแท้ไม่ผิด
- หน้า ๖๐๕–๖๑๒ ๓. โกฏิคามวรรค หมวดพระธรรมเทศนาที่โกฏิคาม แคว้นวัชชี ว่าเพราะไม่รู้แจ้งอริยสัจ ๔ จึงเวียนว่ายตายเกิด นิยามสมณะ-พราหมณ์แท้และเหตุเรียกพระพุทธเจ้าว่าสัมมาสัมพุทธะ-อรหันต์ ความสิ้นอาสวะของผู้รู้เห็นอริยสัจ ชักชวนมิตรญาติให้รู้อริยสัจ และท่านควัมปติแสดงว่าเห็นสัจจะหนึ่งย่อมเห็นสัจจะที่เหลือ
- หน้า ๖๑๓–๖๒๑ ๔. สีสปาวนวรรค (จบวรรค) หมวดอุปมาต่างๆ สอนอริยสัจ ๔ เริ่มด้วยใบไม้ในกำมือกับบนต้น ใบไม้ห่อของ ท่อนไม้ลอยอากาศ ผ้าไฟไหม้ต้องรีบดับ หอก ๑๐๐ เล่มทิ่มแทงยังคุ้มเพื่อรู้อริยสัจ หลาวเสียบสัตว์ในมหาสมุทร แสงอรุณเปรียบสัมมาทิฏฐิ และเสาเขื่อน/เสาหินไม่หวั่นไหว
- หน้า ๖๒๒–๖๓๓ ๕. ปปาตวรรค ว่าด้วย 'เหว' แห่งสังสารวัฏ เริ่มด้วยโลกจินตาสูตร (ห้ามคิดเรื่องโลกที่ไร้ประโยชน์) ปปาตสูตรและมหาปริฬาหสูตร กูฏาคารสูตร วาลสูตร (พระอานนท์กับลิจฉวีกุมารยิงธนู) อันธการสูตร ฉิคคฬยุคสูตร ๒ สูตร (เต่าตาบอดสอดคอเข้าแอก) และสิเนรุปัพพตราชสูตร ๒ สูตร
- หน้า ๖๓๔–๖๓๙ ๖. อภิสมยวรรค ว่าด้วยการรู้แจ้ง (อภิสมัย) ชุดอุปมาเปรียบทุกข์ที่ดับแล้วกับทุกข์ที่เหลือของพระอริยบุคคล ได้แก่ นขสิขสูตร (ฝุ่นปลายเล็บกับแผ่นดิน) โปกขรณีสูตร สัมเภชชสูตร ๒ สูตร มหาปฐวีสูตร ๒ สูตร มหาสมุททสูตร ๒ สูตร และปัพพตูปมสูตร ๒ สูตร สรุปว่าทุกข์ที่เหลือของพระโสดาบันน้อยกว่าทุกข์ที่ดับแล้วมาก
- หน้า ๖๔๐–๖๔๓ ๗. ปฐมอามกธัญญเปยยาลวรรค ชุดสูตรเปยยาลสั้น (พระพุทธเจ้าใช้ปลายพระนขาช้อนฝุ่นเทียบแผ่นดินใหญ่) เปรียบสัตว์ที่มีคุณธรรมหรือกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ (น้อย) กับสัตว์ที่ไร้คุณธรรมหรือเกิดในภพอื่น (มาก) ได้แก่ อัญญตรสูตร ปัจจันตสูตร ปัญญาสูตร สุราเมรยสูตร โอทกสูตร มัตเตยยสูตร เปตเตยยสูตร สามัญญสูตร พรหมัญญสูตร และปจายิกสูตร
- หน้า ๖๔๔–๖๔๖ ๘. ทุติยอามกธัญญเปยยาลวรรค ชุดสูตรเปยยาลว่าด้วยศีล เปรียบสัตว์ที่เว้นขาดจากอกุศลกรรม (น้อย) กับที่ไม่เว้นขาด (มาก) ได้แก่ ปาณาติปาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท เปสุญญ ผรุสวาจา สัมผัปปลาป พีชคาม วิกาลโภชน และคันธวิเลปนสูตร
- หน้า ๖๔๗–๖๔๙ ๙. ตติยอามกธัญญเปยยาลวรรค ชุดสูตรเปยยาลว่าด้วยการเว้นขาดจากสิ่งฟุ่มเฟือย/ต้องห้ามสำหรับสมณะ เช่น ฟ้อนรำขับร้อง ที่นอนสูงใหญ่ รับทองเงิน ธัญญาหารดิบ เนื้อดิบ สตรี ทาส แพะแกะ ไก่สุกร ช้างม้าโคลา เปรียบสัตว์ที่เว้นขาด (น้อย) กับที่ไม่เว้นขาด (มาก)
- หน้า ๖๕๐–๖๕๒ ๑๐. จตุตถอามกธัญญเปยยาลวรรค ชุดสูตรเปยยาลว่าด้วยการเว้นขาดจากการค้าขายและอาชญากรรม เช่น รับที่ดิน ซื้อขาย เป็นทูต โกงตาชั่ง รับสินบน รวมทั้งเฉทนาทิสูตร ๖ สูตรรวม (ตัดอวัยวะ ฆ่า จองจำ ปล้นชิง) เปรียบสัตว์ที่เว้นขาด (น้อย) กับที่ไม่เว้นขาด (มาก) เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔
- หน้า ๖๕๓–๖๕๘ ๑๑. ปัญจคติเปยยาลวรรค (จบมหาวารวรรค จบสังยุตตนิกาย) ชุดสูตรเปยยาลใหญ่ ๓๐ สูตรรวม ว่าด้วยการจุติและเกิดใหม่ใน ๕ คติ (มนุษย์ เทวดา นรก ดิรัจฉาน เปรต) แสดงว่าผู้จุติจากคติหนึ่งกลับมาเกิดในคติดีมีน้อยกว่าที่ไปเกิดในอบายภูมิมาก จบด้วยเปตติเทวเปตติวิสยสูตรที่ ๓๐ (สูตรสุดท้ายของสังยุตตนิกาย) ปิดวรรค ปิดมหาวารวรรค และปิดสังยุตตนิกายทั้งหมดด้วยรายการสรุป ๑๒ สังยุตในมหาวารวรรค
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐