สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๙ · หน้า ๔๐๗ · ข้อ 832
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๒. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร ฯลฯ

๓. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร ฯลฯ

๔. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิปธานสังขารดังนี้ว่า

วิมังสาของเราจักไม่ย่อหย่อนนัก ไม่ต้องประคับประคองเกินไป

ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ซ่านไปในภายนอก และมีความหมายรู้ว่า

เบื้องหน้าและเบื้องหลังอยู่ คือ มีความหมายรู้ว่าเบื้องหลัง

เหมือนเบื้องหน้า เบื้องหน้าเหมือนเบื้องหลัง เบื้องบนเหมือน

เบื้องล่าง เบื้องล่างเหมือนเบื้องบน กลางคืนเหมือนกลางวัน

กลางวันเหมือนกลางคืน มีใจสงัด ไม่มีเครื่องร้อยรัด อบรม

จิตให้สว่างอยู่

{๑๑๘๐} ฉันทะที่ย่อหย่อนนัก เป็นอย่างไร

คือ ฉันทะที่สหรคตด้วยความเกียจคร้าน สัมปยุตด้วยความเกียจคร้าน

นี้เรียกว่า ฉันทะที่ย่อหย่อนนัก

{๑๑๘๑} ฉันทะที่ต้องประคับประคองเกินไป เป็นอย่างไร

คือ ฉันทะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ สัมปยุตด้วยอุทธัจจะ

นี้เรียกว่า ฉันทะที่ต้องประคับประคองเกินไป

{๑๑๘๒} ฉันทะที่หดหู่ในภายใน เป็นอย่างไร

คือ ฉันทะที่สหรคตด้วยถีนมิทธะ สัมปยุตด้วยถีนมิทธะ

นี้เรียกว่า ฉันทะที่หดหู่ในภายใน

{๑๑๘๓} ฉันทะที่ซ่านไปในภายนอก เป็นอย่างไร

คือ ฉันทะที่ซ่านไป ฟุ้งไป ปรารภกามคุณ ๕ ประการในภายนอก

นี้เรียกว่า ฉันทะที่ซ่านไปในภายนอก

{๑๑๘๔} ภิกษุมีความหมายรู้ว่าเบื้องหน้าและเบื้องหลังอยู่ คือ มีความหมายรู้ว่า เบื้องหลังเหมือนเบื้องหน้า เบื้องหน้าเหมือนเบื้องหลัง เป็นอย่างไร

คือ ความหมายรู้ว่าเบื้องหน้าและเบื้องหลังอันภิกษุในธรรมวินัยนี้เรียนดี